ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 435 ไม่รู้ว่าท่านอ๋องเยียนกลับเมืองหลวงไปหรือยัง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
- ตอนที่ 435 ไม่รู้ว่าท่านอ๋องเยียนกลับเมืองหลวงไปหรือยัง
ตอนที่ 435 ไม่รู้ว่าท่านอ๋องเยียนกลับเมืองหลวงไปหรือยัง
หลี่หนานเทียนเล่าถึงสุดท้ายก็โมโหอย่างมาก เป็นแค่พ่อค้าเล็กๆ ถึงกับทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะอาศัยว่ามีเงินทองหรอกหรือ
เซียวซานกับมือปราบจ้าวพยักหน้าเห็นด้วยกับหลี่หนานเทียน พวกเขาสืบเรื่องชั่วช้าของสี่ตระกูลมาได้ไม่น้อยเช่นกัน
แต่เซียวซานยังสืบเรื่องสำคัญมาได้อีกเรื่องหนึ่ง
เขามองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวแล้วก็รายงานว่า “ข้าสืบเรื่องสำคัญหนึ่งมาได้เรื่องหนึ่ง ตระกูลใหญ่ทั้งสี่แม้ว่ามีกิจการการค้ามากมาย แต่การค้าที่ทำเงินให้พวกเขาแท้จริงก็คือเกลือและใบชา พวกเขาลักลอบค้าเกลือและใบชา”
พอเซียวซานเล่า ทุกคนในห้องก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
แคว้นต้าโจวมีสามสิ่งห้ามค้า ห้ามค้าเกลือ ใบชาและอาวุธ
คิดไม่ถึงว่าพ่อค้าอำเภอชิงเหอเล็กๆ แอบลักลอบค้าเกลือและใบชา
ในห้องทุกคนคิดถึงครั้งก่อนที่เจอเกลือบนภูเขาเฮยเฟิง เกลือพวกนั้นหากไม่เหนือความคาดหมายก็น่าจะเป็นของคนสี่ตระกูลใหญ่ซ่อนไว้บนภูเขาเฮยเฟิง เพียงแต่พวกเขาคิดว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวจะตายด้วยน้ำมือพวกเขา ดังนั้นจึงไม่เป็นห่วงว่าความลับเรื่องที่ซ่อนเกลือ คิดไม่ถึงว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวไม่ตาย เกลือยังถูกขนไปหมด
นายอำเภอหูมองไปยังเซียวซานพลางถามว่า “เจ้าสืบกระจ่างแล้วว่าพวกสี่ตระกูลใหญ่ลักลอบค้าเกลือและใบช้าจริงหรือ”
เซียวซานพยักหน้ามั่นใจ “ขอรับ ข้ายังสืบได้ว่าพวกเขาขนเกลือและใบชาผ่านไปทางแม่น้ำปินเหอ”
ในห้อง นายอำเภอหูกับสวี่เซี่ยนเว่ยขมวดคิ้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคำนวณเส้นทางอย่างรวดเร็ว แม่น้ำปินเหอเชื่อมไปถึงชายแดนใต้ ขึ้นเหนือไปถึงเมืองหนิงโจว แต่พวกเขาไม่น่าจะขนเกลือและชาไปเมืองหนิงโจว ที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือขนเกลือกับใบชาไปที่ด่านชายแดนใต้ อำเภอชิงเหอห่างจากด่านชายแดนใต้เพียงแต่สามสี่ร้อยลี้ ขอเพียงเบิกทางขุนนางตรวจสอบเกลือและใบชาให้ดีก็พอ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดได้ นายอำเภอหูย่อมคิดได้ สีหน้าเขาย่ำแย่ยากบรรยาย
“พวกเขาถึงกับลักลอบค้าเกลือและใบชาให้แคว้นอื่นเพื่อเงินทอง เกลือและใบชาแคว้นต้าโจวเองก็มีค่าหายากมาก ฝ่าบาททรงรับสั่งหลายครั้งแล้วว่าห้ามลักลอบค้าเกลือและใบชา หากตรวจพบก็จะตัดสินโทษประหาร”
เขากล่าวจบ หันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น “แต่เกลือและใบชาพวกเขามาจากไหนกัน”
สวี่เซี่ยนเว่ยรีบกล่าวทันทีว่า “หนิงโจวมีโรงเกลือและแหล่งผลิตชา”
“สถานที่ทั้งสองนี้อยู่ในการควบคุมดูแลของผู้ว่าหนิงโจว พวกเขาเอามาได้อย่างไร”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวน้ำเสียงดุดันว่า “มีเงินก็ใช้ผีโม่แป้งได้”
นายอำเภอหูพอได้ฟังว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงผู้ว่าเมืองหนิงโจว ก็มีสีหน้าย่ำแย่ทันที เขาเป็นแค่นายอำเภอระดับเจ็ดตัวเล็กๆ ผู้ว่าเมืองหนิงโจวเป็นขุนนางระดับห้า สูงกว่าเขาตั้งหลายระดับ เขาจะไปตรวจสอบผู้ว่าเมืองหนิงโจวได้หรือ
“เรื่องนี้จะทำอย่างไรดี”
นายอำเภอหูกล่าวจบก็คิดถึงอ๋องเยียนขึ้นมา รีบกล่าวว่า “เรื่องนี้พวกเราต้องรายงานท่านอ๋องเยียนไหม”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดแล้วก็พยักหน้ากล่าวว่า “ข้าให้คนนำเรื่องนี้ไปบอกจ้าวหลิงเฟิง ให้จ้าวหลิงเฟิงส่งคนไปทูลอ๋องเยียน ดูว่าอ๋องเยียนทรงคิดเห็นเช่นไร อีกอย่างพวกเราส่งคนไปจับตาดูท่าเรือไว้ หากพบเห็นตระกูลใหญ่ทั้งสี่ขนเกลือและใบชาออกมา พวกเราก็จัดกำลังไปแย่งชิงระหว่างทาง อย่างไรก็ไม่อาจให้พวกเขาขนเกลือและใบชาของพวกเขาออกไปได้”
นายอำเภอหูกับสวี่เซี่ยนเว่ยรีบพยักหน้าเห็นด้วย
ทุกคนในห้องกำลังหารือรายละเอียด นอกห้อง ลู่กุ้ยก็ก้าวเข้ามารายงาน
“นายอำเภอหู ที่ว่าการอำเภอมีคนมาบอกว่า เบื้องบนส่งรองนายอำเภอและจู่ปู้มาแล้ว”
นายอำเภอหูกับสวี่เซี่ยนเว่ยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ส่งคนมาในยามนี้ คนผู้นี้เป็นคนหรือเป็นผี พวกเขาก็ยังไม่รู้แน่ ไม่แน่อาจเป็นคนที่ผู้ว่าเมืองหนิงโจวส่งมาจับตาดูพวกเขา
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองไปยังนายอำเภอหูกับสวี่เซี่ยนเว่ย “พวกท่านก็ระวังตัวหน่อย อย่าได้พูดเรื่องนี้ออกไป หากทำให้ผู้ว่าเมืองหนิงโจวรู้ตัว เขาย่อมชิงลงมือกับพวกเราก่อน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบ ก็กำชับนายอำเภอหูว่า “นายอำเภอหูดื่มน้อยหน่อย ท่านดื่มแล้วพูดจาเหลวไหล อย่าได้ดื่มเมาแล้วก็พูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมาหมด”
นายอำเภอหูอึกอัก “ข้า ข้ารู้แล้ว”
ทุกคนหารือกันอีกเล็กน้อยกันพอสมควรแล้ว ก็ให้เซียวซานพาหลี่หนานเทียนไปจับตาดูท่าเรือแม่น้ำ ปินเหอเอาไว้ ทันทีที่ได้ข่าวก็ให้มาแจ้งพวกเขา
ตอนนี้นายอำเภอหูกับพวกมือปราบจ้าวยังไม่ต้องทำอะไร เพื่อป้องกันรองนายอำเภอกับจู่ปู้ที่เพิ่งมาถึงรู้เรื่องนี้
ทุกคนหารือกันเสร็จ นายอำเภอหูกับพวกสวี่เซี่ยนเว่ยก็กลับไป
พอทุกคนกลับไป เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็สั่งการหลินตง ให้โจวเส้ากงไปหอยาเป่าเหอเชิญจ้าวหลิงเฟิงมา
หลินตงเพิ่งออกไปจัดการเรื่องนี้ เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็วิ่งเข้ามา
ลู่เจียวรีบส่งสายตาให้เซี่ยอวิ๋นจิ่น บอกให้เขารู้ว่าอย่าแสดงสีหน้าไม่สบายใจให้ลูกๆ เห็น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้ารับรู้ ทั้งสองคนมองไปยังเจ้าหนูน้อยทั้งสี่อีกทีก็มีแต่ใบหน้ายิ้มแย้ม
ต้าเป่าวิ่งเข้ามาถามเซี่ยอวิ๋นจิ่น อย่างห่วงใย “ท่านพ่อ เจ็บแผลไหม หากเจ็บก็ให้ท่านแม่ให้ท่านกินยาแก้ปวด”
เอ้อร์เป่ายืดเอวตรงให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นดูเอวเขา “ท่านพ่อ ข้าแสดงตีกลองเอว[1]ให้ท่านพ่อดู”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรู้สึกสนใจขึ้นมา “ได้สิ เช่นนั้นเจ้าก็แสดงตีกลองเอวให้พวกเราชมกัน”
เอ้อร์เป่ารีบแสดงตีกลองเอวทันทีอย่างเบิกบานใจ
เขาแรงเยอะ มีเรี่ยวแรงตีกลองมาก แม้ว่าไม่ค่อยเป็นจังหวะ แต่ก็ตีได้ท่าได้ทางอย่างมาก
เขาตีเสร็จ ทุกคนในห้องต่างปรบมือให้เขา แม้แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นยังอดปรบมือไม่ได้ ยิ้มชมเขาว่า “ไม่เลว นับวันเอ้อร์เป่ายิ่งเก่งกาจ ไม่เพียงแต่ฝึกยุทธ์ได้ดี ตีกลองเอวก็ตีได้ดูดีมาก”
เอ้อร์เป่ายืดอก “วันหน้าข้าจะยิ่งเก่งกว่านี้ อาจารย์พานบอกว่าวันหน้าข้าจะได้ตีกลองใหญ่ที่หลายคนอุ้มไม่ไหว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบเอ่ยชมว่า “ถึงตอนนั้นพ่อต้องรอชมเจ้าอย่างแน่นอน”
“ตกลง”เอ้อร์เป่าพยักหน้าเต็มแรงอย่างเบิกบานใจ
ซานเป่ามองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่นทันที “ท่านพ่อ ข้าเล่านิทานให้ท่านพ่อฟัง ท่านพ่อได้ฟังก็จะไม่ปวดแผลแล้ว”
ซานเป่าเล่านิทานให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นฟัง ซื่อเป่าร้องเพลงเด็กให้ฟัง พวกลูกทั้งสี่เพิ่งแสดงจบ จ้าวหลิงเฟิงก็มา
ลู่เจียวรีบมองไปยังเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ “ท่านลุงจ้าวมีธุระคุยกับท่านพ่อ แม่พาพวกเจ้าไปหาอะไรกินกันที่เรือนด้านหลัง”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ความจริงไม่อยากไป บิดาบาดเจ็บ พวกเขาต้องอยู่เป็นเพื่อน
แต่เห็นว่าท่านลุงจ้าวมีเรื่องคุยกับท่านพ่อ ก็ได้แต่ตามลู่เจียวออกไป พอทั้งสี่คนออกไป ก็ยังกล่าวกับลู่เจียวว่า “เช่นนั้นอีกสักครู่พวกเรากินอาหารเย็นเสร็จก็มาอยู่เป็นเพื่อนท่านพ่อ ดีไหม”
ลู่เจียวรีบเห็นด้วยทันที หากไม่ให้พวกเขาอยู่เป็นเพื่อน เดาว่าคืนนี้นอนไม่หลับ
“อีกสักครู่พวกเรากินอาหารเย็นเสร็จก็มาอยู่เป็นเพื่อนท่านพ่อ”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ตามลู่เจียวไปเรือนด้านหลังอย่างเบิกบานใจ
ณ เรือนด้านหน้า
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเล่าเรื่องสี่ตระกูลใหญ่ลักลอบค้าเกลือและใบชาให้จ้าวหลิงเฟิงฟัง
จ้าวหลิงเฟิงสีหน้าดุดัน ในฐานะเชื้อพระวงศ์แคว้นต้าโจว พอได้ยินว่าคนของตระกูลใหญ่ทั้งสี่ถึงกับลักลอบค้าเกลือไปยังแคว้นอื่น ทำเอาเขาโมโหเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองจ้าวหลิงเฟิง “ข้าตามเจ้ามาก็คิดบอกเจ้าว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้ว่าเมืองหนิงโจว ผู้ว่าเมืองหนิงโจวเป็นขุนนางระดับห้า พวกเรารับมือเขาไม่ไหว ดังนั้นเรื่องนี้ต้องให้เจ้าไปรายงานท่านอ๋องเยียน ถามความเห็นอ๋องเยียนสักหน่อยว่าจะจัดการผู้ว่าหนิงโจวหรือไม่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบ จ้าวหลิงเฟิงรีบกล่าวว่า “ไม่รู้ว่าอ๋องเยียนกลับเมืองหลวงหรือยัง ตอนนี้ท่านอ๋องไปจัดการธุระที่หลิวหยาง น่าจะใกล้เสร็จแล้ว หากท่านอ๋องยังไม่กลับเมืองหลวง ก็อาจอ้อมมาทางหนิงโจวสักหน่อยได้ แต่หากท่านอ๋องกลับไปแล้ว ย่อมไม่กลับมาจัดการคดีที่หนิงโจวอีก”
[1] ตีกลองเอว การแสดงพื้นบ้านประเภทหนึ่งของจีน ผู้แสดงห้อยกลองไว้ที่เอวแล้วตีพร้อมกับเต้นรำ