ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 110 ถอดออกซะ เรามาทำกันเถอะ
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 110 ถอดออกซะ เรามาทำกันเถอะ
เมื่อได้ยินหมิงจูพูดถึงคำว่า ‘หย่า’ อีกครั้ง เจียงตั่วก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหมิงจูถึงพูดถึงการหย่าได้ง่ายดายนัก…
ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพราะสวีข่าย แต่ตอนนี้สวีข่ายแต่งงานแล้ว หมิงจูก็ตามเขาออกจากหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งไป แล้วครั้งนี้มันเพราะอะไรถึงได้พูดออกมาได้อีก?
ไม่รู้เป็นอะไร เขานึกถึงสองคำขึ้นมาในหัว… ‘หวังเจวี๋ย’
ความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาปิดกั้นหัวใจแบบนี้ เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลย
เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ใบหน้าเคร่งขรึม “ฉันไม่ได้ชอบหล่อน และจะไม่หย่ากับเธอด้วย หยุดคิดมากแล้วนอนซะ”
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินออกจากห้องไป
หมิงจูคิดว่าเขาตั้งใจจะหนีปัญหา ทิ้งเธอไว้ที่นี่แล้วไปนอนที่ค่ายทหาร ในใจรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเหลือเกิน ใครจะไปคิดว่าเจียงตั่วไปล็อกประตูใหญ่แล้วเดินกลับเข้ามา จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนข้างหมิงจูทั้งชุดเต็มยศ แล้วไม่พูดอะไร แถมยังทำหน้าบึ้งตึง
หมิงจู “…”
เขาต่างหากที่คบผู้หญิงอื่นแล้วไม่ชัดเจน เธอไม่ควรจะโกรธหรือ?
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
เธอฮึดฮัด ลุกขึ้นจากเตียง หันไปจ้องเขาเขม็ง
เจียงตั่วขมวดคิ้ว “เป็นอะไรไป?”
หมิงจูเบะปาก หน้ามุ่ย พูดด้วยความไม่พอใจ “ปัญหายังไม่อธิบายให้ชัดเจน ต้องคุยกันก่อนสิคะถึงจะนอนได้ ไม่งั้นฉันคงโมโหอกแตกตาย”
เจียงตั่วลุกขึ้นมานั่ง ถอนหายใจ “ฉันจะไม่หย่ากับเธอหรอก”
“ฉันขอคุยเรื่องหย่ากับคุณที่ไหนกันล่ะคะ ประเด็นหลักของฉันคืออยากรู้ว่า คุณไม่ชอบหวงอวี้คนนั้นจริงๆ หรือเปล่าต่างหาก ฉันให้โอกาสคุณแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ถ้าคุณกล้าเปลี่ยนคำพูดทีหลังแล้วบอกว่านั่นคือรักแท้ของคุณละก็ อย่าหวังเลยว่าฉันจะปล่อยคุณให้มีอิสระ!”
เจียงตั่วจนปัญญา เขาเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แขนแข็งแรงโอบเอวบางของเธอไว้ ดึงเธอลงมานอนบนเตียง น้ำเสียงทุ้มต่ำตอบอย่างมั่นคง “ฉันไม่ชอบหล่อนจริงๆ นอนเถอะ”
หมิงจูถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดูท่าจะเป็นเรื่องจริง วางใจได้แล้ว
แต่… ถ้าไม่ใช่หวงอวี้ แล้วเขาชอบใครกันแน่? เป็นผู้หญิงแบบไหนกัน?
หมิงจูเหลือบมองเจียงตั่วที่หลับตาลงแล้ว พลิกตัวหันหลังให้เขา
เจ็บใจชะมัด ถ้าไม่ใช่เพราะยัยคนไร้มารยาทคนนั้นพรวดพราดบุกเข้ามา ป่านนี้เธอคงรวบหัวรวบหางเขาได้สำเร็จ และกำลัง ‘เฮ่เฮ่ฮาโฮ่’ กับเขาแล้ว!
เฮ้อ เธอกับเขาเพิ่งทะเลาะกันไป เธอยังไม่กล้าพุ่งเข้าหาเขาอีกครั้ง
ช่างเถอะๆ นอนดีกว่า วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล…
ขณะเดียวกัน ที่ลานหน้าบ้านเหล่าหวงก็มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังสนั่น!
หวงเต๋อเจียงมองดูลูกสาวที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น แล้วก็โมโห ตำหนิออกมาว่า “ร้องอะไรหนักหนา แค่ลูกเป็นคนเก่ง ผู้ชายคนอื่นมีถมไปไม่ใช่รึไง?”
“แต่หนูชอบแค่เจียงตั่วคนเดียวนี่คะ ตั้งแต่วันแรกที่เขามาถึงค่ายของเรา หนูก็หลงรักเขาตั้งแต่แรกเห็น หนูชอบเขามาก หนูบอกให้คุณพ่อรีบหาคนไปคุยเรื่องแต่งงานตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว แต่คุณพ่อกลับยืนยันว่าจะรอให้เขาทำภารกิจกลับมาก่อน ตอนนี้เป็นยังไงล่ะ เขาแต่งงานแล้ว แถมยังแต่งกับยัยบ้านนอกเสียอีก”
เธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นดีตรงไหน นอกจากความขาว ความสวย และอายุน้อยกว่าเธอ
เรื่องนี้หวงเต๋อเจียงก็หงุดหงิดเช่นกัน เขาได้ยินมาว่าวันนี้เจียงตั่วกลับมาก็ยื่นขอเข้าพักในบ้านพัก เขากำลังจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ใครจะรู้ว่าหัวหน้าของเขากลับอนุมัติให้โดยตรง
ตอนนั้นเขาคิดว่าอนุมัติก็อนุมัติไปเถอะ เขาจะได้หาโอกาสแนะนำหวงอวี้ให้เจียงตั่ว ถึงตอนนั้นทั้งสองครอบครัวจะได้อยู่ใกล้กัน ไปมาหาสู่กันก็สะดวก
แต่ใครจะไปคาดคิดว่า…
“พอได้แล้ว ยัยเด็กบ้านนอกคนเดียวทำให้ลูกโกรธได้ขนาดนี้เลยหรือ? เป็นถึงคุณหนู มีทุกอย่างที่ต้องการ เธอไม่มีทางสู้ลูกได้หรอก พ่อว่าเจียงตั่วเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน เขากับยัยเด็กบ้านนอกคนนั้นไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้หรอก ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องแยกทาง”
หลี่อิงหลัน ภรรยาของเหล่าหวงที่อยู่ข้างๆ ก็เข้ามาตบมือลูกสาว “ใช่แล้ว คนบ้านนอกไม่เคยเห็นโลกภายนอก ตอนนี้ก็มาอยู่ในบ้านพักข้าราชการของเราแล้ว ยังไงก็ต้องถูกเราบงการอยู่ดี”
หวงอวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เห็นว่าสมเหตุสมผล เธอเก็บความไม่พอใจเอาไว้ก่อนแล้วหยุดร้องไห้
เธอเหมาะสมกับเจียงตั่วที่สุด!
หมิงจูใช่ไหม? คอยดูเถอะ ฉันคนนี้จะไล่เธอออกไปจากที่นี่ให้ได้!
เช้าวันรุ่งขึ้น หมิงจูตื่นขึ้นมาด้วยเสียงแตรที่ดังเอื่อยเฉื่อยจากข้างนอก เธอพลิกตัวก็พบว่าเจียงตั่วไม่ได้อยู่ข้างๆ เธอแล้ว
เธอลุกขึ้นมานั่งขึ้นอย่างเกียจคร้าน ปกติแล้วตอนที่อยู่ในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง เธอจะตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของเขาเสมอ แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า รู้สึกหงอยๆ นิดหน่อย
เธอรู้สึกหิว จึงลุกจากเตียงเพื่อดูว่ามีอะไรเอามาทำกินได้บ้าง
แต่พอเดินเข้าครัว เธอก็เห็นเจียงตั่วในชุดทหารสีเขียว ถือกล่องข้าวเหล็กทรงสี่เหลี่ยมดันประตูเข้ามา
เมื่อเห็นว่าหมิงจูตื่นแล้ว เขาก็วางกล่องข้าวลงบนโต๊ะอาหารแล้วพูดว่า “กินข้าวสิ”
หมิงจูเห็นเจียงตั่วในชุดทหารสีเขียวแล้วรู้สึกว่า… เขาหล่อจริงๆ หล่อแสบตาจนเธอจะตาบอดแล้ว!
แต่พอนึกถึงเรื่องไม่สบายใจที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนนอน…
ไม่ได้การ ต้องแสดงฝีมือเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ
เธอเบะปาก ทำท่าเหมือนจะร้องไห้จ้องมองเจียงตั่ว
เจียงตั่วใจเต้นแรง เดินเข้ามาหาเธอ “เป็นอะไรไป?”
หมิงจูอ้าแขนกอดเอวเขา ซบหน้าผากที่หน้าอกเขาอย่างน้อยใจ พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “เมื่อคืนเราเพิ่งทะเลาะกันไปเองค่ะ พอตื่นเช้ามาก็ไม่เห็นคุณแล้ว ฉันเลยคิดว่า… คุณทิ้งฉันแล้วซะอีก ไม่คิดเลยว่าคุณจะยังกลับมาส่งข้าวให้ฉัน”
เจียงตั่ว “…”
เมื่อคืนนี้ไม่ใช่เธอหรอกหรือที่โกรธอยู่ฝ่ายเดียว ทำไมกลายเป็นทะเลาะกันไปได้?
ท่าทีน้อยใจของสาวน้อยทำให้เขาอดรู้สึกสงสารไม่ได้ เขาเอื้อมมือมาโอบเธอไว้ ลูบหลังเบาๆ เพื่อปลอบโยน “ไม่ได้ทิ้งเธอไปไหนหรอก แค่กลัวว่าเธอจะหิวตอนตื่น เลยไปเอาข้าวที่โรงอาหารมาให้”
หมิงจูเงยหน้าขึ้น ใบหน้ายิ่งดูน้อยใจ “แต่ฉันอยากลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นคุณอยู่ข้างๆ นี่คะ”
“โรงอาหารที่ค่ายถ้าไปช้าก็ไม่มีข้าวให้กินแล้ว”
“ฉันไม่สนหรอกค่ะ” หมิงจูโอบแขนเขาแน่นขึ้น “ต่อไปถ้าเราทะเลาะกัน พอตื่นเช้าขึ้นมา คุณต้องอยู่ข้างๆ แล้วกอดฉันไว้ด้วยนะคะ ฉันถึงจะหายโกรธ ไม่งั้นฉันจะงอนคุณไปหลายวันเลย”
เจียงตั่วได้ฟังเสียงหวานหยดย้อยนี้แล้ว ใจอ่อนยวบ
เรื่องไร้สาระที่เขาคิดเมื่อคืนก็ถูกโยนทิ้งไปจากหัว
เขาพูดเบาๆ ว่า “ฉันจะไม่ทะเลาะกับเธอหรอก”
หมิงจูคิดดูแล้ว เมื่อคืนเขาก็ไม่ได้ทะเลาะกับเธอจริงๆ ฝ่ายเธอต่างหากที่หึงเอง และโกรธไปเอง
เธอคงจะเป็นพวกคลั่งรักสินะ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังต้องมาเก็บมาคิดขนาดนี้…
แต่ความโกรธมันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลย ความรู้สึกปรองดองกันแบบตอนนี้ดีกว่าเยอะ
สีหน้าน้อยใจบนใบหน้าของเธอก็เลือนหายไปในที่สุด เธอยิ้มกว้าง “งั้นคุณจูบฉันหน่อยค่ะ ฉันถึงจะหายโกรธ”
เจียงตั่วพูดด้วยน้ำเสียงปนความจำใจเล็กน้อย “ใส่ชุดนี้แล้วก็ต้องรักษาระเบียบวินัย ทำเรื่องไม่เหมาะไม่ควรไม่ได้”
“งั้นคุณถอดสิคะ เรามาทำเรื่องไม่เหมาะไม่ควรกันหน่อย แล้วค่อยไปทำงาน”
เจียงตั่ว “…”
เขาหมดคำจะพูดกับเธอจริงๆ!
เขาก้มหน้าจูบเธอที่ริมฝีปาก ก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็ว แล้วยกมือลูบหัวเธอเบาๆ “ฉันต้องกลับไปประชุมแล้ว เธออยู่บ้านดีๆ นะ”
หมิงจูพยักหน้าตอบรับ แล้วคล้องแขนเขาเดินไปส่งเขาที่ประตู
ทั้งสองคนเพิ่งเดินไปที่ลานบ้าน สายตาก็เหลือบไปเห็นหวงอวี้ที่มาเมื่อคืน เดินมาพร้อมกับหญิงวัยกลางคนจากตรอกข้างหน้า…