ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! - บทที่ 37 คำยั่วยุที่เจ็บแสบ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน!
- บทที่ 37 คำยั่วยุที่เจ็บแสบ
“พี่ลั่วครับ ผมไม่เคยคิดว่าเธอเป็นพี่สาวผมเลยนะครับ! แต่ก่อน
เธอเป็นเด็กดีมาก เธอเชื่อฟังคำพูดแม่ผมทุกคำ แต่พอแต่งงานไป
เธอกลายเป็นนางปีศาจ ทุบตีทั้งผมและแม่ ผมทนไม่ได้ที่เห็นแม่ถูก
รังแก เลยอยากขอให้พี่ลั่วช่วยสั่งสอนเธอหน่อยครับ”
อันตงหยางรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โกหก ไม่กี่วันมานี้อันจิ่วเม่ย
เหมือนถูกผีเข้าสิง พูดไม่ทันขาดคำก็จะลงไม้ลงมือตลอด ตอนนี้เขา
ไม่กล้ากลับบ้านแล้ว กลัวจะโดนซ้อมจนกระดูกหัก
“หา? พี่แกเปลี่ยนไปขนาดเลย?” ลั่วเฟิงพ่นควันบุหรี่ออกมา
อย่างดูแคลน ห้องเต็มไปด้วยควันหนาทึบราวกับหมอก ทำเอาอัน
ตงหยางแสบตาจนแทบลืมตาไม่ขึ้น
แต่ด้วยความมุ่งมั่น อันตงหยางพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่
ครับ หลังจากที่มันแต่งไปกับทหาร มันก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
พี่ลั่วเก่งขนาดนี้ ต้องช่วยผมได้แน่ ๆ…”
เพียะ!
ยังพูดไม่ทันจบ ลั่วเฟิงก็ถอดรองเท้าตัวเองฟาดเข้าที่หน้าของ
อันตงหยางอย่างจัง
“ไอ้เวร! ทำไมแกไม่บอกว่าเธอแต่งงานกับทหาร! กล้ามาหลอก
ฉัน แกคงอยากตายแล้วสิ! กระทืบมัน!”
ขณะเดียวกันหลี่เจียเฟิ่งกับอันจิ่วเม่ยบังเอิญมาเห็นภาพสยองนี้
เข้าพอดีทั้งสองแอบดูอยู่นอกหน้าต่างเสมือนได้ดูละครสด พวกเขา
เห็นทุกอย่างที่เกิดกับอันตงหยาง
อันจิ่วเม่ยคิดว่าลั่วเฟิงคนนี้ไม่ใช่ไก่อ่อนที่จะหลอกง่าย ๆ ดังนั้น
อันตงหยางไม่มีทางหลอกใช้เขาได้แน่
จู่ ๆ เธอก็เปลี่ยนใจ ไม่อยากจะรวบหัวรวบหางอันตงหยางตอนนี้
เพราะชีวิตในคุกอาจจะสบายกว่าอยู่ข้างนอกเสียอีก!
ตอนนี้ถ้าไปตามต้าหวังมาจับก็ไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน แค่
อาศัยเส้นสายของหลี่เจียเฟิ่งมาขังคนไว้ ยังไงก็ต้องเกี่ยวพันกับ
ตัวเอง
ซื่อหงต้องก่อเรื่องแน่ ต่อไปคงไม่มีวันสงบสุขในหมู่บ้านอีกเลย
แต่ถ้าตัวเองไม่เข้าไปยุ่ง ปล่อยให้อันตงหยางโดนกระทืบไปแบบ
นี้ก่อน แล้วค่อยหาโอกาสวางแผนอีกที
อันจิ่วเม่ยคิดแผนการได้แล้วก็รีบดึงแขนหลี่เจียเฟิ่งกระซิบบอก
ให้เขาออกไปก่อนแล้วค่อยคุยกัน ก่อนที่จะมีใครมาเห็นพวกเขาแอบ
ดูอยู่
หลี่เจียเฟิ่ง และอันจิ่วเม่ยแอบย่องออกจากงานเลี้ยงอย่างเงียบ
กริบ ราวกับเป็นสายลับที่กำลังปฏิบัติภารกิจลับ!
เมื่อหลุดพ้นจากสายตาผู้คน อันจิ่วเม่ยก็เปิดเผยแผนการของ
เธอ
“ปล่อยให้น้องชายของฉันเล่นกับไฟไปเถอะ ฉันไม่อยากแปด
เปื้อน” อันจิ่วเม่ยพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา
หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้ารับ แต่ในใจกลับคิดต่าง เขาต้องจัดการอัน
ตงหยางให้ได้ก่อนจากไป ไม่งั้นอาจเป็นอันตรายต่อเธอและคุณย่า
ของเธอ
ทั้งคู่รีบกลับบ้านทันที หลี่เจียเฟิ่งลงมือสร้างบ้านใหม่อย่าง
ขะมักเขม้น ขณะที่อันจิ่วเม่ยวาดแบบบ้านในฝันของเธออย่างตั้งอก
ตั้งใจ
แม้ไม่ใช่มืออาชีพ แต่ความคิดสร้างสรรค์ของเธอก็น่าทึ่งไม่
น้อย!
ตกเย็น ซื่อหงกลับมาพร้อมเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับการ
แข่งขันผู้บันทึกคะแนนที่เธอไปมา เสียงเล่าของเธอดังไม่หยุด
แม้ไม่มีใครอยากฟัง แต่ซื่อก็ยังคงพล่ามต่อไปอย่างไม่สนโลก
“ฮึ! ก่อนหน้านี้ยังโม้ว่าจะยุติธรรมนักหนา สุดท้ายก็หนีไม่พ้น
เส้นสาย! สุดท้ายตำแหน่งนั้นตกเป็นของเพ่ยอิง คนโปรดของผู้นำ
หมู่บ้านจนได้!”
เธอพูดพลางกลอกตาอย่างเหยียดหยาม “ฉันเดาได้เลยว่าผู้นำ
หมู่บ้านต้องแอบบอกคำตอบทั้งหมดให้นังหนูนั่นล่วงหน้าแน่ๆ แล้วยัง
มาจัดฉากหลอกคนอื่นอีก ไร้ยางอายจริง ๆ ”
ระหว่างที่พูด ซื่อหงก็แอบลอบสังเกตสีหน้าของอันจิ่วเม่ยเป็น
ระยะ ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นท่าทางเจ็บใจหรืออับอายของอีกฝ่าย
เธอรู้สึกสะใจที่ไม่กี่วันมานี้อันจิ่วเม่ยกับเพ่ยอิงมีเรื่องผิดใจกัน แต่
สุดท้ายเพ่ยอิงกลับได้รับเลือก
ถึงจะสะใจที่เห็นอันจิ่วเม่ยผิดหวัง แต่ซื่อหงก็อดอิจฉาไม่ได้ เธอ
นึกในใจว่าถ้าลูกชายของตัวเองมีความสามารถแบบเพ่ยอิงบ้างก็คง
ดี
แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่าอันจิ่วเม่ยไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเข้า
ร่วมการคัดเลือก ยังสู้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอไม่ได้ด้วยซ ้า
การที่ตำแหน่งนี้ตกเป็นของเพ่ยอิง มันต้องทำให้อันจิ่วเม่ยเจ็บใจจน
แทบบ้าแน่ๆ!
ทว่าสิ่งที่ซื่อหงคาดไม่ถึงคือ อันจิ่วเม่ยกลับนิ่งเฉยราวกับไม่ได้
ยินอะไร เอาแต่นั่งเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษด้วยสีหน้าตั้งใจ
ซื่อหงรู้สึกโมโห คิดในใจว่า ‘เด็กบ้านี่เก่งเรื่องแกล้งทำจริงๆ ไม่
เคยเรียนหนังสือสักวัน แต่ก็ยังจะมาเลียนแบบคนมีการศึกษา มานั่ง
เขียนๆ วาดๆ อวดฉลาด!’
แต่แล้วเธอก็ชะงัก ‘เอ๊ะ! ไม่ถูกสิ ปกติไม่เคยเห็นนังนี่เขียนอะไร
เลยนี่นา แต่วันนี้ทำไมถึงมาทำท่าแบบนี้ล่ะ? หรือว่า… จะโดนกระตุ้น
จากการที่เพ่ยอิงได้รับเลือกเข้าจริงๆ ?’
ความสะใจฉายชัดบนใบหน้าของซื่อหงอีกครั้ง เธอขยับเข้าไป
ใกล้อันจิ่วเม่ยราวกับแมวเตรียมตะครุบเหยื่อ แล้วพูดด้วยน ้าเสียงสา
แก่ใจ
“แม้แต่เพ่ยอิงยังได้รับเลือกเลยนะ เธอนี่มันช้าไปหลายก้าวแล้ว
ล่ะอันจิ่วเม่ย เลิกฝันลม ๆ แล้ง ๆ ได้แล้ว อย่าหาว่าฉันสอนเลยนะแต่
เธอนะควรไปใช้ชีวิตเงียบ ๆ ของเธอซะ รีบ ๆ ตั้งท้องให้หลี่เจียเฟิ่งจะ
ดีกว่า เพราะอีกไม่นานเดี๋ยวเธอก็แก่แล้ว ทั้งโง่ ทั้งแก่ระวังหลี่เจียเฟิ่ง
จะทิ้งเธอเอาได้นะ”
ซื่อหงทำปากจู๋พลางส่ายหน้า ราวกับเห็นภาพอนาคตอันแสน
เศร้าของ อันจิ่วเม่ย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนใบหน้าอย่างชัดเจน
อันจิ่วเม่ยแทบไม่อยากเสียเวลาไปกับคำพูดไร้สาระของซื่อหง
เธอคิดในใจ ‘เสียเวลาคุยกับคนโง่ เปลืองน ้าลาย’
สิ่งที่เธอสนใจตอนนี้มีเพียงสิ่งที่เธอกำลังวาดอยู่ มันสำคัญกว่า
เรื่องไร้สาระของซื่อหงมากมายนัก
การที่เพ่ยอิงได้รับเลือกไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับอันจิ่วเม่ย
เลย เพราะนอกจากเพ่ยอิงเก่งคณิตศาสตร์แล้ว ครอบครัวของเธอยัง
มีเส้นสายกับผู้นำหมู่บ้านอีกต่างหาก แถมพ่อของเธอคงวางแผนไว้
แล้วแน่ ๆ
อีกอย่าง หากเพ่ยอิงไม่ได้รับเลือก แผนการส่งเพ่ยอิงเข้าไปเป็น
สะใภ้ตระกูลหลี่ของเธอจะสำเร็จได้ไง ในเมื่อตระกูลหลี่อยากได้สะใภ้
จนตัวสั่นขนาดนั้น เธอก็พร้อมจะสนองให้! อันจิ่วเม่ยยกยิ้มมุมปาก
อย่างเจ้าเล่ห์
ยามเย็น อันจิ่วเม่ยวาดแบบบ้าน ก็เหลือบมองซื่อหงแวบหนึ่ง
ก่อนจะสั่งให้เธอไปเตรียมอาหารเย็น
ทันใดนั้น แขกไม่ได้รับเชิญก็ปรากฏตัวขึ้น
เพ่ยอิงเดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางยโส รอยยิ้มเย้ยหยันประดับ
บนใบหน้า เธอประกาศเสียงดังอย่างภาคภูมิใจ
“อันจิ่วเม่ย! ฉันได้เป็นเจ้าหน้าบันทึกคะแนนแรงงานของหมู่บ้าน
แล้ว! สุดท้ายเธอก็ยังสู้ฉันไม่ได้!”
อันจิ่วเม่ยซึ่งกำลังจะออกไปตามหลี่เจียเฟิ่งให้กลับมากินข้าว
เห็นเพ่ยอิงก็ไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจอะไร
เธอเพียงตอบรับสั้นๆ ด้วยน ้าเสียงราบเรียบ “อืม ยินดีด้วย” แล้ว
หันหลังเดินจากไป
เพ่ยอิงเห็นท่าทีเช่นนั้นก็ยิ่งลำพองใจ “ยังไงล่ะ? รู้ว่าฉันได้รับ
เลือกแล้ว คงเจ็บใจมากสินะ? จิ่วเม่ย เธอควรรู้ตัวเสียบ้าง หลี่เจีย
เฟิ่งน่ะเขาอยู่ระดับไหน ส่วนเธอ… แค่ประถมยังเรียนไม่จบ คิดว่าเขา
จะสนใจผู้หญิงโง่ ๆ อย่างเธอไปได้นานแค่ไหนกันเชียว?”
เพ่ยอิงไม่จำเป็นต้องเสแสร้งเป็นมิตรอีกต่อไป ใบหน้าของเธอ
ฉายแววเยาะเย้ยอย่างชัดเจน
อันจิ่วเม่ยหยุดเดิน หันกลับมามองเพ่ยอิงด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
ก่อนจะยิ้มหวานหยดย้อยจนดูน่าขนลุก
“อ้อ งั้นยินดีด้วยจ้ะคนเก่ง” อันจิ่วเม่ยเอ่ยด้วยน ้าเสียงหวานจนดู
พิลึก
อันจิ่วเม่ยยังคงพูดด้วยน ้าเสียงหวาน “ฉันหวังว่า… หลังจากที่
เธอได้เป็นเจ้าหน้าที่บันทึกคะแนนแล้ว เธอจะสามารถคว้าผู้ชายที่
เพียบพร้อมอย่างหลี่เจียเฟิ่งมาครองได้เหมือนฉันนะ ขอให้โชคดี!”
“แก!” เพ่ยอิงโกรธจัดจนหน้าแดงก ่า กระทืบเท้าปึงปังอย่างหัว
เสีย
“อย่ามาทำเป็นเยาะเย้ยฉันนะ! แกต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำ!”
อันจิ่วเม่ยยิ้มกริ่ม แกล้งยั่วโมโห “โอ๊ย! กลัวจังเลย~ ไม่คุยด้วย
แล้ว ฉันจะไปรับสามีสุดที่รักกลับมากินข้าวแล้ว”
เธอเน้นเสียงคำว่า ‘สามี’ เป็นพิเศษ เห็นเพ่ยอิงกำหมัดแน่นด้วย
ความโกรธก็ยิ่งสะใจ
อันจิ่วเม่ยหัวเราะในใจ ‘แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ? ของจริงยังไม่
มาเลย รอดูไปเถอะ เรื่องสนุก ๆ ยังมีอีกเพียบ!’
อันจิ่วเม่ยสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างสง่างาม ไม่แม้แต่จะเหลียว
มองหน้าเพ่ยอิงที่ยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่ข้างหลัง