ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 544 ขวางทางกลางถนน
ตอนที่ 544 ขวางทางกลางถนน
องค์หญิงใหญ่ได้รับข่าวก็รีบมาทันที
“หยุด”
ฮูหยินสวี่หยุดมือ พาสาวใช้ถอยออก แต่ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่กลับจะปรี่ตามเข้าไปอีก แต่ถูกสาวใช้ของนางรั้งตัวเอาไว้
นางยกมือตบหน้าสาวใช้ทั้งสองที่หนึ่ง “นังชั้นต่ำ มาขวางข้าไว้ทำไม”
หัวหน้าสาวใช้รีบกล่าวว่า “จวิ้นจู่ องค์หญิงใหญ่เสด็จมา”
“นางมาแล้วอย่างไร ข้าเป็นบุตรีอ๋องผิงหลิง แม้นางมาก็ทำอันใดข้าไม่ได้”
ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่กัดฟันกรอด พอนางหันมาเห็นองค์หญิงใหญ่ที่มีสีหน้าโมโหอย่างที่สุด ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกกลัว ยังตวาดขึ้นอย่างโมโหจัดว่า “หุ้ยจู เจ้าต้อนรับข้าเช่นนี้หรือ ให้ผู้อื่นมารังแกข้า”
องค์หญิงใหญ่สีหน้าดำทะมึน โมโหกล่าวว่า “อู่ซู เจ้าเป็นถึงบุตรีอ๋องผิงหลิง ส่งเสียงเอะอะโวยวายเช่นนี้ ราวกับหญิงบ้าเสียสติ ใช้ได้ที่ไหนกัน”
ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่เดือดดาลตวาดดัง “ข้าเป็นบุตรีอ๋องผิงหลิง พวกนางถึงกับกล้ารังแกข้า ข้าจะปล่อยพวกนางไปได้อย่างไร”
นางกล่าวจบก็มององค์หญิงใหญ่กล่าวว่า “หุ้ยจู เจ้าต้องออกหน้าให้ข้า”
องค์หญิงใหญ่ไม่คิดกล่าววาจากับนางอีก หันไปสั่งสาวใช้ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่ “พาจวิ้นจู่พวกเจ้ากลับไป”
“เจ้าค่ะ องค์หญิงใหญ่”
สาวใช้พากันโล่งอก คิดจะเข้าไปประคองท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่จากไป ไม่คิดว่าท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่จะโมโหจนคุมสติไม่อยู่ เพราะองค์หญิงใหญ่ไล่ตนเองต่อหน้าทุกคน จึงถลึงตาใส่องค์หญิงใหญ่สบถด่าทอว่า “เจ้ามันช่างแล้งน้ำใจ ถึงกับขับไล่ข้า มิน่าตอนนั้นราชบุตรเขยจึงไม่ชอบเจ้า หันไปชอบแต่น้องสาวลูกพี่ลูกน้องเขา ล้วนเป็นเพราะเจ้าแล้งน้ำใจ ไม่เพียงแต่ไม่ได้ใจราชบุตรเขย ยังมีบุตรสาวปัญญาอ่อนเช่นนั้นอีก”
วาจาท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่ทำให้สีหน้าองค์หญิงใหญ่พลันดำทะมึน คนรอบกายได้แต่รู้สึกกำลังรอดูหายนะผู้อื่น หญิงผู้นี้คงได้โชคร้ายแล้ว เรื่องท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่เป็นเรื่องจี้จุดองค์หญิงใหญ่ ท่านหญิงหลัน หยางจวิ้นจู่กล้าด่าท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ องค์หญิงใหญ่จะปล่อยนางไปหรือ
“พวกเจ้า ลากตัวนังชั้นต่ำนี่ออกไปตบปาก ตบจนนางพูดไม่ออกจึงค่อยหยุด”
องครักษ์จวนองค์หญิงใหญ่พุ่งเข้ามาคว้าท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่ไปตบปากทันที
ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่ได้ฟังก็ดิ้นรนตวาดด่าทอ “เจ้ากล้าตบข้า ข้าเป็นบุตรีอ๋องผิงหลิง ฝ่าบาทไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นองค์หญิงใหญ่แล้วก็ยิ่งใหญ่อย่างนั้นหรือ”
องครักษ์ยกมือฟาดท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่จนสลบ ก่อนลากตัวนางไปตบปาก
หน้าประตูโถงจวนองค์หญิงพลันเงียบกริบ ยามนี้ผู้ใดก็ไม่กล้าส่งเสียงกล่าวอันใด องค์หญิงใหญ่อารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด
แต่แม้ว่านางอารมณ์ไม่ดี ก็ยังปรับอารมณ์ตนเองลงได้อย่างรวดเร็ว ยิ้มมองฮูหยินทุกท่าน กล่าวว่า “สายแล้ว ทุกท่านไปรับประทานอาหารกันที่เรือนข้างกันเถอะ”
“ขอบพระทัยองค์หญิงใหญ่”
ทุกคนพากันทยอยออกไปทานอาหารกันที่เรือนข้าง
จากนั้นงานเลี้ยงก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนจบลง พอทุกคนกินเสร็จก็พากันขอตัวกลับ
ก่อนลู่เจียวกลับ ก็บอกกับหมัวมัวผู้ดูแลที่ออกมาส่งนางว่า “ช่วยข้าทูลขออภัยต่อองค์หญิงใหญ่ด้วย วันนี้เพราะต้อนรับข้า ทำให้องค์หญิงใหญ่ต้องมาเผชิญกับเรื่องเช่นนี้”
หมัวมัวผู้ดูแลยิ้มกล่าวว่า “เป็นเพราะท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่ปากไร้หูรูด แต่ไรมานางก็เป็นคนเช่นนี้”
ความจริงที่ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะไทเฮาตามใจ ไทเฮาทำเช่นนี้ก็เพื่อเลี้ยงดูนางให้เสียคนเพื่อช่วยบุตรชายตนเองควบคุมอ๋องผิงหลิง
น่าเสียดายหลายปีมานี้ ท่านหญิงหลันหยางจวิ้นจู่ไม่ได้รู้ตัวแม้สักนิด ยังคิดว่าไทเฮาโปรดปรานนาง ฮ่องเต้ไม่กล้าทำอันใดนาง
ลู่เจียวไม่ได้เอ่ยอันใดต่อ พาเฝิงจือกับหร่วนจู๋ขึ้นรถม้า
รถม้าขับออกจากจวนองค์หญิงใหญ่รวดเร็ว
ลู่เจียวในรถม้าค่อยๆ พิงเบาะเอนหลังหลับตาลงพัก เฝิงจือเห็นนางอารมณ์ไม่ค่อยดี ก็ปลอบใจว่า “เหนียงจื่อ อย่าได้หงุดหงิดใจไป ไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้นก็พอ”
ลู่เจียวลืมตามองเฝิงจือกล่าวว่า “เมืองหลวงไม่น่าอยู่จริงๆ โชคดีบ้านเราสงบเงียบ”
เฝิงจือกับหร่วนจู๋ยิ้มกล่าวว่า “ใช่ บ้านเราสงบเงียบที่สุด”
ลู่เจียวคุยกับเฝิงจือหร่วนจู๋แล้วก็อารมณ์ดีขึ้นมาได้เล็กน้อย
เพียงแต่ลู่เจียวเพิ่งจะรู้สึกผ่อนคลาย นอกรถม้ามีเสียงถงอี้ดังขึ้น “ไม่ได้การแล้ว มีคนมาขวางทางรถม้าพวกเรา”
ลู่เจียวได้ยินก็เลิกม่านขึ้นมองไปทันที เห็นด้านหน้ามีคนมาขวางรถม้าพวกนางไว้ ผู้ที่นำมาถึงกับเป็นเซียวถิงซื่อจื่อจวนอ๋องฉินที่ก่อนหน้านี้ถูกหร่วนจู๋ฟาดจนหน้าตาเขียวช้ำ
เซียวถิงเห็นลู่เจียวเลิกม่านขึ้นมอง ก็แค่นยิ้มอย่างชั่วร้าย กล่าวว่า “นังชั้นต่ำ ถึงกับกล้าให้คนลงมือกับข้า รนหาที่ตายโดยแท้ ”
เขากล่าวจบก็สั่งการลูกน้องด้านหลัง “ไป จับตัวนางมาให้ข้า”
องครักษ์หลายคนทะยานตรงไปที่รถม้าของลู่เจียว
หร่วนจู๋กับถงอี้ขยับตัวทะยานขึ้นตรงเข้าปะทะกับองครักษ์จวนอ๋องฉิน คนสองฝ่ายต่อสู้กันขึ้นมาในบัดดล
ครั้งนี้เซียวถิงนำองครักษ์มีวิชายุทธ์ร้ายกาจมาด้วย
แม้ว่าหร่วนจู๋วิทยายุทธสูงส่ง แต่ก็รับมือคนมากมายไม่ไหว ดังนั้นนางกับถงอี้จึงถูกคนขวางไว้
เซียวถิงที่นั่งอยู่บนม้าตรงข้ามคิดไม่ถึงว่าตนเองนำผู้คุ้มกันฝีมือร้ายกาจประจำกายมาด้วยหลายคน ก็ยังไม่อาจสังหารลูกน้องของลู่เจียวได้ สีหน้าเขาพลันย่ำแย่ จากนั้นก็ยกมือสั่งลูกน้องข้างกายว่า “พวกเจ้าไป จับตัวนางโจรนั่นมาให้ข้า”
องครักษ์อีกสามนายก็พุ่งทะยานตรงเข้าไปหาลู่เจียว โจวเส้ากงก็ทะยานตัวออกมาขวางเอาไว้
แต่อีกฝ่ายมีกันสามคน สองคนต่อสู้กับโจวเส้ากง อีกคนหนึ่งก็ทะยานมาทางรถม้าทันที
นอกรถม้า หร่วนจู๋ ถงอี้ กับโจวเส้ากงพากันร้องตกใจ “เหนียงจื่อระวัง”
ลู่เจียวสะอึกกายหลบมือองครักษ์ที่จะคว้าตัวนาง องครักษ์เห็นว่าคว้าตัวพลาดก็คิดจะลงมืออีกครั้ง
แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกหน้ามืด ใจเต้นแรง นิ้วมือไร้แรงกำลัง เขาค้นพบว่าในรถม้ามียาสลบ
องครักษ์รีบถอยตัวออกจากไปรถม้า ลู่เจียวพลันโล่งอก คว้ายาแก้ป้อนเข้าปากเฝิงจือ
ก่อนหน้านี้สถานการณ์คับขัน ดังนั้นนางจึงคว้ายาออกมาคิดจะทำให้องครักษ์ผู้นั้นสลบ นางคิดไม่ถึงว่าองครักษ์จะรู้ตัว
ความจริงลู่เจียวไม่กลัวคนจับตัวนาง ประการแรกนางมียา หากยาไม่ได้ผล นางก็จะหลบเข้าไปใน ห้วงอากาศได้
นอกรถม้า หร่วนจู๋กับถงอี้ ยังมีโจวเส้ากง ยามนี้โจมตีองครักษ์หลายคนจวนอ๋องฉินบาดเจ็บแล้ว
ทุกคนพากันมารุมล้อมอยู่นอกรถมา รีบถามอย่างเคร่งเครียดว่า “เหนียงจื่อ ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
ลู่เจียวเลิกม่านขึ้นมองออกไปนอกรถ กล่าวกับพวกเขาว่า “อย่าได้เป็นห่วง ข้าไม่เป็นไร”
สีหน้าของซื่อจื่อจวนอ๋องฉินโมโหจนบิดเบี้ยว คิดไม่ถึงว่าองครักษ์ฝีมือร้ายกาจของเขาถึงกับจัดการคนตรงหน้าไม่ได้ ยังถูกฝ่ายตรงข้ามทำร้ายบาดเจ็บ เรื่องนี้ทำให้เขาอับอายอย่างที่สุด
ซื่อจื่อจวนอ๋องฉินยังคิดให้คนเข้ามาจับตัวลู่เจียว แต่ลูกน้องคนสนิทของเขารีบเข้ามากล่าวว่า “ซื่อจื่อ พวกเราไปกันก่อน หากสู้ต่อไปพวกคนจากสำนักรักษาความสงบก็คงพากันมาแล้ว”
ซื่อจื่อจวนอ๋องฉินคิดถึงว่าตนเองมาจับตัวคนบนท้องถนน หากเรื่องไปถึงสำนักรักษาความสงบ ไม่แน่อาจไปถึงพระกรรณฝ่าบาท คงมีคนไปฟ้องร้องจวนอ๋องฉิน ได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นเขาจึงหันกายจากไป แต่ก่อนไปยังไม่ลืมส่งสายตาถมึงใส่ลู่เจียวทีหนึ่ง
ลู่เจียวขมวดคิ้วมองทุกคนจากไป จากนั้นก็ออกคำสั่งว่า “พวกเรากลับ”
เหตุการณ์นี้ย่อมทำเป็นที่กล่าวขานโจษจัน อย่างไรก็กลับก่อนดีกว่า
ทุกคนรีบกลับตระกูลเซี่ย