ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! - บทที่ 95 ทำหน้าที่ลูกสะใภ้
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน!
- บทที่ 95 ทำหน้าที่ลูกสะใภ้
ลี่เฟยร้องเรียกพ่อแม่สามีเสียงหลง “พ่อแม่จะปล่อยให้ผู้หญิงคน
นั้นทำกับฉันแบบนี้จริง ๆ เหรอคะ?”
เธอพยายามจะพูดต่ออีกสองสามคำ แต่หลี่เฉินฟู่ก็ขัดขึ้นมา
เสียงเข้ม “พอได้แล้ว! เธอพูดถูก ครอบครัวที่สงบสุขย่อม
เจริญรุ่งเรือง หยุดปลุกปั่นเสียทีเถอะ”
หลี่เฉินฟู่ขู่เสียงกร้าว “เรื่องอัปยศในครอบครัวห้ามเล่าออกไป
ข้างนอกเด็ดขาด ถ้าคำพูดเธอทำให้ลูกชายคนที่สามของฉัน
เดือดร้อน ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”
แม้ว่าตอนนี้อันจิ่วเม่ยจะให้เงินเลี้ยงดูพวกเขาแค่เดือนละหก
หยวนเท่านั้น แต่ยุงตัวจิ๋วก็ยังเป็นเนื้อ! พวกเขาไม่อาจปล่อยให้เงิน
น้อยนิดนี้หลุดลอยไปได้
ชิวหรงเดิมทีตั้งใจจะด่าไปสองสามคำพร้อมกับลี่เฟยแต่พอได้ยิน
สามีตนเองพูดแบบนั้น เธอก็หมดแรงทันควันหันไปบ่นอุบให้ลี่เฟย
“พ่อเธอพูดถูก อย่าไปนินทาพวกเขาสองคนข้างนอกมากนัก
ถ้าถึงขั้นเสียเงินหกหยวนนั่นไป ฉันจะไม่ปล่อยเธอแน่! รีบไป
ทำอาหารเร็วเข้า เอาเนื้อไปผัดซะ!”
แม้ชิวหรงจะไม่ชอบอันจิ่วเม่ยสักเท่าไหร่ แต่จะให้ทิ้งเนื้อไปเฉย ๆ
ก็คงเสียของเกินไป
ลี่เฟยเองก็ไม่อยากเสียเงินหกหยวนนั้นเช่นกัน อีกทั้งยังกลัวพ่อ
สามีจะโมโห แม้ในใจจะขุ่นเคืองมาก แต่ก็จำใจไปทำอาหารอย่างว่า
ง่าย
ส่วนอันจิ่วเม่ยนั้น ตอนมาก็ตั้งใจอวดให้คนเห็นว่าในตะกร้าของ
เธอมีเนื้อ และกำลังจะเอาไปส่งที่บ้านเก่าสามี พอตอนกลับก็ตั้งใจ
อวดตะกร้าเปล่าให้คนเห็นอีกรอบ เพื่อพิสูจน์ว่าเนื้อได้ส่งไปแล้วจริง
ๆ ช่างเป็นการแสดงที่แนบเนียนจริง ๆ !
ระหว่างทางกลับบ้าน เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบตัวอันจิ่วเม่ย “โอ้โห!
อันจิ่วเม่ยนี่เป็นสะใภ้ในอุดมคติจริง ๆ” ใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “ทั้งดูแล
ย่าและพ่อแม่สามีอย่างดี น่าเสียดายที่ตอนแต่งงานมีเรื่องวุ่นวาย เลย
ทำให้พวกเขาไม่ชอบหน้าเธอ”
อันจิ่วเม่ยได้ยินเสียงซุบซิบของเหล่าป้าที่พูดถึงเธอเมื่อครู่ก็อด
ยิ้มไม่ได้ จึงเดินเข้าไปร่วมวงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ป้าคะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ หนูคิดว่าการกตัญญูเป็นหน้าที่
ของลูกสะใภ้อยู่แล้วค่ะ พ่อแม่สามีของฉันน่ะ ภายนอกอาจดูเย็นชา
แต่จิตใจจริง ๆ อบอุ่นมากนะคะ ฉันนึกว่าพวกท่านจะไม่ยอมรับของที่
ฉันให้ซะอีก”
เสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา “โธ่เอ๊ย! เนื้อทั้งชิ้น ใครจะโง่ไม่รับล่ะ!”
อันจิ่วเม่ยยิ้มพอใจในใจ… ‘ภารกิจสำเร็จแล้ว!’ เธอพูดคุยกับ
พวกป้าอีกเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือลาและเดินจากไปด้วยใบหน้าที่
เปี่ยมสุข ปล่อยให้ชาวบ้านพูดคุยกันต่อไป
เมื่ออันจิ่วเม่ยมาถึงบ้านร้างที่ผู้นำหมู่บ้านจัดเตรียมไว้เป็น
สถานที่สอนผลิตสินค้า สามอย่าง เธอพบชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ได้รับ
เลือกนั่งรออยู่ที่ลานหน้าบ้าน พวกเขาดูตื่นเต้นที่จะได้เรียนรู้เทคนิค
ใหม่ ๆ จากเธอ
จู่ ๆ เสียงเอะอะก็ดังขึ้น “พี่อันจิ่วเม่ย มีจดหมายมาถึงพี่!”
เด็ก ๆ หลายคนวิ่งกรูมาพร้อมกับบุรุษไปรษณีย์หนุ่มในชุดสี
เขียวหม่นคล้ายทหาร เขาเข็นจักรยานมาพร้อมกับเด็ก ๆ ที่รุมล้อม
ด้วยท่าทางตื่นเต้น
“สหายคืออันจิ่วเม่ยใช่ไหมครับ?” เขาถามพลางยื่นจดหมายให้
หัวใจของอันจิ่วเม่ยเต้นแรงทันที เธอรู้ว่านี่ต้องเป็นจดหมาย
จากหลี่เจียเฟิ่ง สามีของเธอแน่ ๆ เธอรีบรับจดหมายมาอ่าน ลืมเรื่อง
การสอนถั่วงอกไปชั่วขณะ
บุรุษไปรษณีย์หนุ่มยิ้มให้แล้วเอ่ย “ถ้าสหายอยากตอบจดหมาย
ผมสามารถรอรับจดหมายกลับไปส่งให้อีกทีได้นะครับ”
อันจิ่วเม่ยประทับใจในความมีน ้าใจของเขา แต่ยังมีงานสอน
ชาวบ้านรออยู่ “ขอบคุณมากค่ะ แต่ตอนนี้ฉันยังมีธุระต้องจัดการ คง
ต้องรอถึงตอนเย็นถึงจะได้อ่านจดหมายอย่างละเอียด ฉันจะไปส่ง
จดหมายเองก็ได้ค่ะ ขอบคุณที่อุตส่าห์มาส่งถึงที่นะคะ”
เธอยิ้มหวานพลางหยิบลูกอมออกมาเป็นกำใหญ่ ยื่นให้บุรุษ
ไปรษณีย์ที่ยิ้มรับอย่างขอบคุณ การได้รับลูกอมเช่นนี้ในยุคที่ทุกคน
ลำบากทำให้เขายิ้มเขินแก้มแดง พูดอย่างอาย ๆ “คุณมีน ้าใจมาก
เลยครับ ขอบคุณจริง ๆ นะครับ นี่เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว”
อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆ กับท่าทีเขิน ๆ ของหนุ่มน้อย ในใจนึกว่า
คนยุคนี้ช่างน่ารักจริง ๆ เมื่อบุรุษไปรษณีย์เอ่ยลาพร้อมรอยยิ้ม เขา
ปั่นจักรยานออกไป ทิ้งความสดใสไว้ในใจของคนที่ได้รับจดหมาย
จากนั้นเธอก็หยิบลูกอมแจกลูก ๆ หลาน ๆ ของชาวบ้านที่วิ่งเข้า
มาบอกข่าวคนละสองเม็ด ราวกับแม่มดใจดีที่แจกขนมวิเศษ เด็ก ๆ
ต่างวิ่งกลับไปด้วยท่าทางตื่นเต้นและดีใจ
พวกชาวบ้านที่เห็นบุรุษไปรษณีย์หนุ่มมาส่งจดหมายก็เอ่ยแซว
ทันทีด้วยรอยยิ้มกริ่ม
“อ๋อ! จดหมายรักจากสามีมาถึงแล้วสินะ? คู่รักคู่นี้หวานกันเร็ว
จริง ๆ เพิ่งถึงที่หมายก็รีบส่งจดหมายกลับมาหาเมียซะแล้ว!”
“อันจิ่วเม่ยนี่โชคดีจริง ๆ!” เสียงซุบซิบชื่นชมดังขึ้นรอบตัว
“ฉันว่าถูกแล้วนะ อันจิ่วเม่ยคู่ควรกับความรักจากหลี่เจียเฟิ่งจริง
ๆ ระหว่างสามีภรรยาน่ะ ความรักและความห่วงใยมันต้องตอบแทนกัน
ทั้งนั้น!”
ถ้าเป็นคนอื่นคงหน้าแดงด้วยความเขิน แต่ไม่ใช่อันจิ่วเม่ย เธอ
หันมายิ้มรับและตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน “ใช่เลยค่ะ! เขาดีกับ
ฉัน เพราะฉันดีกับเขาเหมือนกันไงล่ะ!”
ทุกคนหัวเราะอย่างชอบใจ บรรยากาศรอบ ๆ ครึกครื้นและเต็ม
ไปด้วยเสียงหัวเราะ ขณะเดียวกันทุกคนต่างชื่นชมความมั่นใจและ
ความเป็นกันเองของเธอ
“พอ ๆ รู้แล้วว่าพวกเธอหวานกันขนาดไหน อันจิ่วเม่ย สอนงาน
พวกเราได้เลยนะ” ใครคนหนึ่งเอ่ยยิ้ม ๆ “วันนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่
อยู่กับเธอทั้งวันจนได้คะแนนเต็ม ฉันรู้สึกเกรงใจจริง ๆ”
งานดี ๆ แบบนี้ ใคร ๆ ก็อยากได้ ถ้าไม่ทำให้ดีที่สุด คนที่รออยู่
ข้างนอกอีกมากมายอาจจะมาแย่งที่ไปได้ง่าย ๆ
อันจิ่วเม่ยพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม แล้วเริ่มเข้าสู่เนื้อหาความรู้ที่
เตรียมมา โชคดีที่ชาวบ้านกลุ่มนี้ล้วนเป็นคนที่เธอเลือกมาอย่างดี
ทุกคนตั้งใจฟังเธอบรรยายอย่างจริงจัง หากไม่เข้าใจก็ถามซ ้าโดยไม่
ลังเล บรรยากาศการเรียนเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและความ
อบอุ่น
ตกเย็นอันจิ่วเม่ยกลับถึงบ้าน กินข้าวเสร็จก็รีบคว้าจดหมาย
ขึ้นมาอ่านทันที ใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น
จดหมายจากหลี่เจียเฟิ่งถึงมืออันจิ่วเม่ย เนื้อหาจดหมายสั้น
กระชับแต่อัดแน่นด้วยความห่วงใย ทหารหนุ่มผู้พูดน้อยเพียงแจ้งว่า
เดินทางถึงอย่างปลอดภัย แต่เรื่องราวสนุกสนานกลับอยู่ที่อาหารที่
อันจิ่วเม่ยทำให้เขา เพราะตอนนี้มันกลายเป็นของล ้าค่าในค่ายทหาร
ไปแล้ว!
หัวหน้าถึงกับแย่งปิ่นโตเขาไป ส่วนโถใส่เนื้อไว้ก็รอดพ้นจาก
การถูกเพื่อนทหารแบ่งปันเพราะหลี่เจียเฟิ่งปกป้องไว้แน่นหนา ท้าย
จดหมายหลี่เจียเฟิ่งไม่ลืมถามไถ่เรื่องที่อันจิ่วเม่ยต้องจัดการ พร้อม
ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ให้ติดต่อยามฉุกเฉิน
อันจิ่วเม่ยอ่านจบก็ยิ้มไม่หุบ ดีใจที่เนื้อผัดพริกกับเนื้อผัดเค็ม
ฝีมือเธอช่วยสร้างสัมพันธ์อันดีให้หลี่เจียเฟิ่งในกองทัพ เธอรีบตอบ
จดหมายทันที บอกเล่าความเป็นไปที่บ้าน การตกลงความร่วมมือกับ
ร้านสหกรณ์ และแผนพัฒนาหมู่บ้านในอนาคต
สองหน้ากระดาษเต็มไปด้วยความคิดถึงและความหวังดี อันจิ่วเม่
ยวางแผนจะส่งจดหมายในเช้าวันรุ่งขึ้น ใจเต้นตึกตักด้วยความ
ตื่นเต้น
ช่วงนี้ชีวิตของอันจิ่วเม่ยวุ่นวายราวกับมดงานในรังที่กำลังเตรียม
ตัวรับมือฤดูหนาว ไม่ต้องพูดถึงการทำอาหารอร่อย ๆ ส่งไปให้สามี
เลย ตัวเธอเองก็แทบไม่มีเวลาแม้แต่จะหายใจ
เดิมทีอันจิ่วเม่ยก็ตั้งใจว่าหลังจากผ่านพ้นช่วงยุ่งเหยิงนี้ไป เธอจะ
ไปขึ้นเขา เพื่อไปเก็บเห็ดมาทำเป็นน ้าพริกเห็ดส่งไปให้หลี่เจียเฟิ่ง
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากส่งจดหมายหวานซึ้งถึงชายในดวงใจแล้ว
อันจิ่วเม่ยก็มุ่งหน้าไปยังร้านสหกรณ์ เพื่อส่งผักสดให้ฟางหรู ตอนนี้
เธอเสมือนเป็นลูกค้าคนสำคัญที่อาจเป็นกุญแจไขสู่ความสำเร็จใน
อนาคต อันจิ่วเม่ยต้องรักษาสัมพันธภาพนี้ไว้ให้ดี
แต่วันนี้กลับผิดคาด เพราะฟางหรูหายหน้าไปไม่มาปรากฏตัว
อันจิ่วเม่ยจึงเดินไปสอบถามพนักงานที่เคาน์เตอร์ใกล้ ๆ และได้ความ
ว่าฟางหรูไม่ได้มาทำงานสองสามวันแล้ว เนื่องจากป่วยจนต้องหยุด
พัก