ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 698 ไม่สนใจ
ตอนที่ 698 ไม่สนใจ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นถามต่อหน้าทุกคน พอเขาเอ่ยถาม บริเวณโดยรอบก็เงียบกริบราวกับไร้สิ่งมีชีวิต จากนั้นชาวบ้านปลูกชาจึงได้เอ่ยว่า “ใต้เท้า แต่ไรมาพวกเราได้แค่ชั่งละสิบห้าเหวิน ใบชาที่พอจะได้ชั่งละสามสิบเหวินก็น้อยมาก ไหนเลยจะได้ชั่งละสี่ร้อยยี่สิบเหวินได้”
หากได้ชั่งละสี่ร้อยยี่สิบเหวิน พวกเขาจะขาดแคลนเงินทองเช่นนี้หรือ
ไม่เพียงแต่ชาวบ้านปลูกชาตกใจ แม้แต่ชาวบ้านที่ล้อมมุงดูอยู่หน้าประตูที่ทำการก็ตกใจพูไม่ออก ใต้เท้าเซี่ยกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร
ยามนี้หลินจือฝู่สีหน้าซีดเผือด ร่างกายโงนเงนแทบล้มทั้งยืน ความตื่นตระหนกหวาดกลัวแผ่ขึ้นปกคลุมจิตใจ แต่เขายังคงแสร้งทำนิ่งสงบ เอ่ยว่า “เจ้า เจ้าเห็นบัญชีตอนไหนกัน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อนว่า “ก่อนหน้านี้ตอนทำงาน พอดีได้อ่านสมุดบัญชีเข้า ข้ายังคัดลอกไว้ชุดหนึ่ง”
เขากล่าวจบ หลินจือฝู่ก็แทบกระอักโลหิต หน้ามืดวิงเวียนแทบเป็นลม
ความจริงเขาออกคำสั่งไปแล้วว่าไม่ให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นแตะต้องสมุดบัญชี คิดไม่ถึงว่าเขายังคงได้อ่านสมุดบัญชี
ยามนี้ใต้เท้าหลินมีเพียงความคิดเดียว ชีวิตข้าจบสิ้นแล้ว
หน้าประตูที่ทำการ เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นใต้เท้าหลินสีหน้าไม่ดีนัก เอ่ยขึ้นอีกว่า “ใต้เท้าหลิน แท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดกัน เหตุใดจำนวนตัวเลขในสมุดบัญชีในที่ทำการเราบันทึกไว้ กับราคาขายของชาวบ้านปลูกชาไม่เหมือนกัน นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีคนแอบยักยอกเงินค่าใบชา ไม่เพียงแต่ยักยอกเงินของชาวบ้านปลูกชา แต่ยังยักยอกเงินภาษีราชสำนักอีกด้วย”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบ ชาวบ้านปลูกชาก็หันไปซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กัน สุดท้ายมีคนมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นพลางร่ำไห้ กล่าวว่า “ใต้เท้า ท่านต้องออกหน้าช่วยพวกเราชาวบ้านด้วย แต่ไรมาพวกเราไม่เคยได้ชั่งละสี่ร้อยยี่สิบเหวินเลย พวกเราได้อย่างมากสุดก็แค่สามสิบเหวิน และสามสิบเหวินก็น้อยมาก ส่วนใหญ่ก็คือสิบห้าเหวิน”
ชาวบ้านปลูกชาร่ำไห้คร่ำครวญ พากันวิพากษ์วิจารณ์
“พวกเจ้าว่าผู้ใดยักยอกโกงกินเงินชาวบ้านปลูกชากับภาษีราชสำนัก”
“จะผู้ใดกัน ก็หลินจือฝู่น่ะสิ สมุดบัญชีนั่นย่อมต้องเป็นฝีมือเขา”
“เจ้าดูสีหน้าย่ำแย่ของเขาสิ เรื่องนี้เห็นชัดว่าเป็นฝีมือเขา”
“เจ้าขุนนางโกงกิน ไม่รู้ว่ายักยอกเงินไปเท่าไร”
“ใช่ เมื่อก่อนใต้เท้าเซี่ยยังไม่มา เขาเอาแต่กดขี่ชาวบ้านอย่างพวกเรา ไม่ให้พวกเราพูด ตอนนี้เรื่องแดงขึ้นมาแล้ว ราชสำนักต้องจัดการเขาแน่”
พูดจาอันใดล้วนมี ในที่สุดหลินจือฝู่ก็ทนต่อไปไม่ไหว หน้ามืดหมดสติไปทันที
พวกมือปราบซย่าเข้าไปประคองเขาไว้ ส่งเสียงเรียกอย่างตกใจ “ใต้เท้า ใต้เท้า ท่านฟื้นสิ”
มือปราบซย่าจะประคองหลินจือฝู่ไปด้วยสัญชาตญาณ แต่กลับถูกเซี่ยอวิ๋นจิ่นห้ามไว้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นออกคำสั่ง “จ้าวเหิง เจ้าให้คนพาใต้เท้าเข้าไปในโถงที่ทำการ ห้ามเขาพูดจากับผู้ใด อีกอย่าง ปกป้องเขาให้ดี ข้าจะต้องรีบรายงานเรื่องนี้ต่อปู้เจิ้งสื่อ”
เมืองหนิงโจวถือเป็นมณฑลใต้ ตำแหน่งปู้เจิ้งสื่อมณฑลใต้ดูแลการบริหารงานแผ่นดินและเงินคลังภาษี สถานการณ์พวกเขาตอนนี้ควรรายงานต่อปู้เจิ้งสื่อ
จ้าวเหิงรับคำสั่งไปจัดการ มือปราบซย่าสีหน้าย่ำแย่อย่างยิ่ง คิดจะห้าม แต่เห็นสีหน้าเย็นเยียบของเซี่ยอวิ๋นจิ่นราวกับกระบี่น้ำแข็งก็ไม่กล้าเข้าขวาง
ใต้เท้าหลินถูกพวกจ้าวเหิงนำตัวเข้าไปคุมตัวในโถงที่ทำการศาล เซี่ยอวิ๋นจิ่นหันไปมองชาวบ้านปลูกชาหน้าประตูที่ทำการ กล่าวว่า “ทุกท่านกลับไปก่อน คดีนี้ข้าจะรีบรายงานต่อปู้เจิ้งสื่อ ใต้เท้าปู้เจิ้งสื่อจะส่งคนมาสอบคดีนี้ หากพวกเจ้าโดนกระทำจริง ใต้เท้าปู้เจิ้งสื่อย่อมต้องชดเชยให้แต่ละครอบครัว พวกเจ้ากลับไปก่อน”
ชาวบ้านปลูกชาดีใจอย่างที่สุด เดิมพวกเขาเพียงแค่คิดว่าจะได้เงินยี่สิบตำลึง คิดไม่ถึงว่าหากเรื่องนี้เป็นเรื่องขึ้นมา ใต้เท้าปู้เจิ้งสื่อยังจะชดเชยเงินทองให้พวกเขา พวกเขามีหวังแล้ว
ชาวบ้านปลูกชาพากันโขกศีรษะขอบคุณเซี่ยอวิ๋นจิ่น “ขอบคุณใต้เท้า ขอบคุณใต้เท้าเซี่ย”
“ใต้เท้าเซี่ยเป็นใต้เท้าทรงธรรมแห่งเมืองหนิงโจวเรา” ชาวบ้านบนท้องถนนหน้าประตูที่ทำการต่างพากันเอ่ยยกย่อง
“ใต้เท้าเซี่ยเป็นใต้เท้าทรงธรรมแห่งเมืองหนิงโจวเรา มาเพื่อช่วยเหลือราษฎร”
“ใช่ เขาเป็นขุนนางที่ดี”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้สนใจผู้อื่น ยกมือโบกให้ชาวบ้านปลูกชากลับไป เขาหันหลังเดินเข้าไปในโถงที่ทำการ พวกข่งทุยกวานได้ข่าวก็รีบมากันหมด
พอเห็นเขา แต่ละคนแย่งกันถามว่า “ใต้เท้าเซี่ย อยู่ดีๆ ท่านให้คนจับกุมตัวใต้เท้าหลินไว้ทำไมกัน”
“ใช่ ใต้เท้าหลินเป็นผู้บังคับบัญชาท่าน ท่านทำเช่นนี้ไม่ให้ความเคารพอย่างยิ่ง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองพวกข่งทุยกวานกับกู้จิงลี่ด้วยแววตาเย็นเยียบ
“ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านปลูกชามาประท้วงหน้าที่ทำการ ข้าได้ยินว่าชาวบ้านปลูกชาบอกว่า แต่ไรมาใบชาพวกเขาขายได้เพียงชั่งละสิบห้าเหวิน เหตุใดสมุดบัญชีที่ทำการเขียนตัวเลขไว้สี่ร้อยยี่สิบเหวิน เงินก้อนโตเพียงนี้ไปไหนหมด”
“คดีนี้ส่งผลกระทบวงกว้าง ข้าหวังว่าใต้เท้าทุกท่านอย่าได้ข้องเกี่ยว หากเข้ามาข้องเกี่ยว ทุกท่านรับผิดชอบไม่ไหวเป็นแน่ ข้าจะรีบเร่งไปเมืองหยางเฉิงรายงานใต้เท้าปู้เจิ้งสื่อ ให้ใต้เท้าปู้เจิ้งสื่อมาจัดการคดีนี้”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบ พวกข่งทุยกวานกับกู้จิงลี่ก็สีหน้าแปรเปลี่ยน หากเรื่องนี้รายงานถึงใต้เท้าปู้เจิ้งสื่อ ใต้เท้าปู้เจิ้งสื่อย่อมต้องตรวจสอบให้กระจ่าง
เช่นนั้นใช่ว่าพวกเขาต้องโชคร้ายกันหมดหรือ
พวกข่งทุยกวานกับกู้จิงลี่รีบมองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่นทันที กล่าวว่า “ใต้เท้าเซี่ย เรื่องนี้ควรคิดการให้รอบคอบก่อน พวกเราล้วนทำงานในที่ทำการเดียวกัน มีเรื่องอันใดหารือกันดีๆ ได้”
ข่งทุยกวานกับกู้จิงลี่คิดจะเข้ามาดึงเซี่ยอวิ๋นจิ่น องครักษ์จวนอ๋องเยียนรีบก้าวออกมายกดาบขวางหน้าพวกข่งทุยกวาน พวกข่งทุยกวานสีหน้าพลันซีดขาว หลายคนผงะถอยด้วยสัญชาตญาณทันที
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้สนใจพวกข่งทุยกวาน เข้าไปสั่งการให้จ้าวเหิงและองครักษ์จวนอ๋องเยียนสามคนเฝ้าใต้เท้าหลิน
“ให้ยาแก้สลบกับใต้เท้าหลินก่อน ไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ใต้เท้าหลิน จำไว้ว่าไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ได้ จะต้องรอข้ากลับมาค่อยว่ากัน”
“ขอรับ ใต้เท้า”
จ้าวเหิงรับคำสั่ง เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบพาโจวเส้ากง ถงอี้ และองครักษ์จวนอ๋องเยียนอีกสามคนตรงไปยังเมืองหยางเฉิง
ขณะเซี่ยอวิ๋นจิ่นตรงไปรายงานยังเมืองหยางเฉิง เมืองหนิงโจวกลับเซ็งแซ่กันไปทั้งเมือง ชาวบ้านปลูกชามาก่อเรื่องประท้วง ชาวบ้านไม่น้อยต่างได้เห็น พอชาวบ้านปลูกชากลับไป ชาวบ้านเหล่านี้ก็พูดจาซุบซิบกันไปทั่ว แต่ละคนต่างรู้หลินจือฝู่เมืองหนิงโจวยักยอกเงินชาวบ้านปลูกชากับภาษีราชสำนัก ทุกคนต่างด่าทอหลินจือฝู่ว่าขุนนางสุนัข
ณ ตระกูลหลิน ฮูหยินหลินได้รับรายงานจากบ่าวรับใช้ก็แทบเป็นลมหมดสติ เดิมนางคิดว่าวันนี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นจะต้องประสบเคราะห์ร้าย ปรากฏคนที่ประสบเคราะห์ร้ายก็คือสามีนางเอง
ฮูหยินหลินถึงกับคิดอยากตาย แต่ตอนนี้นางยังต้องช่วยสามีนาง
เพียงแต่นางควรช่วยสามีเช่นไร ตอนนี้อ๋องจิ้นอยู่เมืองหลวง ไม่มีทางมาช่วยสามีนางได้
ฮูหยินหลินกำลังคิดหาหนทาง นอกประตูบ่าวหญิงเดินเข้ามารายงานว่า “ฮูหยิน ใต้เท้าข่งกับใต้เท้ากู้มา”
ฮูหยินหลินได้ฟังก็รีบให้เชิญทั้งสองคนเข้ามา
พอใต้เท้าข่งกับใต้เท้ากู้เข้ามา ฮูหยินหลินเห็นพวกเขาก็ร่ำไห้กล่าวว่า “พวกท่านรีบมาช่วยกันคิดหาทางช่วยใต้เท้าด้วยเถิด”