ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 609 ส่งมอบผู้หญิงแล้ว
ตอนที่ 609 ส่งมอบผู้หญิงแล้ว
ณ โถงงานเลี้ยง นอกจากฮูหยินถงจือ ยังมีฮูหยินขุนนางอื่นๆ อีกไม่น้อย คนเหล่านี้เห็นลู่เจียวต่างพากันมองตาค้าง ก่อนหน้านี้เล็กน้อยพวกนางยังกำลังวิพากษ์วิจารณ์ฮูหยินถงจือผู้นี้ ว่าฮูหยินท่านนี้น่าจะยากออกหน้าออกตางานใหญ่ ตอนนี้พอได้เห็นตัวจริง ถูกนางเปรียบเทียบจนเหมือนพวกนางเองที่เป็นดังหญิงบ้านนา
ฮูหยินทงพั่น[1] ยิ้มเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ท่านนี้คือฮูหยินเซี่ยถงจือหรือ หน้าตาดีมากจริงๆ”
พอฮูหยินทงพั่นเอ่ย ฮูหยินจือฝู่ก็ได้สติ รีบกล่าวต่อว่า “ใช่ ฮูหยินเซี่ยหน้าตาดีจริง ข้ามองจนไม่อาจละสายตาเลยทีเดียว”
ฮูหยินจือฝู่กับฮูหยินทงพั่นสองคนแม้ว่าปากเอ่ยชม แต่ในใจต่างอิจฉาริษยา
หญิงผู้นี้วาสนาดีจริง ได้แต่งกับเซี่ยถงจือขุนนางหนุ่มมีอนาคต และยังมีบุตรชายแฝดสี่ สถานะนับว่ามั่นคง และพวกนางยังได้ยินมาว่าเซี่ยถงจือไม่มีอนุข้างกายแม้แต่คนเดียว
แต่วันหน้าคงไม่หยุดแค่นี้ เซี่ยถงจือเป็นขุนนางแล้ว วันหน้าข้างกายย่อมมีคนมาเพิ่ม
ผู้ชายมีหญิงข้างกายมาก ความรักก็ถูกแบ่งปัน ดังนั้นหญิงผู้นี้จะสวยอ่อนวัยเช่นไร ชีวิตวันหน้าก็คงต้องกลัดกลุ้ม
ฮูหยินจือฝู่กับฮูหยินทงพั่นคิดถึงเรื่องนี้ก็ยิ้มออก
ลู่เจียวทำความเคารพฮูหยินจือฝู่ “คารวะฮูหยินจือฝู่”
ฮูหยินหลินรีบยื่นมือไปรั้งนางไว้ด้วยสีหน้าเมตตายิ่ง มองนางกล่าวว่า “รีบลุกขึ้น เห็นหน้าตาท่าทางเจ้าแล้ว ข้าก็ทนเห็นเจ้าลำบากกายไม่ได้แม้เพียงนิด รีบมานั่งทางนี้”
ลู่เจียวไปตามแรงดึงของนาง เซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นถงจือ ผู้ใต้บังคับบัญชาจือฝู่ สถานะก็เป็นรองเพียงแค่จือฝู่เท่านั้น นางจึงไม่จำเป็นต้องคำนับผู้อื่น
ฮูหยินหลินเห็นท่าทางลู่เจียว แววตาก็หรี่ลงเล็กน้อย จากกิริยาท่าทางของลู่เจียว นางมองออกว่าฮูหยินถงจือท่านนี้แม้ว่าอายุยังน้อย แต่เกรงว่าไม่ใช่คนที่ผู้ใดจะรังแกกันได้ง่ายๆ
นางคิดไปก็แนะนำลู่เจียวให้ทุกคนในที่นั้นไปด้วย “ทุกคนที่นี่ล้วนเป็นฮูหยินขุนนางในที่ทำการเรา ท่านนี้คือฮูหยินของหวางทงพั่น”
ลู่เจียวมองทีหนึ่ง ก็คือหญิงที่เอ่ยขึ้นก่อนหน้านี้ นางรีบยิ้มเอ่ยเรียก “ฮูหยินหวาง”
ขุนนางตำแหน่งทงพั่นกับถงจือล้วนเป็นขุนนางระดับหก ขุนนางใต้บังคับบัญชาของจือฝู่
ฮูหยินหวางเห็นนางไม่แม้แต่ละลุกขึ้นคำนับ ในใจก็ไม่พอใจอย่างมาก แม้สามีนางกับถงจือระดับขุนนางเท่ากัน แต่หญิงผู้นี้รู้ธรรมเนียมหรือไม่ นางเพิ่งมาเมืองหนิงโจวก็ทำตัวใหญ่โตเช่นนี้จะดีหรือ
แม้ว่าฮูหยินหวางไม่พอใจ แต่ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า รอยยิ้มยิ่งอ่อนโยนยิ่งขึ้น “ฮูหยินเซี่ยเพิ่งจะมาเมืองหนิงโจว หากมีอันใดไม่เข้าใจ ก็มาถามข้าได้ ข้าเป็นคนคุยง่ายที่สุด ไม่เชื่อเจ้าถามพวกนางดู”
นางกล่าวจบก็หันไปชี้หญิงรอบกายด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
หญิงเหล่านี้พากันรับคำ “ใช่แล้ว พี่หวางเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น หากฮูหยินถงจือต้องการสิ่งใด ก็ไปขอให้นางช่วยเหลือได้”
“ใช่ พวกเรามีเรื่องก็จะไปขอให้พี่หวางช่วยเหลือ ฮูหยินถงจือไปหานาง ให้นางช่วยย่อมไม่ผิดพลาด”
“อืม ฮูหยินถงจือจะค่อยๆ รู้ได้เอง”
ลู่เจียวนิ่งมองคนเหล่านี้ มองออกว่าคนเหล่านี้สามัคคีกันมาก พวกนางแบ่งแยกนาง แต่นางไม่คิดเสียดายอยากจะเข้าร่วมวงกับพวกนาง นางคนเดียวไม่ดีหรือ ไยต้องร่วมวงกับผู้อื่น
ลู่เจียวคิดไปก็ยิ้มไป หันไปเอ่ยขอบคุณฮูหยินหวาง “เช่นนี้ ข้าก็ขอขอบคุณฮูหยินหวางแล้ว”
ลู่เจียวมองแล้วดูสุภาพมาก แต่กลับไม่ทำตามผู้อื่นที่เรียกฮูหยินทงพั่นว่าพี่หวาง การเรียกฮูหยินหวางทำให้มองออกว่านางไม่คิดสามัคคีเป็นพวกเดียวกันกับพวกนาง
ขุนนางใหญ่น้อยในเมืองหนิงโจวล้วนปฏิบัติงานเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ตอนนี้พลันมีถงจือมาใหม่ ความหมายของหลินจือฝู่ก็คือต้องดึงพวกเขาไปเป็นพวกเดียวกัน เช่นนี้จึงจะทำงานง่าย ไม่เช่นนั้นวันหน้าทำอันใดก็ไม่สะดวก หากปล่อยให้คนจับจุดอ่อนได้ ก็จะสร้างความยุ่งยากให้พวกเขาได้ง่าย
ดังนั้นวัตถุประสงค์หลักของงานเลี้ยงวันนี้ก็คือลองเชิงท่าทีเซี่ยอวิ๋นจิ่นสองสามีภรรยา พร้อมทั้งคิดดึงพวกเขามาเป็นพวก เช่นนี้วันหน้าทุกคนเป็นหนึ่ง ทำการงานก็สะดวกราบรื่น
แต่ฮูหยินหวางหยั่งเชิงแล้วก็พบว่าลู่เจียวไม่ตอบรับพวกนาง ทำให้นางโมโหมากแต่ก็ต้องทนกักเก็บความโกรธเอาไว้ ยิ้มเอ่ยว่า “ฮูหยินถงจืออย่าได้เกรงใจไป”
ฮูหยินหลินมองลู่เจียวลุ่มลึก แนะนำผู้อื่นให้นางว่า “ท่านนี้คือฮูหยินข่งทุยกวาน ฮูหยินข่ง ท่านนี้คือฮูหยินกู้จิงลี่[2] ฮูหยินกู้……”
ขุนนางที่ว่าการเมืองหนิงโจวแบ่งประเภทหลากหลายมาก ไม่เหมือนที่ว่าการอำเภอชิงเหอ รวมกันก็แค่ขุนนางไม่กี่คน คนหนึ่งรับหน้าที่หลายอย่าง แต่ขุนนางเมืองหนิงโจวค่อนข้างมาก แบ่งสายงานกันละเอียดชัดเจน แต่ทุกตำแหน่งอยู่ภายใต้การกำกับของจือฝู่ ช่วยแบ่งเบาภาระของจือฝู่
ฮูหยินหลินแนะนำทุกคนในงานเลี้ยงเรียบร้อย ลู่เจียวก็นับว่าได้รู้จักฮูหยินขุนนางทุกคนของที่ว่าการเมืองหนิงโจวแล้ว นางยิ้มทักทายทุกคน ไม่ว่าฮูหยินหลินหรือฮูหยินขุนนางที่ต่ำกว่า นางก็ล้วนยิ้มให้อย่างไม่แบ่งแยก ท่าทีของนางทำเอาพวกฮูหยินหลินกับฮูหยินหวางไม่พอใจ แต่กลับทำให้ฮูหยินขุนนางผู้น้อยรู้สึกสบายใจ
สถานะฮูหยินถงจือสูงกว่าพวกนาง แต่ท่าทีของนางต่อพวกนางกลับสุภาพอย่างยิ่ง ไม่ได้เหมือนฮูหยินหลินกับฮูหยินหวางแม้สักนิด ฮูหยินเหล่านี้ปกติมีท่าทีดูแคลนพวกนาง
ฮูหยินหลินแนะนำทุกคนให้ลู่เจียวรู้จักแล้ว ก็พูดคุยกันอีกสองสามคำแล้วก็ประกาศเปิดงาน
“พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ กินไปคุยไป”
พอทุกคนมายังโถงงานเลี้ยงเพื่อร่วมรับประทานอาหาร ในงานเลี้ยงถึงกับมีคนมาแสดงศิลปะ
ลู่เจียวมองไปก็พบว่าคนที่มาแสดงศิลปะไม่เหมือนศิลปินนางรำที่เลี้ยงไว้ในจวน แต่เหมือนคุณหนูมีตระกูล
แต่นางไม่ได้กล่าวอันใดมาก เอาแต่กินข้าวชมการแสดงไปเงียบๆ เอ่ยชมบ้างเป็นบางครั้ง
ฮูหยินหลินยิ้มกล่าวกับนางว่า “สาวน้อยเหล่านี้ล้วนเป็นคุณหนูจากแต่ละตระกูล เพราะฮูหยินถงจือมากินเลี้ยง ข้าจึงได้ให้พวกนางมาแสดงศิลปะให้ท่านชม”
ลู่เจียวเลิกคิ้วมองฮูหยินหลิน ฮูหยินถงจือได้รับความสำคัญเพียงนี้หรือ หรือว่านางมีจุดประสงค์อันใด
ฮูหยินหลินเห็นนางไม่ตอบก็กวักมือเรียกหญิงสาวที่แสดงศิลปะก่อนหน้านี้เข้ามา
“พวกเจ้ามาคำนับฮูหยินถงจือ”
คุณหนูหลายคนเดินเข้ามาคำนับลู่เจียวทีละคน “คารวะฮูหยินถงจือ”
ลู่เจียวยิ้มมองพวกนาง เด็กสาวเหล่านี้หน้าตาไม่เลว ท่าทางงามสง่า กิริยามารยาทเพียบพร้อม แค่มองก็รู้ว่าได้รับการอบรมมาอย่างดี
เพียงแต่ฮูหยินหลินทำเช่นนี้ เกรงว่ามีจุดประสงค์อื่นกระมัง
แววตาลู่เจียวหรี่ลง แสร้งทำเป็นไม่รู้ ยิ้มเอ่ยชมเด็กสาวเหล่านี้ “หน้าตาไม่เลว กิริยาก็ดี ความสามารถก็มาก เห็นแล้วชวนให้รู้สึกชื่นชอบเสียจริง”
พอลู่เจียวกล่าว ฮูหยินหลินรับคำต่อ “ในเมื่อชื่นชอบ ก็พากลับไปสักสองคนเป็นเพื่อนคุยกับเจ้า”
ฮูหยินหลินกล่าวเช่นนี้ ลู่เจียวก็เข้าใจ นางให้สาวน้อยเหล่านี้มาแสดงเพื่อการใด
นี่คือวางแผนส่งผู้หญิงมาไว้ในจวนพวกนางหรือ
คนเหล่านี้ว่างเกินไปหรืออย่างไร ชอบยัดเยียดผู้หญิงใส่จวนผู้อื่น
[1] ทงพั่นเป็นตำแหน่งขุนนางประจำเมืองที่ทั่วไปมักได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากส่วนกลาง มีหน้าที่ดูแลเรื่องเงินทอง อาหาร ทหาร ม้า ทะเบียนบ้าน และภาษี รวมถึงการดำเนินคดีอาญาและเรือนจำ ออกเอกสารทางราชการเพื่อระดมพล ม้า เงินและ อาหาร แม้ว่าตำแหน่งอย่างเป็นทางการของทงพั่นทั่วไปจะต่ำกว่าถงจือ แต่อำนาจไม่น้อยไปกว่าถงจือ ทั้งทงพั่นและถงจือต่างอยู่ใต้บังคับบัญชาของจือฝู่ (ข้าหลวงหรือเจ้าเมือง)
[2] ตำแหน่งทุยกวาน ทั่วไปเป็นตำแหน่งขุนนางระดับเจ็ดชั้นเอก ทำหน้าที่ดูแลงานด้านอาญาเป็นหลัก ตำแหน่งจิงลี่ เป็นขุนนางบุ๋นระดับกลาง