ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 532 ถูกล่วงเกินแล้ว
ตอนที่ 532 ถูกล่วงเกินแล้ว
หลิวจื่อเหยียนเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งเรียบว่า “อย่าได้คิดถึงผู้อื่นสกปรกเช่นนั้น นางอยู่ที่หมู่บ้านก็รักษาให้เพื่อนบ้าน”
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวจ้องมองท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่อย่างไม่พอใจ “เจ้ากำลังกล่าวอันใดกัน”
หลิวโส่วฝู่มองแล้วก็ปวดหัว ตั้งแต่บิดามารดาตนกับบุตรชายกลับมา หลันหยางก็เอาแต่ทำหน้าเชิดชี้ฟ้าจนแทบมองไม่เห็นใบหน้าและแววตา
หลิวโส่วฝู่โมโหมาก เขาเงยหน้ามองท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่ กล่าวว่า “แขกยังอยู่ ใยเสียมารยาทเช่นนี้”
หลิวโส่วฝู่เพิ่งกล่าวจบ ลู่เจียวเอ่ยขึ้นว่า “ใต้เท้าโส่วฝู่อย่าได้โมโห จวิ้นจู่เป็นคนดีมาก ก่อนหน้านี้ยังส่งของขวัญขอบคุณไปให้บ้านเราถึงหนึ่งพันตำลึง”
ลู่เจียวเพิ่งกล่าวจบ เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็รับคำต่อ “จวิ้นจู่ใจดีมากจริงๆ ยังแนะนำผู้ป่วยให้ภรรยาข้าด้วย ช่วยแนะนำท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่จวนอู่กั๋วกงให้ภรรยาข้า”
ลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นเพิ่งกล่าวจบ คนจวนตระกูลหลิวต่างก็หน้าเสีย โดยเฉพาะหลิวโส่วฝู่ แววตาเริ่มไม่ดี หันไปจ้องท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวเองยังไม่ค่อยเข้าใจ หลิวจื่อเหยียนพลันยืนขึ้นมองท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่กล่าวว่า “ท่านหมายความเช่นไร โมโหโกรธแค้นนางที่รักษาข้าหายหรือ ดังนั้นจึงแก้แค้นพวกเขาหรือ”
พอหลิวจื่อเหยียนเอ่ย ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวก็เข้าใจแล้วว่านี่มิใช่เรื่องดี
ทั้งสองคนโมโหผุดลุกยืนขึ้นถลึงตาใส่ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่ สุดท้ายมองไปยังบุตรชาย กล้วอย่างกรุ่นโกรธว่า “พวกเรามาเมืองหลวงครั้งนี้ ไม่ได้มาประจบสอพลอเจ้า แต่เพราะจื่อเหยียนต้องเข้าสอบเคอจวี่ พวกเราจึงได้มาเมืองหลวง มาได้แค่ไม่กี่วันก็ทนรับพวกเราไม่ไหวแล้วหรือ หากทนรับไม่ไหวก็บอกพวกเราก่อนก็ได้ พวกเราจะได้ออกไปพักอาศัยข้างนอก”
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวกล่าวจบก็คิดจะกลับห้องไปเก็บของ
หลิวโส่วฝู่รีบรั้งพวกเขาไว้ “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านจะทำอะไรขอรับ”
“ทำอะไร? อยู่ไปก็รังแต่จะต้องทนรับสายตาไม่พอใจคนในครอบครัวเจ้า พวกเราเพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วัน ก็ทำกับพวกเราเช่นนี้”
ท่านปู่หลิวโมโหชี้หน้าด่าทอบุตรชายว่า “หลิวเอ้อร์เหมา ผู้อื่นต่างบอกว่าเจ้าเป็นโส่วฝู่ ข้าว่า เจ้าก็คือตัวโง่งม ผู้ชายแท้ๆ ถึงกับสั่งการในบ้านไม่ได้ ทำเอาบิดามารดาตนเองต้องโดนคนรังแก โส่วฝู่อันใดกัน เชอะ”
ชายชรากล่าวจบก็หันเรียกหลิวจื่อเหยียน “จื่อเหยียน พวกเราออกไปเช่าบ้านอยู่กัน”
สีหน้าหลิวโส่วฝู่เรียกได้ว่าย่ำแย่อย่างยิ่ง ตนเองเป็นถึงโส่วฝู่ในรัชกาลปัจจุบัน ปรากฏบิดามารดาและบุตรชายออกไปเช่าบ้านอยู่ นี่มันใช้ได้ที่ไหนกัน
หลิวโส่วฝู่หันหน้าไปมองไปยังท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่ ตวาดว่า “อู่ซู มานี่ มาขอขมาท่านพ่อท่านแม่”
แต่ไรมาหลิวโส่วฝู่ดีต่อท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่มาก นี่เป็นครั้งแรกที่เรียกชื่อนาง
ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่สีหน้าย่ำแย่อย่างที่สุด นางถลึงตาใส่เขา หลิวโส่วฝู่เอ่ยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า “ข้าขอบอกอีกครั้ง รีบมาขอขมาท่านพ่อกับท่านแม่”
ณ ห้องโถงใหญ่ บุตรชายหญิงของท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่เองต่างโมโหพากันลุกขึ้นยืนถลึงตาใส่ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิว รวมทั้งหลิวจื่อเหยียน
“พวกเจ้าเป็นปีศาจยุแยง มาถึงบ้านเราก็วุ่นวาย ท่านพ่อกับท่านแม่ข้าเดิมก็ดีกันอยู่ พอพวกเจ้ามา พวกเขาก็มีเรื่องกันแล้ว”
“พวกเจ้าอยากจะไปไหนก็ไป พวกเราไม่ได้รั้งพวกบ้านนอกอย่างพวกเจ้าไว้”
หลิวเฝ่ย บุตรชายคนเล็กตระกูลหลิวโมโหด่าทอขึ้น
หลิวโส่วฝู่มองบุตรชายคนเล็กเขาด้วยสีหน้าแทบไม่อยากจะเชื่อ ความรู้สึกแรกของเขาก็คือวาจานี้ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่เป็นคนสอน หญิงผู้นี้บอกว่าบิดามารดาสามีเป็นพวกบ้านนอก ในใจนางเองก็เห็นว่าเขาเป็นพวกบ้านนอกด้วยใช่หรือไม่
หลิวโส่วฝู่รู้สึกว่าตนเองถูกล่วงเกินแล้ว หันหลังปรี่เข้าไปตวัดมือตบหน้าบุตรชายคนเล็กอย่างแรงทีหนึ่ง “หุบปาก”
บุตรชายคนเล็กถูกตบก็งุนงง จากนั้นก็แผดเสียงร้องไห้ดังลั่น มองไปยังท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่ “ท่านแม่ ท่านพ่อตบข้า เขาตบหน้าข้า”
ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่เห็นบุตรชายถูกตบ ในใจก็โมโหคุกรุ่นขึ้นมาทันที นางปรี่เข้าไปกระแทกหลิวโส่วฝู่
“เจ้าตบหน้าบุตรชายข้า เจ้าถึงกับกล้าตบหน้าบุตรชายข้า ถือสิทธิ์อันใด ในปีนั้นหากไม่ใช่ข้า…”
ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่กล่าวไม่ทันจบ หลิวโส่วฝู่ก็โมโหเดือดดาลตวาดดังว่า “อู่ซู เจ้าหุบปาก”
หญิงผู้นี้พอทะเลาะกับเขาก็เอ่ยถึงเรื่องในปีนั้นว่าตนเองมีบุญคุณอันใดกับเขาบ้าง หลายครั้งที่หลิวโส่วฝู่นึกเสียใจภายหลังที่แต่งกับหญิงผู้นี้ แต่พอคิดถึงเรื่องในปีนั้นก็อดเงียบไม่ได้ ตอนนี้หญิงผู้นี้ถึงกับคิดเอ่ยถึงต่อหน้าบิดามารดาและบุตรชายตน หลิวโส่วฝู่โมโหจนใบหน้าดำคล้ำ มองท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่พร้อมกับตวาดว่า “อู่ซู หากเจ้ากล้าพูดจาเหลวไหลอีก อย่าโทษที่ข้าจะกักบริเวณเจ้า”
ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่มองหลิวโส่วฝู่ด้วยสีหน้าแทบไม่อยากจะเชื่อ แต่นางอยู่กับหลิวโส่วฝู่มาหลายปี เห็นสีหน้าเขาครั้งนี้ก็รู้ว่าเอาจริง นางสะดุ้งตกใจ ไม่กล้าหาเรื่องต่อ แต่ก็ไม่อยากทนอยู่ดูสีหน้าเขาต่อ
นางโมโหเดือดดาลหันหลังพาบุตรสาวจากไปทันที ก่อนจากไปยังไม่ลืมถลึงตาใส่ลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น ทีหนึ่ง
นางจดจำทั้งสองคนนี้ไว้แล้ว ที่นางถูกสามีนางอบรมสั่งสอนในวันนี้ล้วนเพราะสองคนนี้เอ่ยถึงนาง พวกเขาคอยดูก็แล้วกัน
ลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้คิดสนใจท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่แม้แต่น้อย แต่ในใจเตรียมตัวไว้พร้อมแล้ว นางคงไม่ปล่อยพวกเขาไป ดังนั้นพวกเขาต้องคิดหาทางให้นางอยู่อย่างสงบเสงี่ยมสักหน่อย
ลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นกำลังคิดอยู่ ในห้องโถง หลิวโส่วฝู่ก็เดินไปตรงหน้าท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิว กล่าวอย่างจริงใจว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านอย่าถือสาอู่ซู นางก็เป็นคนนิสัยเช่นนี้”
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวยิ้มเยาะบุตรชาย “เป็นถึงโส่วฝู่ แม้แต่บ้านก็ดูแลให้ดีไม่ได้ ข้าอยากรู้จริงว่าเจ้าจัดการเรื่องในแคว้นต้าโจวได้อย่างไร”
หลิวโส่วฝู่รีบกล่าวนอบน้อมว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านวางใจ อู่ซูจะไม่มาหาเรื่องพวกท่านอีก หากนางมาหาเรื่องพวกท่านอีก ข้าจะกักบริเวณนาง ให้นางออกจากห้องไม่ได้ พวกท่านก็พักอยู่ต่อไปให้สบายใจเถิด”
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวมองหลานชาย สุดท้ายก็ไม่ได้กล่าวอันใด
แม้ว่าท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวโมโหบุตรชาย แต่ก็อยากให้หลานชายคืนดีกับบิดา ล้วนเป็นสายเลือดตระกูลหลิว การที่พวกเขาพาหลิวจื่อเหยียนกลับจวนตระกูลหลิว ก็เพื่อให้หลิวโส่วฝู่ได้ทำหน้าที่บิดา ให้เขากับหลานชายได้คลายความสัมพันธ์ตึงเครียดลงบ้าง
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวครุ่นคิดแล้วก็มองหลิวโส่วฝู่กล่าวว่า “ให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง หากภรรยาเจ้าทำเช่นนี้อีก พวกเราก็จะออกไปพักข้างนอก เจ้าเองก็อย่าได้กล่าวอันใดอีก”
“ขอรับ”
หลิวโส่วฝู่รับคำเสร็จ ก็มีเวลาหันไปมองลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น
แววตาเขาล้ำลึกยิ่ง หากเขาจำไม่ผิด เรื่องวุ่นวายในบ้านเขาวันนี้ ล้วนเป็นเพราะสองคนนี้ก่อขึ้น แน่นอนว่าอู่ซูเองก็ทำไม่ถูก แต่พวกเขาพูดออกมาต่อหน้า เกรงว่าคงมีเจตนาลึกซึ้งอันใดกระมัง
แม้ว่าหลิวโส่วฝู่เริ่มระแวงคิดเล็กคิดน้อย แต่สีหน้ายังคงไม่แสดงออก เขายิ้มมองลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น กล่าวว่า “พวกเจ้าเชิญนั่ง วันนี้เสียหน้าต่อหน้าพวกเจ้าแล้ว ข้าขออภัยลู่เหนียงจื่อกับเซี่ยจวี่เหรินแทนฮูหยินข้าด้วย”
หลิวโส่วฝู่เพิ่งจะกล่าวจบ ท่านปู่หลิวก็เอ่ยว่า “เจ้าไม่จำเป็นต้องเห็นเจียวเจียวเป็นคนนอก พวกเรารับเจียวเจียวเป็นหลานสาวแล้ว จื่อเหยียนก็รับเจียวเจียวเป็นพี่สาวแล้ว ดังนั้นวันหน้าเจียวเจียวก็คือบุตรสาวบุญธรรมเจ้า”