ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 650 สาวใช้
ตอนที่ 650 สาวใช้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวไม่ได้สนใจเพื่อนบ้านด้านนอก หันหลังเดินเข้าประตูบ้านไปทันที ทั้งสองคนไม่ได้พูดอันใดกับฮูหยินหวาง
วันรุ่งขึ้นฟ้ายังไม่สาง หร่วนไคก็เข้ามารายงาน “ใต้เท้า ที่ทำการเกิดเรื่องแล้ว ใต้เท้าทงพั่นถูกลอบสังหาร”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคาดเดาไว้แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ หวางทงพั่นให้ท้ายบุตรชายฆ่าผู้อื่น ดังนั้นเขาไม่น่าเห็นใจแม้สักนิด สิ่งที่เซี่ยอวิ๋นจิ่นใส่ใจก็คือพวกหร่วนไคจับคนลงมือสังหารได้หรือไม่
ลู่เจียวในห้องถูกเสียงด้านนอกรบกวนจนตื่น นางสะลึมสะลือถามขึ้นว่า “มีอันใดหรือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นก้มลงจุมพิตแก้มนางพลางลูบหลังปลอบนางให้นอนต่อ “มีเรื่องนิดหน่อย ข้าไปก่อน เจ้านอนต่ออีกสักหน่อย”
ลู่เจียวก็ไม่ได้คิดอันใดหลับตานอนต่อ เซี่ยอวิ๋นจิ่นลุกขึ้นย่องเบาๆ เดินออกไปจัดการเรื่องนี้
ลู่เจียวหลับจนฟ้าสว่าง พอนางลืมตาขึ้นมา ข้างกายก็ไม่มีเงาร่างเซี่ยอวิ๋นจิ่น นางคิดแล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้หร่วนไคคล้ายมารายงานเรื่องอันใด แม้ว่านางไม่ได้ฟังกระจ่าง แต่เมื่อวานเซี่ยอวิ๋นจิ่นบอกเรื่องหวางทงพั่นกับนาง นางเดาว่าน่าจะเป็นหวางทงพั่นเกิดเรื่องแล้ว ลู่เจียวไม่ได้กังวลเรื่องนี้ และไม่ได้คิดสนใจ
นางตัดสินใจว่าวันนี้จะปรุงยาไว้ให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นใช้ป้องกันตัวยามไปเจอยอดฝีมือร้ายกาจมาทำร้ายเขาอีก
ลู่เจียวคิดว่าจะทำก็ตื่นนอนมากินอาหารเช้า วางแผนว่าจะไปปรุงยาไว้รับมือยอดฝีมือในห้องที่วิจัยเพนิซิลลินก่อนหน้านี้ ยานี้ค่อนข้างยุ่งยากและเสียเวลา แต่เพื่อเซี่ยอวิ๋นจิ่น นางยังคงคิดจะปรุงสักหน่อย
เพียงแต่ลู่เจียวยังไม่ทันได้เข้าไปในห้องวิจัยปรุงยา พ่อบ้านเซียวเรือนด้านหน้าก็นำคนเข้ารายงาน
“ฮูหยิน คุณชายหันพาสาวใช้มา บอกว่าซื้อมาให้ฮูหยินโดยเฉพาะ”
ลู่เจียวเลิกคิ้วไร้วาจาจะกล่าว จากนั้นก็มองไปยังเฝิงจือข้างกาย เฝิงจือพลันหน้าแดงก้มหน้าลงทันที
ลู่เจียวหัวเราะหันหลังพาหร่วนจู๋ไปเรือนด้านหน้าพบหันถง
เฝิงจืออยู่เรือนด้านหลังต่อ
คนที่หันถงพามาล้วนเป็นสาวใช้ที่ซื้อมาจากหญิงสำนักนายหน้า แน่นอนว่าตอนเขาซื้อมาเพราะมีความคิดจะแต่งกับเฝิงจือ เขาคิดว่าหากเอ่ยว่าจะแต่ง เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวน่าจะเห็นด้วย เฝิงจือเป็นคนสนิทลู่เจียว เขาจะแต่งนาง ก็ต้องเลือกคนสองสามคนมาให้เฝิงจืออบรมให้ดีก่อนแต่งนางไป ไม่เช่นนั้นพี่สะใภ้คงจะโมโหมากกระมัง
เมื่อวานเขาเอ่ยเรื่องนี้กับลู่เจียว ลู่เจียวไม่ได้ปฏิเสธ เช้านี้หันถงจึงอดนำคนมาให้ไม่ได้ ทั้งหมดหกคน ล้วนเป็นสาวใช้หน้าตาใสกระจ่าง อายุไม่นับว่ามาก ล้วนสิบสี่สิบห้า สาวใช้เช่นนี้อบรมดีๆ ก็สามารถใช้งานได้ระยะหนึ่ง
“พี่สะใภ้ ข้าส่งคนมาให้พี่แล้ว”
หันถงกล่าวจบเงยหน้ามองไปด้านหลังลู่เจียว พอไม่เห็นเฝิงจือ ในใจก็แอบผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้กล่าวอันใด
ลู่เจียวเห็นท่าทางเขาก็นึกขำ แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้
นางหันไปมองประเมินสาวใช้หกคนข้างกายหันถง หน้าตางามกระจ่างใส ดูแล้วน่าจะพอรู้ธรรมเนียมดี
หันถงเห็นลู่เจียวมองมา ก็รีบหันไปมองสาวใช้ข้างกาย กล่าวว่า “นี่คือฮูหยินถงจือ พวกเจ้ารีบแนะนำตัวเอง หากฮูหยินถูกใจพวกเจ้า พวกเจ้าก็จะได้อยู่ต่อเป็นสาวใช้ประจำตัวนาง”
เดิมสาวใช้ทั้งหกรู้ว่าตนเองถูกคุณชายหันนำมามอบไว้รับใช้ข้างกายฮูหยินถงจือ ดังนั้นล้วนตั้งใจเรียนรู้ธรรมเนียมมากเป็นพิเศษ
ตอนสาวใช้ทั้งหกอยู่ตระกูลหัน มักได้ยินผู้อื่นเอ่ยถึงถงจือกับฮูหยินถงจือ ได้ยินว่าทั้งครอบครัวล้วนหน้าตาดีมาก ยามนี้ได้มาเห็นก็เป็นดังที่ว่า ฮูหยินถงจือไม่เพียงแต่หน้าตาดี ประเด็นสำคัญก็คือดีมาก สาวใช้ทั้งหกต่างคิดอยู่ที่นี่ต่อ ดังนั้นจึงก้าวเข้ามาแนะนำตัวเองอย่างละเอียด
“บ่าวเป็นบุตรีซิ่วไฉ ชื่อว่าติงเซียง เพราะบิดาจากไป มารดากับน้องชายป่วย ดังนั้นบ่าวจึงขายตนเองมาที่สำนักนายหน้า โชคดีคุณชายหันซื้อเอาไว้ หากบ่าวได้มารับใช้ฮูหยิน บ่าวจะทุ่มเทแรงกายแรงใจไม่ทรยศต่อฮูหยินอย่างแน่นอน”
ลู่เจียวมองติงเซียงแล้วก็เห็นใจ หญิงสาวอายุสิบห้าสิบหก เพื่อมารดาและน้องชายถึงกับกล้าขายตนเอง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ และสาวน้อยก็ฉลาดมาก ยังรู้จักรับรองว่าจะไม่ทรยศต่อนาง
ลู่เจียวยิ้มเอ่ยว่า “เจ้าเป็นเด็กสาวกตัญญู อยากกลับบ้านไหม หากอยากกลับ ข้าจะมอบสัญญาขายตัวคืนให้เจ้า ให้เจ้ากลับบ้านไปอยู่กับมารดาและน้องชาย”
ลู่เจียวเอ่ยวาจานี้ด้วยคิดจะมอบสัญญาขายตัวคืนให้ติงเซียงจริงๆ ติงเซียงได้ฟังคำพูดลู่เจียวก็อึ้งไปทันที
คิดไม่ถึงว่าฮูหยินถึงกับจะคืนสัญญาขายตัวให้นาง ฮูหยินเป็นคนดีจริงๆ
แต่นางไม่อาจรับบุญคุณเช่นนี้ ที่สำคัญที่สุดก็คือหากนางกลับบ้านไป ก็ไม่มีทางหาเงินเลี้ยงดูมารดากับน้องชายได้ ไม่สู้อยู่รับใช้ฮูหยิน เช่นนี้ยังพอจะหาเงินให้มารดากับน้องชายได้บ้าง
“ขอบคุณฮูหยิน แต่บ่าวอยากอยู่รับใช้ฮูหยิน เช่นนี้คิดว่ามารดากับน้องชายบ่าวจะได้มีพอกินพอใช้”
ติงเซียงกลัวมากว่าลู่เจียวจะไม่รับนางไว้ กล่าวจบก็ไม่รอให้ลู่เจียวเอ่ย รีบรับรองว่า “ฮูหยิน ท่านรับบ่าวเถิด บิดาบ่าวเป็นซิ่วไฉ บ่าวติดตามบิดาเรียนรู้หนังสือมาบ้าง ช่วยฮูหยินวิ่งหาซื้อของได้”
ยามนี้การรู้หนังสือเป็นเรื่องเด่น ลู่เจียวได้ฟังก็หวั่นไหว มองติงเซียงกล่าวว่า “ได้ เช่นนั้นเจ้าอยู่ต่อก็แล้วกัน”
ติงเซียงดีใจมาก รีบโขกศีรษะให้ลู่เจียวทีหนึ่ง ผู้อื่นด้านหลังเห็นติงเซียงได้อยู่ต่อก็นึกอิจฉา รีบเข้ามาแนะนำตนเอง
แต่สุดท้าย ลู่เจียวเลือกไว้เพียงหนึ่งคนที่คล้ายกับเฝิงจือตรงที่เคยถูกทางการลงโทษมาก่อน นางเก่งงานเย็บปัก ได้ยินว่างานเย็บปักดีมาก
งานเย็บปักในบ้านพวกนางส่วนใหญ่ให้ยายเฒ่าชิวทำ แต่ยายเฒ่าชิวอายุมากแล้ว ลู่เจียววางแผนจะหาอีกคนมาช่วยทำงานเย็บปักในบ้านพอดี
“เอาละ ข้าเลือกไว้สองคน คนอื่นๆ เจ้าก็พากลับไปก็แล้วกัน”
ลู่เจียวกล่าวจบ หันถงไม่กล่าวอันใด สี่คนข้างกายเขา มีเพียงคนเดียวที่พุ่งออกมาคุกเข่า “ฮูหยิน ขอท่านได้โปรดรับบ่าวไว้ด้วย วันหน้าบ่าวจะกินให้น้อย ทำงานให้มาก ฮูหยินให้บ่าวทำอันใด บ่าวก็จะทำอันนั้น ฮูหยินให้บ่าวขึ้นเขาคมดาบ บ่าวจะไม่ไปทะเลเพลิง ฮูหยินให้บ่าวขับไล่ไก่ บ่าวจะไม่หยอกสุนัข บ่าวรับรองว่าจะเชื่อฟัง ไม่หาเรื่องใดๆ ไม่นำความร้อนใจมาให้ฮูหยิน”
กล่าวจบสาวใช้ก็ร้องไห้ ยิ่งร้องก็ยิ่งดูเสียอกเสียใจ
ลู่เจียวกับพวกหันถงมองกันจนตาค้าง อยู่ๆ จะมาร้องไห้ทำไมกัน
“เจ้าลุกขึ้น ร้องไห้อันใด”
สาวใช้สะอื้นส่ายหน้า “บ่าวไม่ลุก บ่าวขอร้องฮูหยินรับบ่าวไว้ด้วย”
ลู่เจียวถามอย่างแปลกใจว่า “เหตุใดเจ้าต้องให้ข้ารับเจ้าไว้ด้วย”
สาวใช้ร้องไห้กล่าวว่า “ฮูหยินหน้าตาดีมาก ได้ยินว่าใต้เท้าก็หน้าตาดี คุณชายน้อยทั้งสี่ก็หน้าตาดี บ่าวอยากปรนนิบัติคนหน้าตาดี ทุกวันเห็นแล้วก็อารมณ์ดีมีความสุข”
ลู่เจียวจึงได้เข้าใจว่า สาวใช้เป็นพวกหลงใหลหน้าตา
“ได้ เช่นนั้นเจ้าก็อยู่แล้วกัน”