ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! - บทที่ 34 ความลับในโกดัง
“โอ้โห! คุ้มค่าที่ตามมาตั้งไกล” เสียงหื่น ๆ ของหนึ่งในกลุ่มชาย
ฉกรรจ์ดังขึ้น
“ผอมไปหน่อย แต่ก็ใช้ได้” อีกคนเสริม
“พี่ใหญ่ นี่ถือว่าสวยมากแล้วนะแถวนี้” คนที่สามเสริมทัพ
พวกมันหอบหายใจพลางกวาดสายตาสำรวจอันจิ่วเม่ยอย่างไม่
ปิดบัง เด็กสาวถอยกรูด ดวงตาแข็งกร้าวฉายแววระวังภัย แม้จะไม่มี
เวลาคร ่าครวญถึงโชคชะตา แต่สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่าง
รวดเร็วว่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร
“น้องสาว อยากสนุกกับพวกพี่ไหม? รับรองว่าน้องสาวจะชอบ”
ลั่วเฟิงแสยะยิ้มก้าวเข้าหา หมายจะลวนลาม
อันจิ่วเม่ยแสร้งควานหาของในตะกร้า แต่แท้จริงแล้วเธอกำลังดึง
ท่อนเหล็กที่ซ่อนไว้ในมิติออกมาเตรียมพร้อม
เมื่อเห็นมือสกปรกของลั่วเฟิ่งยื่นเข้ามา อันจิ่วเม่ยเตรียมฟาด
เต็มแรง แต่ทันใดนั้นเขากลับสะดุดล้มหน้าคะมำไปเอง
ลูกน้องรีบเข้าไปช่วยพยุง อันจิ่วเม่ยฉวยโอกาสขึ้นจักรยานจะ
หนี แต่ถูกชายคนหนึ่งคว้าเบาะไว้ได้
“จะหนีเหรอ? ไม่มีทาง! พี่ลั่ว ผมจับมันไว้แล้ว!”
อันจิ่วเม่ยไม่รอช้า ฟาดท่อนเหล็กใส่ชายคนนั้นอย่างไม่ยั้ง แต่ก็
ยังออมแรงไว้ไม่อยากให้ถึงตาย ฝ่ายนั้นตั้งสติได้ก็เตรียมจะตอบโต้
อันจิ่วเม่ยเตรียมรับมือเต็มที่ แต่ทันใดนั้นเงาร่างคุ้นตาก็พุ่งเข้า
มารับฝ่ามือแทน ก่อนจะจัดการพวกมันราบคาบในพริบตา จนวิ่งหนี
กระเจิงไปคนละทิศละทาง
ดวงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า แสงสุดท้ายทอประกายสีส้ม
อำพันไปทั่วท้องถนน
อันจิ่วเม่ยเห็นร่างที่คุ้นเคยก็ดีใจจนแทบลืมหายใจ รีบจอด
จักรยานแล้ววิ่งเข้าไปหา “หลี่เจียเฟิ่ง! คุณมาได้ยังไง!?”
“เป็นอะไรหรือเปล่า?” หลี่เจียเฟิ่งเอ่ยถามพลางกวาดตามองร่าง
บางตรงหน้า สังเกตเห็นเพียงเม็ดเหงื่อผุดซึมที่หน้าผากและเส้นผมที่
ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ก็วางใจลงทันที
“ฉันไม่เป็นไร” อันจิ่วเม่ยพยักหน้า “แล้วคุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ?”
“เห็นเธอยังไม่กลับ คุณย่าเป็นห่วง ฉันเลยออกมาตาม” หลี่เจีย
เฟิ่งตอบเสียงอ่อน
อันจิ่วเม่ยรู้สึกผิดที่มัวแต่สนุกในตลาดมืดจนเสียเวลา แถมยัง
เกิดเรื่องขึ้นอีก
“ฉันแวะหาเพื่อนเลยกลับช้า ขอโทษที่ทำให้พวกคุณเป็นห่วงนะ
คะ” เธอกล่าวอย่างสำนึกผิด พร้อมขอบคุณโชคชะตาที่ส่งหลี่เจียเฟิ่ง
มาช่วยไว้ทันเวลา
หลี่เจียเฟิ่งแย่งตะกร้าที่อันจิ่วเม่ยสะพาย มาถือไว้เองอย่างเป็น
ธรรมชาติ ก่อนจะพูดด้วยน ้าเสียงมั่นใจ
“กลับบ้านกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะไปบอกต้าหวังให้เขาคอย
เฝ้าระวังพวกนักเลงหัวไม้พวกนั้น รับรองว่าจะไม่มีใครกล้ามาแตะ
ต้องเธออีก”
“ขอบคุณค่ะ” อันจิ่วเม่ยพยักหน้ารับ ใบหน้าเปื้อนยิ้มน้อย ๆ
หลี่เจียเฟิ่งไม่พูดอะไร เพียงแต่เดินไปที่จักรยานแล้วขึ้นคร่อม
พร้อมกับผายมือให้อันจิ่วเม่ยซ้อนท้าย ทั้งสองคนขี่จักรยานฝ่าสาย
ลมกลับบ้านด้วยกัน บรรยากาศรอบข้างดูอบอุ่นขึ้นมาทันที
คุณย่าอันรออยู่หน้าบ้านด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็น
หลานสาว แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวว่าอันจิ่วเม่ยจะยังโกรธอยู่ ได้แต่
ยืนพิงไม้เท้าส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้
แต่อันจิ่วเม่ยกลับไม่ได้คิดมาก เธอก้าวเข้าไปคล้องแขนคุณย่า
อย่างออดอ้อน “หนูกลับมาแล้วค่ะคุณย่า ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะ
คะ”
ความรักที่คุณย่ามีให้เธอมันจริงใจเสมอมา การอยู่ร่วมบ้าน
เดียวกันทำให้อันจิ่วเม่ยไม่อาจเมินเฉยได้ดั่งที่ตั้งใจ ทุกคนต่างมี
ความลับ เธออาจไม่เข้าใจแต่ก็เคารพในความเป็นส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม เธอตั้งใจว่าจะสร้างบ้านใหม่และย้ายออกไปในเร็ว
วัน
ขอแค่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับซื่อหงก็พอ
คุณย่าโล่งใจที่เห็นอันจิ่วเม่ยไม่ถือสา ความรู้สึกตื้นตันทำให้
แสบจมูก แต่ก็พยายามกลั้นน ้าตาไว้
“กลับมาก็ดีแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ ย่าหิวจะแย่แล้ว” คุณย่าจูง
มือหลานสาวเข้าครัว
ทันใดนั้นภาพเบื้องหน้าก็ทำให้พวกถึงกับตะลึง ซื่อหงกำลังแอบ
กินอาหารที่เพิ่งทำเสร็จอย่างเอร็ดอร่อย พอเห็นคนเข้ามาเธอก็รีบ
แลบลิ้นเลียริมฝีปาก
อันจิ่วเม่ยถึงกับสงสัยว่าน ้าลายของซื่อหงจะหยดลงไปในชาม
หรือเปล่า
ยามค ่าคืน อันจิ่วเม่ยนั่งนับปลาน้อยสีทองบนเตียงอย่าง
เพลิดเพลิน ก่อนจะหันไปเห็นหลี่เจียเฟิ่งกำลังปูที่นอนบนพื้น
อันจิ่วเม่ยเอ่ยขึ้นด้วยน ้าเสียงตื่นเต้น “พรุ่งนี้ฉันจะตามคุณเข้า
เมืองไปด้วยนะ! ฉันสงสัยว่าเรื่องวันนี้อาจเกี่ยวกับอันตงหยาง เขา
สนิทกับพวกนั้น ฉันเคยทำให้เขาโกรธด้วย เขาอาจจะวางแผนแก้
แค้น”
สมองของอันจิ่วเม่ยทำงานอย่างรวดเร็ว เธอนึกขึ้นได้ว่าคนสนิท
ของอันตงหยางชื่อลั่วเฟิง! แล้ววันนี้พวกนั้นก็เรียกหัวหน้าว่าพี่ลั่ว!
มันช่างบังเอิญเกินไปแล้ว!
ไม่ว่าจะบังเอิญหรือไม่ เธอก็ต้องสืบให้รู้ ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวกับอัน
ตงหยางจริง เธอจะขอให้หลี่เจียเฟิ่งช่วยจัดการเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อ
ตัดไฟแต่ต้นลม
หลี่เจียเฟิ่งขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาไม่คิดว่าเรื่องนี้จะ
เกี่ยวข้องกับอันตงหยาง เขารู้แค่ว่าแม่เลี้ยงของเธอปฏิบัติกับเธอไม่ดี
แต่ไม่คิดว่าอันตงหยางจะกล้าทำอะไรรุนแรงถึงขนาดนี้
“ได้ เราลองไปสืบดูก่อน” หลี่เจียเฟิ่งตอบตกลง ก่อนจะรายงาน
ความคืบหน้าเรื่องที่ดิน
“ที่ดินผมจัดการเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เช้าคุณลองไปดูอีกที ถ้าไม่
มีปัญหาอะไรผมจะรีบหาคนมาสร้างบ้านเลย”
หลี่เจียเฟิ่งคิดว่าหลังจากหาคนงานได้แล้ว พวกเขาค่อยออกเดิน
ทางเข้าเมือง
หลี่เจียเฟิ่งทำงานได้รวดเร็วมาก ที่ดินผืนใหญ่ขนาดนั้น เขาใช้
เวลาเพียงสองวันก็เคลียร์ที่ดินและขุดหาสมบัติ อันจิ่วเม่ยรู้สึกทึ่งปน
เกรงใจที่ไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย
“ขอบคุณมากนะคะ คุณทำคนเดียวคงเหนื่อยน่าดู พรุ่งนี้เช้าฉัน
จะทำบะหมี่น ้าสูตรพิเศษให้กินเป็นการตอบแทน” เธอกล่าวอย่าง
ขอบคุณ ถือโอกาสตอบแทนที่เขาช่วยเหลือเธอไว้วันนี้ด้วย
พูดจบ อันจิ่วเม่ยก็ล้มตัวลงนอนอย่างสบายอกสบายใจ หวังลึก
ๆ ว่าคืนนี้จะได้เข้าไปสำรวจโกดังในมิติพิเศษที่เธอเจอวันนี้ เพื่อดูว่า
มีของมีค่าอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องหาเวลาแอบย่องเข้าไปดูอีกทีหลัง
หลี่เจียเฟิ่งไม่รู้ว่าหญิงสาวคิดอะไรอยู่ เขาตอบรับคำอย่างงัวเงีย
ในหัวคิดแต่เรื่องงานที่ยังรออยู่พรุ่งนี้
ขณะที่หลี่เจียเฟิ่งหลับสนิท อันจิ่วเม่ยกลับนอนหลับไปด้วย
ความตื่นเต้น ในที่สุดเธอก็เข้ามาในมิติอีกครั้ง
ภายในโกดังขนาดมหึมา เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย ทั้ง
ของใหม่ของเก่า อาหาร เสื้อผ้า ของใช้สารพัด อันจิ่วเม่ยดีใจจน
หัวเราะคิกคักออกมา
เสียงหัวเราะทำให้หลี่เจียเฟิ่งสะดุ้งตื่น เขาลืมตาขึ้นมาเห็นภรรยา
สาวกำลังตื่นเต้นจนผ้าห่มหลุด แสงจันทร์สาดส่องผ่านผ้าม่านมา
กระทบผิวขาวนวลของเธอ
แม้จะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่หลี่เจียเฟิ่งก็ยังคงสุภาพ เขาลุก
ขึ้นห่มผ้าให้เธออย่างแผ่วเบา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองใบหน้ายิ้มละไม
ของเธอขณะหลับอีกครั้ง
ดวงตาดำล ้าลึกมองหญิงสาวบนเตียงอย่างอ่อนโยน มุมปากยก
ยิ้มจาง ๆ ก่อนจะผละออกจากเตียงแล้วล้มตัวลงนอนบนที่นอนของ
ตัวเอง
รุ่งเช้า อันจิ่วเม่ยตื่นแต่เช้าเพื่อทำบะหมี่น ้าให้หลี่เจียเฟิ่งตาม
สัญญา เธอปรุงอย่างตั้งใจ ใส่เส้น ปรุงน ้าซุป โรยต้นหอม แถมไข่
ดาวอีกหนึ่งฟอง ได้บะหมี่น ้าไข่ดาวธรรมดา ๆ แต่เต็มไปด้วยความ
ตั้งใจ
“หลี่เจียเฟิ่ง มากินบะหมี่ก่อนไปหาคนขุดฐานรากนะคะ ฉันจะไป
ดูที่ดินหน่อย เราแยกกันทำงานจะได้เข้าเมืองเร็ว ๆ ”
อันจิ่วเม่ยร้องเรียกหลี่เจียเฟิ่งที่อยู่นอกบ้าน พร้อมกับต้มบะหมี่
เพิ่มอีกสองชามสำหรับตัวเองและคุณย่า
หลี่เจียเฟิ่งเดินเข้ามาพยักหน้ารับ แล้วจัดการบะหมี่ตรงหน้า
อย่างเงียบ ๆ ราวกับนักรบผู้หิวโหย
ยุคนี้ทุกบ้านลำบาก ปกติคงไม่กล้าใช้น ้ามันมากขนาดนี้ แต่
ตั้งแต่หลี่เจียเฟิ่งมาอยู่ เขาก็สังเกตว่าอันจิ่วเม่ยไม่หวงเรื่องอาหารเลย
และไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็อร่อยไปหมด