ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 566 แสดงสิ แสดงต่อไป
ตอนที่ 566 แสดงสิ แสดงต่อไป
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้เดินตรงไปร่วมความครึกครื้นเบื้องหน้า แต่รั้งท้ายรอเดินไปกับหลิวจื่อเหยียน
ทั้งสองคนเจอกัน ก็พบว่าสีหน้าอีกฝ่ายไม่ดีนัก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสีหน้าไม่ดีนักเพราะอ๋องจิ้นเอ่ยถึงลู่เจียว หลิวจื่อเหยียนอารมณ์ไม่ดีเพราะคำพูดบิดา
ทั้งสองคนเจอกันก็ให้กำลังใจกันและกัน “พี่เขย อย่าไปสนใจพวกเขา”
“เจ้าก็ด้วย”
ทั้งสองคนนอกจากคำพูดนี้ก็ไม่ได้พูดอันใดมากอีก แต่เพียงคำพูดง่ายๆ ประโยคเดียวก็ทำให้คนด้านหลังที่เห็นคิดไปต่างๆ นานา
เจิ้งจื้อซิ่งเห็นภาพเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับหลิวจื่อเหยียนเดินเคียงกันอยู่ด้านหน้าเขา ทั้งสองคนสนิทกันเช่นนี้ เขาไม่เชื่อว่าหลิวจื่อเหยียนจะไม่บอกข้อสอบ หากเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้ข้อสอบที่หลิวจื่อเหยียนเปิดเผยมาก่อนล่วงหน้า เซี่ยอวิ๋นจิ่นจะตอบคำถามที่ทำให้ฮ่องเต้ทรงชมเชยและเลือกเขาเป็นจ้วงหยวนหรือ
เจิ้งจื้อซิ่งยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห หันไปมองจิ้นซื่อใหม่เบื้องหน้า แต่ละคนล้วนหัวเราะสรวลเสเฮฮา เปล่งรัศมีบารมี หันมามองดูถงจิ้นซื่อเช่นพวกเขาด้านหลัง แต่ละคนสีหน้ากลัดกลุ้มอมทุกข์ ท่านอ๋องกับชนชั้นสูงศักดิ์ก็เหมือนไม่ได้มองพวกเขา ทำเหมือนว่าไม่มีพวกเขาเหล่านี้
เจิ้งจื้อซิ่งคิดถึงว่าเมื่อก่อนตนเองต้องเพียรพยายามทุกวันคืน หันมาดูสภาพน่ารันทดในตอนนี้ เขาทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่กล้าก่อเรื่องอันใด ได้แต่เก็บความอัดอั้นไว้ในใจ
งานเลี้ยงฉยงหลินไม่เพียงแต่มีสุราอาหารชั้นเลิศ ยังมีการแสดงระบำรำฟ้อน บรรยากาศครึกครื้นอย่างที่สุด
บรรดาท่านอ๋องกับชนชั้นสูงศักดิ์เมืองหลวงดูกันจนเบื่อแล้ว จึงไม่ได้สนใจ แต่จิ้นซื่อใหม่ที่สอบได้ในครั้งนี้แต่ละคนชมกันจนดื่มด่ำ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นจ้วงหยวนใหม่ ที่นั่งย่อมอยู่ด้านหน้า ดังนั้นพวกอ๋องจิ้นกับอ๋องเยียนคุยกัน ก็ย่อมคุยกับเขาไปด้วยสองสามคำ
ผ่านมาได้ระยะหนึ่ง อารมณ์เขาก็ค่อยๆ เริ่มผ่อนลงมากแล้ว สีหน้าแลดูสงบนิ่งและสุขุม
แต่แม้เขาเป็นเช่นนี้ อ๋องจิ้นก็ยังเห็นเขาแล้วขัดตา เพราะเดิมเขาคิดว่ากู้ฉางเฟิงจะได้รับเลือกเป็นจ้วงหยวนในปีนี้ กู้ฉางเฟิงเป็นคนของเขา คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายกลับเป็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้รับเลือกเป็นจ้วงหยวน เรื่องนี้ทำให้อ๋องจิ้นโมโหเดือดดาลอย่างมาก
ดังนั้นวาจาที่กล่าวออกมาก็มักจะเป็นวาจาเสียดสีทิ่มแทง แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นยังคงสีหน้าให้ความเคารพ ไม่ได้แสดงอาการโมโหแม้แต่น้อย อ๋องจิ้นรู้สึกผิดหวัง และก็ขี้เกียจจะไปเสียดสีทิ่มแทงเขาอีก
หลังดื่มสุราไปได้พอสมควร พวกอ๋องจิ้นก็ไม่คิดอยู่ต่อนาน แต่ยังมีอีกหนึ่งขั้นตอนที่ต้องทำให้เสร็จ ไม่เช่นนั้นก็ยังไปไม่ได้ ดังนั้นอ๋องจิ้นจึงมองไปยังพวกเซี่ยอวิ๋นจิ่น กล่าวว่า “จ้วงหยวน ปั้งเหยี่ยน ทั่นฮวา เชิญพวกเจ้าไปในสวนดอกไม้ เด็ดดอกไห่ถังสี่ฤดู จวินจื่อหลัน กับจื่ออวี้หลันมาให้ทุกคนชื่นชมกันสักหน่อย”
แต่โบราณมา มีประเพณีจ้วงหยวนเด็ดดอกไม้ปักหน้าอกให้ทุกคน แต่มาถึงตอนนี้กลายเป็นประเพณีให้จ้วงหยวน ปั้งเหยี่ยน ทั่นฮวาเด็ดดอกไม้มาให้ทุกคนชื่นชม
แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นทั้งเกียรติและก็มีความคิดสร้างความลำบากใจแฝงอยู่ด้วยไม่น้อย
เพราะแม้ว่าจ้วงหยวน ปั้งเหยี่ยน ทั่นฮวาที่มีความรู้ความสามารถสูง แต่ไม่แน่ว่าจะรู้เรื่องดอกไม้ เมื่อก่อนมีคนไม่น้อยขายหน้าเพราะเรื่องเด็ดดอกไม้ผิด แต่เรื่องนี้ก็เป็นแค่เรื่องตลกร้ายเล่นกันเท่านั้น
เซี่ยอวิ๋นจิ่น กู้ฉางเฟิง หลิวจื่อเหยียนลุกขึ้นคำนับ หันหลังเดินไปเด็ดดอกไม้ที่สวนดอกไม้
ในสามคนนี้ กู้ฉางเฟิงต้องเด็ดดอกจวินจื่อหลัน ซึ่งเป็นดอกไม้ที่คนทั่วไปล้วนรู้จัก ดอกไห่ถังสี่ฤดูของเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับดอกจื่ออวี้หลันของหลิวจื่อเหยียน ไม่นับว่าเป็นดอกไม้มีค่ามาก ดังนั้นคนมากมายไม่รู้จักสองดอกไม้นี้
จากเรื่องนี้เห็นได้ชัดว่า อ๋องจิ้นเอียงไปทางกู้ฉางเฟิง แสดงให้เห็นว่าการคาดเดาก่อนหน้านี้ของเซี่ยอวิ๋นจิ่นที่ว่า ปั้งเหยี่ยนกู้ฉางเฟิงก็คือคนของอ๋องจิ้น
สามคนเดินมาถึงหน้าสวนดอกไม้ก็ยืนนิ่ง “พวกเราแยกกันไปหาดอกไม้”
“ตกลง”
สามคนตกลงกันแล้วก็หันหลังเดินเข้าไปในสวนดอกไม้เพื่อค้นหาดอกไม้
สวนดอกไม้ในเรือนฉยงฮวาใหญ่มาก ดอกไม้ในนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน คิดจะหาดอกไห่ถึงสี่ฤดูก็ไม่ง่าย
แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้คิดมาก พาหร่วนไคกับถงอี้ไปหาดอกไม้ในสวนดอกไม้
เขารู้จักดอกไห่ถังสี่ฤดู ดังนั้นไม่กังวลว่าจะหาไม่เจอ
แต่ดอกไม้ในสวนดอกไม้มีมากเกินไป ไม่อาจหาพบได้ในทันที เซี่ยอวิ๋นจิ่นอธิบายลักษณะดอกไห่ถังสี่ฤดูให้หร่วนไคกับถงอี้ฟัง จากนั้นก็ให้พวกเขาแยกกันไปค้นหา “หาเจอก็เรียกข้า”
“ตกลง”
สองคนรับคำ แต่ก็กำชับเซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างไม่วางใจ “คุณชาย หากเจอเรื่องอะไรก็ตะโกนเรียกพวกเรา”
“อืม”
หร่วนไคกับถงอี้หันหลังเดินไปยังจุดอื่นของสวนดอกไม้เพื่อค้นหาดอกไม้ เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ก้าวเดินไปในกลางสวนดอกไม้ที่ละก้าว เพื่อค้นหาดอกไห่ถังสี่ฤดู ไม่คิดว่าเขากำลังหาอย่างตั้งใจ ตอนเลี้ยวโค้งก็ชนเข้ากับคนผู้หนึ่ง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นผงะถอยด้วยสัญชาตญาณ จากนั้นก็ทรงตัวนิ่ง หันไปมองก็เห็นว่าคนที่เขาชนนั้นก็ถอยหลังไปสองสามก้าวเช่นกัน พอหันหน้าไป ปิ่นบนผมก็ร่วงหล่นลง ผมยาวดำขลับแผ่ปกคลุมลงมา ก่อนที่คนผู้นั้นจะหันขวับมามอง
ภายใต้แสงไฟสลัว เผยให้เห็นใบหน้าอ่อนแอตื่นตกใจ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองเห็นก็รู้ทันทีว่าคนผู้นี้คือผู้ใด
คุณหนูใหญ่หลินหรูเยว่จวนเฉิงเต๋อโหว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นนางก็คิดถึงเรื่องที่เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เคยบอกกับเขาขึ้นมาได้ทันที ยังมีท่าทางลู่เจียวที่มองเขาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
ตอนนั้นเขาไม่ค่อยเชื่อว่าหลินหรูเยว่ต้องตาต้องใจเขา แม้ว่าเขาเป็นจ้วงหยวนใหม่ แต่หลินหรูเยว่เป็นถึงคุณหนูใหญ่หลินหรูเยว่จวนเฉิงเต๋อโหว นางต้องแต่งกับชนชั้นสูงศักดิ์ในเมืองหลวง จะมาแต่งกับเขาได้อย่างไรกัน นับประสาอันใดกับเขาเองก็มีภรรยาและมีลูกแล้ว หญิงผู้นี้เสียสติหรือ
แต่ในยามนี้ เซี่ยอวิ๋นจิ่นเชื่อแล้ว
งานเลี้ยงฉยงหลินวันนี้เป็นงานจัดขึ้นเพื่อจิ้นซื่อใหม่ ตามหลักการแล้วสตรีเช่นหลินหรูเยว่ไม่ควรปรากฏตัวที่นี่ในตอนนี้ ปรากฏหญิงผู้นี้ไม่เพียงแต่ปรากฏตัว ยังมาชนเขาในสวนดอกไม้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดถึงการพบปะของหลินหรูเยว่กับพวกเขาแต่ละฉาก พวกเขาเจอโจรปล้น นางก็ออกหน้าช่วยเหลือ ยังมาทักทายกับภรรยาเขา ตอนนี้ยังปรากฏตัวในสถานที่เช่นงานเลี้ยงฉยงหลินนี้ ยังมาชนเขาเข้าโดยบังเอิญอีก
หากยามนี้ เซี่ยอวิ๋นจิ่นยังไม่สงสัยหลินหรูเยว่ สมองก็คงมีปัญหาแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดถึงว่าหลินหรูเยว่ถึงกับคิดแต่งงานกับเขา ก็ไม่ได้รู้สึกยินดีแม้แต่น้อย กลับรู้สึกเพียงแค่รังเกียจ เป็นถึงสตรีสูงศักดิ์ กลับมาจับจ้องคนมีภรรยาแล้ว ช่างเป็นสตรีชั่วไร้คุณธรรมเสียจริง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสีหน้าเยียบเย็นครุ่นคิดมองหลินหรูเยว่ตรงหน้า เหมือนางเพิ่งจะจำเขาได้ สีหน้าหวาดกลัวกลายเป็นยินดี “เจ้า เจ้าก็คือจ้วงหยวนใหม่ เซี่ยอวิ๋นจิ่น?”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองนางด้วยสีหน้าเย็นเยียบ แสดงสิ แสดงต่อไป รอดูเจ้าแสดงอยู่!
เพราะสวนดอกไม้แสงค่อนข้างน้อย กอปรกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นยืนในมุมสะท้อนแสง ดังนั้นจึงมองไม่เห็นสีหน้าหลินหรูเยว่
ดังนั้นนางเห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่กล่าวอันใด ก็รีบระบายยิ้มกว้าง กล่าวว่า “ตกใจจริง โชคดีเป็นเจ้า ดีจัง”
นางกล่าวจบก้มหน้าเก็บปิ่นปักผมด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ก้มลงเก็บไปก็กล่าวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างร่าเริงไปว่า
“ข้าอยากรู้ว่างานเลี้ยงฉยงหลินในวันนี้เป็นเช่นไร ดังนั้นจึงขอร้องให้บิดาข้าพาข้ามาชมความครึกครื้น เจ้าอย่าได้บอกผู้ใดว่าข้าเป็นสตรี”