ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 502 ขับไล่ไป
ตอนที่ 502 ขับไล่ไป
ลู่เจียวพอได้ฟังก็คิดจะไป สวีโต้วไม่เพียงแต่เป็นมารดาน้องสะใภ้นาง ยังเป็นผู้จัดการร้านค้านาง ที่สำคัญหากนางช่วยสวีโต้วขับไล่ยายเฒ่าซูกับตาเฒ่าซูออกไปได้ บ้านพวกนางวันหน้าก็จะสงบสุขแล้ว
ลู่เจียวครุ่นคิด รีบพยักหน้า “ได้ ไปช่วยนางสักแรง เจ้าไปบอกท่านอาเซียว พาคนสองคนตามข้าไป”
“เจ้าค่ะ”
หร่วนจู๋วิ่งออกไปอย่างดีใจ ลู่เจียววางชามกับตะเกียบลง มองไปยังหลี่อวี้เหยากับจู้เป่าจูและถานเสี่ยวยากล่าวว่า “ไปดูเรื่องสนุกกันหน่อยไหม”
อย่างไรก็ว่างอยู่ พอดีมีเรื่องสนุกให้ฆ่าเวลา
จู้เป่าจูลุกขึ้นก่อนคนแรกอย่างตื่นเต้น “ได้เลย ไปดูเรื่องสนุกกัน”
หลี่อวี้เหยา ถานเสี่ยวยาเองก็ลุกตาม ทุกคนเดินออกไปนอกบ้าน
พ่อบ้านเซียวพาคนสองคนมารออยู่แล้ว พอเห็นพวกลู่เจียวเดินออกมาก็รีบทำความเคารพ
“นายหญิง”
ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อย นำทุกคนเป็นขบวนใหญ่เดินไปบ้านตระกูลซูข้างบ้าน
หน้าประตู บ้านตระกูลซูมีเพื่อนบ้านมาออกันอยู่ไม่น้อย พอเห็นพวกลู่เจียวมาถึง ทุกคนก็พากันทักทาย
เพราะลู่เจียวเป็นหมอ เพื่อนบ้านปวดหัวเป็นไข้ก็จะมาหานางรักษาอาการป่วย ตอนนี้นางเป็นบุคคลที่เป็นที่ต้อนรับที่สุดในตรอกนี้
“เจียวเจียวมาแล้ว”
“เจ้าระวังหน่อย อย่าได้ถูกยายเฒ่าซูทำบาดเจ็บเอา”
“อืม ข้ารู้แล้ว ขอบคุณทุกคนที่ห่วงใย”
ลู่เจียวทักทายเพื่อนบ้านแล้วก็นำคนเข้าบ้านตระกูลซูไป
ลานหน้าบ้านตระกูลซู ยายเฒ่าซูกับตาเฒ่าซูนั่งแผดเสียงร้องไห้ดังลั่นอยู่กับพื้น ร้องไปก็ด่าทอซูต้าไห่ไป “เจ้าลูกทรพี แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่ต้องการ ทำไมพวกเรามีลูกทรพีเช่นนี้ สวรรค์ พวกเราไร้หนทางรอดแล้ว ให้พวกเราไปตายเถิด”
“สวรรค์ ท่านทำไมไม่พาพวกเราไป จะได้ไม่ต้องให้พวกเราโดนบุตรชายรังแกเช่นนี้”
น้องชายซูต้าไห่ถลึงตาใส่สวีโต้ว “พี่สะใภ้ใหญ่ เจ้าอย่ารังแกกันเกินไป พี่ใหญ่กับหลิวเซียงฆ่าเจาตี้ตาย บุตรชายข้ายังเล็กก็ไร้มารดา ตอนนี้เจ้าถึงกับกล้ายึดบ้านพวกเรา เจ้าทำไมใจร้ายเยี่ยงนี้”
“เจ้าขับไล่พวกเราไปตอนนี้ วันหน้าครอบครัวพวกเราจะไปอยู่ที่ใด เห็นชัดว่าเจ้าคิดบีบให้พวกเราไปตาย”
สวีโต้วสีหน้าดำคล้ำแล้วคล้ำอีก ไม่เคยเห็นครอบครัวไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน ตอนนี้ซูต้าไห่ถูกจำคุก ครอบครัวพวกเขาเคยคิดไปดูบ้างไหม คิดแต่ละฮุบร้านค้าและบ้านเขา
สวีโต้วรู้สึกว่าหลายปีก่อนนางช่างตาบอดจริงๆ ไยจึงได้เลี้ยงดูกลุ่มคนเช่นนี้ไว้ได้
“พวกเจ้ารีบไสหัวไป ไม่เช่นนั้นข้าจะไปแจ้งทางการ”
สวีโต้วตวาดดุดัน ตาเฒ่าซูกับยายเฒ่าซูตกใจจนไม่กล้าแผดเสียงร้องต่อ น้องชายซูต้าไห่กลับตะโกนดังว่า “พวกเราไม่กลัวเจ้า ซูต้าไห่กับหลิวเซียงฆ่าภรรยาข้าตาย ข้ายึดบ้านกับร้านค้าเขามาชดใช้ให้พวกเราเป็นเรื่องสมควร”
ตาเฒ่าซูกับยายเฒ่าซูก็ร่ำไห้ขึ้นมา “ใช่ เขาก็ต้องชดใช้ให้พวกเรา”
ลู่เจียวกำลังนำคนเดินเข้ามาพอดี พอได้ฟังคนบ้านตระกูลซูร่ำไห้คร่ำครวญอย่างไร้ยางอายเช่นนี้ก็กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เฉินเจาตี้ล่อลวงพี่ชายสามีตนเอง ตายโดยอุบัติเหตุ นางรนหาที่ตายเอง พวกเจ้าอย่าได้เอาเรื่องนี้มาเรียกร้องขอชดใช้ หากจะชดใช้ก็ต้องไปหาซูต้าไห่ในคุกนั่น อย่าได้มาหาน้าสวีที่นี่ นางไม่ได้ติดค้างพวกเจ้า”
“ส่วนของซูต้าไห่ได้มอบให้บุตรชาย ตอนนี้ทุกอย่างในบ้านตระกูลซูล้วนเป็นของบุตรชายเขา พวกเจ้าอยู่ต่อก็คือยึดครองสมบัติบุตรชายเขา”
“เชอะ ข้าไม่เคยเห็นคนอ้างเหตุอ้างผลยึดครองของผู้อื่นเยี่ยงนี้มาก่อนเลยจริงๆ”
ลู่เจียวกล่าวจบ ก็สั่งการเซียวซานข้างกาย “ท่านอาเซียว ไปที่ว่าการอำเภอแจ้งความ มีคนคิดยึดครองสมบัติของผู้อื่น ขอใต้เท้านายอำเภอส่งมือปราบมาจับกุมคนเหล่านี้ไปเข้าคุก พอดีเลย ให้พวกเขาเป็นเพื่อนซูต้าไห่ไปใช้แรงงานที่ชายแดนพร้อมกัน”
ตาเฒ่าซูกับยายเฒ่าซูและน้องชายซูต้าไห่ต่างตกใจ
พวกเขารู้ว่าลู่เจียวสนิทกับนายอำเภอหูมาก นางหากส่งคนไปเชิญนายอำเภอหู นายอำเภอหูต้องส่งมือปราบมาจับกุมพวกเขาเข้าคุก ถึงตอนนั้นพวกเขากับซูต้าไห่ก็คงได้กินข้าวคุกด้วยกัน
น่ากลัวเหลือเกิน
ตาเฒ่าซูกับยายเฒ่าซูรีบส่งเสียงตะโกนดัง “พวกเราไม่ได้ยึดครองของพวกเขา นี่เป็นสมบัติหลานชายข้า พวกเราเพียงแค่อยู่ที่นี่เท่านั้น”
ตาเฒ่าซูกับยายเฒ่าซูกล่าวจบหันไปมองซูเหลียงเฉิน “เหลียงเฉิน พวกเราเป็นปู่ย่าของเจ้า พวกเราอยู่ที่นี่ก็เป็นเรื่องสมควรสมเหตุสมผล”
น้องชายซูต้าไห่เองก็รีบเปลี่ยนท่าที “เหลียงเฉิน ข้าเป็นอาของเจ้า ข้าอยู่บ้านเจ้าก็เป็นเรื่องสมควรสมเหตุสมผล”
ซูเหลียงเฉินผ่านเรื่องราวสองวันนี้มา ตอนนี้ไม่ได้โง่เขลาเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เขามองตาเฒ่าซูกับยายเฒ่าซูกล่าวว่า “ตามหลักข้าก็ควรให้ท่านปู่ท่านย่าอยู่ต่อ แต่ท่านแม่ข้าหย่ากับท่านพ่อเพราะพวกท่าน ท่านพ่อข้าต้องเข้าคุกก็เพราะพวกท่าน ตอนนี้พวกท่านเท่ากับเป็นศัตรูกับข้า ข้าไหนเลยจะยอมให้ศัตรูอยู่บ้านข้าได้”
ซูเหลียงเฉินกล่าวจบก็ปวดใจยิ่ง ไม่รอให้ตาเฒ่าซูกับยายเฒ่าซูกล่าวอันใดก็กล่าวต่อว่า “แต่พวกท่านเป็นท่านปู่ท่านย่าข้า ข้าเป็นหลานคนโต ไม่อาจกตัญญูพวกท่านด้วยตนเอง วันหน้าข้าจะมอบเงินให้พวกท่านปีละยี่สิบตำลึงเพื่อแสดงความกตัญญู มากกว่านี้ไม่มี”
ตาเฒ่าซูกับยายเฒ่าซูใช้ชีวิตในบ้านตระกูลซูสุขสบายจนเคยตัว รู้ว่ายี่สิบตำลึงนี้ไม่มาก ดังนั้นสองผู้เฒ่าจึงเบะปากร้องไห้ไม่ยอมไป
ลู่เจียวเห็นแล้วก็นึกรังเกียจมาก สั่งการเซียวซานว่า “ท่านอาเซียว รีบไปที่ว่าการอำเภอ”
เซียวซานหันหลังจะออกไป ตาเฒ่าซูกับยายเฒ่าซูรีบตะกายลุกขึ้น มองไปยังน้องชายซูต้าไห่กล่าวว่า “พวกเราไป พวกเรารีบไป วันหน้าเจ้าเนรคุณนี่ไม่ใช่ลูกหลานบ้านตระกูลซูข้าอีก พวกเราไม่ยอมรับเขา”
สามคนกลับห้องไปเก็บของทันที ลู่เจียวเห็นพวกเขารู้หน้าที่ ก็ไม่ได้ให้เซียวซานไปที่ว่าการอำเภอ
สวีโต้วหันหน้าไปขอบคุณลู่เจียว “ขอบคุณเจียวเจียว”
ลู่เจียวเดินเข้าไปกระซิบกับสวีโต้วว่า “น้าสวี ต้องเตรียมใจไว้ว่าวันหน้าพวกเขาไม่มีทางอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ข้าเสนอให้รีบขายบ้านนี้ทิ้ง จากนั้นก็ไปซื้อบ้านอื่นในอำเภอชิงเหอ อย่าให้พวกเขารู้ว่าพวกเจ้าไปอยู่ที่ไหน”
ลู่เจียวกล่าวจบก็มองคนรับใช้บ้านตระกูลซู “คนรับใช้พวกนี้ ขายทิ้งดีกว่า ไม่มีคนทำงานดีสักคน”
สวีโต้วรู้ว่าลู่เจียวพูดมามีเหตุผล ได้แต่พยักหน้ารับ
ลู่เจียวถามนาง “บิดามารดาสามีเจ้าไปเก็บของในห้อง เจ้าไม่ไปดูหน่อยหรือ”
สวีโต้วส่ายหน้าอย่างเหนื่อยล้า “เอาเถอะ ของพวกนั้น พวกเขาอยากได้ก็เอาไปเถอะ”
“ตอนนี้เฉินเจาตี้ยังอยู่ในบ้านพวกเจ้านะ”
“อีกสักครู่ข้าจะจ้างคนให้ส่งโลงศพมาพานางกลับไปหมู่บ้าน นี่คือภรรยาน้องชายซูต้าไห่ ตามหลักแล้วควรให้เขาไปจัดการเรื่องนี้”
ลู่เจียวพยักหน้า ไม่ได้กล่าวอันใดต่อ
ตาเฒ่าซูกับยายเฒ่าซูและน้องชายซูต้าไห่กับลูกของเขาหิ้วห่อผ้าเล็กใหญ่หลายห่อเดินกันออกมา คนในลานบ้านมองออกว่าพวกเขากวาดเอาของไปไม่น้อย แต่ละคนพากันนินทาเสียงขรม