ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 596 ดุจศาสดามาช่วยโลก
ตอนที่ 596 ดุจศาสดามาช่วยโลก
เซี่ยต้าเฉียงเดินออกมาทางด้านหลังมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“น้องสาม เจ้ารู้ไหมว่าต้องใช้จ่ายเงินเท่าไร เจ้ามีเงินมากมายจนไม่มีที่ใช้หรือ หากเจ้ามีเงินมากมายไม่มีที่ใช้ ก็เอามาให้พวกเราใช้ เจ้าไม่เห็นหรือว่าพวกเรายากจน”
แม้ว่าสองปีนี้ตระกูลเซี่ยหาเงินได้ แต่เพราะคนมาก ใช้จ่ายเงินมาก คนในหมู่บ้านล้วนสร้างบ้านอิฐชิงจวน บ้านพวกเขายังคงเป็นบ้านเก่าหลังเดิม
ในใจเซี่ยต้าเฉียงเดือดดาลมาก คิดไม่ถึงว่าวันนี้ยังได้ยินเซี่ยอวิ๋นจิ่นบอกว่าจะสร้างสำนักศึกษาประจำวงศ์ตระกูลให้คนในวงศ์ตระกูลเรียนไม่เสียเงิน ในเมื่อมีเงินสร้างสำนักศึกษาประจำวงศ์ตระกูล ทำไมไม่นำเงินที่จะสร้างสำนักศึกษาประจำวงศ์ตระกูลมาสร้างบ้านให้พวกเขา
เซี่ยต้าเฉียงโมโหจ้องมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ทันได้เอ่ย เซี่ยเหล่าเกินก็รีบตวาดเสียงดัง “เซี่ยต้าเฉียง เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้ ข้ายังอยู่ตรงนี้มีที่ให้เจ้าได้แสดงความเห็นหรือ อวิ๋นจิ่นสร้างสำนักศึกษาประจำวงศ์ตระกูลเป็นเรื่องสำคัญของคนในวงศ์ตระกูล เขามีคุณธรรมยิ่งใหญ่ เจ้าอย่าได้วันๆ เอาแต่เงิน เงิน เงิน”
ยากที่เซี่ยเหล่าเกินจะได้เอ่ยวาจาคุณธรรมยิ่งใหญ่เช่นนี้ คนในหมู่บ้านรอบด้านได้ยินวาจานี้ก็อดจ้องมองเขาไม่ได้ ท่านอาเหล่าเกินถึงกับมีสติรู้เช่นนี้ ดูท่าเมื่อก่อนพวกเขาดูแคลนเขาไปเสียแล้ว แม้ว่าเขาบ้าผู้หญิง ไม่มีน้ำใจ แต่คุณธรรมยิ่งใหญ่ก็พอมีบ้าง
จู๋จ่างกับบรรดาอาวุโสในหมู่บ้านต่างมองเซี่ยเหล่าเกิน ในแววตามีความรู้สึกชื่นชม ดูท่าเหล่าเกินใช่ว่าไร้ทางเยียวยา
“เหล่าเกิน ปกติพวกเราดูแคลนเจ้า เจ้าก็ยังนับว่าไม่เลว”
ในใจเซี่ยเหล่าเกินร้องโอดโอย ความจริงเขาแทบจะเอาเงินเซี่ยอวิ๋นจิ่นที่จะสร้างสำนักศึกษาประจำวงศ์ตระกูลมาไว้ที่เขาคนเดียว เช่นนั้นเขาก็จะมีเงินเป็นนายท่านแล้ว แต่เขาไม่กล้า
คนตระกูลเซี่ยกลับมองเซี่ยเหล่าเกินด้วยสีหน้าแทบไม่อยากจะเชื่อ
เซี่ยเหล่าเกินเป็นคนเช่นใด พวกเขาไม่รู้หรือ เขาเป็นคนรักเงินและละโมบความสุขยิ่งกว่าสิ่งใด ตอนนี้ถึงกับมีคุณธรรมยิ่งใหญ่เพียงนี้ ไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง
เซี่ยเหล่าเกินกลับไม่สนใจผู้อื่น หันหน้าไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น กล่าวน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “เจ้าสาม เรื่องนี้เจ้าทำได้ถูกต้องแล้ว พ่อสนับสนุนเจ้าที่ทำเช่นนี้”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มบาง กล่าวว่า “ขอบคุณท่านพ่อที่สนับสนุนข้า”
จู๋จ่างกับผู้ใหญ่บ้านได้ยินเซี่ยเหล่าเกินไม่คัดค้าน ก็ดีใจมาก แต่ยังคงมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างเป็นห่วง
“อวิ๋นจิ่น เรื่องนี้น่าจะใช้เงินทองไม่น้อย ในหมู่บ้านมีเด็กไม่น้อย”
เรียนไม่เสียเงิน ผู้ใดจะไม่เรียน เกรงว่าแต่ละครอบครัวจะมาเรียนกันหมด ต้องใช้เงินทองเท่าไรกัน
หนึ่งปี สองปี ก็แล้วไป แต่หากนานวันเข้า ย่อมเป็นเงินก้อนโต
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังจู๋จ่างกับผู้ใหญ่บ้าน ก็เอ่ยต่อว่า “จู๋จ่างกับผู้ใหญ่บ้านไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเงิน ลำดับถัดไป เรื่องที่สองที่ข้าจะพูดก็คือ ข้าจะซื้อที่นาละแวกตำบลชีหลี่หนึ่งพันหมู่มาเป็นที่นากลางหมู่บ้านเรา ที่นากลางเก็บค่าเช่ามาได้ วันหน้าก็นำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายเด็กๆ ตระกูลเราเรียนหนังสือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวเช่นนี้ รอบด้านก็เงียบกริบลงอีกครั้ง สุดท้ายมีคนตื่นเต้นถามว่า “สวรรค์ ที่นากลาง เช่นนั้นวันหน้าหมู่บ้านพวกเราก็มีที่นากลางพันหมู่แล้วหรือ”
“ใช่ ใช่ ยังซื้อที่นาในละแวกตำบล ที่นาละแวกตำบลชีหลี่เดิมหมู่ละเจ็ดแปดตำลึง ตอนนี้เพระปลูกสมุนไพรหาเงินได้ ที่นาขึ้นราคาไปหมู่ละสิบเอ็ดสิบสองตำลึงแล้ว พันหมู่ต้องใช้เงินถึงหมื่นกว่าตำลึง”
“หากมีที่นากลางพันหมู่ วันหน้าค่าเช่านาที่เก็บได้ก็เพียงพอให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือแล้ว”
พวกจู๋จ่างกับผู้ใหญ่บ้านสบตากัน ในใจย่อมดีใจ เพียงแต่ให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นออกเงินก้อนโตเช่นนี้ ในใจก็รู้สึกเห็นใจ นี่เป็นเงินก้อนโตมากเลยเชียวนะ
“อวิ๋นจิ่น จะเหมาะหรือ เจ้าเพิ่งได้เป็นขุนนาง ต้องใช้เงินทองอีกมาก วันหน้ามอบน้ำใจให้แก่กันก็ยังต้องใช้เงินทองทั้งนั้น”
พวกเขารู้ว่าภรรยาอวิ๋นจิ่นหาเงินได้ไม่น้อย แต่อวิ๋นจิ่นเป็นขุนนาง วันหน้าค่าใช้จ่ายก็มาก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มหันไปมองลู่เจียวด้านหลัง กล่าวว่า “ความจริงข้าก็ไม่ได้มีเงินทองอันใด แต่ฮูหยินข้ามีเงิน และซื้อที่นากับสร้างสำนักศึกษาประจำวงศ์ตระกูลให้คนในวงศ์ตระกูลก็เป็นความคิดนาง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบ คนรอบด้านก็พากันมองไปยังลู่เจียว ทุกคนนึกถึงเรื่องปลูกจินอิ๋นฮวาและเลี้ยงปลิงที่พวกเขาทำอยู่ ล้วนเพราะลู่เจียวสอนพวกเขา ตอนพวกเขายังไม่ได้ทำงานนี้ ภรรยาอวิ๋นจิ่นยังสอนพวกเขาให้รู้จักสมุนไพร ให้พวกเขาขึ้นเขาเก็บสมุนไพรมาขาย
ในห้วงเวลานี้ ทุกคนในหมู่บ้านต่างมองลู่เจียวอย่างตื้นตันใจ ตะโกนว่า “ภรรยาอวิ๋นจิ่น เจ้าก็เป็นผู้มีพระคุณของหมู่บ้านตระกูลเซี่ยเรา พวกเราหมู่บ้านตระกูลเซี่ยได้สะใภ้เช่นเจ้า ถือเป็นวาสนาหมู่บ้านตระกูลเซี่ยเราโดยแท้”
จู๋จ่างกับผู้ใหญ่บ้านพยักหน้าหงึกๆ กล่าวอย่างดีใจว่า “จะว่าไป ภรรยาอวิ๋นจิ่นก็มีวาสนาจริงๆ นางแต่งกับอวิ๋นจิ่น อวิ๋นจิ่นก็มีบุตรชายถึงสี่คน ยังทำให้อวิ๋นจิ่นสอบจ้วงหยวนเป็นขุนนางได้ แม้แต่พวกเราคนในหมู่บ้านก็พลอยได้รับอานิสงส์จากนางไปด้วย”
“ไม่เพียงแต่หมู่บ้านเรา คนในอำเภอชิงเหอก็ได้รับอานิสงส์จากการที่นางเปิดสามโรงผลิต ทำให้ทุกคนมีรายได้”
“ใช่ๆ”
ทุกคนในที่นั้นต่างเอ่ยชื่นชมลู่เจียวกันไม่หยุด คล้ายว่านางก็คือศาสดามาช่วยโลก
ยามนี้ไม่มีคนคิดถึงภาพนางที่ชั่วร้ายดังเมื่อก่อนอีกแล้ว
ผู้คนเหมือนลืมสภาพนางเมื่อก่อนไปหมดสิ้นแล้ว
ลู่เจียวอมยิ้มมองผู้คนรอบด้านค่อยๆ เดินออกมากล่าวกับทุกคนว่า “อวิ๋นจิ่นเติบโตในหมู่บ้านตระกูลเซี่ย ที่นี่คือรากเหง้าของเขา ไม่อาจเพราะเขาเจริญรุ่งเรืองแล้วก็จะหลงลืมคนในวงศ์ตระกูล ทุกคนวางใจ วันหน้าขอเพียงคนในหมู่บ้านมีความทุกข์ใด ก็มาหาพวกเราได้ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า ทุกคนคนต้องเป็นคนดีมีเมตตา หากกระทำเรื่องชั่วร้ายล่วงเกินหญิงสาวอะไรพวกนั้น ก็ไม่ต้องมาหาพวกเรา พวกเราไม่มีทางให้ความช่วยเหลือ”
ลู่เจียวกล่าวจบ จู๋จ่างกับผู้ใหญ่บ้านก็พยักหน้าเห็นด้วย “ภรรยาอวิ๋นจิ่นกล่าวได้ถูกต้อง หากคนในหมู่บ้านเรามีคนกระทำเรื่องชั่วร้ายล่วงเกินหญิงสาวอะไรพวกนั้น ไม่ต้องรอให้อวิ๋นจิ่นมาจัดการ พวกเราจะไม่ปล่อยไป ควรรู้ว่าพวกเราเป็นคนในวงศ์ตระกูลของอวิ๋นจิ่น ไม่อาจทำให้เขาเสียเกียรติ”
จู๋จ่างกล่าวจบหันไปมองรอบด้านตะโกนเสียงดังว่า “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่”
คนในหมู่บ้านต่างตะโกนรับคำอย่างดีใจ “พวกเราได้ยินแล้ว”
ลู่เจียวโบกมือให้ทุกคนเงียบ ทุกคนพลันเงียบกริบ ตอนนี้ลู่เจียวไม่ใช่คนธรรมดา คนเขามีตำแหน่งฮูหยินขุนนางมีอันดับ ตอนนี้นางคล้ายว่าทรงบารมี พอขยับตัวก็คนในหมู่บ้านต่างให้ความร่วมมือด้วยสัญชาตญาณทันที
ลู่เจียวมองไปยังกลุ่มคน เอ่ยปากอีกครั้งว่า “สร้างสำนักศึกษาประจำวงศ์ตระกูล ซื้อที่นากลางล้วนไม่มีปัญหา แต่ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”
จู๋จ่างกับผู้ใหญ่บ้านรีบกล่าวว่า “ภรรยาอวิ๋นจิ่น เจ้าว่ามา”
“สำนักศึกษาประจำวงศ์ตระกูลตั้งขึ้น ให้เด็กผู้หญิงในหมู่บ้านได้เรียนด้วย หวังว่าแต่ละครอบครัวจะส่งเด็กผู้หญิงมาเรียนให้รู้หนังสือกัน”
ลู่เจียวกล่าวจบ รอบด้านก็พลันเงียบกริบ ทุกคนได้ยินอึ้งไปกันหมด เดิมพวกเขาคิดว่าจะส่งเพียงบุตรชายหลานชายพวกเขามาเข้าเรียน
ปรากฏลู่เจียวถึงกับเอ่ยเช่นนี้ออกมา แต่ยามนี้หลายคนเริ่มตั้งสติได้ ตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า “ขอบคุณเซี่ยอวิ๋นจิ่น ขอบคุณภรรยาเซี่ยอวิ๋นจิ่น”
ในหมู่คนเหล่านี้ หลัวโหย่วไฉดีใจที่สุด เขารู้สึกคับแค้นใจมาตลอดที่เสี่ยวเฉ่าบุตรสาวเขาไม่อาจเรียนหนังสือได้ คิดไม่ถึงว่าลู่เจียวถึงกับเอ่ยเงื่อนไขเช่นนี้ ทำให้หลัวโหย่วไฉดีใจสุดขีด ตะโกนเสียงดังท่ามกลางผู้คนว่า “ภรรยาอวิ๋นจิ่น ข้าเห็นด้วย ข้าเห็นด้วย ข้าจะส่งเสี่ยวเฉ่ามาเรียนหนังสือ”