ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 662 ถูกพิษ
ตอนที่ 662 ถูกพิษ
ลู่เจียวง่วนอยู่ในห้องได้ครู่ใหญ่ ก็เดินออกมา ยามนี้ที่ตัวนางเปื้อนโลหิตไม่น้อย สีหน้าซีดเผือดอย่างยิ่ง
พวกใต้เท้าหลินกับใต้เท้าข่งเห็นท่าทางนาง ก็อดเอ่ยปลอบใจไม่ได้ “ฮูหยินเซี่ยอย่าได้เสียใจไป ใต้เท้าเซี่ยมีวาสนา มีชะตาสูงส่ง เขาต้องไม่เป็นอันใด”
สีหน้าลู่เจียวย่ำแย่เอ่ยว่า “ครั้งนี้เขาบาดเจ็บสาหัสมาก ข้าเกรงว่าเขาสลบไปแล้วจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก”
ในใจพวกใต้เท้าหลินกับใต้เท้าข่งต่างดีใจจนพูดไม่ออก แต่สีหน้ายังคงแสดงท่าทีปวดใจหม่นหมอง
“ข้าต้องสั่งคนให้สืบคดีลอบสังหารใต้เท้าเซี่ยให้กระจ่าง หากจับมือสังหารได้ ต้องลงโทษให้หนัก”
ลู่เจียวพยักหน้า ฝืนยิ้มกล่าวว่า “ขอบคุณใต้เท้าหลิน ข้าไม่รั้งใต้เท้าทุกท่านให้อยู่ต่อแล้ว”
พวกใต้เท้าหลินเอ่ยอำลา ก่อนไปยังไปที่ห้องมองดูเซี่ยอวิ๋นจิ่นอีกที เซี่ยอวิ๋นจิ่นพันแผลตามตัวหลายแห่ง ใบหน้าก็ได้รับบาดเจ็บ ยามนี้ผิวพรรณงามละเอียดของเขาเต็มไปด้วยผ้าพันแผล แม้แต่ริมฝีปากก็ไร้สีเลือด ลมหายใจก็รวยรินแทบไม่ได้ยิน
พวกใต้เท้าหลินกับใต้เท้าข่งเห็นแล้วมั่นใจว่าหากไม่เหนือความคาดหมาย เกรงว่าครั้งนี้คนผู้นี้คงทนต่อไปไม่ไหวแล้ว
ใต้เท้าหลินคิดถึงเซี่ยอวิ๋นจิ่นที่คอยหาเรื่องเขา ในใจก็แอบด่าสมน้ำหน้า
หลายคนออกจากตระกูลเซี่ยไปอย่างรวดเร็ว
แต่ใต้เท้าหูกลับไม่ไป วิ่งไปห้องนอนเซี่ยอวิ๋นจิ่นคร่ำครวญร่ำไห้ กว่าลู่เจียวจะกล่อมให้เขากลับไปได้ก็ทำเอาเหนื่อยไม่น้อย
พอเขาไปแล้ว เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ลืมตาขึ้น “ลำบากเขาแล้ว ร้องไห้เสียใจขนาดนั้น”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นซาบซึ้งอยู่มาก แม้ว่าเขารู้สึกรำคาญใต้เท้าหูที่เอาแต่เขย่าเขาจนความเกือบแตก แต่ใต้เท้าหูจริงใจต่อเขาอยู่ไม่น้อยจริงๆ ทำให้ในใจเซี่ยอวิ๋นจิ่นรู้สึกดีไม่น้อย อย่างน้อยที่ทำการก็ไม่ได้เป็นพวกใต้เท้าหลินทั้งหมด
ลู่เจียวมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นแล้วก็กล่าวว่า “คืนนี้พวกเราก็จะเดินทางออกจากเมืองหนิงโจวเข้าเมืองหลวง”
“ตกลง”
ตกค่ำม่อเป่ยพาคนที่รูปร่างคล้ายลู่เจียวมาแล้ว ลู่เจียวนำเสื้อผ้าที่ปกติตนสวมใส่มาให้หญิงผู้นั้นสวมหลายชุด ให้นางสวมเสื้อผ้าลู่เจียว
สองขบวนแยกสองเส้นทาง ม่อเป่ยพาขบวนหนึ่งแสร้งแต่งกายเป็นลู่เจียว เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวแต่งกายเป็นชายพาโจวเส้ากง หร่วนไคกับถงอี้สามคนเดินทางเข้าเมืองหลวง
พวกม่อเป่ย เช่าเรือขนาดกลางลำหนึ่ง พวกเซี่ยอวิ๋นจิ่นโดยสารเรือสินค้า สินค้าบนเรือล้วนเป็นสินค้าจากร้านขนส่งสินค้าเหนือใต้ที่ส่งไปเมืองหลวง หันถงอยู่จัดการบนเรือ เซี่ยอวิ๋นจิ่นให้เขาปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ เพื่อป้องกันคนจำพวกหร่วนไคกับถงอี้ได้ ขบวนพวกเขาทางนี้ล้วนปลอมตัวทุกคน
เป็นดังที่เซี่ยอวิ๋นจิ่นคาดไว้ อ๋องจิ้นต้องการขัดขวางลู่เจียวเข้าเมืองหลวง ตั้งด่านตรวจ ทั้งเส้นทางน้ำและประตูเมืองแต่ละแห่ง
ทุกด่านตรวจตรวจค้นเข้มงวดเป็นพิเศษ ขอเป็นเพียงเรือที่มีผู้หญิงก็จะไม่ปล่อยผ่านไปง่ายๆ
เรือที่เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวนั่งย่อมต้องถูกตรวจค้น แต่ทุกครั้งที่ทหารเข้าตรวจค้น เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็จะให้หันถงไปรับหน้า พวกเขาสองสามีภรรยาหลบอยู่ในห้องไม่ออกมา ทั้งสองคนสั่งลูกน้องให้อยู่ด้านนอก อย่าได้เข้ามา แม้ทหารเข้ามาตรวจก็ไม่ต้องเข้ามา
พวกเขาทำเช่นนี้ก็เพื่อไม่ให้พวกลูกน้องรู้สึกผิดสังเกต
ตอนทหารขึ้นเรือมาตรวจ ลู่เจียวจะทำให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นสลบแล้วก็พาเขาเข้าห้วงอากาศ เช่นนี้ทหารทางการก็ตรวจไม่พบว่าในห้องมีคน
พวกเขากวาดตามองไปก็จะพบว่าบนเรือมีเพียงผู้ชายไม่กี่คน ไม่พบว่ามีผู้หญิง การตรวจจึงไม่เข้มงวดนัก
แต่แม้เป็นเช่นนี้ เรือก็ยังคงแล่นช้ามาก ยี่สิบวันไม่อาจไปถึงเมืองหลวง หากคิดขึ้นฝั่งนั่งรถม้า ครรภ์ลู่เจียวก็ไม่อาจถูกกระเทือนได้ สุดท้ายเซี่ยอวิ๋นจิ่นตัดสินใจยังคงใช้เส้นทางน้ำ เร่งเดินทางทั้งกลางวันกลางคืน แต่ส่งอีกกลุ่มขี่ม้าไปทางบกเพื่อสืบข่าวเส้นทางด้านหน้าก่อน ดูว่าด้านหน้ามีคนตรวจสอบเส้นทางน้ำหรือไม่ หากพบว่ามี ก็ให้รีบหยุดแล่นเรือทันที
ทุกคนเดินทางลำบากตรากตรำเช่นนี้ ในที่สุดก็มาถึงเมืองหลวงก่อนวันที่ยี่สิบ
ยามนี้พวกเขาไม่รู้สถานการณ์ของม่อเป่ย กระนั้นเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวก็ไม่สนใจ พวกเขาจำต้องรีบเร่งไปจวนอ๋องเยียน ไม่รู้ว่าอ๋องเยียนจะฝืนทนไปได้อีกนานเท่าไร
ยามนี้จวนอ๋องเยียนบรรยากาศเคร่งเครียด มีแต่กลิ่นอายสังหารกดดันครอบคลุมไปทั้งจวน
ณ ห้องนอนอ๋องเยียนในเรือนหลักยามนี้ มีคนยืนกันเต็ม นอกจากพระชายา พระชายารอง ซื่อจื่อและจวิ้นจู่ ยังมีหมอหลวงกับขันทีในวังที่ฝ่าบาทส่งมา
หมอหลวงฉีผ่ายผอมลงไปเป็นกองภายในระยะเวลาอันสั้น แลดูอิดโรยซีดเซียวไปหมด หากท่านอ๋องเกิดเรื่องอันใด เขาและตระกูลฉีเกรงว่าก็คงประสบเคราะห์ร้ายกันหมด
แต่เขาตรวจไม่พบว่าท่านอ๋องถูกพิษอันใด แม้ว่าสงสัยแต่กลับไม่กล้าตัดสินใจ
ยี่สิบวันมานี้ เขาตรวจเลือดทั้งวันทั้งคืนไม่ได้นอน คิดจะตรวจพิษจากเลือดท่านอ๋อง สุดท้ายได้แต่ตรวจพบว่ามีพิษในเลือด แต่ไม่อาจระบุชัดว่าเป็นพิษใด
เรื่องนี้ทำให้หมอหลวงฉีกลัดกลุ้มมาก ข้างกายหมอหลวงฉีมีฉีเหล่ยบุตรชายเขาอยู่ด้วย
ครั้งก่อนลู่เจียวไปจากเมืองหลวง ฉีเหล่ยไม่ทันได้ตามไปด้วย ยังอยู่เมืองหลวงต่อ
ครั้งนี้จึงได้ตามบิดาเขามาตรวจพิษให้ท่านอ๋อง เพียงแต่น่าเสียดายสองคนพ่อลูกพยายามอยู่หลายวิธี ก็ตรวจไม่พบว่าท่านอ๋องถูกพิษอันใด
ในห้อง พระชายาอดขอบตาแดงไม่ได้ น้ำตาพรั่งพรูลงมาไม่หยุด
พระชายารองและอนุต่างร้องไห้ขึ้นมาพร้อมกัน หากท่านอ๋องเกิดเรื่อง สถานะจวนอ๋องเยียนเกรงว่าคงต้องร่วงลงพันจั้ง
พระชายาอ๋องเยียนหันไปมองหมอหลวงฉี “หมอหลวงฉี ยังตรวจพิษที่ท่านอ๋องโดนไม่พบอีกหรือ”
“ท่านอ๋องโดนยาพิษหลายอย่าง ข้าตรวจพบจากโลหิตได้แค่สองอย่าง แม้ว่าข้าสงสัย แต่ไม่อาจแน่ใจว่าท่านอ๋องถูกพิษอันใด”
ตอนนี้หมอหลวงฉีฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ลู่เจียว
แต่พรุ่งนี้ก็ครบยี่สิบวันแล้ว หากลู่เจียวไม่ปรากฏตัว ท่านอ๋องก็คงได้แต่ร้ายมากกว่าดี
ในห้องพระชายาอ๋องเยียนปวดใจยิ่ง ร้องไห้ถามว่า “ท่านอ๋อง พรุ่งนี้แล้วจริงหรือ”
พระชายาอ๋องเยียนกล่าวไม่ทันจบ ในห้องก็ร้องไห้กันระงม
สีหน้ามหาขันทีฝูไท่ที่อยู่ในห้องเต็มไปด้วยความหมองคล้ำ
มหาขันทีฝูไท่เป็นขันทีคนสนิทข้างพระวรกายฮ่องเต้ ฮ่องเต้ส่งมาดูสถานการณ์จวนอ๋องเยียน
“หมอหลวงฉี ไม่มีหนทางแล้วหรือ พอจะรักษาชีวิตท่านอ๋องได้อีกระยะหนึ่งไหม ท่านไม่ได้บอกว่าวิชาการแพทย์ฮูหยินเซี่ยร้ายกาจหรือ หากนางเร่งเดินทางมา ไม่แน่อาจยังมีทางช่วยท่านอ๋องได้ แต่ตอนนี้นางยังมาไม่ทัน เห็นชัดว่านางมีเรื่องระหว่างทางทำให้มาช้า ดังนั้นท่านคิดหาหนทางอื่นที่จะรักษาชีวิตท่านอ๋องไปอีกสักระยะหนึ่งเถิด”
หมอหลวงฉีส่ายหน้าอ่อนแรงไร้หนทาง “ไร้หนทางแล้ว ยี่สิบวันคือกำหนดที่สุดแล้ว ก็ต้องดูว่าคืนนี้ฮูหยินเซี่ยจะมาทันหรือไม่ หากนางมาไม่ทัน พรุ่งนี้เกรงว่าท่านอ๋องก็คง…”
หมอหลวงฉีกล่าวจบก็อ่อนแรงลงทันที
เขาไม่อยากให้อ๋องเยียนเกิดเรื่อง เทียบกับองค์ชายอื่นในราชวงศ์แล้ว เขาอยากให้อ๋องเยียนขึ้นสู่ราชบัลลังก์มากกว่า แม้ฝั่งมารดาอ๋องเยียนจะร้ายกาจ แต่ตัวเขาเป็นคนรักราษฎร ท่านอ๋องมีจิตใจเมตตา มีใจเพื่อแผ่นดิน หากเขาได้ขึ้นตำแหน่ง แคว้นต้าโจวจะต้องอยู่เย็นเป็นสุข ทุกคนล้วนเป็นสุข กลับกัน หากอ๋องจิ้นขึ้นสู่ตำแหน่ง ย่อมอันตรายมาก