ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 403 มารดาเลี้ยงมาถึงสนามรบ
ตอนที่ 403 มารดาเลี้ยงมาถึงสนามรบ
ตลอดทั้งคืนไร้ฝัน ฉินเหยานอนหลับสบาย
ถ้าหากทางห้องโถงไม่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวแต่เช้าตรู่ นางอาจจะได้นอนหลับต่ออย่างสบายใจอีกสักงีบ
จินเป่าและจินฮวามาตั้งแต่เช้าตรู่ ตอนที่มาถึงประตูใหญ่บ้านของฉินเหยายังคงลงกลอนอยู่ ทั้งสองคนก็ทุบประตูเสียงดังปังๆ
เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ศาลบรรพชนเมื่อคืนนี้ สองพี่น้องไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อยเพราะถูกกักตัวอยู่ที่บ้านและเข้าสู่ห้วงนิทราแต่หัวค่ำ
รอจนกระทั่งตื่นขึ้นมาเช้านี้ ถึงได้รู้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ พอได้ยินคนพูดว่าหมาป่าจ่าฝูงถูกอาสะใภ้สามและต้าหลางฆ่าก็ทำเอาจินเป่าตื่นเต้นจนไม่ได้กินข้าวเช้า รีบสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายหนาๆ แล้วมาที่บ้านของอาสะใภ้สามของเขาทันที
จินฮวาเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ตามมาติดๆ
ในตอนนี้ จินเป่า จินฮวา เอ้อร์หลาง ซานหลาง และซื่อเหนียง นั่งล้อมอยู่ตรงหน้าต้าหลาง ปากเล็กๆ เหล่านั้นเอ่ยถามไม่หยุด
จินฮวาถาม “พี่ต้าหลาง หมาป่าจ่าฝูงถูกท่านฆ่าจริงๆ หรือ”
ต้าหลางพยักหน้าแล้วก็ส่ายหน้า “ก็พอจะพูดได้ว่าเป็นเช่นนั้น ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผลงานของน้าเหยา”
จินเป่าถาม “ต้าหลาง เจ้าฆ่าหมาป่าจ่าฝูงได้อย่างไร ใช้มีดหรือธนู”
ต้าหลางตอบว่า “ใช้มีด ธนูข้าไม่มีโอกาสได้หยิบออกมาเลย ระยะใกล้เกินไป หมาป่าจ่าฝูงก็เร็วเกินไป ตอนนั้นข้าก็เบลอไปหมด ไม่รู้ว่าไปแทงมันตายได้อย่างไร”
เอ้อร์หลางถาม “พี่ใหญ่ ท่านรู้หรือไม่ว่าหนังหมาป่าราคาเท่าไหร่ หมาป่าที่หมู่บ้านเราล่ามาครั้งนี้จะขายได้เงินเยอะหรือไม่”
ต้าหลางที่เมื่อครู่ยังอดทนและใจดี พอได้ยินคำถามนี้ก็หุบยิ้มลงทันที เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ข้ามไป คำถามต่อไปใครจะถาม”
ซานหลางยกมือเล็กๆ ขึ้นอย่างกระตือรือร้น “ข้า ข้า ข้า พี่ใหญ่ข้าอยากถามว่า ท่านจะถอนเขี้ยวหมาป่าจ่าฝูงให้ข้าได้หรือไม่”
“เจ้าจะเอาเขี้ยวหมาป่าไปทำอะไร” ซื่อเหนียงถามอย่างไม่เข้าใจ
ซานหลางพูดอย่างจริงจังว่า “ท่านยายหวังบอกข้าว่า เขี้ยวหมาป่าสามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ ข้ากลัวผี…”
เอ้อร์หลางแกล้งพุ่งขึ้นไปข้างหน้า ปากก็ทำเสียงคำรามต่ำๆ เหมือนวิญญาณ พูดอย่างน่าขนลุกว่า “หลิว~ซาน~หลาง~ ข้าจะกินเจ้า!”
ในห้องโถงพลันมีเสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนกของเด็กๆและเสียงบ่นอย่างน้อยใจหลังจากที่รู้ตัวดังขึ้น
หลิวจี้ที่กำลังเขียนการบ้านปิดภาคเรียนที่ท่านอาจารย์มอบหมายให้อย่างยากลำบากในห้องหนังสือหน้าดำคล้ำ เขาวางตำราลงดัง “ปัง” ผลักหน้าต่างให้เปิดออก ตะโกนอย่างโกรธแค้นว่า
“หลิวเอ้อร์หลาง เจ้าเด็กคนนี้เงียบๆ หน่อยสิ!”
ศีรษะหลายศีรษะโผล่ออกมาจากทางเดิน โดยมีเอ้อร์หลางที่เป็นผู้นำ ตามมาด้วยจินเป่า จินฮวาและซื่อเหนียง ต่างก็ ‘แลบลิ้นปลิ้นตา’ ใส่เขา
“เฮ้ย เจ้าพวกเด็กบ้าพวกนี้จะหาเรื่องรึ!”
เมื่อเห็นหลิวจี้คว้าไม้กวาดข้างประตูไล่ตามมา เอ้อร์หลางและคนอื่นๆ ก็รีบหนีไปคนละทิศละทางพลางหัวเราะฮ่าๆ ไม่หยุด
ต้าหลางที่กล้ามเนื้อปวดเมื่อยจนไม่กล้าเดิน ทั้งใบหน้ายังมีรอยฟกช้ำอยู่สองสามแห่ง ทำได้เพียงนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องโถง ผิงไฟไปพลางมองพวกเขาเล่นสนุกอย่างอิจฉา
ในใจก็แอบคำนวณอย่างร้ายกาจว่า อีกกี่ลมหายใจ มารดาเลี้ยงจะมาถึงสนามรบ
ขณะที่กำลังวุ่นวายกันอยู่ ประตูห้องนอนใหญ่ก็ค่อยๆ เปิดออกเสียงดังเอี๊ยด
ในทันใดนั้น ความวุ่นวายทั้งหมดก็หายไป ทั้งผู้ใหญ่และเด็กต่างก็หันไปมองที่ประตูห้องพร้อมกัน
“อรุณสวัสดิ์!”
ฉินเหยาบิดขี้เกียจเดินออกมาจากห้อง อารมณ์ค่อนข้างดีจึงโบกมือให้ทุกคน
ลานบ้านที่เงียบสงบ ถึงได้มีเสียงกลับมาอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเชื่อฟังกว่าเมื่อครู่มาก
“เมียจ๋า อาหารเช้าเจ้าอยากทานอะไร” หลิวจี้ทิ้งไม้กวาดในมือ ถามอย่างกระตือรือร้น
ยังไม่ลืมที่จะถลึงตาเตือนเอ้อร์หลางกับซื่อเหนียง เจ้าเด็กซนสองคนนี้ เดี๋ยวค่อยมาจัดการพวกเจ้า
ฉินเหยาถามอย่างใคร่รู้ “มีรายการให้เลือกด้วยรึ”
หลิวจี้หัวเราะแหะๆ “แน่นอนว่ามี ตราบใดที่เมียจ๋าเจ้าอยากจะกิน ต่อให้เป็นพระจันทร์บนฟ้าข้าก็จะหาทางไปเด็ดมาให้เจ้า!”
มุมปากของฉินเหยากระตุกเล็กน้อย ขี้เกียจจะไปสนใจเจ้าคนพาลนี้อีก ก่อนอื่นก็ไปดูต้าหลางที่ห้องโถง เมื่อเห็นรอยฟกช้ำบนใบหน้าของเขาก็หันกลับไปถามหลิวจี้ที่ตามมา “ทายาแล้วหรือยัง”
“ทาแล้ว ทาแล้ว” หลิวจี้ขยิบตาให้ต้าหลางอย่างแรง
ต้าหลางกลอกตามองฟ้าอย่างจนใจ ร่วมมือกันหลอกลวงให้ผ่านพ้นครั้งนี้ไป
รอจนกระทั่งฉินเหยาออกจากห้องโถงไปแล้ว หลิวจี้ถึงค่อยวิ่งกลับเข้าห้องไปเอายารักษาแผลมา กดลูกชายคนโตที่ไม่สบอารมณ์ลงแล้วทายารักษาแผล
เพราะกลัวว่าฉินเหยาจะพบเข้าจึงปิดประตูห้องโถงไว้ด้วย
ฉินเหยามาถึงห้องครัว อาวั่งก็ยื่นน้ำแกงกระดูกให้ชามหนึ่งแล้วพูดว่า
“ตอนเช้าผู้ใหญ่บ้านให้คนส่งเนื้อหมาป่ามาให้ยี่สิบจิน ยังได้หนังและหัวของหมาป่าจ่าฝูงมาด้วย ข้าเอาไปแช่แข็งไว้ที่สวนหลังบ้านก่อน รอฮูหยินตื่นแล้ว ดูว่าท่านอยากจะจัดการอย่างไรค่อยมาจัดการ”
ฉินเหยาดื่มน้ำแกงแล้วเดินไปดูที่สวนหลังบ้าน หนังทั้งผืนของหมาป่าจ่าฝูงถูกถลกออกจนหมดจดพร้อมกับหัวหมาป่าที่กรามล่างหัก ตากไว้ด้วยกันบนราวไม้ไผ่ในสวนหลังบ้าน
จินเป่ากับซื่อเหนียงและคนอื่นๆ ก็ตามมาด้วย พวกเขามองดูแล้วร้องว้าวๆ ทั้งอยากดูทั้งกลัว ทุกคนหลบไปอยู่ข้างหลังฉินเหยา โผล่มาเพียงศีรษะ
ฉินเหยาไล่เด็กกลุ่มนี้ไปที่ห้องครัวอย่างขบขันแล้วถามอย่างใคร่รู้ “จินเป่าจินฮวา บ้านพวกเจ้าได้ส่วนแบ่งหรือไม่”
สองพี่น้องพยักหน้า บอกว่าได้ส่วนแบ่งเป็นเนื้อ แต่ไม่ได้หนัง
“แล้วได้เนื้อเท่าไหร่ล่ะ” ฉินเหยาถามอีกครั้ง
จินเป่าพูดอย่างไม่แน่ใจ “ก็พอๆ กับบ้านอาสะใภ้สามนะขอรับ”
เช่นนั้นก็ยี่สิบจิน
ฉินเหยาคำนวณไม่ออกว่านี่คือการแบ่งแบบไหน นางจึงไปถามอาวั่ง เขาเองก็อยู่บ้านแต่เช้ายังไม่ได้ออกไปไหนจึงส่ายหน้าแสดงออกว่าไม่รู้เช่นกัน
อาวั่งได้โอกาส ยื่นจานแผ่นแป้งย่างไส้เนื้อบดปรุงรสที่อุ่นไว้แล้วให้ฉินเหยา
ฉินเหยารับมาดมดู กลิ่นหอมฟุ้ง ความอยากอาหารก็พุ่งขึ้นมาทันที
กินไปพลาง ถามเจ้าตัวเล็กข้างๆ ว่า “กินมื้อเช้าแล้วหรือยัง”
หลายคนพยักหน้าอย่างแรง กินไปตั้งนานแล้ว พวกเขาไม่สนใจแผ่นแป้งย่างไส้เนื้อบดปรุงรสของฉินเหยาเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ชอบที่จะอยู่รอบๆ ตัวนาง ไล่ก็ไม่ไป
ฉินเหยายิ้มๆ ไม่สนใจพวกเขาอีกต่อไป กินแผ่นแป้งย่างกับน้ำแกงเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย ถือโอกาสทดสอบบทเรียนของเด็กหลายๆ คน
ขณะที่กำลังทดสอบอยู่ ทางบ่อน้ำในหมู่บ้านก็มีเสียงโห่ร้องที่ร้อนแรงดังขึ้นมาทันใด
เด็กๆ หลายคนที่ถูกบังคับให้ทดสอบบทเรียนก็รีบวิ่งออกไปดู
ไม่นาน ซื่อเหนียงกับจินฮวาก็วิ่งกลับมาบอกว่า “ท่านแม่ ที่หมู่บ้านกำลังขายเนื้อหมาป่า! ที่บ่อน้ำในหมู่บ้านมีคนมาเยอะมากเลย ไม่รู้จักทั้งนั้น!”
ขณะที่กำลังพูดอยู่ก็มีเสียงวุ่นวายดังขึ้นมาอีกครั้ง
แม้ว่าจะมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นที่บ่อน้ำในหมู่บ้าน แต่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสนุกสนานที่นั่นแล้ว
ฉินเหยาเกิดความอยากรู้ขึ้นมา พอดีมื้อเช้าก็กินหมดแล้ว นางจึงตบมือลุกขึ้น กำชับให้หลิวจี้ดูแลต้าหลางให้ดีแล้วพาจินฮวากับซื่อเหนียงไปยังบ่อน้ำในหมู่บ้าน
ยังไม่ทันถึงที่หมาย ความคึกคักของผู้คนก็ลอยมาถึงก่อนแล้ว
ชาวบ้านหมู่บ้านตระกูลหลิวชำแหละหมาป่ากันอย่างคึกคัก ตั้งแต่เมื่อคืนต่อเนื่องมาจนถึงเช้านี้ก็ยังไม่หยุด
พี่น้องตระกูลหยางกลับไปที่หมู่บ้านแล้วก็ป่าวประกาศอีกครั้ง ตอนเช้าตรู่จึงดึงดูดชาวบ้านหมู่บ้านเซี่ยเหอมาดูความสนุกมากมาย
เดิมทีที่คนหมู่บ้านเซี่ยเหอมาก็อยากจะมาดูว่ากำจัดหมาป่าสำเร็จหรือไม่
หากไม่สำเร็จ หมู่บ้านของพวกเขาอยู่ใกล้ จะได้ระวังตัวไว้ล่วงหน้า
นึกไม่ถึงว่า หมู่บ้านตระกูลหลิวไม่เพียงแต่จะทำสำเร็จ ยังสามารถกวาดล้างฝูงหมาป่าได้ทั้งหมด!
ดูสิหนังหมาป่าและเนื้อหมาป่าที่ปูเต็มไปหมดนี่ จะไม่ซื้อกลับไปทำอาหารจานเด็ดสำหรับวันสิ้นปีได้อย่างไร
เสียงโห่ร้องที่ฉินเหยาได้ยินที่บ้านก็เป็นเพราะว่าเนื้อน้อยคนเยอะ ส่วนแบ่งไม่พอ ชาวบ้านหลายบ้านงัดข้อกันเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ เนื่องจากการต่อสู้ดุเดือดเกินไป ชาวบ้านที่มุงดูจึงอดไม่ได้ที่จะระเบิดอารมณ์ออกมา
ความกระตือรือร้นนั้น คนที่ไม่รู้ยังนึกว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่
จริงๆ แล้ววันนี้เพิ่งจะวันที่ยี่สิบเก้าเดือนสิบสองเอง พรุ่งนี้ต่างหากจึงจะเป็นวันสิ้นปี