ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 442 รับเป็นหลานสาวแล้ว
ตอนที่ 442 รับเป็นหลานสาวแล้ว
แม้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นรู้สึกลึกๆ ว่าลู่เจียวโชคดีจริง แต่อย่างไรก็ยังคงนึกสงสัย เขาหันไปมองสวี่เซี่ยนเว่ย “ท่านแน่ใจว่าพวกเขาคือบิดามารดาโส่วฝู่แคว้นต้าโจวเรา ทำไมไม่มีข่าวออกมาเลย”
นายอำเภอหูรีบกล่าวว่า “เดาว่าท่านทั้งสองไม่อยากให้คนรู้สถานะพวกเขา”
นายอำเภอหูกล่าวจบอย่างตื่นเต้น เขานี่ดวงดีขนาดไหนกันนี่ ไม่เพียงแต่ได้พบท่านอ๋อง ตอนนี้แม้แต่บิดามารดาใต้เท้าโส่วฝู่แคว้นต้าโจวก็ได้พบ
นายอำเภอหูยิ่งคิดก็ยิ่งดีใจ ลุกขึ้นอย่างร้อนใจ “ไป พวกเราไปงานเลี้ยงตระกูลหลิวกัน”
ลู่เจียวมองนายอำเภอหูแล้วก็กล่าวว่า “นายอำเภอหู ในเมื่อตระกูลหลิวไม่อยากให้คนรู้สถานะพวกเขา พวกเจ้าก็อย่าแสดงออกดีไหม”
นายอำเภอหูอึ้งไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เห็นด้วย “ได้ ข้ารู้แล้ว”
ลู่เจียวมมองท่าทีดีใจของเขาที่ยากระงับของเขาแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ “ตอนนี้ท่าทางท่านเช่นนี้ เดาว่าท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวแค่มองก็คงรู้แล้ว ท่านสงบท่าทีลงสักหน่อยเถอะ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับสวี่เซี่ยนเว่ยองไปยังนายอำเภอหู พบว่าใบหน้าเขามีแต่รอยยิ้มบานแฉ่ง แววตาเหมือนมีประกายแสงราวกับเห็นสัตว์ป่าที่กำลังล่าเหยื่อ ท่าทางเช่นนี้ของเขา ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวจะไม่รู้หรือ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับสวี่เซี่ยนเว่ยจ้องมองนายอำเภอหู ทำไมทุกครั้งที่ได้เห็นผู้มีตำแหน่งสูงส่ง เขาต้องแสดงออกเช่นนี้ด้วย กล่าวตามตรง คนผู้นี้มีความสามารถเป็นขุนนางสอพลอจริง
นายอำเภอหูถูกมองจนเขิน เกาศีรษะกล่าวว่า “ข้าดีใจมากเกินไปหน่อย”
นายอำเภอหูเพิ่งกล่าวจบ นอกประตู เฝิงจือก็พาเจ้าหนูน้อยทั้งสี่เข้ามา
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่สวมเสื้อผ้าเหมือนกัน แต่งตัวดีเป็นพิเศษ คนเห็นแล้วก็อารมณ์ดีสดชื่นเบิกบาน
เด็กๆ เข้ามาเห็นนายอำเภอหูกับสวี่เซี่ยนเว่ย ก็รีบทักทาย “ท่านปู่หู ท่านปู่สวี่”
“อ่า เด็กๆ”
นายอำเภอหูมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่แล้วก็ถามว่า “ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้าหนูน้อยทั้งสี่สูงกว่าเมื่อก่อน ยังมีเนื้อหนังแล้ว ตอนนี้ดูแล้วยิ่งน่ารัก”
เขากล่าวจบหันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียว “พวกเจ้าเป็นบิดามารดาคลอดลูกได้หน้าตาดีถึงสี่คน พวกเจ้าควรคลอดอีกสักหลายคนหน่อยน่าจะดี”
นายอำเภอหูกล่าวจบ เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็หันไปมองลู่เจียวทันที แววตาแอบบอกว่าเขาก็อยากมีบุตรสาวกับกับเจียวเจียวสักคน บุตรสาวจะต้องน่ารักมากอย่างแน่นอน
ลู่เจียวเห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นมองมาก็รู้ความคิดเขาทันที นางส่งสายตาจ้องใส่เขาอย่างไม่พอใจ นี่มันอะไรกัน
“เอาละ พวกเราไปกันเถอะ หากชักช้าจะทำให้เจ้าบ้านคอยแล้ว”
ตั้งแต่นายอำเภอหูรู้ว่าท่านปู่หลิวท่านย่าหลิวอาจเป็นบิดามารดาใต้เท้าโส่วฝู่แคว้นต้าโจว ก็กระตือรือร้นขึ้นมาก
“ไป อย่าให้คนเขาคอย”
สวี่เซี่ยนเว่ยกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นและลู่เจียวด้านหลังมองเขาอย่างไร้วาจาจะกล่าว
ทุกคนก้าวไปถึงบ้านตระกูลหลิวข้างบ้าน ท่านปู่หลิวท่านย่าหลิวก็พาหลานชายหลิวจื่อเหยียนมารอรับที่หน้าประตู
หลิวจื่อเหยียนไม่ได้มีอาการเหมือนคนป่วยดังเช่นเมื่อก่อน มองแล้วดูแข็งแรงมาก แม้ว่ายังคงผอมบาง แต่สีหน้ามีประกายวาวแลดูมีราศีอยู่มาก แววตาก็กระจ่างใส พอเห็นพวกนายอำเภอหูมา เขารีบออกมาต้อนรับพร้อมกับท่านปู่หลิวท่านย่าหลิว
นายอำเภอหูไม่รอให้คนตระกูลหลิวกล่าวอันใดก็กล่าวขึ้นก่อนว่า “คารวะท่านปู่หลิว ท่านย่าหลิว ทั้งสองท่านสบายดีหรือไม่ พวกท่านอยู่อำเภอชิงเหอ ข้าไม่เคยได้มาเยี่ยมเยือน ขอท่านปู่หลิวท่านย่าหลิวอย่าได้ตำหนิ”
ครอบครัวตระกูลหลิวเห็นท่าทางนายอำเภอหูก็สบตากันทันที จากนั้นในใจก็พลันรู้ขึ้นมาว่าสถานะพวกเขาถูกเปิดเผยแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวสบตากันก่อนจะมองไปยังนายอำเภอหูอย่างไร้วาจาจะกล่าว ก่อนหน้านี้ก็กำชับไว้แล้ว ตอนนี้เห็นคนเขาก็เก็บอาการไม่อยู่ ทำให้คนเขามองออกแล้ว
แต่แม้ว่าท่านปู่หลิวท่านย่าหลิวมองออก สีหน้าก็ยังคงดังเดิม ยิ้มกล่าวกับนายอำเภอหูว่า “ขอบคุณใต้เท้านายอำเภอที่ให้เกียรติมาเยือนในวันนี้ เชิญ เชิญ”
ท่านปู่หลิวกับหลิวจื่อเหยียนพานายอำเภอหูกับสวี่เซี่ยนเว่ยเข้าไปด้านใน
ท่านย่าหลิวรั้งท้ายทักทายครอบครัวเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียว
“พวกเจ้ามาได้เสียที รีบเข้ามาๆ”
ท่านย่าหลิวคว้ามือลู่เจียวไปกุมมือหนึ่ง อีกมือก็ดึงมือซื่อเป่า
“เจ้าหนูน้อยทั้งสี่บ้านพวกเจ้าน่ารักขึ้นทุกวัน เจียวเจียว เจ้าไม่เพียงแต่คลอดลูกเก่ง ยังสอนเป็นอีกด้วย”
ท่านย่าหลิวเอ่ยชม ลู่เจียวย่อมถ่อมตนตามสัญชาตญาณ “ท่านย่าหลิวอบรมบุตรเป็นมากกว่า”
ท่านย่าหลิวพอได้ฟังนางก็รู้ว่าวาจานี้หมายถึงอะไร อบรมบุตรจนได้เป็นใต้เท้าโส่วฝู่แคว้นต้าโจว มารดาเช่นนางจึงนับว่าอบรมบุตรเป็นที่สุด
ท่านย่าหลิวได้ฟังคำพูดลู่เจียว ก็เขยิบเข้าไปใกล้นาง ถามว่า “เจียวเจียว เจ้ารู้แล้วหรือ”
ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อย “วันนี้นายอำเภอหูกับสวี่เซี่ยนเว่ยแวะไปที่บ้านเราบอกข้าแล้ว แต่ข้าไม่อยากจะเชื่อ ท่านย่าหลิวเป็นมารดาใต้เท้าโส่วฝู่แคว้นต้าโจวเราจริงหรือ”
ท่านย่าหลิวถอนหายใจโบกมือ “ใต้เท้าโส่วฝู่แคว้นต้าโจวอะไร นั่นคือบุตรชายอกตัญญูเรา ไม่พูดถึงเขาแล้ว เสียอารมณ์”
ลู่เจียวพอได้ฟังท่านย่าหลิวก็หันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นทันที สองคนสบตากัน ดูท่าเรื่องนี้มีความนัยแล้ว
แต่นี่เป็นเรื่องคนอื่น พวกเขาไม่ถามมากความจะดีกว่า
ลู่เจียวครุ่นคิดแล้วก็มองไปยังท่านย่าหลิว “ท่านย่าหลิว วันนี้บ้านท่านเชิญแขกมาไม่น้อยเลยหรือ”
กล่าวถึงเรื่องนี้ ท่านย่าหลิวก็ดีใจกล่าวว่า “ใช่ จื่อเหยียนหายแล้ว ก้อนหินในใจพวกเราก็ยกออกแล้ว มาอำเภอชิงเหอได้หลายปี ไม่ได้เคยไปมาหาสู่กับเพื่อนบ้าน วันนี้พอดีถือโอกาสนี้เลี้ยงทุกคนสักมื้อ”
เพื่อนบ้านส่วนใหญ่มากันหมด ตอนนี้กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่กันในลานบ้านตระกูลหลิว พอเห็นนายอำเภอหูเข้ามา ทุกคนก็ลุกขึ้นทักทาย ยังมีคนทักทายเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวด้วย มีคนถึงกับดึงแฝดสี่ไปคุยด้วย
แฝดสี่หน้าตาดี บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่แต่ละครอบครัวเห็นแล้วก็ชอบมาก คนนี้คุยกับพวกเขา คนนั้นก็ดึงพวกเขาไปหยอกเล่นสองสามคำ คนไม่น้อยเอาลูกอมและขนมให้เด็กๆ กิน
ลู่เจียวเดิมเป็นห่วงพวกลูกทั้งสี่จะชักสีหน้าไม่พอใจ ปรากฏพบว่าเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ถึงกับอดทนรับมือบรรดาท่านผู้เฒ่าผู้แก่เหล่านี้อย่างมาก และปากยังหวานมากอีกด้วย เรียกท่านปู่ ท่านย่า เรียกจนทุกคนยิ้มเบิกบานใจ
ท่านย่าหลิวดึงมือลู่เจียวเดินไปกลางลาน ยิ้มกล่าวว่า “วันนี้บ้านเราจัดเลี้ยงทุกคน นอกจากฉลองที่หลานชายข้าหายดีแล้ว ยังมีเรื่องหนึ่ง ขอให้ทุกคนเป็นพยาน”
ทุกคนหันหน้าไปมองด้วยสัญชาตญาณ ท่านย่าหลิวตบหลังมือลู่เจียวกล่าวว่า “คิดว่าทุกคนคงรู้กันแล้ว ที่จื่อเหยียนข้าหายดีได้ ก็เพราะเจียวเจียวรักษา ในใจข้ารู้สึกซาบซึ้งใจนางมากจนไม่รู้ว่าจะซาบซึ้งใจไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้นข้ากับสามีข้าจึงหารือกันแล้ว ตัดสินใจรับเจียวเจียวเป็นหลานสาวพวกเรา วันนี้ขอให้ทุกคนช่วยเป็นพยานรับรู้ด้วย”