ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 500 เจียวเจียวสวยขึ้นทุกวัน
ตอนที่ 500 เจียวเจียวสวยขึ้นทุกวัน
ซูต้าไห่อดหัวเราะปวดใจออกมาไม่ได้ “ดีมาก ที่ข้าซูต้าไห่ต้องได้รับผลกรรมเช่นนี้ เพราะคำสาบานในปีนั้นเป็นผลแล้ว”
เขากล่าวจบหันไปมองนายอำเภอหูกล่าวว่า “ใต้เท้าหู ข้ายอมรับสารภาพ เรื่องคืนนี้ก็คือ ข้าค้างคืนอยู่ในห้องเฉินเจาตี้ หลิวเซียงมาหาเรื่อง”
ซูต้าไห่เพิ่งเล่าถึงตรงนี้ หลิวเซียงก็ตกใจกล่าวว่า “อย่าเล่าๆ ไม่ใช่ข้าฆ่า เป็นเจ้า เป็นเจ้าฆ่า”
นายอำเภอหูมองหญิงผู้นี้ด้วยสายตารังเกียจ โบกมือสั่งการลูกน้อง “อุดปากนางไว้ เฝ้าไว้ให้ดี”
“ขอรับใต้เท้า”
สองมือปราบก้าวเข้ามาใช้ผ้าอุดปากหลิวเซียงไว้ จากนั้นก็กดตัวหลิวเซียงจนขยับไม่ได้
ซูต้าไห่ไม่ได้สนใจหลิวเซียง เล่าต่อว่า “หลิวเซียงมาหาเรื่องเฉินเจาตี้ด้วยความโมโหอย่างมาก มีเรื่องตบตีกับนางขึ้นมา ทั้งสองคนตบตีกันตั้งแต่ในห้องออกไปนอกห้อง ข้าออกมาห้าม หลิวเซียงหันมาคว้าตัวข้าไว้ ข้าโมโหก็สะบัดนางทิ้ง เฉินเจาตี้ไม่ยอมแพ้เข้ามาช่วยข้า หลิวเซียงบ้าคลั่งวิ่งชนพวกเราทั้งสองคน ปรากฏนางชนข้ากระเด็นไปชนเฉินเจาตี้จนนางล้มกระแทกมุมโต๊ะข้างเก้าอี้”
“เริ่มแรกพวกเราทั้งสองคนยังไม่รู้ว่านางตายแล้ว ยังตีกันต่ออีกครู่หนึ่ง จึงคิดขึ้นมาได้ว่าเฉินเจาตี้เงียบไป พวกเราสองคนหันไปดูก็พบว่านางล้มลงแน่นิ่งไปแล้ว ที่ท้ายทอยยังมีเลือดนองพื้น พวกเราสองคนตกใจอึ้ง ต่อมาบุตรชายข้าได้ยินเสียงข้าทะเลาะกับหลิวเซียง ก็วิ่งออกมาเห็นเรื่องนี้ ก็ตกใจส่งเสียงร้องดังขึ้น”
“หลิวเซียงรีบโยนเรื่องนี้ให้บุตรชายข้า จากนั้นก็ย้ายศพเฉินเจาตี้ เช็ดคราบเลือดที่พื้นจนสะอาด”
ซูต้าไห่กล่าวจบเงียบงัน ไม่พูดอันใดอีก หลิวเซียงส่ายหน้าปฏิเสธสุดแรง ไม่ยอมรับความผิดนี้
น่าเสียดายนายอำเภอหูขี้เกียจจะสนใจนาง สั่งการลูกน้องว่า “พวกเจ้า นำตัวซูต้าไห่กับหลิวเซียงออกไป”
ทั้งสองคนถูกนำตัวออกไปทันที ก่อนซูต้าไห่จะไป ยังหันไปมองยายเฒ่าซูกับตาเฒ่าซูและน้องชายตนเอง พบว่าพวกเขาไม่ได้เสียใจแม้แต่น้อย ทั้งสามคนสบตากันแล้วเหมือนกำลังวางแผนบางอย่าง
ซูต้าไห่หัวเราะรันทดใจ ถอนสายตากลับคืน แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้หันไปมองสวีโต้ว เพราะเขาไม่อยากเห็นแววตาเย็นชาของสวีโต้ว
ซูต้าไห่กับหลิวเซียงถูกนำตัวไป ลู่เจียวกำลังจะพาคนกลับ
นางเดินผ่านสวีโต้วถามว่า “น้าสวี จะไปด้วยกันไหม”
สวีโต้วได้สติ ลุกขึ้นยืนจะเดินออกไป ซูเหลียงเฉินด้านหลังร้อนใจส่งเสียงเรียก “ท่านแม่”
น่าเสียดายสวีโต้วไม่ได้สนใจเขา นางทนเห็นบุตรชายเข้าคุกไม่ได้ ดังนั้นจึงออกหน้ามาช่วย ไม่ได้หมายความว่านางให้อภัยบุตรชายที่เคยทำร้ายจิตใจนาง ตอนนี้นางช่วยเขาพ้นคุกแล้ว ที่เหลือก็เป็นเรื่องของเขาเองแล้ว
คนเราอายุสิบเจ็ดแล้ว หรือว่าจะหิวตายได้
ลู่เจียวกับสวีโต้วจากไปแล้ว บ้านตระกูลซูก็เหลือแค่คนบ้านตระกูลซู
ลู่เจียวไม่ได้สนใจเรื่องต่อจากนี้ของบ้านพวกเขา พาคนกลับบ้านไปนอนต่อ
เดิมลู่เจียวคิดว่าคดีนี้จบแล้วก็จะได้นอนอย่างสุขใจแล้ว ผู้ใดจะรู้ว่าตระกูลซูข้างบ้านบ้านมีเรื่องกันอีกแล้ว
ลู่เจียวโมโหพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง เรียกหร่วนจู๋นอกห้องเข้ามา “ข้างบ้านเกิดเรื่องอันใดขึ้นอีก”
หร่วนจู๋รีบกล่าวว่า “น้องชายซูต้าไห่สั่งให้คนขับไล่ซูเหลียงเฉินออกจากบ้าน บอกว่าท่านพ่อเขาฆ่าเฉินเจาตี้ ควรชดใช้บ้านและร้านตระกูลซูให้เขา”
ลู่เจียวแค้นยิ้มกล่าวว่า “ไม่เคยเห็นคนไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อนจริงๆ เขาคิดว่าปากตนเองบอกว่าของเป็นของเขาก็เป็นของเขาหรือ ช่างหน้าไม่อาย”
ลู่เจียวกล่าวจบ ก็คิดถึงว่าซูเหลียงเฉินขึ้นมา เสียดสีขึ้นว่า “ก็ควรให้เขาได้รับลิ้มรสความทุกข์ดูบ้าง จะได้รู้น้ำใจคน วันๆ เอาแต่กอดตำราแน่น”
ข้างบ้านเงียบลงอย่างรวดเร็ว ลู่เจียวก็ไม่ได้ไปสนใจอีก นอนคิดอยู่บนเตียงได้ครู่หนึ่งก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไป แต่ครั้งนี้หลับถึงสว่าง
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไปเรียนหนังสือที่เรือนด้านหน้าแล้ว ก่อนเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไป ยังกำชับเฝิงจือกับหร่วนจู๋ อย่าทำลู่เจียวตื่น ให้นางพักผ่อนดีๆ
ลู่เจียวได้ฟังรายงานจากเฝิงจือก็อดยิ้มไม่ได้ เฝิงจืออดเอ่ยชมไม่ได้ว่า “ตอนนี้เหนียงจื่อสวยขึ้นทุกวันแล้ว”
ตอนนี้ลู่เจียวผอมแล้ว เอวคอดงาม ยามเดินก็อรชรงดงามยากบรรยาย แต่ใบหน้ารูปไข่เป็ดของนางยังคงมีเนื้อหนัง ผิวพรรณขาว ดวงตาดำขลับ ความงามหวานล้ำยิ่ง ยามยิ้มก็ราวกับสายลมพัดโบกโบย
อย่าว่าแต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองแล้วหวั่นไหว แม้แต่สาวใช้เช่นเฝิงจือกับหร่วนจู๋ ทุกครั้งที่มองก็ยังอดชมไม่ได้ว่าเหนียงจื่อสวยขึ้นทุกวัน
ลู่เจียวได้ฟังเฝิงจือ ก็ยื่นมือขึ้นลูบผมตน ท่าทางอารมณ์ดีอย่างมาก ถามว่า “จริงหรือ”
“อืม ผู้อื่นนานวันก็ยิ่งไม่งาม แต่เหนียงจื่อเรานานวันก็ยิ่งงาม และงามสาวขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย”
ลู่เจียวดื่มน้ำพุจิตวิญญาณอยู่เสมอ ยังชอบใช้น้ำพุจิตวิญญาณอาบน้ำ คนเขาใช้แบบหยด แต่นางใช้อาบ ผิวกายที่อาบน้ำพุจิตวิญญาณย่อมลื่นละมุนขาวยิ่งกว่าอาบน้ำนม เดิมก็หน้าตางดงาม กอปรกับผิวพรรณเช่นนี้ ก็ยิ่งงามล้ำเกินบรรยาย
ไม่เพียงแต่นาง ครอบครัวนางก็โดดเด่น นอกจากเจริญเติบโตดี แต่เพราะลู่เจียวมักให้พวกเขาดื่มน้ำพุจิตวิญญาณ ดังนั้นทั้งครอบครัวก็หน้าตาดี ไปเดินตลาด ย่อมมีแต่คนเหลียวมอง
ลู่เจียวได้ฟังเฝิงจือก็เบิกบานใจ ชมเฝิงจือว่า “เฝิงจือเราก็สวย แน่นอนหร่วนจู๋ก็น่ารัก”
เฝิงจือเป็นความงามแบบอ่อนโยน หร่วนจู๋เป็นความงามแบบน่ารักน่าเอ็นดู คนที่ได้เห็นนางต่างไม่มีคนเชื่อสักคนว่าสาวใช้ผู้นี้คือเครื่องมือสังหาร และนางยังกินอาหารเท่ากับผู้ชายตัวใหญ่สองคน
เฝิงจือกับหร่วนจู๋ถูกลู่เจียวชมจนยิ้มตาหยี
สามนายบ่าวกำลังคุยเพลิดเพลิน นอกประตูหลิ่วอันก็เดินเข้ามารายงานว่า “เหนียงจื่อ พ่อบ้านเซียวที่เรือนด้านหน้าให้คนมาบอกว่า หลี่เหนียงจื่อ จู้เหนียงจื่อ ถันเหนียงจื่อ พวกนางมากันแล้ว”
ลู่เจียวพอได้ฟังก็นึกถึงเมื่อวานที่พวกนางส่งเทียบแจ้งว่าจะมาเยือน ก็รีบยิ้มลุกขึ้น
เฝิงจือรีบเข้าไปผลัดเสื้อผ้าให้นาง เมื่อก่อนลู่เจียวยังไม่ชิน แต่เฝิงจือมักเข้ามาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางเงียบๆ นางก็ค่อยๆ เคยชินกับการปรนนิบัตินี้แล้ว
เฝิงจือสวมเสื้อผ้าให้ลู่เจียวเสร็จก็หวีผมไปพลางถามนางว่า “เหนียงจื่อ จะกินอะไรสักหน่อยไหม”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “พวกนางไม่ใช่คนนอก อีกสักครู่ เจ้าก็ส่งของกินเข้ามาก็แล้วกัน”
นางกล่าวจบมองไปยังหลิ่วอันสั่งการว่า “เจ้าไปที่เรือนด้านหน้าพาพวกนางมาเรือนด้านหลัง”
“เจ้าค่ะเหนียงจื่อ”
หลิ่วอันเดินออกไป เจิ้งเหนียงจื่อ ถันเหนียงจื่อ หลี่เหนียงจื่อเป็นคนกันเอง หลิ่วอันดีใจมากที่ได้พบคนรู้จัก และนางก็ไม่ได้รู้สึกอายที่จะพบพวกนาง นางรู้สึกว่าตนเองตอนนี้ดีมาก
ระยะนี้เฝิงจือบอกกับนางว่าต้องอบรมหลิ่วฝูให้เป็นหัวหน้าสาวใช้ประจำตัวเหนียงจื่อ วันหน้าก็จะให้หลิ่วฝูดูแลเหนียงจื่อ ดูท่าหลิวอันคิดให้บุตรสาวนางเติบโตเป็นคนเช่นเฝิงจือ หลิวอันรู้สึกยินดีมาก
หลิ่วอันออกไปเชิญพวกหลี่เหนียงจื่อไปที่เรือนบุปผาในเรือนด้านหลัง