ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 645 รุกไล่ทีละก้าว
ตอนที่ 645 รุกไล่ทีละก้าว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบ หน้าประตูที่ทำการพลันมีคนส่งเสียงตะโกนดัง “เยี่ยม เซี่ยถงจือเป็นใต้เท้าทรงธรรมเมืองหนิงโจวเรา”
พอคนหนึ่งกล่าวจบ คนอื่นก็ตะโกนตาม “ใช่ เซี่ยถงจือเป็นใต้เท้าทรงธรรมเมืองหนิงโจวเรา”
“เซี่ยถงจือ ท่านจะต้องช่วยชาวบ้านอย่างพวกเราด้วย”
ก่อนหน้านี้แม้ว่าภายนอกเมืองหนิงโจวดูแล้วสงบ แต่ในความเป็นจริงหลายคนต่างรับรู้โดยนัยว่าพวกหลินจือฝู่กับหวางทงพั่นในที่ทำการเป็นพวกเดียวกัน ดังนั้นแม้พวกเขาโดนรังแก ก็ไม่กล้าออกมาพูด แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เซี่ยถงจือออกมายืนปกป้องชาวบ้าน พวกเขาย่อมดีใจอย่างมาก
พริบตาก็มีแต่คนส่งเสียงชื่นชมเซี่ยอวิ๋นจิ่นดังขึ้น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่สนใจหวางทงพั่น หันไปมองหลินจือฝู่กล่าวว่า “ใต้เท้า หวางทงพั่นเกี่ยวข้องกับคดี ตามหลักแล้วควรหลบเลี่ยงคำครหา และเพราะเขาเป็นบิดาของผู้ถูกฟ้อง และเป็นคดีชีวิตคน ดังนั้นดีที่สุดก็ให้คุมตัวใต้เท้าหวางไว้ คดีนี้มอบให้ข้าจัดการสืบความสอบสวนต่อ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบ หวางทงพั่นก็ตะโกนส่งเสียงดัง “ไม่ได้ เจ้าเป็นแค่ถงจือ ถือสิทธิ์อันใดมาคุมงานคดีความ นี่เป็นงานในหน้าที่ข้า ไม่ใช่เจ้า”
เซี่ยถงจือไม่สนใจหวางทงพั่นแม้แต่น้อย ยังคงมองไปยังหลินจือฝู่ กล่าวว่า “ใต้เท้า ข้าคิดว่าคดีนี้จะให้ดีที่สุดควรให้ข้าเข้ามาดูแลต่อ เพราะปกติใต้เท้าสนิทกับใต้เท้าทงพั่น หากคดีนี้ให้ใต้เท้ามาสอบสวน สุดท้ายเกรงว่าคงกลายเป็นจุดอ่อนโจมตีใต้เท้าในวันหน้า ใต้เท้าเป็นขุนนางราชสำนัก หากมีจุดอ่อนให้โจมตีจะไม่เป็นประโยชน์ต่อท่าน อาจส่งผลต่อสถานะขุนนางของใต้เท้า”
มองดูสีหน้าเซี่ยอวิ๋นจิ่นแล้วเหมือนคิดเพื่อใต้เท้าหลิน แต่ในความเป็นจริงเขากำลังจับหลินจือฝู่ขึ้นย่างไฟ
ใต้เท้าหลินรู้ว่าเขากล่าวเช่นนี้มีเหตุผล คดีความตอนนี้ไม่เป็นผลดีหากเขามาสอบสวนต่อ หากเขารับคดีนี้มาและล่วงเกินหวางทงพั่น อาจทำให้เขาร้อนใจดังสุนัขจำต้องกระโดดกำแพงหนี โพล่งเรื่องชากับบ่อเกลือออกมา และก็เป็นดังเซี่ยอวิ๋นจิ่นว่า เพราะปกติเขาสนิทกับหวางทงพั่น ให้เขามาสอบสวนคดีนี้ ชาวบ้านไม่เชื่อใจเขา ดังนั้นคดีนี้มอบให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นจึงเหมาะสมที่สุด
แต่ยามนี้หลินจือฝู่รู้แล้วว่าเรื่องฟ้องร้องครั้งนี้เป็นไปได้มากว่าเป็นฝีมือเซี่ยอวิ๋นจิ่น เป้าหมายแท้จริงของเขาก็คือเพื่อตัดแขนขาเขา
พอหลินจือฝู่คิดขึ้นมาได้ ในใจก็เดือดดาลยิ่ง แต่ยามนี้เขากลับไม่มีหนทางอื่นอันใดอีก ได้แต่กล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึงว่า “เซี่ยถงจือกล่าวมาได้มีเหตุผล คดีนี้มอบให้เซี่ยถงจือสอบสวนก็แล้วกัน หวางทงพั่น?”
หลินจือฝู่มองไปยังหวางทงพั่น ถอนหายใจกล่าวว่า “หวางทงพั่น หลบเลี่ยงคำครหาไปก่อน”
คนผู้นี้หากช่วยไม่ได้ ก็ต้องรีบกำจัดทิ้งจึงจะได้ หากปล่อยให้เขาแพร่งพรายเรื่องใดออกไป เขากับท่านอ๋องก็คงถูกเปิดโปง
แม้ว่าในใจหลินจือฝู่คิดเช่นนี้ แต่แววตาที่มองไปยังหวางทงพั่นกลับมีแต่แววตาปลอบใจ
หวางทงพั่นเห็นแววตาหลินจือฝู่ ก็รู้ว่าหลินจือฝู่บอกให้เขาอย่าเพิ่งร้อนใจไป ตอนนี้อดทนไว้ก่อน
หวางทงพั่นคิดถึงว่าตนเองช่วยหลินจือฝู่เรื่องชากับบ่อเกลือได้เงินทองมาไม่น้อย ดังนั้นใต้เท้าหลินย่อมต้องปกป้องเขา หากเขาไม่ปกป้องตน เขาก็จะเปิดเผยเรื่องชากับบ่อเกลือออกมา
ใต้เท้าหลินปลอบใจหวางทงพั่นแล้วก็หันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น “คดีนี้ก็มอบให้ใต้เท้าถงจือสอบสวนต่อ”
ใต้เท้าหลินคิดแล้วก็ลุกขึ้น เปลี่ยนตำแหน่งให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นมาสอบสวนคดีนี้ต่อ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่เกรงใจแม้แต่น้อย เดินตรงไปนั่งยังตำแหน่งหลักกลางห้องโถง เริ่มสอบคดีความ
เขาส่งให้คนไปจวนหวางจับกุมคนมาก่อน “โจวเส้ากงนำคนไปจวนหวางจับกุมตัวหวางหมิงเหรินมา”
โจวเส้ากงรีบกล่าวว่า “ขอรับ ใต้เท้า”
เขาหันหลังนำองครักษ์จวนอ๋องเยียนจะออกไป
หลินจือฝู่คิ้วกระตุกทันที เดิมเขาคิดว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นจะให้มือปราบที่ทำการไปจับกุม มือปราบกับพวกเขาเป็นพวกเดียวกัน ย่อมปล่อยหวางหมิงเหรินไป ปรากฏคิดไม่ถึงว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นถึงกับให้บ่าวรับใช้ตนเองไปจับกุม
หลินจือฝู่อดเอ่ยไม่ได้ “เซี่ยถงจือ ท่านให้บ่าวรับใช้ในจวนไปจับตัว ไม่เหมาะสมหรือไม่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสีหน้าเย็นชา เอ่ยขึ้นว่า “ข้ากลัวว่ามือปราบที่ทำการเราจะปล่อยตัวหวางหมิงเหรินไป ให้บ่าวรับใช้จวนข้าไปจับ วางใจได้สักหน่อย”
หลินจือฝู่กับหวางทงพั่นสองคนสีหน้าย่ำแย่อย่างมาก แต่หวางทงพั่นไม่กลัว ก่อนหน้านี้เขาแอบให้ บ่าวรับใช้เขาไปตระกูลหวางแจ้งบุตรชายเขาแล้ว ให้เขาไปหลบก่อน อย่าได้ถูกเซี่ยอวิ๋นจิ่นจับได้
ดังนั้นแม้เซี่ยอวิ๋นจิ่นให้บ่าวรับใช้ตระกูลเซี่ยไปจับ ก็จับไม่ได้
น่าเสียดายหวางทงพั่นไม่รู้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นเตรียมการไว้แล้ว เขาได้ส่งหร่วนไคกับถงอี้ไปเฝ้าประตูหน้าและประตูหลังของจวนหวางไว้แล้ว พวกเขาทั้งสองคนจับตาหวางหมิงเหรินไว้แล้ว หากหวางหมิงเหรินหนี ก็จะเข้าจับกุมเขาทันที
ปรากฏหวางหมิงเหรินได้รับรายงานจากบ่าวรับใช้ตระกูลหวางแล้วก็รีบเก็บเงินทองหนีออกทางประตูหลัง
พอหร่วนไคเห็นเขาออกมา ก็ทะยานเข้าไปขวางไว้ บ่าวรับใช้ตระกูลหวางพุ่งออกมาสู้กับหร่วนไค หวางหมิงเหรินถือโอกาสหนี
การเคลื่อนไหวที่เรือนด้านหลังทำให้ถงอี้ที่อยู่เรือนด้านหน้ารู้ ถงอี้รีบทะยานไปขวางเส้นทางหนีของหวางหมิงเหริน จับตัวหวางหมิงเหรินได้คาท้องถนน
พอหวางหมิงเหรินถูกจับก็ด่าทอสาดเสียเทเสีย คนตระกูลหวางได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่เรือนด้านหลังก็รีบมากัน
ปกติฮูหยินผู้เฒ่าหวางเป็นคนตามใจหวางหมิงเหริน หวางหมิงเหรินมีวันนี้ได้ก็เพราะฮูหยินผู้เฒ่าเลี้ยงดูตามใจมาด้วยมือตนเอง
ยามนี้นางยังคงไม่อาจรับรู้ถึงภัยที่กำลังจะมาถึงตัว เห็นหลานชายที่ตนเองตามใจมาแต่เล็กถูกคนจับตัวไว้ ฮูหยินผู้เฒ่าหวางสีหน้าย่ำแย่อย่างยิ่ง ถลึงตาตวาดใส่ถงอี้ว่า “เจ้าเป็นใครกัน ถึงกับกล้ามาจับตัวหลานชายข้า กล้ามาก พวกเจ้า จับตัวเขาเอาไว้”
บ่าวรับใช้ตระกูลหวางสบตากัน ก่อนหน้านี้บ่าวรับใช้เข้าไปจับหร่วนไค ก็ถูกจัดการจนบาดเจ็บสาหัส
ครานี้บ่าวรับใช้ตระกูลหวางมองออกแล้วว่าทั้งสองคนเป็นยอดฝีมือที่ฝีมือร้ายกาจมาก ส่วนพวกเขาฝีมือแค่งูๆ ปลาๆ ไม่ใช่คู่ต่อสู้พวกเขา
เห็นบ่าวรับใช้ตระกูลหวางลังเลกันขึ้นมา ฮูหยินผู้เฒ่าหวางโมโหตวาดดังลั่น “พวกเจ้ามันเศษสวะหรืออย่างไร ยังไม่รีบเข้าไปจับ ไม่เห็นหรือว่าคุณชายถูกพวกเขาจับตัวไว้แล้ว”
หวางหมิงเหรินถือโอกาสส่งเสียงร้องดัง “ท่านย่า ช่วยข้าด้วย รีบช่วยข้าเร็ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าหวางถลึงตาใส่บ่าวรับใช้ตระกูลหวางอย่างดุดัน “รีบไปสิ”
บ่าวรับใช้ตระกูลหวางได้แต่พุ่งใส่ถงอี้กับหร่วนไค เพียงแต่ทุกคนยังไม่ทันได้ล้อมถงอี้กับหร่วนไค ถนนด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าดังมาก เงาร่างหลายคนโดดลงจากหลังม้า โจวเส้ากงพาลูกน้องจวนอ๋องเยียนสองสามคนมาถึง
โจวเส้ากงลงจากหลังม้ามาก็ตวาดใส่บ่าวรับใช้ตระกูลหวาง “ไสหัวไป ข้ารับคำสั่งใต้เท้าถงจือ มานำตัวหวางหมิงเหรินไปที่ว่าการ หากผู้ใดขัดขวางก็จะจับไปพร้อมกัน”
บ่าวรับใช้ตระกูลหวางผงะถอยทันทีด้วยสัญชาตญาณ ฮูหยินผู้เฒ่าหวางนิ่งตะลึงไปทันทีเช่นกัน
พอโจวเส้ากงโบกมือ ถงอี้ก็ลากตัวหวางหมิงเหรินไป หวางหมิงเหรินตกใจสุดขีด หันไปตะโกนเรียกฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านย่า รีบมาช่วยข้าเร็ว รีบมาช่วยข้า ข้าไม่ไปที่ทำการ”
ฮูหยินหวางผู้เฒ่าลนลานตะโกนดังว่า “เร็ว รีบไปตามนายท่าน ไปตามนายท่านพวกเจ้ามาเร็ว”