ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 11 เจียงตั่วปกป้องภรรยา
ห้องครัวที่แต่เดิมก็ไม่ได้กว้างขวางนัก พลันมีผู้คนจำนวนมากบุกเข้ามาจนแน่นขนัดไปหมด ทั้งยังมีชาวบ้านบางส่วนที่ได้ยินเสียงโวยวายจนตามมาดูเหตุการณ์ ยืนออกันอยู่ที่ลานบ้านแต่ไม่สามารถเบียดเสียดเข้าไปได้
คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าสุดคือหมิงเทา หลานชายคนโตของปู่สี่สกุลหมิง เขากำลังประคองเจียงหรงที่เหงื่อแตกพลั่กและร้องครวญครางไม่หยุด อีกมือหนึ่งชี้ไปที่หมิงจู ก่อนจะตวาดอย่างดุร้าย
“หมิงจู ยัยลูกไม่มีพ่อแม่สั่งสอน! แม่ของฉันแขนหักเพราะแก ต้องรีบไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ แกต้องเอาเงินค่ารักษาพยาบาลมาอย่างน้อยห้าร้อยหยวน! พวกเราเชิญหัวหน้าหมู่บ้านมาเป็นพยาน ถ้าวันนี้แกให้น้อยกว่าแม้แต่เฟิน [*] เดียว ก็อย่าคิดว่าเรื่องนี้จะจบง่ายๆ เลย!”
เมื่อได้ยินหมิงเทาเรียกร้องเช่นนี้ คนที่มามุงดูข้างนอกก็พากันถอนหายใจด้วยความสงสาร
ในยุคนี้ อย่าว่าแต่ห้าร้อยเลย สำหรับครัวเรือนคนทั่วไป แค่มีเงินเก็บหนึ่งร้อยหยวนก็ถือว่าเป็นครอบครัวของคนมีเงินแล้ว หมิงเทาคนนี้ช่างกล้าพูดออกมาได้!
ทุกคนคาดเดาว่าข้างในคงต้องเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้นอย่างแน่นอน เพราะบรรดาพี่น้องร่วมตระกูลพวกนี้ไม่มีใครยอมใครเลยสักคน
หมิงชุนนีจำคำสั่งเสียสุดท้ายของแม่ได้เสมอว่าต้องปกป้องหมิงจูให้ดี
เธอถูกรังแกได้ แต่หมิงจูจะถูกรังแกไม่ได้เด็ดขาด!
เมื่อเห็นหมิงเทาด่าหมิงจู แม้จะตัวสั่นด้วยความกลัว แต่เธอก็ยังเดินออกไปยืนขวางหน้าหลานสาว รวบรวมความกล้าตะโกนใส่หมิงเทาไปว่า “อย่ารังแกจูจูนะ!”
หมิงเทาเริ่มไม่พอใจ ปัดมือผลักหมิงชุนนีออกไปให้พ้นทาง
“นังโง่ ไปให้พ้นซะไป!”
พอเห็นหมิงชุนนีกำลังจะล้มลง หมิงจูยังไม่ทันเข้าไปช่วย เธอก็เห็นเจียงตั่วรีบคว้าตัวหมิงชุนนีที่กำลังจะล้มไว้ได้ทัน
จากนั้นเจียงตั่วก็หมุนตัวกลับมาชกหมิงเทาหนึ่งหมัด แล้วผลักอีกฝ่ายให้ถอยออกไป
หมิงเทาพละกำลังไม่ถึงเสี้ยวเดียวของเจียงตั่วด้วยซ้ำ เขาเซถอยหลังไปสองก้าว และคว้าแขนของเจียงหรงไว้โดยไม่รู้ตัว
“อ๊าย!”
การกระชากกะทันหัน ทำให้เจียงหรงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด!
หมิงเทาตั้งหลักได้ เขาก็จ้องมองเจียงตั่วด้วยความโกรธ หากเป็นคนอื่น เขาคงสวนกลับไปแล้ว แต่เจียงตั่วสูงใหญ่กำยำ เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนี้ก็เพียงพอที่จะข่มขู่ทุกคนได้ เขา… ไม่กล้าตอบโต้กลับไปแม้แต่เสี้ยวเดียว
หมิงฉางเหอเห็นดังนั้น เขาก็แสดงท่าทีของผู้อาวุโส เงยหน้ามองเจียงตั่วด้วยความไม่พอใจ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ผู้กองเจียง คุณหมายความว่ายังไง? เป็นถึงหัวหน้าหน่วยทหารอาสาที่ส่งมาจากนอกหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง แต่กลับมาทำร้ายชาวบ้าน! หัวหน้าหมู่บ้าน เรื่องนี้คุณต้องเข้ามาจัดการแล้วไม่ใช่หรือ?”
“อาสี่ ใจเย็นลงก่อน…”
หัวหน้าหมู่บ้านหมิงต้าโหย่วอาศัยจังหวะนี้เดินออกมา…
เขาเหลือบมองเจียงตั่วแวบหนึ่ง แล้วมองไปที่ปลาและกับข้าวบนโต๊ะอาหาร คิดในใจว่า ‘หมิงจูคนนี้ช่างไร้ยางอาย พยายามยั่วยวนเจียงตั่วอยู่ชัดๆ’
เขาเป็นคนแรกที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพื่อเสี่ยวเจี๋ยลูกสาวของเขา ต้องแยกสองคนนี้ออกจากกันให้ได้!
“ผู้กองเจียง หมิงจูเป็นฝ่ายลงมือทำร้ายก่อน นายเป็นหัวหน้าหน่วยทหารอาสา ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะมีแต่จะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ทำไมนายไม่กลับไปก่อนล่ะ เดี๋ยวที่เหลือตรงนี้ฉันจัดการเอง”
เจียงตั่วไม่ขยับ แล้วตอบเสียงทุ้มลึก “ในเวลานี้ ผมคือคู่หมั้นของหมิงจู!”
หมิงต้าโหย่วขมวดคิ้วแน่น หนุ่มน้อยคนนี้ช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย!
เมื่อกลางวันเขาอธิบายชัดเจนขนาดนั้นแล้ว ทำไมยังไม่เข้าใจอีก?
ส่วนหมิงจู เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ภายในใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา ‘พ่อหนุ่มคนนี้เป็นคนดีจริงๆ รู้จักปกป้องภรรยา ต้องมีอนาคตไกลแน่นอน!’
ใบหน้าของเธอที่อารมณ์เสียอยู่เมื่อครู่กลับมาเปื้อนรอยยิ้มอีกครั้ง ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์และงดงามน่ารักอยู่แล้ว รอยยิ้มนี้กลับทำให้ผู้คนคาดเดาอารมณ์ได้ยากว่าในตอนนี้เธอกำลังมีความสุขหรือเคืองแค้นอยู่กันแน่
“หัวหน้าหมู่บ้าน ฉันรู้ค่ะว่าครอบครัวของหมิงฉางเหอสนิทสนมกับคุณ แต่ในฐานะที่เป็นผู้นำหมู่บ้าน ชาวบ้านหลายคนก็กำลังจับตามองอยู่ คุณมาช่วยพวกเขาใส่ร้ายฉันว่าทำร้ายคนอื่นเนี่ย เหมาะสมแล้วเหรอคะ?”
หมิงต้าโหย่วยังมีรอยยิ้มประดับใบหน้าเหมือนเคย “หมิงจูเอ๊ย แกจะพูดจาเลอะเทอะไม่ได้นะ หมู่บ้านในละแวกนี้มีใครไม่รู้บ้างว่าคนอย่างฉัน หมิงต้าโหย่วช่วยเหลือคนด้วยเหตุผล ไม่ได้ช่วยเพราะความสนิทสนม เธอเติบโตมาในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งของเรา คนที่นี่รู้นิสัยใจคอของเธอดี ถ้าเธอไม่ได้ทำร้ายป้าสะใภ้ของเธอ แขนจะกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร?”
“หนูจะไปรู้ได้ยังไงล่ะคะ?” หมิงจูมองทุกคนอย่างใสซื่อ พูดอย่างจริงใจทุกคำ “เมื่อกลางวัน ปู่สี่ของหนูพาคุณป้าเข้ามา ตอนแรกบอกว่าต้องการให้หนูแต่งงานกับไอ้ทึ่มจากหมู่บ้านต้าชวี จากนั้นก็บอกว่าจะเอาบ้านของหนูไป และสุดท้ายก็ขอเงินสินสอดที่เจียงตั่วให้มา พอหนูไม่ให้ พวกเขาก็เลยด่าและบอกให้หนูระวังตัวไว้! แต่หนูไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะออกอุบายที่เลวร้ายแบบนี้มาใส่ร้ายหลังจากคิดแค้นมาตลอดบ่ายค่ะ!”
ท่าทางที่ดูน่าสงสารและสุภาพอ่อนโยนเช่นนี้ ทำให้หมิงต้าโหย่วและคนที่มาดูเหตุการณ์ต่างพากันงุนงง
นี่ไม่เป็นไปตามแผนเลยนี่นา!
ปกติแล้ว ถ้าเป็นหมิงจูที่มีนิสัยใจร้อน คงจะอาละวาดลงมือไปนานแล้ว!
หมิงฉางเหอได้ฟังคำพูดของหมิงจูแล้วก็ฉุนเฉียวขึ้นทันควัน ฟาดไม้เท้าแล้วตะคอกออกมา “แกพูดบ้าอะไรของแก! ฉันเห็นกับตาว่าแกผลักเจียงหรงล้มลงไป!”
“ปู่สี่จะโกรธทำไมขนาดนั้นคะ ถ้าปู่บอกว่าหนูโกหก งั้นปู่กล้าสาบานต่อหน้าคนมากมายตรงนี้ไหมคะว่า ในอนาคตปู่จะไม่มาแย่งบ้านที่ปู่กับย่าทิ้งไว้ให้หนู จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเงินสินสอดของหนู และไม่มารบกวนชีวิตของหนูกับป้าอีก?”
ใบหน้าเหี่ยวย่นของหมิงฉางเหอดำคล้ำ เขาจะไม่รับปากแน่นอน! เพราะทั้งบ้านและเงิน เขาจะต้องได้มันมาทั้งหมด!
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเยาะแว่วมาจากภายนอก เขากัดฟันพูดอย่างไม่พอใจว่า “ใครแย่งเงินสินสอดของแกกัน! นี่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่แกควรชดใช้จากการผลักเจียงหรงล้มลงต่างหาก!”
“คิดว่าแค่ผลักเบาๆ แขนจะหักได้หรือคะ หนูไม่เชื่อหรอก” หมิงจูพูดพลางเดินไปหาเจียงหรง ในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว เธอก็คว้าแขนของอีกฝ่ายไว้แน่น
เจียงหรงร้องโหยหวนอีกครั้งราวกับหมูถูกเชือด!
แต่ท่ามกลางเสียงกรีดร้องนั้น หมิงจูจับแขนนั้นไว้ ก่อนจะหมุนและผลักอย่างรวดเร็ว จนแขนของเจียงหรงที่ข้อต่อหลุดในตอนแรกกลับมาเข้าที่ในทันที!
หมิงจูคิดว่าเธอทำได้เร็วขนาดนี้ คงไม่มีใครสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวเล็กน้อยนี้ แต่หารู้ไม่ว่าเจียงตั่วที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นทุกอย่างหมดแล้ว
หากเมื่อเที่ยงที่เห็นหมิงจูทำให้แขนของอีกฝ่ายกระดูกเคลื่อนนั้นเป็นเรื่องบังเอิญ ตอนนี้ก็คือเจตนาแล้ว หมิงจู หญิงสาวคนนี้ดูเหมือนจะคาดเดาได้ยากกว่าที่เขาคิดไว้มาก
หมิงจูสะบัดแขนของเจียงหรงออกไป แล้วพูดอย่างเอือมระอา “นี่ไม่ใช่ว่าปกติดีอยู่เหรอคะ หักตรงไหนกัน?”
เจียงหรงชะงักไปชั่วขณะ ดูเหมือนว่าจะไม่เจ็บแล้วจริงๆ ด้วยสิ!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
หรือว่าหมิงจูทำอะไรกับเธอ?
แต่ยัยเด็กคนนี้ไม่มีทางมีความสามารถขนาดนั้นนี่!
เจียงหรงไม่เข้าใจเลย แต่ก็เพียงชั่วขณะเท่านั้น เธอจะแสดงออกว่าไม่เจ็บไม่ได้ เพราะเธอยังรอเอาเงินห้าร้อยหยวนกลับบ้านอยู่!
เธอกุมแขนอีกครั้ง ก่อนจะร้องเสียงดังกว่าเดิม แต่ไม่โหยหวนเท่ากับก่อนหน้านี้ “โอ๊ย! ฉันเจ็บแขนจะตายอยู่แล้ว หมิงจูแกจะฆ่าฉันหรือไง! ช่วยด้วย! หล่อนจะฆ่าฉันแล้ว!”
เจียงตั่วที่อยู่ข้างๆ ได้สติจากภวังค์เพราะเสียงโหยหวนนั้น ทั้งที่หายดีแล้ว แต่หล่อนก็ยังเสแสร้ง!
เขามองเจียงหรงด้วยสีหน้าเย็นชา กำลังจะบอกให้พาเธอไปส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการ หากเธอโกหก ก็จะจับเข้าตารางข้อหาก่อความไม่สงบ แต่เขาก็ช้ากว่าหมิงจูไปหนึ่งก้าว
หมิงจูควักเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า แล้วโปรยใส่หน้าเจียงหรง
เจียงหรงไม่เคยจับเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ดวงตาพลันเป็นประกาย ร้องตะโกนอย่างตื่นเต้น “เงิน! ของบ้านฉัน ใครก็ห้ามมาแย่ง!”
เธอรีบโบกสองมือขึ้นไปคว้าตามสัญชาตญาณ…
แต่คว้าได้แค่สองใบ หมิงจูที่อยู่ตรงข้ามก็จับข้อมือไว้แน่น เสียงพูดเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “คุณป้าสะใภ้คะ ไม่ใช่ว่าแขนหักจนขยับไม่ได้เหรอคะ ทำไมถึงยกขึ้นมาได้แล้วล่ะ? ดูสิคะ ขนาดหัวหน้าหมู่บ้านยังช่วยพวกคุณใส่ร้ายหนูโดยไม่สนใจเหตุผลเลย เพราะงั้นป้าต้องแกล้งทำเป็นเจ็บต่ออีกหน่อยนะคะ ไม่อย่างนั้นจะทำให้เขาเสียหน้าเอาได้!”
ทุกคนต่างเห็นกับตาว่าเจียงหรงที่เพิ่งร้องว่าเจ็บอย่างนู้นอย่างนี้ มาตอนนี้กลับยกมือขึ้นมาคว้าเงินได้อย่างคล่องแคล่ว ครอบครัวของหมิงฉางเหอตั้งใจจะมากลั่นแกล้งหญิงหม้ายและเด็กกำพร้าชัดๆ!
ในตอนนี้ ทั้งห้องพลันตกอยู่ในความเงียบสงัด…
เชิงอรรถ
[*] เฟิน เป็นหน่วยสตางค์ของจีนโดย 100 เฟิน เท่ากับ 1 หยวน