ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 647 แต่งหรือไม่แต่ง
ตอนที่ 647 แต่งหรือไม่แต่ง
ลู่เจียวมองตามรถม้าเซี่ยอวิ๋นจิ่นลับตาไป จากนั้นก็นำเฝิงจือกับหร่วนจู๋และหลิ่วอันขึ้นรถม้าตระกูลเซี่ยไปต่อ
ทุกคนขึ้นรถม้าแล้ว เฝิงจือกับหร่วนจู๋ก็เอ่ยชมเซี่ยอวิ๋นจิ่น
“ใต้เท้าร้ายกาจจริง”
“ข้าพูดจาไม่เป็น แต่รู้สึกว่าใต้เท้าร้ายกาจมาก ถึงกับส่งคุณชายหวางทงพั่นเข้าคุกได้”
หลิ่วอันตัวน้อยพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดเฝิงจือและหร่วนจู๋ทันที
ลู่เจียวยิ้มตาหยีรับฟัง ความจริงคดีนี้หากไม่ได้เซี่ยอวิ๋นจิ่นออกหน้า เจ้าทุกข์เหล่านั้นย่อมไม่กล้าก้าวออกมาฟ้องคุณชายหวางทงพั่น และเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็วางแผนไว้มากมาย เช่นให้เจ้าทุกข์มาฟ้อง แอบส่งคนมามุงดูหน้าประตูที่ทำการ ให้คนในกลุ่มชาวบ้านร้องตะโกนขอความเป็นธรรม ยังให้คนไปจับตาดูหวางหมิงเหรินตระกูลหวางเอาไว้
ในกระบวนการนี้หากขาดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไป ย่อมไม่อาจกดดันหลินจือฝู่กับหวางทงพั่น และไปสู่การจับกุมหวางหมิงเหรินราบรื่นได้เช่นนี้
ลู่เจียวคิดแล้วก็พาคนไปร้านขนส่งสินค้าเหนือใต้ พบว่าการค้าดีไม่เลว หันถงเห็นนางมาก็เข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
“วันนี้พี่สะใภ้มีเวลาว่างมาได้อย่างไร”
“วันๆ อยู่แต่ในจวนน่าเบื่อมาก ออกมาเดินเล่นสักหน่อย”
กลุ่มคนเพิ่งจะเดินเข้ามาในร้าน ก็ได้ยินเสียงคนในร้านเล่าเรื่องคดีที่เกิดขึ้นที่ที่ทำการศาล แต่ละคนโมโหด่าทอ
“คุณชายหวางทงพั่นช่างไร้ความเป็นคนเสียจริง ถึงกับทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้ได้ ครั้งนี้ใต้เท้าเซี่ยได้ออกหน้าช่วยชาวบ้าน”
“แน่นอน ใต้เท้าเซี่ยสุดยอดมาก”
หันถงกับลู่เจียวสองคนได้ยินเรื่องนี้ สีหน้าก็อดเผยรอยยิ้มออกมาไม่ได้ ทุกคนเดินไปยังห้องรับรอง พอนั่งลงเรียบร้อย หันถงจึงนำสมุดบัญชีตั้งแต่เปิดกิจการออกมาให้ลู่เจียวตรวจสอบ
ความจริงวันนี้ลู่เจียวมาก็เพื่อเดินชมร้าน ไม่ได้คิดมาตรวจบัญชี แต่หันถงจะให้นางดูให้ได้ นางได้แต่ดูผ่านตารอบหนึ่ง พออ่านดูแล้วก็พบว่าสินค้าที่นางออกแบบให้ร้านขนส่งสินค้าเหนือใต้ก่อนหน้านี้ขายดีมาก
“ไว้ข้าจะออกแบบของแปลกๆ ออกมาให้อีกสองสามอย่าง”
หันถงได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ก็ดีใจรับคำ “เช่นนั้นการค้าร้านขนส่งสินค้าเหนือใต้ของเราจะต้องดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน”
“อืม” ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อย ถามหันถงอย่างห่วงใย “บุตรชายสองคนของเจ้าสบายดีไหม เหตุใดไม่พาพวกเขามาเมืองหนิงโจวด้วย สถานศึกษาที่นี่ดีกว่าอำเภอชิงเหออยู่สักหน่อย”
“ก่อนหน้านี้ยุ่งกับการเปิดร้าน ไม่มีเวลามาสนใจพวกเขา ตอนนี้เข้าที่เข้าทางแล้ว กำลังเตรียมจะไปรับพวกเขามาพอดี”
หันถงกล่าวจบ พลันคิดถึงเรื่องแต่งงานของตนเอง เขาหันไปมองลู่เจียวทันที กระซิบว่า “พี่สะใภ้ มีเรื่องหนึ่ง ข้าอยากขอให้พี่สะใภ้ช่วยเหลือสักหน่อย”
ลู่เจียวเงยหน้ามองเขา พบว่าเขามีท่าทางเขินอาย นางยิ้มวางสมุดบัญชีในมือลง พลางถามว่า “เรื่องอันใด เจ้าว่ามา”
หันถงมองไปยังเฝิงจือกับหร่วนจู๋ในห้องรับรอง ลู่เจียวมองออกว่าเขาอยากคุยส่วนตัว ได้แต่โบกมือให้เฝิงจือกับหร่วนจู๋ถอยออกไปก่อน
“ว่ามา”
“พี่สะใภ้ก็รู้ตอนนี้ข้าไม่มีภรรยา ข้าคิดอยากขอให้พี่สะใภ้ช่วยหน่อย”
พอหันถงเอ่ย ลู่เจียวก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “ขอให้ข้าช่วยเจ้าเฟ้นหาภรรยาสักคน ไม่ดีกระมัง”
หันถงหน้าแดง กระซิบว่า “ความจริงมีคนหนึ่งเหมาะมาก แต่กลัวว่าพี่สะใภ้ไม่ยอมให้”
ลู่เจียวได้ฟังก็หันไปมองเขา นี่เขาต้องตาต้องใจคนของนางหรือ ผู้ใดกัน
ลู่เจียวพลันคิดถึงเฝิงจือ ไม่กระมัง หันถงต้องตาเฝิงจือหรือ
แต่ก่อนหน้านี้เฝิงจือบอกว่าไม่คิดแต่งงานออกไปจากจวน อยากแต่งกับคนในจวน
แต่ลู่เจียวมาคิดให้ดีแล้ว ในจวนไม่มีคนที่เหมาะกับนาง หร่วนไคและถงอี้ล้วนอายุน้อยมาก แค่สิบเจ็ดสิบแปด ต่างอายุน้อยกว่าเฝิงจือ หลี่หนานเทียนกับโจวเส้ากงก็แก่เกินไป
ลู่เจียวเงยหน้ามองหันถง หันถงกับเฝิงจืออายุใกล้เคียงกัน และตระกูลหันเขาแม้ไม่มีตำแหน่งขุนนาง แต่หันถงเป็นซิ่วไฉและพ่อค้า ค่อนข้างมีความสามารถที่จะปกป้องเฝิงจือได้ ย่อมดีกว่าน้องชายนาง เพียงแต่หากไม่มีเฝิงจือ ข้างกายนางก็จะไม่มีคนที่ใช้งานได้
ลู่เจียวไม่ค่อยอยากให้ แต่รู้สึกว่าตนเองไม่อาจเห็นแก่ตัว หันถงช่วยพวกนางมาไม่น้อย พูดจากใจ ด้วยความสามารถเฝิงจือ หากนางแต่งเข้าตระกูลหัน ย่อมเป็นภรรยาที่ดีช่วยเกื้อหนุนหันถงได้อย่างแน่นอน
ลู่เจียวครุ่นคิดแล้วก็มองไปยังหันถง กล่าวว่า “กล่าวตามตรงหากเป็นคนอื่นมาเอ่ย ข้าไม่มีทางตกลง เจ้าก็รู้เฝิงจือเป็นหัวหน้าสาวใช้ที่ข้าไว้ใจที่สุด เจ้าเอ่ยปากทีก็จะขอคนทำงานที่ข้าไว้ใจที่สุดไป ต่อไปข้าทำงานก็จะไม่สะดวก แต่มาคิดดู เจ้าก็ช่วยพวกเราไว้ไม่น้อย ข้าก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ตกลง ข้าจะไปถามให้เจ้า หากเฝิงจือยินยอมแต่ง ข้าก็จะให้นางแต่ง”
หันถงได้ฟังก็ดีใจ มองลู่เจียวกล่าวว่า “พี่สะใภ้ หากพี่ให้นางแต่งกับข้า ข้าไม่รีบร้อนให้นางรีบแต่ง ข้าส่งสาวใช้มาให้พี่สักสองสามคนก่อน ให้นางช่วยพี่อบรมให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยแต่งเข้าตระกูลหัน”
นับว่าหันถงทุ่มเทไม่น้อย ลู่เจียวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “เจ้าอย่าได้กังวลเรื่องนี้ จัดการกิจการร้านขนส่งสินค้าเหนือใต้ให้ดีก็พอ ข้าจะช่วยเจ้าถามเฝิงจือเอง แต่บอกก่อนว่า หากเฝิงจือยืนยันไม่แต่ง ข้าก็ทำอันใดไม่ได้”
ลู่เจียวคิดถึงว่าก่อนหน้านี้เฝิงจือไม่อยากแต่งกับน้องชายตน แต่พริบตาก็ผ่านไปสองปีแล้ว อายุเฝิงจือก็มากแล้วจริงๆ ตามหลักควรหาคนได้แล้ว หันถงเป็นโอกาสอันดีของนางจริงๆ
หันถงเป็นคนไม่เลว แม้เคยแต่งภรรยามาแล้ว แต่ไม่เคยรับอนุ เป็นคนสงวนตัวได้สะอาดสะอ้านมาก
ลู่เจียวครุ่นคิดแล้วก็สำทับว่า “เจ้าวางใจ ข้าจะช่วยเจ้าคุยกับนางอย่างจริงจัง”
หันถงดีใจมาก รีบประสานมือขอบคุณ “ขอบคุณพี่สะใภ้ ขอบคุณพี่สะใภ้”
ลู่เจียวพลิกสมุดบัญชีอ่านไปได้อีกครู่หนึ่ง ก็พบว่าการค้าร้านขนส่งสินค้าเหนือใต้เมืองหนิงโจวไม่เลวอย่างมาก ดูท่าแล้วต้องวางแผนขายของใหม่ๆ อีกสองสามอย่าง
ลู่เจียวครุ่นคิดแล้วก็พูดจากับหันถงอีกสองสามคำก่อนจะลุกออกไป
หันถงเดินไปส่งนางถึงหน้าประตูร้าน ลู่เจียวนำเฝิงจือกับหร่วนจู๋ขึ้นรถม้ากลับตระกูลเซี่ย
ตลอดทางมา ลู่เจียวไม่มองเฝิงจือแม้สักครั้ง เฝิงจือมองแววตานางหลายครั้ง สุดท้ายอดถามไม่ได้ว่า “ฮูหยิน มีอันใดหรือ”
“เฝิงจือ ปีนี้เหมือนเจ้ายี่สิบเอ็ดแล้วกระมัง”
ลู่เจียวอายุมากกว่าเฝิงจือหนึ่งปี บุตรชายนางหกขวบ เฝิงจือยังไม่ได้แต่งงาน ดังนั้นแม้ต้องการนางไว้รับใช้เพียงใดก็ไม่อาจรั้งนางไว้
เฝิงจือพยักหน้าเขินอาย “เจ้าค่ะ บ่าวยี่สิบเอ็ดแล้ว”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ข้ารับปากจะหาคนในจวนให้เจ้า แต่ข้าดูแล้วในจวนไม่มีคนที่เหมาะกับเจ้า”
ลู่เจียวกล่าวจบ เฝิงจือก็กล่าวอย่างไม่ใส่ใจนักว่า “ไม่มีก็ไม่แต่งเจ้าค่ะ ติดตามฮูหยินก็มิได้มีอันใดไม่ดี”
ลู่เจียวเห็นนางพูดจากใจจริง แต่คิดถึงความคิดของหันถง นางจึงได้เอ่ยว่า “เจ้ารู้สึกว่าคุณชายหันเป็นคนอย่างไร”
หันถงมักมาตระกูลเซี่ย เฝิงจือย่อมต้องรู้จักและรู้สึกดีกับเขาไม่น้อย เพราะภรรยาคนก่อนหน้านี้ของเขา ทำให้เฝิงจือเห็นใจเขามาก ตอนนี้ได้ยินลู่เจียวถาม นางจึงได้กล่าวว่า “ดีมาก แม้ว่าสถานะทางบ้านไม่เลว แต่คุณชายหันไม่ได้มีท่าทีไม่ดีแบบพวกคุณชายตระกูลร่ำรวย ปฏิบัติต่อผู้อื่นก็จริงใจอย่างมาก และไม่มองคนที่สถานะ เป็นคนไม่เลว”