ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 555 เลือกเป็นจ้วงหยวน
ตอนที่ 555 เลือกเป็นจ้วงหยวน
ณ ตระกูลเซี่ย
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเข้าไปเก็บตัวอยู่ในห้องหนังสือถึงสามวันเต็มๆ กินอยู่แต่ในเรือนด้านหน้า
ลู่เจียวเคยไปดูเขาหลายครั้ง พบว่าเขาร่างกายกระปรี้กระเปร่าไม่เลว ลู่เจียวจึงได้วางใจ แต่ทุกครั้งที่ลู่เจียวไปห้องหนังสือก็จะเอาของกินไปด้วย นางยังแอบเติมน้ำพุจิตวิญญาณลงไป ดังนั้นแม้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นสามวันไม่ได้ออกจากห้องหนังสือ แต่เขาก็ยังคงมีกำลังวังชากระปรี้กระเปร่าดังเดิม
นอกจากลู่เจียวนำอาหารไปให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นแล้ว ยังนำไปให้หลิวจื่อเหยียนอีกด้วย แน่นอนว่าให้หลินตงไปบอกกับตงเซิงว่านี่คืออาหารที่นางทำให้หลิวจื่อเหยียนด้วยตนเอง เช่นนี้หลิวจื่อเหยียนจึงจะกินอาหารทั้งหมด
ลู่เจียวเติมน้ำพุจิตวิญญาณลงไปในอาหารเช่นกัน เช่นนี้ก็เพื่อแน่ใจว่ากำลังวังชาและจิตใจหลิวจื่อ เหยียนจะดีมาก
สามวันต่อมา ก้งเซิงที่สอบติดทั้งหมดก็เข้าวังไปร่วมสอบเตี้ยนซื่อตั้งแต่เช้าตรู่
นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้พบฮ่องเต้แคว้นต้าโจว
ฮ่องเต้อายุไม่น้อยแล้ว อายุใกล้เคียงกับบิดาเขา แต่กำลังวังชาไม่เลวอย่างมาก อำนาจบารมีแผ่กำจาย แววตาและสีหน้าเต็มไปด้วยความเฉียบคมแบบฉบับฮ่องเต้ผู้ครองอำนาจปกครอง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นทีแรกก็รีบก้มหน้าถวายคำนับฮ่องเต้
ก้งเซิงที่เข้าร่วมสอบครั้งนี้มีทั้งหมดสามร้อยคน ในสามร้อยคนนี้จะได้รับการคัดเลือกรับไว้ทั้งหมด แต่จะแยกเป็นสามระดับ ระดับแรกมีสามอันดับ พระราชทานแต่งตั้งเป็นจิ้นซื่อจี๋ตี้ ระดับสองพระราชทานแต่งตั้งเป็นจิ้นซื่อชูเซิน ระดับสามพระราชทานแต่งตั้งเป็นถงจิ้นซื่อชูเซิน
ถงจิ้นซื่อชูเซินแค่ชื่อก็รู้ว่าไม่นับว่าเป็นทางการ เหมือนว่าหลายคนยอมให้หล่นจากลำดับก็ไม่อยากเป็นถงจิ้นซื่อชูเซิน
แต่ในสามร้อยคนนี้ก็จะมีครึ่งหนึ่งร่วงหล่นลงไปเป็นถงจิ้นซื่อชูเซิน
ดังนั้นคนร่วมสอบเตี้ยนซื่อ ล้วนให้ความสำคัญอย่างมากเป็นพิเศษ
การสอบเตี้ยนซื่อครั้งนี้แบ่งที่นั่งกันตามลำดับ ดังนั้นเซี่ยอวิ๋นจิ่นจึงนั่งอยู่หน้าสุด พอฮ่องเต้ได้เห็นเขา ก็รู้สึกได้ว่าหน้าตารูปงามอย่างมาก อดมองอีกสองสามทีไม่ได้ จากนั้นก็ถามมหาบัณฑิตซุนหมิงเหลียงในสำนักศึกษาฮั่นหลิน เขาก็คือหัวหน้าคุมสอบการสอบหุ้ยซื่อครั้งนี้
“นี่คือหุ้ยหยวนของการสอบหุ้ยซื่อที่ชื่อเซี่ยอวิ๋นจิ่นหรือ”
ซุนหมิงเหลียงรีบคำนับนอบน้อมกล่าวว่า “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
ฮ่องเต้มองอีกสองสามทีก็ยิ้มกล่าวว่า “เขาหน้าตาดีมาก หน้าตาเช่นนี้ได้ตำแหน่งทั่นฮวา[1] ก็สมดังชื่อ”
วาจานี้กล่าวไม่เบานัก ทุกคนตรงหน้าต่างได้ยินวาจานี้ พากันอดแอบเหลือบหน้ามองเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้ เซี่ยก้งเซิงคงไม่ได้เพราะหน้าตาดีเป็นที่ถูกพระทัยจนฝ่าบาทเลือกเป็นทั่นฮวากระมัง นี่เรียกว่าโชคร้ายโดยแท้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสีหน้าเป็นปกติหากเพราะฝ่าบาทเลือกเขาเป็นทั่นฮวาเพราะหน้าตา ก็ถือว่าเป็นชะตาของเขา
ซุนหมิงเหลียงกลับเอ่ยขึ้นว่า “ฝ่าบาท ไม่อาจปฏิเสธความสามารถเขาเพราะหน้าตา”
นี่คือไม่เห็นด้วยที่ฝ่าบาทเลือกทั่นฮวาด้วยหน้าตา
ฮ่องเต้มองซุนหมิงเหลียงก่อนจะยิ้มส่งสายตาจ้องมองเขา “เรารู้แล้ว เจ้าทะนุถนอมผู้มีความสามารถ ในใจเราพอรู้อยู่”
ครั้งนี้เขาเลือกซุนหมิงเหลียงเป็นผู้คุมการสอบหุ้ยซื่อ ก็เพราะคนผู้นี้เป็นคนแข็ง ไม่มีทางถูกผู้ใดซื้อตัวไปได้
“เริ่มได้”
พอฮ่องเต้รับสั่ง การสอบเตี้ยนซื่อก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ พอข้อสอบออกมา ผู้เข้าสอบทุกคนในที่นั้นต่างอึ้งไปทันที ยกเลิกฟานอ๋อง
ข้อสอบนี้ยากมากจริงๆ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับหลิวจื่อเหยียนรู้ข้อสอบมาก่อนแล้ว แต่ทั้งสองคนก็มิได้รีบเขียน ข้อสอบเรื่องยกเลิกฟานอ๋องนี้มีความยาก หากพวกเขาทั้งสองคนรีบเขียน ก็จะทำให้เกิดข้อสงสัย ฮ่องเต้จะสงสัยว่าพวกเขาได้ข้อสอบมาก่อน
ดังนั้นทั้งสองคนได้ข้อสอบแล้วก็ไม่ได้รีบเขียน แต่ค่อยๆ ขมวดคิ้วคิดไตร่ตรองดังเช่นผู้อื่น ว่าจะตอบข้อสอบนี้เช่นไร
รอจนคิดได้ราวเวลาหนึ่งก้านธูป เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับหลิวจื่อเหยียนจึงได้ลงมือเขียน
หลิวจื่อเหยียนด้านหลังเห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นลงมือเขียน เขาจึงได้ยกพู่กันเริ่มเขียน
ในพระที่นั่งเงียบกริบ มีเพียงเสียงพู่กันขีดเขียนบนกระดาษ
ฮ่องเต้ที่นั่งเป็นประธานด้านบนก็เริ่มนั่งไม่ติด ค่อยๆ ลุกขึ้นเดินลงมา
เขาเห็นคำตอบเซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นคนแรกสุด แต่เพราะเซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดค่อนข้างนาน ยามนี้ยังเขียนได้ไม่มากเท่าไร ดังนั้นฮ่องเต้มองสองสามทีก็เดินไปดูผู้อื่นต่อ บางคนยังเขียนคำตอบต่อไปด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่บางคนพอเห็นฮ่องเต้มายืนข้างกายก็เริ่มมือสั่น
ฮ่องเต้เห็นคนเช่นนี้ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เดินไปยังคนถัดไปทันที
อ่านคำตอบไปได้สองสามคน ฮ่องเต้ก็ไม่ค่อยพอพระทัย สุดท้ายเดินถึงหลิวจื่อเหยียน เห็นคำตอบเขา ก็รู้สึกพอใจทันที มองได้ครู่หนึ่งก็ถามซุนหมิงเหลียงว่า “นี่ก็คือบุตรชายหลิวโส่วฝู่หรือ”
ซุนหมิงเหลียงพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท เขาก็คือบุตรชายหลิวโส่วฝู่”
ฮ่องเต้มองดูอีกสองสามทีก็เอ่ยชมว่า “เป็นเด็กหนุ่มมีความสามารถที่หาได้ยากจริง อายุแค่นี้ถึงกับเป็นก้งเซิงได้ ดูท่าหลิวโส่วฝู่อบรมบุตรได้ดี”
หลิวจื่อเหยียนลุกขึ้นขอบพระทัยทันที “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงชม แต่กระหม่อมมิได้ได้รับการอบรมจากบิดา หากเป็นท่านปู่ท่านย่าเลี้ยงดูมา หลายปีมานี้ พวกเราอยู่อำเภอชิงเหอ การมาเมืองหลวงครั้งนี้ก็เพราะกระหม่อมต้องกลับมาร่วมสอบในเมืองหลวง”
ฮ่องเต้ได้ฟังหลิวจื่อเหยียนก็จ้องมองหลิวจื่อเหยียนนิ่ง ก่อนจะค่อยๆ หัวเราะ เจ้าเด็กนี่น่าสนใจจริง
“นั่งลงทำข้อสอบ”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
เรื่องตระกูลหลิว หากฮ่องเต้สืบความคำพูดหลิวจื่อเหยียนกระจ่าง ก็ย่อมรู้ความจริง
เจ้าเด็กหนุ่มนี่ไม่ถูกกับบิดาเขา
ฮ่องเต้คิดไปก็เดินไปที่อีกคน ลำดับถัดไปก็มีสองสามคนที่พออ่านได้ ที่เหลือไม่ค่อยถูกใจ
ฮ่องเต้วนไปรอบหนึ่งก็วนกลับมาที่เซี่ยอวิ๋นจิ่น พอได้อ่านก็หยุดอ่านไม่ได้อีกต่อไป วิธีการยกเลิกฟานอ๋องของเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่เพียงแต่มีหลักมีการ แต่ยังอ้างอิงเรื่องราวประวัติศาสตร์ในอดีตที่เคยยกเลิกฟานอ๋องสำเร็จเป็นตัวอย่าง จากนั้นก็เขายังเขียนวิธีการยกเลิกฟานอ๋องอีกเป็นชุด
การสอบเตี้ยนซื่อเสร็จสิ้นลง ฮ่องเต้ทรงเลือกเซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นจ้วงหยวน ในการสอบเตี้ยนซื่อครั้งนี้ ยังมีปั้งเหยี่ยนหนึ่งท่าน ส่วนหลิวจื่อเหยียนได้เป็นทั่นฮวา
หลิวจื่อเหยียนเดิมก็หน้าตาดี พอได้รับเลือกเป็นทั่นฮวา ก็สมดังชื่อจริง
ฮ่องเต้เลือกสามอันดับแรก และร่วมกับซุนหมิงเหลียงและหวาเฉิงเจ๋อเลือกจิ้นซื่ออันดับสอง ที่เหลือล้วนเป็นอันดับสามที่เรียกว่าถงจิ้นซื่อ
เจิ้งจื้อซิ่งได้อันดับสาม ถงจิ้นซื่อ
เจิ้งจื้อซิ่งท้ายพระที่นั่งมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นท่าทางสง่างามเบื้องหน้า ในสมองก็เริ่มคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้รับข้อสอบของฮ่องเต้มาล่วงหน้า หากได้ข้อสอบของฮ่องเต้มาก่อน การที่เขาจะได้ที่หนึ่งก็เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่เหตุใดเขาไม่มอบข้อสอบให้ตน อย่างไรพวกเขาก็มาจากบ้านเกิดเดียวกัน
เจิ้งจื้อซิ่งรู้สึกเหมือนว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ข้อสอบมาก่อน แต่ก็เหมือนว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้ข้อสอบมาก่อน เรื่องนี้คงไม่มีผู้ใดรู้ได้
แต่พอเจิ้งจื้อซิ่งคิดถึงหลิวโส่วฝู่ ภรรยาเซี่ยอวิ๋นจิ่นช่วยบุตรชายหลิวโส่วฝู่ไว้ หลิวโส่วฝู่เป็นถึงโส่วฝู่ ย่อมรู้ข้อสอบ ดังนั้นหลิวจื่อเหยียนควรได้ข้อสอบมา หลิวจื่อเหยียนได้ข้อสอบมาย่อมบอกกล่าวเซี่ยอวิ๋นจิ่น
เจิ้งจื้อซิ่งสมองสับสนไปหมด พลันรู้สึกโมโหแค้นใจเซี่ยอวิ๋นจิ่นที่ไม่บอกข้อสอบตน แต่เขาก็พลันรู้สึกไปอีกว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ใช่คนเช่นนั้น
ณ หน้าพระที่นั่ง เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับปั้งเหยี่ยนและทั่นฮวาลงคุกเข่าขอบพระทัยในพระเมตตา เขาไม่ได้มีเวลามาสนใจเจิ้งจื้อซิ่งด้านหลัง
อันดับแรกสามคนต้องขี่ม้าแห่รอบเมือง ฮ่องเต้ทรงอักษรให้แต่ละคนนำไปขี่ม้าแห่รอบเมือง
ร้านอาหารร้านน้ำชาสองข้างทางบนถนนสายหลักในเมืองหลวงเบียดเสียดแน่นไปด้วยคนที่มาดูความครึกครื้น นอกจากคนมาดูความครึกครื้น ยังมีคุณหนูมีตระกูลไม่น้อย วันนี้เป็นวันสอบเตี้ยนซื่อ การสอบเตี้ยนซื่อสิ้นสุดลง ฮ่องเต้ก็จะทรงคัดเลือกอันดับแรกสามคน อันดับแรกสามคนก็จะขี่ม้าไปตามท้องถนนรอบเมือง พวกนางคิดอยากชมว่าผู้มีความสามารถสามอันดับแรกแห่งใต้หล้าจะหน้าตาเช่นไร ในจำนวนนี้มีคนไม่น้อยคิดจะมองหาบุตรเขย
ลู่เจียวไปจองห้องรับรองร้านอาหารแห่งหนึ่งบนถนนสายหลักไว้เมื่อสามวันก่อน เพื่อถึงตอนนั้นจะได้ออกมาชมเซี่ยอวิ๋นจิ่นขี่ม้ารอบเมือง
ยามนี้สตรีหลายคนก็กำลังคุยกันอยู่ในห้องรับรอง เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็ไปตะกายขอบหน้าต่าง กล่าวว่า “ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านพ่อจะมาเมื่อไรๆ”
[1] แปลว่าชมบุปผา คำว่า ทั่นฮวา ปรากฏในสมัยราชวงศ์ถังที่จะให้จิ้นซื่อหนุ่มน้อยหน้าตาดีไปเก็บดอกไม้ในสวนมาต้อนรับจ้วงหยวน