novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 311 สับเปลี่ยนแนวคิด

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 311 สับเปลี่ยนแนวคิด
Prev
Next

ฉินเหยาถือตำรา นั่งอยู่ข้างโต๊ะแล้วเอ่ยถามว่า “ผู้ที่ยินดีในความสุขของประชาราษฎร์ ประชาราษฎร์ย่อมยินดีในความสุขของเขา ประโยคถัดไปคืออันใด”

หลิวจี้นั่งตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะ สองตาจับจ้องหยาดฝนที่ร่วงหล่นจากชายคาด้านนอกหน้าต่าง เหม่อลอยไปครู่หนึ่งจึงตอบ “ผู้ที่กังวลในความกังวลของประชาราษฎร์ ประชาราษฎร์ย่อมกังวลในความกังวลของเขา”

ฉินเหยาเอ่ยถาม “หมายความว่าอย่างไร”

หลิวจี้กลืนน้ำลาย “หมายความว่าหากประมุขของแคว้นใดถือเอาความสุขของเหล่าประชาราษฎร์เป็นความสุขของตนเอง เช่นนั้นแล้วเหล่าประชาราษฎร์ก็จะยินดีในความสุขของประมุขด้วย หากประมุขถือเอาความกังวลของเหล่าประชาราษฎร์เป็นความกังวลของตน เช่นนั้นแล้วเหล่าประชาราษฎร์ก็จะกังวลในความกังวลของประมุขด้วย”

ความหมายดั้งเดิมมิใช่เช่นนี้ ทว่าอาศัยการอ้างอิงจากคำอธิบายของคหบดีติงจึงได้กำหนดความหมายของคำที่กล่าวถึงในบทความว่าเป็นกษัตริย์โดยตรง

นี่ก็เป็นรูปแบบการตอบคำถามอย่างหนึ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้สูงศักดิ์กว่าพอใจ

ฉินเหยาถือว่าเขาตอบถูกจึงถามคำถามต่อไป

“ในใจรักแล้ว ไฉนเลยมิเอ่ย! เก็บซ่อนไว้กลางใจ วันใดเล่าจักลืมเลือน!” ฉินเหยาเอ่ยถาม “ประโยคนี้มาจากที่ใด”

เส้นประสาทที่ตึงเครียดของหลิวจี้พลันคลายลงในทันใด คำถามนี้เขารู้ ง่ายดายที่สุดแล้ว

“มาจาก ’ซือจิง’” ตอบอย่างมั่นใจยิ่งนัก

เพราะเขาพบว่า เนื้อหาในสี่ตำราห้าคัมภีร์นั้นล้วนมีรูปแบบที่ชัดเจนเป็นของตนเอง ซือจิงเป็นสิ่งที่แยกแยะได้ง่ายที่สุดในบรรดานั้น

ฉินเหยาแย้มยิ้มบางเบา วางตำราลงแล้วให้หลิวจี้เลือกประโยคหนึ่งจาก ’ต้าเสวีย’ มาเป็นแนวคิดหลักเพื่อเขียนบทความวิจารณ์

เขาเป็นผู้กล่าวเองว่าสี่ตำรานั้นท่องจำได้ทั้งหมดและเข้าใจอย่างแตกฉานแล้ว วันนี้นางจะทดสอบความเข้าใจของเขาว่าลึกซึ้งเพียงพอหรือไม่

หลิวจี้ที่เมื่อครู่ยังเปี่ยมด้วยความมั่นใจ หัวใจพลันหยุดเต้นไปชั่วขณะ ท่ามกลางสายฝนในฤดูใบไม้ร่วงที่เย็นเยียบ หยาดเหงื่อเม็ดโตเท่าเมล็ดถั่วสองหยดไหลลงมาจากขมับ

“เอื๊อก!” หลิวจี้กลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างแรง กำลังรู้สึกคอแห้ง ถ้วยชาก็ถูกยื่นมาตรงหน้าเขา

“ค่อยๆ คิด ดื่มน้ำแล้วตั้งสติคิดให้ดีเสียก่อน เจ้ายังมีเวลาอีกสามเค่อ” ฉินเหยาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

สี่สิบห้านาทีเขียนเรียงความเจ็ดร้อยตัวอักษร ง่ายดายนัก

เลิกคิ้วให้หลิวจี้คราหนึ่ง ฉินเหยาจึงเลื่อนเก้าอี้ไปทางประตู ประคองถ้วยชาร้อนมองสายฝนด้านนอก ช่างมีอรรถรสที่น่าสนใจไปอีกแบบ

ทว่านาฬิกาทรายจับเวลาที่พลิกคว่ำอยู่บนโต๊ะกลับทำให้หลิวจี้รู้สึกหนังศีรษะชาวาบ

เขารีบปูกระดาษให้เรียบร้อย พลางฝนหมึกพลางคิดหัวข้อที่จะเขียน

ขั้นตอนแรกนั้นยากที่สุด พอคิดหัวข้อที่ตนเองรู้สึกว่าค่อนข้างง่ายออกได้แล้ว หันไปมองดูนาฬิกาทราย สวรรค์! ทรายกลับไหลออกไปแล้วหนึ่งในสามส่วน

โดยไม่รู้ตัว เขาเงยหน้ามองคนที่อยู่ข้างประตู หลิวจี้พลันรู้สึกราวกับว่าตนเองกลับไปอยู่ในสนามสอบ

ทว่ายามนี้เวลาของเขามิใช่หนึ่งวัน แต่เป็นเวลาไม่ถึงสองเค่อ

คราวก่อนที่เมืองหลวงของมณฑลจัดการสอบ เขาเลียนแบบเนื้อหาที่ผู้เข้าสอบรุ่นก่อนทิ้งไว้ เขียนไปอย่างสับสนวุ่นวาย เขียนอย่างไม่มีแบบแผน เพียงเพื่อเติมกระดาษที่ว่างเปล่าให้เต็มเท่านั้น

ทว่าวันนี้เห็นได้ชัดว่าหนีไม่พ้นแล้ว ฉินเหยามิใช่หัวหน้าผู้คุมสอบ ผลที่จะตามมาหากเขียนส่งเดชนั้นมิกล้าแม้แต่จะจินตนาการ

แต่ว่าท่านอาจารย์ในสำนักศึกษายังสอนมิถึงเรื่องนี้เลย!

หลิวจี้ร้องว่าช่วยด้วยอย่างสุดเสียงอยู่ในใจ จับพู่กันในมือจุ่มหมึก แล้วตวัดพู่กันลงไปอย่างสุดกำลัง เขียนได้เท่าใดก็เอาเท่านั้น สำคัญคือท่าทีต้องสง่างามและจริงจัง

ฝนเริ่มซาลง เสียงฝนพรำอันแผ่วเบาเช่นนี้แว่วเข้าหู ฉินเหยาก็เริ่มรู้สึกง่วงงุนจึงเผลอหลับไปครู่หนึ่ง

หลิวจี้นึกยินดีในใจ เขาพลิกตำราดูสักหน่อยก็คงไม่เสียหายกระไรกระมัง

ทว่าวินาทีถัดมากลับเผยสีหน้าหงุดหงิด เพราะเขาไม่มีตำราใดๆ ให้อ้างอิงได้เลย

นี่เป็นครั้งแรก ที่หลิวจี้ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะได้ครอบครองตำรามากขึ้น

น่าเสียดาย เจ็ดร้อยตัวอักษรยังเขียนไม่เสร็จ เวลาก็หมดลงเสียแล้ว

ฉินเหยาราวกับมีระฆังจับเวลาติดตั้งไว้ข้างหู ดวงตาที่หรี่อยู่พลันเบิกขึ้นตรงเวลา ลุกขึ้นเดินตรงมายังหน้าโต๊ะ

หลิวจี้รีบเขียนเพิ่มอีกสองสามตัวอักษรอย่างรวดเร็ว เพื่อให้จบประโยคอย่างสมบูรณ์

ฉินเหยาเคาะโต๊ะเบาๆ หลิวจี้วางพู่กันลง ลุกขึ้นถอยไปยืนอยู่ด้านหลังอย่างรู้หน้าที่ รอให้ฉินเหยานั่งลงตรวจข้อสอบ

เขาเลือกประโยคที่ว่า ‘พอใจในสิ่งที่คนอื่นรังเกียจ รังเกียจในสิ่งที่คนอื่นพอใจ นั่นเรียกว่าขัดต่อธรรมชาติของมนุษย์ ภัยพิบัติ (菑 พ้องเสียงกับ 灾 ซึ่งแปลว่าภัยพิบัติ) ย่อมย้อนคืนสู่ตน’

ความหมายเดิมคือ การชื่นชอบสิ่งที่ผู้คนเกลียดชัง การเกลียดชังสิ่งที่ผู้คนชื่นชอบ นี่เรียกว่าฝ่าฝืนธรรมชาติของมนุษย์ ภัยพิบัติย่อมจะตกถึงตัวเขาอย่างแน่นอน

ฉินเหยาจิ๊ปากครั้งหนึ่ง “การเลือกหัวข้อพอใช้ได้ ใกล้เคียงกับประสบการณ์ของเจ้ามากทีเดียว”

ดังนั้นนางจึงมีความคาดหวังอยู่บ้างแล้วอ่านต่อไป

ในบทความกล่าวว่า โดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นนิยมชมชอบความสุขสบาย ความหรูหราฟุ่มเฟือย ไม่ชอบความขยันหมั่นเพียร ความยากลำบาก

ทว่า ณ หมู่บ้านหนึ่งในอำเภอหนึ่ง มีคนผู้หนึ่ง ตั้งแต่วัยเยาว์ก็ขัดขืนต่อธรรมชาติของมนุษย์ ทำงานในไร่นาอย่างขยันขันแข็งท่ามกลางพายุฝน ในวันอากาศหนาวเหน็บก็ลงไปซักล้างในแม่น้ำ

คนผู้นี้ทุกวันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางก็จะลุกขึ้นมาช่วยบิดามารดาโม่เต้าหู้ ตกกลางคืนยามสามก็ยังอ่านตำราไม่หลับใหล ดังนั้นยังไม่ถึงวัยยี่สิบก็ป่วยเป็นโรคขาเย็น ปวดเอวอ่อนล้า ผมดำกลายเป็นมีผมขาวแซม ศีรษะล้านใบหน้าอัปลักษณ์ ผู้คนจึงตั้งฉายาให้ว่าเจ้าลาหัวล้านอัปลักษณ์

ด้วยเหตุนี้คนผู้นี้จึงรู้สึกต่ำต้อย ชอบค้อมหลัง ตลอดทั้งปีไม่พูดคุยกับผู้ใด ต่อมาบิดามารดาญาติสนิทล้วนสิ้นชีพ เหลือเพียงตัวคนเดียวจึงตายอย่างเงียบๆ ในบ้าน จนกระทั่งเน่าเปื่อยแห้งกรังแล้วถึงได้มีคนมาพบเจอ]

เมื่ออ่านถึงตรงนี้ ฉินเหยาก็รู้สึกได้แล้วว่าเรื่องราวเริ่มไม่ชอบมาพากล คิ้วของนางขมวดเข้าหากันแน่น

เมื่ออ่านต่อไปอีกก็เป็นกลุ่มเปรียบเทียบกับคนผู้นั้นที่ได้กล่าวถึงข้างต้น

ในบทความกล่าวว่า ยังมีคนอีกผู้หนึ่งที่อยู่ในอำเภอหนึ่ง ตั้งแต่วัยเยาว์ก็ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติของมนุษย์ ยามควรนอนก็นอน ยามควรตื่นก็ตื่น เสพสุขความสบาย ไม่ขยันหมั่นเพียร ไม่ลำบากตรากตรำ บิดามารดาญาติสนิทเรียกให้ทำงาน ก็ทำเพียงสิ่งที่ควรทำเท่านั้น รู้สึกล้าก็หยุดพักผ่อน เป็นเช่นนี้เนิ่นนาน ทั้งร่างกายและจิตใจจึงล้วนแข็งแรงสมบูรณ์ บิดามารดาญาติสนิทต่างก็ยินดี

วันหนึ่งมีพระผู้บรรลุธรรมรูปหนึ่งธุดงค์ผ่านมา บอกแก่บิดามารดาญาติสนิทของเขาว่า คนผู้นี้มีลักษณะของผู้มั่งคั่งสูงส่ง และการที่มีลักษณะเช่นนี้ล้วนเป็นเพราะคนผู้นี้ยอมรับธรรมชาติของมนุษย์ ยินดีในสิ่งที่คนยินดี รังเกียจในสิ่งที่คนรังเกียจ…]

เขียนถึงตรงนี้ เนื้อหาก็ขาดหายไป เพราะหมดเวลาแล้ว หลิวจี้จึงไม่สามารถเขียนต่อจนจบได้

ฉินเหยามองบทความในมือ นิ่งเงียบไปถึงสามนาทีเต็ม…นางเกือบจะถูกเจ้าหมอนี่ชักจูงให้หลงทางไปแล้ว กลับรู้สึกว่าเขาเขียนได้ไม่เลวเลยทีเดียว มีเหตุมีผล ทั้งยังมีการเปรียบเทียบกลุ่มตรงข้ามอีกด้วย

โชคดีอย่างถึงที่สุด ที่สติของนางยังแจ่มชัด ไม่ได้ถูกลากลงโคลนไป

หัวข้อที่เลือกนั้นถูกต้อง ทว่าตั้งแต่เริ่มอธิบาย ผู้ตอบก็ได้ลอบสับเปลี่ยนแนวคิดเสียแล้ว

คำว่า ‘พอใจ’ และ ‘รังเกียจ’ ในหัวข้อนี้ มิได้หมายถึงความขยันหมั่นเพียร ความยากลำบาก หรือการเสพสุขความหรูหราฟุ่มเฟือย

หากแต่มีความหมายที่กว้างกว่านั้น เป็นหลักแห่งคุณธรรมที่หมู่ชนทั่วไปควรยึดถือเป็นบรรทัดฐานแห่งความถูกผิด

ใน ’ต้าเสวีย’ นั้น นี่คือสิ่งที่เจิงจื่อได้มาหลังจากการวิเคราะห์ธรรมชาติของมนุษย์ เป็นประสบการณ์ที่ผู้มีอำนาจพึงยึดไว้เพื่อใช้แยกแยะคน รู้จักคน ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา และนำพาประชาราษฎร์

ความพอใจในที่นี้ คือสิ่งที่ฟ้าดินและหมู่คนรับใช้ถือว่าเป็นความดี ความรังเกียจในที่นี้ คือสิ่งที่ฟ้าดินและหมู่คนรับใช้ถือว่าเป็นความชั่ว

ประชาราษฎร์ย่อมรักคุณธรรมและรังเกียจคนทุจริต หากผู้มีอำนาจไม่อาจกระทำตามหลักที่ว่า ‘พอใจในสิ่งที่คนอื่นรังเกียจ รังเกียจในสิ่งที่คนอื่นพอใจ’ ได้ ก็เท่ากับฝืนฟ้าต้านธรรมชาติ ภัยพิบัติย่อมย้อนคืนสู่ตนในที่สุด

บทวิจารณ์ของหลิวจี้นี้ตอบไปคนละประเด็นโดยสิ้นเชิง ผิดพลาดอย่างไม่น่าเชื่อ

เมื่อไม่เห็นปฏิกิริยาจากฉินเหยาเป็นเวลานาน หลิวจี้ที่ยืนรอรับการตัดสินอยู่ด้านหลัง หัวใจก็เต้นไม่เป็นส่ำ สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจึงเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาว่า

“เมียจ๋า บทวิจารณ์นี้เจ้าเห็นว่าเป็นอย่างไรบ้าง”

ปัง! ฉินเหยาตบม้วนคำตอบลงบนโต๊ะ ทำเอาหลิวจี้สะดุ้งสุดตัว เกือบจะควบคุมสัญชาตญาณของร่างกายที่อยากจะคุกเข่าลงไม่ได้

“ไม่…ไม่ดีหรือ” หลิวจี้ฝืนใจกล่าวอย่างเจื่อนๆ “หากเจ้าไม่พอใจ ข้าจะเขียนใหม่อีกฉบับ แต่เมียจ๋า เจ้าอย่าได้โมโหจนเสียสุขภาพเพราะเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้เลย…”

ฉินเหยาหันกลับมา ในดวงตาทั้งสองฉายแววเย็นเยียบ “นี่น่ะหรือที่เจ้าบอกข้าว่าเข้าใจอย่างแตกฉานทั้งหมดแล้ว?”

หลิวจี้คุกเข่าลงจนได้ “มิบังอาจปิดบังเมียจ๋า ข้ายอมรับ ว่ามีส่วนที่กล่าวเกินจริงไปบ้างเล็กน้อย แต่ว่า!”

เขามีเหตุผลอันสมควรที่จะชี้แจงถึงความผิดพลาดเล็กน้อยนี้

ฉินเหยาขมวดคิ้ว นางจะรอดูว่าเขาจะแก้ตัวอย่างไร

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 311 สับเปลี่ยนแนวคิด"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

I-Can-Track-Everything-225×300-1
ข้าสามารถตรวจสอบได้ทุกสรรพสิ่ง I Can Track Everything
December 5, 2021
novelpdf0074-193×278
หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า
March 5, 2026
11992e572f7d7147d66aa7f7da29f0cc-193×278
บุตรอสูรบรรพกาล
November 22, 2022
ยอดอาจารย์มหาเมตตา
ยอดอาจารย์มหาเมตตา
March 2, 2026
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF