ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 478 ในน้ำชามีปัญหา
ตอนที่ 478 ในน้ำชามีปัญหา
เซี่ยเหล่าไท่ไท่พลันตระหนกตกใจขึ้นมาทันที แม้ว่านางมีแผนการในใจ แต่อย่างไรก็เป็นเพียงแค่หญิงชราบ้านนอก ไม่เคยพบกับสถานการณ์เช่นนี้ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าควรทำเยี่ยงไรดี
แต่พอคิดถึงบุตรชาย นางก็เสแสร้งขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
เซี่ยเหล่าไท่ไท่น้ำตานองลงคุกเข่าขอร้องว่า “ลู่เหนียงจื่อ ข้าไม่ได้กลัวว่าเจ้าจะให้ร้ายข้า ข้าอายุปูนนี้แล้ว ไหนเลยจะกลัวตาย ข้าก็แค่ไม่กล้ารับยาที่เจ้าป้อนข้าด้วยตนเอง บุตรชายข้าเคยทำเรื่องเช่นนั้นกับพวกเจ้า ข้าจะยอมรับการดูแลเช่นนี้จากเจ้าได้อย่างไร ข้าละอายใจ”
เซี่ยเหล่าไท่ไท่กล่าวจบก็พุ่งออกไปโขกศีรษะ “ขอโทษ ขอโทษ ข้าพลั้งมือทำยาเจ้าตก เป็นความผิดข้าเอง”
เซี่ยเหล่าไท่ไท่โขกจนหน้าผากแดง กอปรกับวาจาของนาง ผู้ป่วยในหอยาเป่าเหอหลายคนพากันให้อภัยนาง นางบอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ
ลู่เจียวไม่รอให้ผู้อื่นพูดต่อ ก็รีบเข้าไปประคองเซี่ยเหล่าไท่ไท่ “เหล่าไท่ไท่ลุกขึ้นเถิด ท่านทำเช่นนี้จะทำให้ข้าอายุสั้น ท่านอายุปูนนี้จะมาโขกศีรษะให้ข้าง่ายๆ เช่นนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเหล่าไท่ไท่ไม่กลัวข้าทำร้าย อย่างนั้นก็ดี ใช่แล้ว พวกเจ้าเอายามาอีกห่อ ให้เหล่าไท่ไท่เอากลับไปต้มเอง”
แม้ว่าคนในที่นั้นไม่น้อยเห็นใจเซี่ยเหล่าไท่ไท่ แต่ก็มีคนฉลาดบางคนที่เริ่มรู้สึกระแวงขึ้นมาแล้ว เซี่ยเหล่าไท่ไท่พลั้งมือจริงหรือ
ลู่เจียวขี้เกียจจะสนใจเซี่ยเหล่าไท่ไท่ต่อ รอเฝิงจือกับหร่วนจู๋เช่าห้องได้ นางก็สั่งการทั้งสองคน “พาเหล่าไท่ไท่ไปส่งก่อน อีกสักพักข้าจะส่งท่านอาหลี่ไปดูแลเหล่าไท่ไท่จนกว่านางจะหายดี”
หลี่เหวินปินไม่ใช่คนดี มารดาที่อบรมสั่งสอนเขามาก็ย่อมไม่ใช่คนดีอันใด
คนน่าสงสารย่อมมีความน่ารังเกียจ ดังนั้นนางไม่ได้รู้สึกเห็นใจเซี่ยเหล่าไท่ไท่แม้แต่น้อย
เฝิงจือกับหร่วนจู๋รับคำประคองเซี่ยเหล่าไท่ไท่ไปห้องเช่า
ลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นขึ้นรถม้าตระกูลเซี่ยกลับบ้านตระกูลเซี่ย
ระหว่างทางมา ลู่เจียวหันหน้าไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น กล่าวเนิบนาบว่า “ผู้มาไม่ประสงค์ดี”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นขมวดคิ้ว ไม่พูดอันใดเป็นนาน ลู่เจียวจ้องมองเขา ถามอย่างห่วงใยว่า “เป็นอันใดหรือ”
“ข้ามักรู้สึกว่าเรื่องนี้มีบางอย่างผิดปกติ ซย่าซื่อเป็นหญิงชราบ้านนอก แม้นางมีแผนการ แต่ก็ไม่ควรจะรอบคอบเพียงนี้ ยังรู้จักมาชนรถม้าข้า หาทางมาอยู่บ้านข้า?”
ลู่เจียวได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่น ก็ว่ารู้เขาวิเคราะห์ได้ถูกต้อง ใช่ การปรากฏตัวของซย่าซื่อ มีคนบงการเบื้องหลัง ต้องให้นางสารภาพว่าเป็นผู้ใด
“จะเป็นพวกสี่ตระกูลใหญ่ทำหรือไม่ ประมุขตระกูลเหลียงและตระกูลเฉาที่เป็นตัวบงการใหญ่ถูกประหารไป พวกที่เหลือถูกส่งไปใช้แรงงานที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ผู้หญิงถูกส่งไปเป็นทาสในกองทัพ พวกเขาสองตระกูลแม้มีใจคิดทำ แต่ไร้แรงกำลัง แต่ตระกูลจางกับตระกูลวังถูกประหารแค่ประมุขของตระกูล ที่เหลือถูกปล่อยตัวไป จะเป็นคนพวกนั้นที่ยังคิดแค้นคอยบงการอยู่เบื้องหลังเซี่ยเหล่าไท่ไท่ให้ลงมือกับพวกเราหรือไม่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดแล้วก็พยักหน้า “เป็นไปได้ พวกเราส่งคนไปจับตาดูซย่าซื่อไว้ หากนางพบกับคนพวกนั้นจะต้องเผยร่องรอยให้เห็นเป็นแน่”
“ได้ ข้าจะให้ท่านอาหลี่ไปดูแลนาง และจะได้ถือโอกาสจับตาดูนางไว้ด้วย”
“อืม”
รถม้าแล่นกลับถึงตระกูลเซี่ย แม้ว่าเรื่องเซี่ยเหล่าไท่ไท่จะทำให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวอารมณ์ไม่ปลอดโปร่ง แต่พอถึงบ้าน ทั้งสองคนก็สลัดเรื่องเหล่านั้นทิ้งไป กินข้าวกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่อย่างเบิกบานใจ
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เล่าการเรียนในวันนี้ให้พวกเขาฟัง แม้ว่าเป็นเรื่องเล็กเรื่องน้อย แต่ผู้ใหญ่สองคนก็ฟังกันจนสนุกสนาน ทำให้เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ยิ่งตื่นเต้นอยากจะเล่าเรื่องพวกนี้ให้พวกเขาฟัง
นี่ก็คือครอบครัวพวกเขา ทุกวันตกค่ำก็จะต้องมีเรื่องเล็กเรื่องน้อยให้ครอบครัวได้คุยกันอย่างเบิกบาน ทุกคนต่างรู้สึกว่าทั้งเบิกบานและโชคดี
ทุกคืนลู่เจียวก็จะให้หลี่หนานเทียนไปดูแลเซี่ยเหล่าไท่ไท่เพื่อจับตาดูนาง
“หากไม่เหนือความคาดหมาย ซย่าซื่อผู้นี้มาเพื่อแก้แค้นพวกเรา แต่นางเป็นหญิงชราบ้านนอกคนหนึ่ง ตามหลักไม่ควรทำเรื่องพวกนี้ได้ ดังนั้นเบื้องหลังนางย่อมต้องมีคนบงการ เจ้าคอยจับดูให้ดีว่านางพูดคุยกับผู้ใด หากพบก็รีบกลับมารายงานข้า”
หลี่หนานเทียนรับคำนอบน้อม “ข้าน้อยรับคำสั่ง”
เขาหันหลังเดินออกไปดูแลเซี่ยเหล่าไท่ไท่
หลายวันนี้เซี่ยเหล่าไท่ไท่ไม่ได้พบผู้ใด ทั้งวันขลุกอยู่แต่ในห้องพักรักษาตัว เหมือนเรื่องก่อนหน้านี้เป็นนางทำเองคนเดียว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่านางคิดแผนการนี้เองคนเดียว กล่าวได้เพียงว่าคนบงการแอบซ่อนตัวมิดชิดอย่างมาก
ค่ำวันนี้ พอหลี่หนานเทียนกลับมาก็รายงานว่า “เซี่ยเหล่าไท่ไท่อยากขอพบคุณชายสักครั้ง บอกว่าตอนนั้นบุตรชายนางทำไม่ดีกับคุณชายเช่นนั้น ทำให้นางผู้เป็นมารดารู้สึกผิดอย่างมาก นางคิดขอโทษคุณชายต่อหน้า”
พอหลี่หนานเทียนรายงานจบ ลู่เจียวก็มองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่น ทั้งสองคนสบตากันก็พลันรู้ทันทีว่า ในที่สุดเซี่ยเหล่าไท่ไท่ก็ทนไม่ไหวจะลงมือแล้ว
ลู่เจียวรีบกล่าวว่า “ไม่ควรมีใจคิดร้ายผู้อื่น แต่ก็ไม่ควรไร้การป้องกัน พวกเราจำเป็นต้องหาทางรับมือให้ดี”
ลู่เจียวกล่าวจบ หันไปมองหลี่หนานเทียนกล่าวว่า “เจ้ารีบไปตามมือปราบจ้าวให้เขามาที่นี่หน่อย”
หลี่หนานเทียนรับคำออกไป ยามนี้ฟ้ามืดแล้ว มือปราบจ้าวอยู่บ้านกินข้าวพอดี ได้ยินหลี่หนานเทียนก็ รีบมา “อวิ๋นจิ่น เกิดเรื่องอันใดขึ้น”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเล่าเรื่องเซี่ยเหล่าไท่ไท่ให้เขาฟัง “ข้าสงสัยว่าเพราะเรื่องบุตรชายทำให้เซี่ยเหล่าไท่ไท่โกรธแค้นข้า คิดวางอุบายข้า ดังนั้นจึงเชิญมือปราบจ้าวนำคนมาซ่อนตัวนอกหน้าต่าง หากนางคิดลงมือกับข้าจริง ข้าก็จะได้ให้มือปราบจ้าวและมือปราบที่ว่าการอำเภอเป็นพยาน”
“ตกลง”
มือปราบจ้าวไม่เอ่ยสักคำก็เห็นด้วยทันที หันเดินออกไปตามลูกน้องมือปราบ
ทุกคนมารวมตัวกันที่หน้าห้องเช่าละแวกหอยาเป่าเหออย่างรวดเร็ว
ในห้องจุดตะเกียงสลัวไว้ดวงหนึ่ง แสงตะเกียงส่องร่างเซี่ยเหล่าไท่ไท่จนเกิดเป็นเงาดำ เดิมร่างก็ผอมแห้งกรัง พออับแสงเช่นนี้อีก ก็ทำให้เกิดความรู้สึกขนลุกขึ้นมา แต่ใบหน้านางก็เผยรอยยิ้มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่เป็นรอยยิ้มที่ผู้คนไม่อาจรับรู้ได้ถึงความอบอุ่น กลับกันยังทำให้รู้สึกถึงความแข็งทื่อราวกับศพเดินได้
“อวิ๋นจิ่นมาแล้ว ลู่เหนียงจื่อก็มาแล้ว”
นางกล่าวจบก็หัวเราะขึ้น ยิ่งหัวเราะเสียงก็ยิ่งแหลมและแปลกประหลาด
“วันนี้เชิญพวกเจ้ามา ก็เพื่อขอโทษอวิ๋นจิ่นแทนบุตรชายข้า เขาทำกับเจ้ามากมาย เรื่องที่เขาทำผิดต่อเจ้า ข้าก็ขอโทษเจ้าแทนเขาด้วย”
เซี่ยเหล่าไท่ไท่กล่าวจบก็หันหลังไปยกชามน้ำบนโต๊ะมาคุกเข่าต่อหน้าเซี่ยอวิ๋นจิ่น “หากเจ้าให้อภัยบุตรชายข้า ข้าก็ตายตาหลับแล้ว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบหลบทันที ไม่ว่าซย่าซื่อวางแผนทำอันใด แต่อายุนางขนาดนี้แล้ว
ลู่เจียวกลับยื่นมือไปรับชามในมือเซี่ยเหล่าไท่ไท่มาทันที ก่อนจะยกมาดมทีหนึ่ง
เซี่ยเหล่าไท่ไท่ไม่ได้มีท่าทีอันใดที่ลู่เจียวแย่งชามไป สีหน้านางจ้องมองเซี่ยเหล่าไท่ไท่ย่ำแย่อย่างยิ่ง
“ซย่าซื่อ เจ้าใจกล้ามาก ถึงกับวางยาในน้ำชา เพราะเรื่องบุตรชาย ทำให้เจ้าคิดอาฆาตแค้นใช่หรือไม่”