ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 464 สะใภ้ตัวน้อยมาแล้ว
ตอนที่ 464 สะใภ้ตัวน้อยมาแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นด้านหลังกับลู่เจียวกระแอมไอ เจ้าหนูน้อยทั้งสี่หันขวับไปเห็นท่านพ่อท่านแม่ตนกำลังยืนหน้าแดงมองมาทางพวกเขา
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่รีบวิ่งไปห้อมล้อมเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียว “ท่านพ่อ ท่านแม่ ใบหน้าพวกท่านทำไมจึงแดงเพียงนี้ ไม่สบายหรือ”
เดิมคิดจะว่าพวกเขาสักหน่อย พริบตาต่อมาผู้ใหญ่ก็กลับเงียบกริบเสียเอง พวกเขาพูดอันใดไม่ออก
สุดท้ายเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้แต่อู้อี้ว่า “พ่อกับท่านแม่รู้สึกร้อน จึงได้มาตากลมกันอยู่ตรงนี้”
“ร้อน?”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่หันหน้าไปมองรอบๆ ทันที อากาศตอนนี้ร้อนตรงไหน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวรีบกล่าวว่า “เอาละ พวกเรากลับกันเถอะ”
ต้าเป่ารีบกล่าวทันทีว่า “ไหนว่าตอนค่ำยังมีงานเลี้ยงอีก”
“คนบ้านท่านปู่เยอะแยะ ให้พวกเขากินกันไปก็พอ ไม่จำเป็นต้องให้ครอบครัวพวกเราอยู่ด้วย พวกเรากลับไปเตรียมของฉลองปีใหม่กัน”
“ขอรับ”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่รับคำอย่างดีใจ ดึงมือเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวกลับบ้าน พวกเขาก็ไม่ชอบที่นี่ อยู่ที่นี่มักทำให้คิดถึงแต่เรื่องไม่ดีมากมาย
ใกล้ปีใหม่แล้ว ลู่เจียวเตรียมของฉลองปีใหม่มากมาย
นี่เป็นปีใหม่ครั้งแรกหลังจากนางข้ามมิติมาที่นี่ และก็เป็นปีใหม่ที่มีความหมายแท้จริงของเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ ดังนั้นนางจึงเตรียมของไว้มากมาย
พี่สะใภ้รองก็มาช่วยนาง เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เห็นที่บ้านมีของมากมาย ก็ไม่ออกไปเล่น แต่ช่วยเซี่ยต้ายากับเซี่ยเอ้อร์ยาจัดของ
เด็กๆ ราวกับลูกเจี๊ยบน้อยเริงร่าเล่นกันสนุกสนาน
ลานบ้านมีแต่ความเริงรื่น ทุกวันล้วนเบิกบานใจ
พริบตาก็มาถึงวันที่ยี่สิบเก้า เดือนสิบสอง ลู่เจียวตื่นเช้ามาก็ทอดลูกชิ้นและขนมเข่งกับพี่สะใภ้รอง ยังนึ่งซาลาเปาอีกด้วย
เด็กๆ หลายคนก็ช่วยกันห่อซาลาเปาอยู่ข้างๆ
ยามนี้นอกลานบ้านตระกูลเซี่ยมีเสียงรถม้าแล่นมาคันหนึ่ง มีกลุ่มเด็กๆ ในหมู่บ้านวิ่งตามหลังรถม้ามากันใหญ่
พวกเด็กๆ มองเห็นเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ในลานบ้านแต่ไกล ก็พากันตะโกนเรียกดังว่า “ต้าเป่า เอ้อร์เป่า ซานเป่า ซื่อเป่า บ้านพวกเจ้ามีแขกมา รีบออกมาดูกันเร็ว”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่รีบออกไปทันที คนบนรถม้าก็ลงมาพอดี เป็นจ้าวหลิงเฟิงกับจ้าวอวี้หลัว
จ้าวอวี้หลัวสวมเสื้อบุฝ้ายสีแดงกุ๊นขอบด้วยขนพองฟูสีขาวสดใส ท่อนล่างเป็นกางเกงผ้าฝ้ายบางสีแดงสด บนศีรษะยังเกล้ามวยเล็กสองข้างพร้อมแขวนกระดิ่งทองคู่กัน
เดิมนางก็หน้าตาดีมาก แต่งตัวเช่นนี้ก็ยิ่งราวกับออกมาจากภาพวาด
เด็กๆ ในหมู่บ้านเห็นก็พากันนิ่งอึ้งไปทันที
จ้าวอวี้หลัวไม่สนใจเด็กคนอื่นแม้แต่น้อย นางลงจากรถม้าก็พุ่งตรงไปหาเอ้อร์เป่า จากนั้นไม่ทันรอเอ้อร์เป่าตั้งสติได้ก็กอดเอ้อร์เป่าหมับพร้อมกับกล่าวอย่างดีใจว่า “เอ้อร์เป่า เอ้อร์เป่า ข้านำของขวัญมาให้เจ้า ของขวัญข้าเล่า”
ใบหน้าเอ้อร์เป่าราวกับมีแสงสีดำพาดผ่าน นางกอดเขาต่อหน้าทุกคนเช่นนี้ไม่ค่อยดีนัก เด็กคนอื่นเห็นเข้าก็คงได้หัวเราะเยาะเขา
เอ้อร์เป่าเพิ่งคิดจบ เด็กๆ ในหมู่บ้านก็พากันวิจารณ์กันอย่างตกใจ
“เด็กผู้หญิงตัวน้อยหน้าตางดงามผู้นี้ทำไมกอดเอ้อร์เป่า”
“น่าจะเป็นคู่หมายเอ้อร์เป่า”
“ใช่ ต้องเป็นเช่นนี้แน่ ไม่เช่นนั้นจะมากอดกันหรือ ท่านพ่อข้าถึงจะกอดกับท่านแม่ข้า”
“คู่หมายเอ้อร์เป่าสวยจริง”
จ้าวอวี้หลัวได้ยินเด็กๆ ในหมู่บ้านก็ดีใจหันไปมองเด็กในหมู่บ้านอย่างยินดี กล่าวว่า “ใช่แล้ว ข้าก็คือคู่หมายเอ้อร์เป่า”
เอ้อร์เป่ารีบยื่นมือออกไปอุดปากนางไว้ทันที ก่อนจะหันไปมองเด็กๆ ในหมู่บ้าน พลางอธิบายว่า “ไม่ใช่นะ นางไม่ใช่คู่หมายข้า นางเป็นเพื่อนนักเรียนข้า”
จ้าวอวี้หลัวดิ้นรนดึงมือเอ้อร์เป่าออก แต่เอ้อร์เป่าแรงเยอะ นางสลัดไม่หลุด ได้แต่โมโหถลึงตาจ้องใส่เขา
จ้าวหลิงเฟิงด้านหลังเห็นแล้วก็สงสารบุตรสาว แต่พอคิดถึงว่าบุตรสาวตนสองวันนี้อยู่ที่บ้าน เอาแต่เอะอะก่อเรื่อง ก็ไม่รู้สึกสงสารอีก
ชิ! ผู้ใดให้เจ้าเอะอะก่อเรื่อง สมน้ำหน้า เจอคนใจร้ายแล้วสินะ รู้ว่าท่านพ่อเจ้าอ่อนโยนเพียงใดแล้วสินะ
หน้าประตูเกิดเหตุวุ่นวาย เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวเดินออกจากประตูใหญ่มา พอทั้งสองคนออกมาก็เห็นเอ้อร์เป่าอุดปากจ้าวอวี้หลัวไว้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “เอ้อร์เป่า”
เอ้อร์เป่ารีบปล่อยมือ จ้าวอวี้หลัวขอบตาแดงอย่างน้อยใจ “เจ้ารังแกข้า ข้าจะให้ของขวัญเจ้า เจ้ายังรังแกข้า”
เอ้อร์เป่ารีบปลอบใจนาง “เจ้าไม่พูดจาเหลวไหล ข้าก็ไม่อุดปากเจ้า”
จ้าวอวี้หลัวอยากจะบอกว่าข้าไม่ได้พูดจาเหลวไหล แต่กลัวถูกอุดปากอีก จึงรีบพยักหน้ากล่าวว่า “ข้ารู้แล้ว ไม่พูดแล้ว”
นางกล่าวจบก็หันไปมองท่านพ่อตน “ท่านพ่อ รีบเอาของที่ข้าจะมอบให้เอ้อร์เป่าออกมาสิ”
จ้าวหลิงเฟิงอยากจะค้อนใส่บุตรสาวมาก แต่ก็กลัวบรรพชนตัวน้อยผู้นี้เหลือเกิน รีบสั่งการลูกน้องด้านหลัง “ยกของลงมา”
สุดท้ายก็ยกของกองหนึ่งออกมา
ลู่เจียวรีบสั่งการให้หร่วนจู๋กับหร่วนไคเข้าไปรับของเข้าไป
นางกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นเชิญจ้าวหลิงเฟิงเข้าบ้าน
“พี่จ้าว รีบเข้าบ้านเถอะ”
เมื่อก่อนเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ค่อยชอบจ้าวหลิงเฟิง มักเป็นห่วงว่าจ้าวหลิงเฟิงจะมาแย่งคนของเขา แต่หลังจากความสัมพันธ์ของเขากับลู่เจียวดีขึ้น ตอนนี้เขาไม่เป็นห่วงว่าจ้าวหลิงเฟิงจะมาแย่งคนของเขาอีกแล้ว
เจียวเจียวไม่มีทางต้องตาต้องใจจ้าวหลิงเฟิง ดังนั้นเขาจึงสุภาพเกรงใจต่อจ้าวหลิงเฟิงอย่างมาก
จ้าวหลิงเฟิงเองก็ชินกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นเช่นนี้แล้ว จึงเดินไปคุยไปกับเขาพากันก้าวเข้าบ้านไป
ลู่เจียวด้านหลังเรียกจ้าวอวี้หลัวเข้ามาหา จ้าวอวี้หลัวเดินมาตรงหน้าลู่เจียว เงยหน้ามองนางออดอ้อน ว่า “ท่านน้าลู่ ข้าสวยไหม”
ลู่เจียวก้มหน้ามองหนูน้อยน่ารักราวกับหิมะในชุดผ้าบุฝ้ายสีแดงสดกุ๊นขอบด้วยขนกระต่าย ใบหน้าดวงน้อยราวกับก้อนหิมะแกะสลักประณีต เป็นเด็กสาวที่งดงามมากจริงๆ และตอนนี้นางไม่ได้เอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว นางเปลี่ยนไปมาก
ลู่เจียวครุ่นคิดถึงจุดจบนางในนิยาย ก็อดใจอ่อนไม่ได้ ยื่นมือออกไปลูบศีรษะจ้าวอวี้หลัว ยิ้มกล่าวว่า “สวย อวี้หลัวเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยมาก”
จ้าวอวี้หลัวได้ฟังคำพูดลู่เจียวก็มีสีหน้าได้ใจมองไปทางเอ้อร์เป่า ได้ยินไหม ได้ยินไหม ท่านน้าลู่ชมข้า นางชมข้า”
เอ้อร์เป่าไร้วาจาจะกล่าว ต้องถึงขั้นนี้ไหม
จ้าวอวี้หลัวกลับดีใจสุดๆ นางรู้สึกว่าท่านน้าลู่มีกลิ่นอายความเป็นแม่อย่างมาก นางอยากให้ท่านน้าลู่มาเป็นท่านแม่นางจริงๆ
แต่นี่คือท่านแม่เอ้อร์เป่า นางไม่ควรแย่งนางมา จะทำอย่างไรจึงจะทำให้ท่านน้าลู่เป็นทั้งท่านแม่เอ้อร์เป่าและท่านแม่นาง
เด็กหญิงตัวน้อยแสดงท่าทางครุ่นคิดหนัก
ลู่เจียวพาเด็กๆ เข้าไปในบ้าน
เด็กๆ ในหมู่บ้านด้านหลังพากันวิพากษ์วิจารณ์ “นั่นต้องเป็นว่าที่ภรรยาเอ้อร์เป่าแน่เลย ข้าได้ยินว่ามีการหมั้นหมายกันแต่เด็กด้วย”
“ใช่ นางกับเอ้อร์เป่าเหมาะสมกันมา หน้าตาดีเหมือนกัน”
เอ้อร์เป่าได้ฟังก็รีบหันไปอธิบายว่า “ไม่ใช่นะ นางไม่ใช่”
จ้าวอวี้หลัวยื่นมือไปคว้าเอ้อร์เป่าเข้าบ้าน “ไปๆ ให้พวกเขาพูดไป พูดสักหน่อยก็ไม่ทำให้เนื้อหลุดหายไปสักชิ้นหรอก”
ใบหน้าเอ้อร์เป่าราวกับมีแสงสีดำพาดผ่าน
วันที่ยี่สิบเก้าวันนั้น เพราะการมาของพ่อลูกตระกูลจ้าว ทำให้ตระกูลเซี่ยยิ่งครึกครื้น ลู่เจียวเตรียมอาหารจำนวนมากต้อนรับจ้าวหลิงเฟิงกับจ้าวอวี้หลัว
วันนี้นางดีใจมากจริงๆ เพราะจ้าวหลิงเฟิงนำบัญชีสามโรงผลิตมาด้วย พร้อมกับนำเงินก้อนโตมามอบให้นาง