ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 26 ฉันเป็นของคุณแล้ว
เจียงตั่วรีบร้อนกลับที่พัก เฉียวปินเพิ่งกลับมาจากจุดบริการของหมู่บ้านพร้อมกับถือข้าวเข้ามา หลังจากเห็นเจียงตั่วแล้วก็พูดขึ้นว่า “หัวหน้า ผมตักข้าวมาเผื่อแล้วครับ”
เจียงตั่วรับคำ แล้วไปล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำเย็น จากนั้นจึงเดินมานั่งกินข้าว
เฉียวปินกินไปพลางสงสัยไปพลาง “หัวหน้าครับ หมิงจูคนนั้นรักษาคนได้จริงหรือ?”
เจียงตั่วเงยหน้าขึ้นมามอง “ทำไมล่ะ นายก็รู้สึกว่าเธอแปลกเหมือนกันหรือ?”
เฉียวปินแสดงความคิดเห็นของตัวเอง “ยิ่งกว่าแปลกอีกครับ ผมเพิ่งได้ยินพวกบัณฑิตพูดถึงขั้นตอนการช่วยชีวิตคนของเธอ แล้ววิธีช่วยคนแบบนั้น… ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”
เจียงตั่วเงียบไป ไม่พูดอะไร
เฉียวปินรู้จักกับเจียงตั่วมานานแล้ว เขาจึงรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีบางอย่างผิดปกติกับหัวหน้าคนนี้
เรื่องที่เขาเองยังสังเกตเห็นได้เช่นนี้ หัวหน้าคงไม่พลาด
เขาเบิกตากว้างขึ้นมาทันที แล้วถามว่า “หัวหน้าครับ คุณมองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าหมิงจูมีบางอย่างน่าสงสัย เลยคิดจะแต่งงานกับเธอเพื่อล่อศัตรูเข้ามาใกล้ใช่ไหมครับ? ถ้าอย่างนั้นคุณก็เสียสละมากจริงๆ ขนาดชีวิตแต่งงานยังยอมแลก”
หัวหน้าคนนี้ไม่เสียทีที่เป็นหัวหน้า ทำเพื่อภารกิจได้ขนาดนี้… ถือเป็นการเสียสละชีวิตเพื่อความชอบธรรมเลย!
เจียงตั่วเหลือบมองเฉียวปิน ลูกน้องคนนี้คิดมากจริงๆ!
เขาแค่รู้สึกว่าหมิงจูมีบางอย่างที่แปลก ตอนแรกไม่รู้จักแบกตะกร้าหรือตักน้ำ ต่อมาก็ปีนกำแพงกลางดึกไปจัดการหมิงเจ๋ออย่างกล้าหาญ มาวันนี้เธอยังรู้วิชาแพทย์อีก
นอกจากนี้คือความคิดของเธอ คำพูดคำจาที่มั่นอกมั่นใจและมีเหตุผล…
สิ่งเหล่านี้ ไม่น่าจะอยู่ในตัวสาวชาวบ้านที่เติบโตมาในหมู่บ้านเล็กๆ และไม่มีโอกาสได้เห็นโลกภายนอกเลย มันขัดกับตรรกะอย่างเห็นได้ชัด
แต่…
เหตุผลในการแต่งงานของเขาเรียบง่ายกว่านั้นมาก นั่นคือเพียงเพราะเขาได้ล่วงเกินความบริสุทธิ์ของเธอ จึงต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้!
เฉียวปินไม่รู้ว่าเจียงตั่วคิดอะไรอยู่ เขาลดเสียงลงแล้วถามอย่างจริงจังว่า “งั้นต่อไปเป้าหมายของเราคือ…”
เจียงตั่วเหลือบมองไปทางประตู แล้วพูดขัดความคิดนั้น “ไม่มีอะไรเปลี่ยน เรื่องของหมิงจูนายไม่ต้องเข้าไปยุ่ง”
เฉียวปินคิดแล้วก็เห็นด้วย ในเมื่อหัวหน้าถึงกับเสียสละชีวิตตัวเองขนาดนี้ หมิงจูก็ต้องให้เขาเป็นคนเฝ้าจับตาดูเองถูกแล้ว
เจียงตั่วไม่พูดอะไรอีก แล้วกินข้าวต่อไป
ส่วนหมิงจูจะเป็นคนแบบไหนกันแน่ เขายังมีเวลาอีกมากพอที่จะค่อยๆ ทำความเข้าใจ…
…
เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงตั่วสวมเสื้อเชิ้ตที่หมิงจูเย็บให้เองกับมือ แล้วยื่นถุงลูกกวาดให้เฉียวปิน ขอให้ช่วยแจกจ่ายลูกกวาดงานแต่งงานให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา
ขั้นตอนการแต่งงานในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งนั้นเรียบง่าย บางงานก็ไม่มีแม้กระทั่งพิธีอะไร เพียงแค่เลี้ยงอาหารมื้อเล็กๆ กับญาติทั้งสองฝ่ายก็ถือว่าแต่งงานกันแล้ว
เจียงตั่วมาถึงหน้าบ้านหมิงจูตามเวลา เฉียวปินรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงาน ตะโกนเรียกคนที่อยู่ในบ้าน “เจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวแล้ว!”
สิ้นเสียงของเขา ประตูโถงของบ้านก็เปิดออก ภรรยาของหมิงฝูในหมู่บ้านเดียวกันก็ประคองเจ้าสาวที่คลุมผ้าแพรแดงและสวมชุดทหารสีเขียวออกมา
เมื่อเห็นเจียงตั่ว ภรรยาของหมิงฝูก็พูดชื่นชม “เจ้าบ่าวหล่อเหลาจริงๆ! วันนี้ครอบครัวของเรามีงานมงคล ลูกสาวของบ้านแต่งงานออกไป โชคดีเหลือเกิน สวรรค์ประทานพร มีความสุขสดใส ขอให้พวกคุณครองคู่กันจนแก่เฒ่า เจริญรุ่งเรืองชั่วลูกชั่วหลานสืบไป!”
ขณะที่เธอกำลังพูด เจียงตั่วกับเฉียวปินก็เดินเข้ามาในลานบ้าน
พวกเขาเห็นโต๊ะตัวหนึ่งวางอยู่ข้างกำแพงดิน มีเทียนไขสีแดงสองเล่มวางอยู่
ภรรยาของหมิงฝูประคองเจ้าสาวมาที่หน้าโต๊ะ แล้วเอ่ยกับเจียงตั่วว่า “ผู้กองเจียง ในเมื่อทุกคนกำลังฉลองรับความสุข พวกคุณไม่ไหว้ฟ้าดินในลานบ้านเลยล่ะคะ!”
เธอพูดขึ้นแล้วส่งมือเจ้าสาวให้เจียงตั่ว
แต่เจียงตั่วกลับจ้องมองคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างพิจารณาอยู่ประมาณห้าวินาที ทันใดนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน…
มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!
เจียงตั่วถอยหลังไปหนึ่งก้าว น้ำเสียงของเขาเย็นชาแต่ก็หนักแน่น “เธอไม่ใช่หมิงจู!”
ภรรยาของหมิงฝูได้ยินคำพูดนี้ก็หน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที แต่ก็รีบปรับสีหน้ากลับมา แล้วยิ้มตอบว่า “เจ้าบ่าวพูดจาเหลวไหลอะไรกัน ถ้านี่ไม่ใช่เจ้าสาวจะเป็นใครไปได้? ฉันเป็นคนคลุมผ้าแพรแดงให้หมิงจูด้วยตัวเองเลยนะ”
เจียงตั่วไม่สนใจคำพูดของคนข้างๆ แต่จ้องมองผู้หญิงตรงหน้า ถามเธออย่างชัดถ้อยชัดคำ “เธอคือหมิงจูจริงหรือเปล่า?”
เจ้าสาวไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่พยักหน้า
ภรรยาของหมิงฝูเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวเสริมว่า “วันมงคล เจ้าสาวที่พูดจาไม่เป็นมงคลหรอกค่ะ! ผู้กองเจียง นี่คือหมิงจูจริงๆ คุณอย่าคิดมากเลยค่ะ รีบมาไหว้ฟ้าดินต่อเถอะ! พอพวกคุณทำพิธีเสร็จแล้ว พวกเรายังต้องกลับไปทำงานต่ออีก!”
แต่เจียงตั่วกลับเบี่ยงตัวหลบมือของภรรยาหมิงฝูที่กำลังจะดึงเขาเข้ามา แล้วถามด้วยน้ำเสียงกดดัน “หมิงจูอยู่ที่ไหน? แล้วหมิงชุนนีล่ะ?”
“ชุนนีเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ฉันกลัวจะเสียเรื่องสำคัญ เลยให้คนอื่นพาเธอออกไปทำงานแล้วค่ะ”
เฉียวปินที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นหัวหน้าของตนเป็นเช่นนี้ก็สับสน ถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า “หัวหน้าเป็นอะไรไปครับ? มีเรื่องอะไรผิดปกติหรือครับ?”
ทุกอย่างไม่ถูกต้องไปหมด หมิงจูเคยบอกว่าเธอมีชุดใส่ในวันแต่งงานที่ตัดเย็บเสร็จแล้ว แต่ตอนนี้กลับไม่ได้สวมชุดที่ว่านั่น
อีกอย่าง… เมื่อวานนี้หมิงจูรับของดูต่างหน้าจากเขาไป และบอกว่าจะสวมติดตัวไว้ตลอด แต่ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้กลับไม่มีของดูต่างหน้าชิ้นนั้นอยู่ที่คอเลย!
เจียงตั่วยกมือขึ้น ดึงผ้าแพรแดงที่คลุมหน้าเจ้าสาวออกต่อหน้าทุกคน…
ทุกคนเห็นชัดเจนว่าคนที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าไม่ใช่หมิงจู แต่เป็นหมิงเยี่ยน!
ในกลุ่มคนที่เข้ามามุง มีคนที่เคยบาดหมางกับบ้านหมิงฉางเหออยู่คนหนึ่ง เขาหัวเราะลั่นออกมาทันที “ไอหยา ลูกชายของหมิงฉางเหอฆ่าคนตาย แล้วยังไม่ยอมเอาหลานสาวไปจ่ายหนี้ แต่เอามาเล่นงิ้วแมวดาวสับเปลี่ยนองค์ชาย [*] หลอกลวงกันแบบนี้อีก? ช่างน่ารังเกียจ!”
หมิงเยี่ยนกัดริมฝีปาก ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายขายหน้า!
เธอจ้องเขม็งตาแดงก่ำ มองเจียงตั่วอย่างน่าสงสาร เธอคิดว่าตราบใดที่ทั้งสองคนผ่านพิธีไหว้ฟ้าดินต่อหน้าคนจำนวนมากไปแล้ว การแต่งงานนี้ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก… แต่เธอกลับไม่คาดคิดว่าเจียงตั่วจะรู้ตัวเร็วขนาดนี้!
เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอไม่ใช่หมิงจู?
เฉียวปินตกใจจนตาค้าง ตั้งแต่ที่เห็นว่าเจ้าสาวไม่ใช่หมิงจู เขาก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อค้นหาอยู่พักใหญ่ แล้วออกมาพูดด้วยความตื่นตระหนก “หัวหน้าครับ ในบ้านไม่มีใครเลย!”
เจียงตั่วหันหลังเดินออกไปทันที…
หมิงเยี่ยนเริ่มร้อนใจ! ถ้าปล่อยให้เจียงตั่วจากไปจริงๆ ปู่จะต้องส่งเธอไปหมู่บ้านสกุลชวีแน่ๆ ตอนนี้ต่อให้เธอเสียหน้าไปหมดแล้ว เธอก็ต้องยอมทุ่มสุดตัว อย่างไรก็ต้องจับเจียงตั่วให้อยู่หมัด!
เธอวิ่งไปข้างหน้าแล้วขวางทางเจียงตั่วไว้ จากนั้นตะโกนทั้งที่ยังใบหน้าแดงก่ำ “เจียงตั่ว คุณเปิดผ้าคลุมหน้าของฉันขึ้น ฉันก็เป็นของคุณแล้วค่ะ คุณจะไปหาหมิงจูไม่ได้!”
สายตาของเจียงตั่วเย็นชาอย่างยิ่ง หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ หมิงเยี่ยนคงพรุนเป็นเป้ากระสุนไปแล้ว!
“เลิกเพ้อฝันได้แล้ว นี่ไม่ใช่สังคมเก่า ฉันกับเธอไม่มีทะเบียนสมรส ไม่ได้ไหว้ฟ้าดิน ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันทั้งนั้น! บอกมาเดี๋ยวนี้! เธอพาตัวหมิงจูไปไว้ที่ไหน?!”
หมิงเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ยืนกรานคำเดิม “คุณต้องยอมไหว้ฟ้าดินกับฉันก่อนค่ะ ฉันถึงจะบอกคุณ!”
เจียงตั่วรู้ว่าคนนี้จะไม่พูด จึงไม่สนใจเธออีก หันหลังเดินออกไปทันที
เฉียวปินเดินตามไป แล้วได้ยินเขาออกคำสั่งว่า “นายไปสืบดูว่าวันนี้มีใครเห็นหมิงจูบ้าง แล้วค้นหาตามทิศทางนั้น ฉันจะไปที่หมู่บ้านสกุลชวีตอนนี้เลย!”
หมิงเยี่ยนมองตามแผ่นหลังของเจียงตั่ว แล้วร้องไห้ฟูมฟายตะคอกขึ้นมาว่า “ป่านนี้หมิงจูคงไหว้ฟ้าดินกับไอ้โง่นั่นไปแล้ว คุณไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอก! พวกเขาเป็นสามีภรรยากันแล้ว! เจียงตั่ว ฉันต่างหากคือภรรยาของคุณ!”
เจียงตั่วได้ยินคำพูดเช่นนี้ แววตาก็เย็นชาจนน่ากลัว เขาสาวเท้าออกจากลานบ้าน หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วกว่าที่เคย!
ไม่รู้ว่ายังไปทันยับยั้งเรื่องทั้งหมดนี้ได้ทันเวลาหรือไม่…
เชิงอรรถ
[*] แมวดาวสับเปลี่ยนองค์ชาย เป็นบทละครงิ้วเล่าเรื่องราวการสลับตัวทารกที่นำลูกแมวป่ามาสลับกับองค์ชายรัชทายาทในวัง เพื่อแย่งชิงอำนาจ