ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 318 อยู่ต่อเพื่อค้นหาความจริง
ตอนที่ 318 อยู่ต่อเพื่อค้นหาความจริง
ลู่เจียวรู้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่วางใจเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ เขาจึงได้หาเวลากลับมา นางจึงกล่าวเร่งให้เขากลับไป “เจ้ากลับไปดูแลนักเรียนทบทวนตำราดีกว่า อย่างไรก็รับสอนแล้ว ดีที่สุดก็ต้องสอบติดสักคนสองคน จะได้ไม่เสียแรงที่เจ้าช่วยชี้แนะพวกเขา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้าหันหลังกำลังจะออกไป ก็ได้ยินเสียงท่านอาเหวินที่เฝ้าประตูเข้ามารายงานว่า “คุณชาย เหนียงจื่อ ตระกูลหลิวข้างบ้านมาเยี่ยมคารวะ”
พอเซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดถึงว่าครั้งก่อนตอนไปเยี่ยมคารวะเพื่อนบ้านแซ่หลิวกับลู่เจียว มีสองผู้เฒ่ากับหลานชาย หลานชายนั้นเป็นสหายร่วมชั้นเรียนเซี่ยอวิ๋นจิ่น ชื่อว่าหลิวจื่อเหยียน
สองวันนี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นสนิทกับมือปราบจ้าว ก็พอรู้นิสัยเพื่อนบ้านข้างบ้าน เช่น ปกติตระกูลหลิวไม่ค่อยออกไปไหน ไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้านเพราะหลานชายสุขภาพไม่แข็งแรง
ตาเฒ่าตระกูลถงข้างบ้านติดสุรา เช้าจรดเย็นมีแต่กลิ่นสุราหึ่ง แต่อย่าเห็นว่าตาเฒ่าถงติดสุรา แต่พอเป็นวิชายุทธ์ เขารับบุตรบุญธรรมมาคนหนึ่งชื่อว่าถงเฟิง ถงเฟิงกตัญญูมาก แม้ว่าอายุแค่สิบหก แต่ฝีมือการต่อสู้ไม่เลว
แต่เรื่องที่สองพ่อลูกตระกูลถงสองคนเป็นวิชายุทธ์ มีเพียงมือปราบจ้าวรู้ เพื่อนบ้านอื่นๆ ไม่รู้
มือปราบจ้าวรู้เพราะมือปราบจ้าวเองก็เป็นวิชายุทธ์ ค่อนข้างไวกับการเคลื่อนไหวโดยรอบ ตาเฒ่าถงมักจะสอนบุตรชายบุญธรรมตอนเที่ยงคืน บ้านอื่นอาจไม่รู้ แต่มือปราบจ้าวย่อมรู้
แต่ที่เซี่ยอวิ๋นจิ่นแปลกใจก็คือมือปราบจ้าวบอกเรื่องนี้กับเขา แม้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นซาบซึ้งใจที่มือปราบจ้าวบอกเรื่องนี้กับเขา แต่ก็ยังแอบแปลกใจ มือปราบจ้าวเหมือนเป็นมิตรกับเขามากผิดปกติ หรือว่าเพราะเขาช่วยจ้าวหงบุตรชายเขา
เพราะเหตุนี้ เซี่ยอวิ๋นจิ่นจึงดูแลจ้าวหงเป็นพิเศษ คอยชี้แนะส่วนตัวเขาอยู่เสมอ
ลู่เจียวข้างๆ เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังท่านอาเหวิน ก็หันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นทันทีด้วยสัญชาตญาณ นางพลันรู้สึกว่าหลานชายตระกูลหลิวมาหาเซี่ยอวิ๋นจิ่น ดังนั้นจึงมองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบโบกมือให้ท่านอาเหวินไปเชิญเข้ามา “เชิญพวกเขาเข้ามาเถิด”
“ขอรับ คุณชาย”
ครอบครัวตระกูลหลิวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวต้อนรับพวกเขาที่ห้องโถงเรือนด้านหน้าตระกูลเซี่ยอย่างให้เกียรติ
“ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิว หาได้ยากที่ทั้งสองท่านจะมาเป็นแขก”
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “เพราะจื่อเหยียนสุขภาพไม่ดี ดังนั้นปกติพวกเราไม่ค่อยไปมาหาสู่กับเพื่อนบ้าน จึงได้เหินห่างจากเพื่อนบ้านอยู่มาก”
สองผู้เฒ่ากล่าวจบก็ส่งสายตามองไปยังลู่เจียว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวเห็นแล้วก็รู้ว่ามาหาลู่เจียว จากนั้นจึงคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของชายชรา ก็รู้ว่าทั้งสองท่านพาหลิวจื่อเหยียนมาตระกูลเซี่ยในวันนี้ เกรงว่าคงเพื่อขอให้ลู่เจียวรักษาให้หลิวจื่อเหยียน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวเพิ่งคิดได้ ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวก็รีบลุกขึ้น มองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวกล่าวว่า
“ก่อนหน้านี้พวกเราได้ยินคนบ้านตระกูลซูกล่าวว่า เดิมสวีเหนียงจื่อตายไปแล้ว แต่เพราะลู่เหนียงจื่อลงมือช่วยเหลือนาง จึงช่วยชีวิตนางไว้ได้ พวกเราได้ยินเรื่องนี้ก็เลยรีบไปถามมือปราบจ้าว เรื่องนี้จริงหรือไม่ มือปราบจ้าวบอกว่าจริง”
“ดังนั้นพวกเราคิดแล้วว่าวิชาการแพทย์ลู่เหนียงจื่อย่อมต้องเก่งกาจมาก ใคร่ขอเชิญลู่เหนียงจื่อ ช่วยตรวจให้จื่อเหยียนหลานชายข้าสักหน่อย เด็กคนนี้ลำบากมาแต่เล็ก”
ท่านย่าหลิวกล่าวจบก็ร้องไห้ หลิวจื่อเหยียนรีบลุกขึ้นเดินมาข้างกายนาง ประคองนางลงนั่ง ปลอบใจนางว่า
“ท่านย่า ท่านร้องไห้ทำไม ข้าก็ยังดีๆ อยู่ไม่ใช่หรือ”
ท่านย่าหลิวยิ่งร่ำไห้ปวดใจ “เจ้าดูเจ้าสิ เจ้ายังหนุ่มแท้ๆ เพิ่งย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วง เจ้าก็สวมเสื้อผ้าหนาอย่างนี้ ฤดูหนาวมาก็ยิ่งออกจากบ้านไม่ได้”
ท่านย่าหลิวพูดจนสุดท้ายร่ำไห้เสียงดัง “เด็กน้อยน่าสงสารของข้า เจ้าเกิดมาช่างอาภัพนัก”
ท่านย่าหลิวร้องไห้จนทำเอาหลิวจื่อเหยียนขอบตาแดงตาม
ท่านปู่หลิวก็แอบปาดน้ำตาอยู่เป็นระยะ ทั้งครอบครัวดูแล้วน่าสงสารจับใจ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองดูจนทนไม่ไหว หันไปมองลู่เจียว ไม่รู้ว่าลู่เจียวมีหนทางรักษาหลิวจื่อเหยียนหรือไม่
ลู่เจียวกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “หลิวจื่อเหยียนใช่ไหม เจ้ามานี่ ให้ข้าตรวจหน่อย”
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวดีใจมาก ความจริงพวกเขาเชิญหมอมารักษาหลิวจื่อเหยียนหลายคนแล้ว หมอใหญ่ในเมืองก็เชิญมาหลายครั้ง หมอหลวงในวังก็เคยมา
แต่ไม่มีคนรักษาอาการป่วยหลิวจื่อเหยียนได้ ครั้งนี้มาขอให้ลู่เจียวรักษา ก็ใช่ว่าจะแน่ใจว่าลู่เจียวรักษาได้ ถือเสียว่ารักษาหลิวจื่อเหยียนเหมือนรักษาม้าป่วยให้รอดก็พอ ไม่หวังอะไรมาก หวังว่ามีคนจะรักษาหลานชายตนเองได้ก็พอ
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวตื่นเต้นดีใจ ผลักหลานชายทีหนึ่ง “รีบมานี่เร็ว ให้ลู่เหนียงจื่อตรวจดูหน่อย วิชาการแพทย์ลู่เหนียงจื่อร้ายกาจมาก ไม่แน่ว่านางอาจรักษาเจ้าได้”
หลิวจื่อเหยียนอารมณ์นิ่งสงบมาก หลายปีมานี้ เขาไม่มีความหวังอะไรแล้ว หากไม่ใช่ในใจยืนหยัดลมหายใจนี้ไว้เพราะคิดช่วยมารดาทวงแค้น ความจริงเขามีชีวิตต่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
แต่คิดถึงความสงสัยในใจเขา เขาก็คิดมีชีวิตอยู่ต่อ อย่างน้อยจะได้ตรวจสอบความจริงในตอนนั้น ทวงคืนความบริสุทธิ์ให้มารดาตน ไม่เช่นนั้นเขาไปถึงปรภพก็ไม่อาจพบหน้ามารดาได้
หลิวจื่อเหยียนครุ่นคิด เดินมานั่งลงข้างๆ ลู่เจียว ลู่เจียวยื่นมือไปจับชีพจรให้หลิวจื่อเหยียนพลาง มองดูหลิวจื่อเหยียนไปด้วย
ตอนนี้ยังไม่ถึงเดือนเก้า หลิวจื่อเหยียนก็สวมเสื้อบุฝ้ายบางแล้ว หากเข้าหน้าหนาว ร่างกายเขาใช่ว่าออกจากบ้านไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียวหรือ คงต้องนั่งผิงเตาอยู่แต่หน้าเตาไฟ แม้ว่าเป็นเช่นนี้ ก็เกรงว่าแค่แตะโดนก็คงล้มป่วย
ลู่เจียวคิดไปก็ตรวจชีพจรไป จากนั้นก็ตรวจร่างกายที่อื่นๆ ของเขา สุดท้ายนางมองหลิวจื่อเหยียนกล่าวว่า “เจ้าเป็นโรคหนาวเหน็บ เย็นทั้งภายในและภายนอก เพราะโรคหนาวเหน็บสาหัสมาก จึงทำให้อวัยวะภายในทั้งหมดได้รับความกระทบกระเทือนรุนแรง ระบบภายในกายถูกความเย็นกระทบ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่า…”
ลู่เจียวกล่าวจบก็หยุดไป ไม่รอให้คนตระกูลหลิวกล่าวอะไรก็กล่าวต่อว่า “เจ้าน่าจะคลอดตอนยังไม่ครบเดือน แต่เล็กก็พลังไตอ่อนแอ ตามหลักแล้วร่างกายเช่นนี้ดูแลดีๆ วันหน้าก็หายได้ แต่เจ้าตอนเด็กน่าจะตกน้ำตอนหน้าหนาว ทำให้ความเย็นภายในไม่ทันได้รักษาหาย ก็ถูกความเย็นภายนอกแทรกเข้าสู่ร่างกายอีก สุดท้ายไอเย็นแทรกซึมเข้าสู่ภายในร่างกาย โรคหนาวเหน็บจึงหนักหนาสาหัสขึ้น”
ลู่เจียวกล่าวจบ ท่านปู่หลิวและท่านย่าหลิวก็ตื่นเต้น วิชาการแพทย์ลู่เหนียงจื่อร้ายกาจจริง ตรวจชีพจรทีเดียวก็รู้เรื่องราวทั้งหมด
ความจริงเมื่อก่อนหมอเก่งกาจในเมืองหลวงก็เคยตรวจได้ผลเช่นนี้ เพียงแต่พวกเขารักษาแล้วก็ไม่ค่อยได้ผล
ท่านปู่หลิวและท่านย่าหลิวพาหลานชายจากเมืองหลวงมาอยู่อำเภอชิงเหอที่อบอุ่นกว่า หากไม่ใช่เช่นนี้ เกรงว่าชีวิตหลานชายก็คงจบสิ้นไปแล้ว
“ลู่เหนียงจื่อ เจ้ากล่าวได้ถูกต้องทั้งหมด เจ้าช่วยหลานชายข้าได้ไหม”
ท่านย่าหลิวเพิ่งกล่าวจบ ท่านปู่หลิวก็กลัวจะกดดันลู่เจียวเกินไป รีบกล่าวว่า “ลู่เหนียงจื่อรักษาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”
กล่าวตามตรง หากที่ตัวลู่เจียวไม่มีน้ำพุจิตวิญญาณ ต้องรักษาโรคหนาวเหน็บของหลิวจื่อเหยียนให้หายนั้นยากมาก แต่พอดีในตัวนางมีน้ำพุจิตวิญญาณ ดังนั้นก็น่าจะรักษาโรคนี้ได้
“รักษาก็รักษาได้ เพียงแต่…”
ลู่เจียวกล่าวไม่ทันจบ ท่านย่าหลิวก็ตื่นเต้นจนหมดสติไปทันที
พอล้มลงก็ทำเอาท่านปู่หลิวและหลิวจื่อเหยียนตกใจ ลู่เจียวรีบเข้าไปดู ดึงเข็มเล่มหนึ่งออกมาปักให้ท่านย่าหลิว ท่านย่าหลิวฟื้นอย่างรวดเร็ว นางยื่นมือออกไปคว้ามือลู่เจียว “ลู่เหนียงจื่อ หากเจ้ารักษาหลานชายข้าได้ ก็จะเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลหลิวข้า”