ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 659 เข้าเมืองหลวง
ตอนที่ 659 เข้าเมืองหลวง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังคำพูดลู่เจียว ไหนเลยจะยอมเห็นด้วย เขาไปขอความเห็นหมอมา หมอบอกว่าสามเดือนแรกจะแท้งได้ง่าย เจียวเจียวเข้าเมืองหลวงเป็นเรื่องอันตรายมาก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ่งคิดก็ยิ่งหนักใจ อดส่งเสียงเรียกไม่ได้ “เจียวเจียว”
ลู่เจียวหันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น ลังเลครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “หากข้าไม่ไป อ๋องเยียนเกิดเหตุจริง ตระกูลเราก็คงไม่อาจมีบทสรุปที่ดีได้ ดังนั้นข้าต้องไป”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเองก็รู้ว่าหากอ๋องเยียนเกิดเรื่อง อ๋องจิ้นขึ้นบัลลังก์ ย่อมต้องกำจัดเขาทิ้ง เขากับลู่เจียวและลูกๆ ทั้งสี่ก็คงไม่อาจมีบทสรุปที่ดีได้
ตามหลักแล้ว เจียวเจียวก็ควรไป เพียงแต่ลูกในท้องนาง เป็นลูกที่เขาเฝ้ารอมานาน
“แต่ว่าลูก…”
ลู่เจียวรีบกล่าวว่า “ข้าจะระวัง แม้ว่าสามเดือนแรกเป็นระยะเวลาอันตราย แต่ข้าไปทางน้ำได้ นั่งเรือเข้าเมืองหลวง ไม่กระแทกเหมือนนั่งรถม้า”
ลู่เจียวกล่าวจบ ก็ยื่นมือไปกุมท้องตนเอง ลูกแม่ เจ้าต้องพยายามไปกับแม่ด้วยนะ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองนางเป็นนานก่อนจะหันไปมองม่อเป่ยกล่าวว่า “ม่อเป่ย พวกเราหารือกันสักหน่อยว่าจะเข้าเมืองหลวงอย่างไร ก่อนหน้านี้เจียวเจียวอยู่เมืองหลวงรักษาอาการป่วยท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่หาย ยังผ่าตัดต่อแขนให้ขุนพลหวัง หากไม่เหนือความคาดหมาย เรื่องพวกนี้อ๋องจิ้นล้วนรู้ ตอนนี้เจ้าออกจากเมืองหลวงมาเชิญนางเข้าเมืองหลวง คาดว่าอ๋องจิ้นก็คงป้องกันไว้แล้ว เป็นไปได้มากว่าเขาจะวางกับดักไว้ทุกที่ ขวางพวกเจ้าไม่ให้เข้าเมืองหลวง ดังนั้นพวกเราต้องวางแผนให้ดี”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นตัดสินใจเข้าเมืองหลวงเป็นเพื่อนลู่เจียว แต่ทางเมืองหนิงโจวนี้ เขาก็ต้องวางแผนสักหน่อย จึงจะหลบออกไปได้
ม่อเป่ยได้ยินเซี่ยอวิ๋นจิ่น ก็กล่าวอย่างดีใจทันที “ได้ พวกเรารีบหารือกัน”
สามคนนั่งลงหารือกัน ว่าจะสร้างสถานการณ์ในเมืองหนิงโจวเช่นไร จะเข้าเมืองหลวงเช่นไร
หากไม่เหนือความคาดหมาย อ๋องจิ้นย่อมต้องตั้งด่านสกัดทุกเส้นทาง ตรวจทั้งทางเรือและทางรถ หากเป็นดังคาด เขาย่อมให้คนคอยจับตามององครักษ์จวนอ๋องเยียน ดังนั้นเซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดว่า เขากับลู่เจียวไม่อาจไปกับพวกม่อเป่ยได้ กลับกัน พวกม่อเป่ยเบี่ยงเบนความสนใจคนอ๋องจิ้นไปอีกทางได้
“เจ้าหาหญิงที่รูปร่างคล้ายฮูหยินข้า ปลอมตัวเป็นนาง ให้นางตามพวกเจ้าไป เข้าเมืองหลวงเช่นนี้จะเป็นที่จับจ้องล่อพวกอ๋องจิ้นไป ส่วนพวกเราก็จะปลอมตัวด้วย”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นหันไปมองลู่เจียวข้างๆ ค่อยๆ กล่าวว่า “พวกเราสองสามีภรรยาปลอมตัวเป็นพี่น้องสองคนเข้าเมืองหลวง หลบสายตาสายของอ๋องจิ้น เข้าเมืองหลวงไปถอนพิษให้อ๋องเยียน”
“ตกลง”
เรื่องที่เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้บอกก็คือ เขาตัดสินใจว่าตอนเดินทางเข้าเมืองหลวงจะวางซ้อนแผนอีกการหนึ่ง ก็คือให้ลูกน้องพวกเขาปลอมตัวเป็นคนเจ็บเข้าเมืองหลวงเพื่อหาหมอ และพวกเขาสองสามีภรรยาจะหลบเข้าไปในห้วงอากาศของเจียวเจียวทุกครั้งที่พบด่านตรวจ เช่นนี้ก็จะหลบสายตาของอ๋องจิ้น เข้าเมืองหลวงได้ราบรื่น
แน่นอนว่าเรื่องลับนี้ เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่พูดออกไป
เพราะแค่เพียงเท่านี้ ม่อเป่ยที่ได้ฟังแผนการเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็รู้สึกว่าแผนการเขาใช้ได้
เขารีบลุกขึ้นมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวกล่าวว่า “ตอนนี้ข้าไปจัดการหาคนที่รูปร่างใกล้เคียงกับฮูหยินเซี่ยก่อน ให้เข้าเมืองหลวงไปกับข้า”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้า เห็นม่อเป่ยกำลังจะไป เซี่ยอวิ๋นจิ่นด้านหลังอดเรียกเขาไว้ไม่ได้ “ตอนนี้อ๋องเยียนเป็นอย่างไรบ้าง”
ม่อเป่ยได้ยินเขาถาม สีหน้าก็หมองหม่นลงทันที แววตาเต็มไปด้วยความกังวล “ฝ่าบาทมีราชโองการให้หมอหลวงฉีมารักษาให้ท่านอ๋อง ปรากฏหมอหลวงตรวจพบว่าท่านอ๋องถูกพิษ แต่กลับตรวจไม่ออกว่าแท้จริง ท่านอ๋องถูกพิษอันใด สุดท้ายพวกเราเชิญหมอหลวงฉีมาหาทางควบคุมพิษให้ท่านอ๋อง ไม่ให้พิษกำเริบ”
ม่อเป่ยไม่ได้เอ่ยว่า ตอนนั้นพวกเขาร้อนใจกันแทบเสียสติ แต่เพราะหมอหลวงฉีสงบนิ่งที่สุด เสนอใช้เข็มและยาสกัดพิษในตัวท่านอ๋องไว้ไม่ให้กำเริบ พวกเขามาเมืองหนิงโจวเชิญลู่เจียวเข้าเมืองหลวงไปตรวจ ลู่เจียวเข้าเมืองหลวงอาจตรวจพิษที่ผู้อื่นตรวจไม่กระจ่างได้ว่าอ๋องเยียนถูกพิษอันใด
ในห้องเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวพลันคิดถึงว่าหมอหลวงฉีว่าต้องเป็นบิดาฉีเหล่ยเป็นแน่
หมอหลวงฉีรับราชโองการฝ่าบาทมาถอนพิษให้อ๋องเยียน หากพิษอ๋องเยียนถอนไม่ได้ เกรงว่าตระกูลฉีคงประสบเคราะห์ร้ายไปด้วย
ลู่เจียวคิดถึงเรื่องนี้ก็รีบถามว่า “หมอหลวงฉีได้บอกไหมว่าเขาจะสกัดพิษท่านอ๋องได้นานเท่าไร”
พวกเขาต้องไปถึงจวนอ๋องเยียนก่อนที่พิษอ๋องเยียนจะกำเริบ
ม่อเป่ยรีบกล่าวทันทีว่า “มากสุดยี่สิบวัน ในยี่สิบวันนี้หากยังหายาถอนพิษไม่ได้ ท่านอ๋องย่อมต้องสิ้นอย่างแน่นอน”
ม่อเป่ยกล่าวถึงตรงนี้ ในใจก็ราวกับโดนมีดกรีด ที่เขาปวดใจเช่นนี้ เพราะนอกจากอ๋องเยียนเป็นเจ้านายเขาแล้ว เขายังรู้สึกว่า อ๋องเยียนคู่ควรกับตำแหน่งรัชทายาทที่สุดในราชวงศ์
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวสีหน้าหมองลงเล็กน้อย ยี่สิบวันเข้าเมืองหลวง หากม้าเร็วเร่งเดินทาง ย่อมพอ แต่ลู่เจียวตั้งครรภ์ ไม่อาจใช้ม้าเร็วเดินทางได้ พวกเขาได้แต่ไปเส้นทางน้ำ
หากเดินทางเส้นทางน้ำ ปกติเข้าเมืองหลวงก็ต้องหนึ่งเดือน ยี่สิบวันอาจจะเป็นไปได้ที่เร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืน แต่กฎแคว้นต้าโจว ไม่อาจใช้เส้นทางน้ำยามค่ำคืนได้ และยามค่ำคืนก็ไม่อนุญาตให้เรือแล่นผ่าน แน่นอนว่าแอบแล่นไปได้ ขอเพียงไม่เจอหน่วยลาดตระเวนทางน้ำตั้งด่านตรวจก็ได้
“พวกเราเดินทางทั้งวันทั้งคืน จัดคนให้เดินทางไปสืบเรื่องราวดูก่อน สืบดูว่าบนเส้นทางน้ำมีด่านป้องกันหรือไม่ หากมีด่านก็ให้หยุด หากไม่มีด่าน พวกเราก็เร่งเดินทางกันตลอดทั้งคืนไปหยุดในอีกเส้นทางน้ำ รอการตรวจสอบ”
ม่อเป่ยได้ฟังแผนการเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็พยักหน้าเห็นด้วย “ดี แต่พวกเจ้าจะต้องหาทางเร่งให้ถึงเมืองหลวงภายในยี่สิบวันให้ได้”
แม้ว่าม่อเป่ยรู้เซี่ยอวิ๋นจิ่นฉลาด แต่ก็ยังเป็นห่วง หากอ๋องจิ้นคอยขัดขวางพวกเขาเข้าเมืองหลวงจริง ย่อมต้องตั้งด่านตามเส้นทางน้ำและตามประตูเมือง ตรวจสอบขึ้นมาก็จะเสียเวลามาก หากถูกคนพบว่าพวกเขาน่าสงสัย ค่อย ๆ ตรวจสอบก็จะยิ่งยุ่งยาก
แม้ว่าม่อเป่ยเป็นห่วง แต่ก็ไร้หนทางอื่น ได้แต่ไปจัดการเรื่องต่อจากนี้ด้วยอารมณ์อึมครึมหนักใจ
ม่อเป่ยไปแล้ว เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวสบตากัน ลู่เจียวคิดถึงแผนการพรุ่งนี้ของเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็เอ่ยเตือนขึ้นว่า “เจ้าระวังหน่อย อย่าได้ทำตนเองบาดเจ็บไปจริงๆ”
“ข้ารู้ เจ้าวางใจ ข้าไม่ทำให้ตนเองบาดเจ็บอย่างแน่นอน ครั้งนี้เจ้าเข้าเมืองหลวง ข้าต้องไปเป็นเพื่อนเจ้า”
เขาต้องดูแลเจียวเจียว ย่อมไม่มีทางทำให้ตนได้รับบาดเจ็บ
ลู่เจียวพยักหน้ากล่าวว่า “พรุ่งนี้ข้าไปซีเฟิงย่วนบอกเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ว่า พวกเราจะเข้าเมืองหลวงให้ระยะนี้พวกเขาอยู่ที่ซีเฟิงย่วนไปก่อน อย่าได้กลับบ้าน รอข้ากับเจ้ากลับจากเมืองหลวง ค่อยไปรับพวกเขากลับมา”
“ตกลง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้าแล้วก็พลันคิดถึงหร่วนจู๋ขึ้นมา เอ่ยขึ้นว่า “ครั้งนี้ทิ้งหร่วนจู๋ไว้ก็แล้วกัน”
พอเซี่ยอวิ๋นจิ่นเอ่ย ลู่เจียวก็เข้าใจ ครั้งนี้พวกเขาเข้าเมืองหลวง หากไม่เหนือความคาดหมาย อ๋องจิ้นย่อมต้องตั้งด่านสกัดขัดขวางพวกเขาเข้าเมืองหลวงตามเส้นทางน้ำและแต่ละประตูเมือง อ๋องจิ้นรู้ว่าลู่เจียวเป็นหญิง ย่อมต้องบอกให้ขุนนางประจำด่านตรวจสอบผู้หญิงมากเป็นพิเศษ
หากพวกเขาพาหร่วนจู๋ไป ย่อมผ่านด่านตรวจยากขึ้น เช่นนี้จะทำให้เสียเวลาได้ง่าย