ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 29 เจียงตั่วหลงใหลในรูปโฉมงั้นหรือ?
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 29 เจียงตั่วหลงใหลในรูปโฉมงั้นหรือ?
หมิงจูเดินเข้าไปกระซิบข้างหูเธอว่า “หมิงเยี่ยนเป็นคนถือตัวมาก มีใจจะแต่งงานกับคนเมืองเท่านั้น บ้านคุณคงรั้งเธอไว้ไม่ได้หรอก ต่อให้วันนี้คุณบังคับเธอไป เธอก็ยังจะหนีกลับมาอยู่ดี”
นี่คือเรื่องที่สะใภ้สกุลชวีมักกังวลใจอยู่เสมอ จะให้มานั่งเฝ้าหล่อนอยู่บ้านทุกวัน ไม่ต้องไปทำงานก็คงไม่ได้
ในตอนที่เธอกำลังหนักใจ เธอก็ได้ยินหมิงจูพูดขึ้นอีกว่า “แต่ว่า ตราบใดที่ทั้งสองคนได้จดทะเบียนสมรส หล่อนก็จะเป็นสะใภ้ของครอบครัวคุณอย่างแท้จริง ต่อให้หนีไป คุณก็สามารถให้ลูกชายไปตามเธอกลับมาได้ หรือจะให้กลับมาอาศัยอยู่บ้านเธอ ก็ไม่ผิดอะไรที่ลูกเขยจะไปอยู่บ้านภรรยาค่ะ”
สะใภ้สกุลชวีเหลือบมองหมิงจูด้วยความชื่นชม โชคดีที่ไม่ได้ให้หมิงจูมาเป็นสะใภ้ของตน ไม่เช่นนั้นคงรับมือไม่ไหวแน่ สาวน้อยคนนี้ช่างร้ายกาจจริงๆ
แต่แผนการนี้ เหมาะกับเธอพอดี!
หมิงจูมองทุกคนที่จากไป มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้ม
เมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นจากไป หมิงจูก็หันกลับไปพูดกับคุณป้าด้วยรอยยิ้มว่า “ป้าคะ ช่วยแจกขนมมงคลให้ทุกคนด้วยนะคะ หนูจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างใน แล้วจะออกมาทำพิธีค่ะ”
คุณป้าทำตามอย่างว่าง่าย หมิงจูรีบเดินเข้าไปในห้องนอน เธอเข้าไปในมิติเพื่ออาบน้ำอย่างสบายใจก่อนจะออกมา หลังจากเปลี่ยนชุดกระโปรงเรียบร้อยแล้วก็ยังถักผมเปียหางม้าสูงอย่างสวยงาม เสร็จแล้วก็คลุมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเอง ก่อนจะเรียกคุณป้า
ไม่นานคุณป้าก็เดินเข้ามาในห้อง และช่วยประคองหมิงจูที่สวมชุดกระโปรงยาวลายดอกไม้สีขาวออกมา
ในยุคนั้น ผู้หญิงชนบทที่สวมกระโปรงมีไม่มากนัก ในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง มีเพียงหมิงเสี่ยวเจี๋ยที่มีฐานะดีที่สุดเท่านั้น ที่มีชุดกระโปรงหลายตัว และจะสวมออกมาอวดบ้างเป็นครั้งคราว
ชุดกระโปรงแดงลายดอกไม้สีขาวของหมิงจูไม่เหมือนกับชุดที่หมิงเสี่ยวเจี๋ยเคยใส่ แบบที่เธอสวมเป็นแบบที่คนในยุคนี้ไม่เคยเห็น เอวสูงเข้ารูป และยาวปิดหัวเข่า ส่งเสริมรูปร่างของหมิงจูให้ดูดีมากขึ้น ช่วงน่องที่เปิดเผยออกมาก็ทำให้ใบหน้าสีเข้มของเจียงตั่วถึงกับแดงแบบที่คนอื่นไม่ทันสังเกตเห็น
เขานึกถึงสัมผัสตอนที่กำลังกำข้อเท้าของเธอ ขณะที่พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในห้องใต้ดินเก็บเสบียงวันนั้น…
เมื่อรู้ตัวว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เจียงตั่วก็รีบระงับความคิดที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้ แล้วเดินไปยืนข้างหมิงจูทันที
หมิงจูคลุมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวไว้ แตะมือคุณป้าเบาๆ แล้วพูดว่า “คุณป้าคะ เชิญนั่งตำแหน่งประธานนะคะ หนูไม่มีพ่อแม่ คุณป้าคือญาติผู้ใหญ่ของหนู เราจะคำนับคุณป้ากันค่ะ”
แม้ว่าหมิงชุนนีจะดูซื่อๆ แต่เธอก็ไม่ใช่คนโง่อะไรนัก โดยเฉพาะในช่วงสองวันที่ผ่านมา ด้วยพลังจากน้ำพุวิเศษ ทำให้จิตใจที่เคยสับสนของเธอกลับมาแจ่มใสขึ้นมาก เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้ง
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากเจียงตั่ว เธอก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้นั้นด้วยความประหม่า
เจียงตั่วเหลือบมองเฉียวปิน เขาก็รีบพูดขึ้นอย่างมีไหวพริบว่า “เอาล่ะ เจ้าบ่าวเจ้าสาว คำนับญาติผู้ใหญ่ โค้งคำนับสามครั้ง”
งานแต่งงานในยุคนี้เรียบง่าย ไม่มีพิธีไหว้ฟ้าดิน หรือการบูชาบรรพบุรุษจากนี้อีก
หลังจากทั้งสองโค้งคำนับสามครั้ง เฉียวปินก็กระซิบถามว่า “หัวหน้าครับ ขั้นตอนต่อไปคืออะไรครับ?”
หมิงจูตอบว่า “เจียงตั่ว แค่เปิดผ้าคลุมหน้าก็ถือว่าเสร็จพิธีแล้วค่ะ”
เจียงตั่วก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วค่อยๆ ถอดผ้าคลุมหน้าของเธอออก
ใต้แสงแดด ใบหน้าของหมิงจูไม่มีความเขินอายของเจ้าสาวเลย เธอเงยหน้าสบตาเจียงตั่วแล้วยิ้มอย่างสดใส รอยยิ้มนั้น… ดูเหมือนจะเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงแดดในวันนี้เสียอีก
ในขณะนี้ทั้งสองเข้ามาใกล้กันมาก จนเจียงตั่วสามารถได้กลิ่นหอมหวานสดชื่นที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จากตัวเธอ เพิ่งวิ่งมาเมื่อครู่นี้เอง แต่ทำไมตัวของเธอยังหอมขนาดนี้อยู่นะ?
ผู้หญิงทุกคนมีกลิ่นแบบนี้ หรือว่าหมิงจูพิเศษไม่เหมือนใคร?
และในขณะที่เฉียวปินยืนอยู่ด้านหลังเจียงตั่ว เขาก็ตกตะลึงกับรูปลักษณ์ของหมิงจูอย่างมาก!
เสื้อผ้าส่งคนให้ดูดีขึ้นจริงๆ หมิงจูก็หน้าตาสะอาดสะอ้านน่ารักอยู่แล้ว พอสวมชุดกระโปรงนี้และถักผมเปียสูง เธอจึงดูเหมือนคนเมืองมากกว่าสาวๆ ที่มาจากในเมืองจริงๆ เสียอีก
นี่หัวหน้าไม่ได้หลงใหลในความงามใช่หรือไม่?
เจียงตั่วในตอนนี้หัวใจเต้นเร็วอย่างน่าประหลาด เขาละสายตาจากการจ้องมองหมิงจู หันไปพูดกับฝูงชนที่มาร่วมงานว่า “ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมพิธี หลังจากนี้ต้องรบกวนทุกท่านช่วยดูแลแล้วครับ”
ทุกคนพูดอวยพรเจียงตั่วไม่กี่คำ แล้วก็แยกย้ายกันไป
หมิงจูแหงนมองดวงอาทิตย์ “ขนาดนี้คงไปทำงานไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปเถอะค่ะ ฉันจะไปเตรียมอาหารก่อน”
“เดี๋ยวฉันช่วย”
“ไม่ต้องค่ะ คุณมีงานอื่นอยู่นี่คะ คุณไปเชิญอาจารย์โจวมาเถอะค่ะ ในวันดีๆ แบบนี้ ให้เขามาร่วมทานอาหารง่ายๆ ด้วยกันนะคะ ข้อมูลที่ท่านให้มา ฉันอ่านแล้วได้ประโยชน์มากเลยค่ะ ต้องขอบคุณท่านจริงๆ!”
“ได้”
เฉียวปินเห็นดังนั้นก็รีบอาสาขึ้นมาว่า “หัวหน้าครับ ให้เป็นหน้าที่ผมเอง”
พูดจบเฉียวปินก็หันหลังเดินออกไป เจียงตั่วเพิ่งเคยรู้สึกว่าลูกน้องคนนี้มีไหวพริบขนาดนี้เป็นครั้งแรก
เขาก็ไม่นิ่งเฉย ขยันขันแข็งแบกคานไม้ไปตักน้ำ
หมิงจูเข้ามาข้างในบ้าน ขอให้คุณป้าช่วยก่อไฟ แล้วเธอก็ไปหยิบหมูสามชั้นที่ทอดไว้เมื่อวันก่อนออกมาจากกระปุกน้ำมันหมู แล้วหั่นเป็นสามชิ้น
สองชิ้นเล็ก หนึ่งชิ้นใหญ่
ชิ้นใหญ่หั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ ติดมันและเนื้อ เพื่อทำหมูสามชั้นตุ๋น
และสองชิ้นเล็กหั่นเป็นเส้นเตรียมไว้ผัดผัก
เธอนึกถึงหอยขมที่เก็บได้จากแม่น้ำในวันที่เธอมาถึง… ตอนนี้น่าจะคายทรายออกมาหมดแล้ว
หมิงจูตุ๋นหมูสามชั้นเสร็จแล้ว เธอก็ตักน้ำมาหนึ่งกะละมัง ล้างหอยขมที่ลานบ้าน
ขณะกำลังล้างอยู่ เฉียวปินก็พาโจวชางหมิงเข้ามา
โจวชางหมิงมาถึงในบ้านก็พูดแสดงความยินดี และยื่นเงินของขวัญหกหยวนให้
หมิงจูปฏิเสธอยู่นานก็ไม่เป็นผล สุดท้ายเจียงตั่วก็กลับมาพร้อมน้ำ แล้วยัดเงินคืนให้โจวชางหมิงไป
เขากับหมิงจูตกลงกันไว้แล้วว่า จะไม่จัดงานเลี้ยงหลังแต่งงาน แค่เชิญคนมาทานอาหารง่ายๆ และจะไม่รับของขวัญใดๆ ทั้งสิ้น
เฉียวปินเห็นหอยขมหนึ่งกะละมังเล็กๆ ที่หมิงจูกำลังล้างอยู่ เขาก็ถามด้วยความประหลาดใจ “หมิงจู เธอไปเอามาจากไหนกัน?”
“เจอตอนไปซักผ้าที่แม่น้ำเมื่อสามวันก่อนนั่นแหละค่ะ เลยเก็บมาจากตรงนั้น”
“ในแม่น้ำยังมีหอยขมอยู่อีกเหรอ?” เฉียวปินยิ่งประหลาดใจ “ฉันเคยไปตั้งหลายครั้ง แต่ทำไมไม่เคยเจอเลยล่ะ?”
หมิงจูเลิกคิ้ว ไม่เคยเจอมาก่อนเหรอคะ? มีเยอะแยะไปหมดเลยนะ!
แถมเธอไม่ได้แค่เก็บหอยขมได้เยอะเท่านั้น แต่ยังจับปลาโง่ๆ ที่ดูไม่เฉลียวใจได้อีกสองตัวด้วย!
“สงสัยคุณไปหาไม่ถูกที่มั้งคะ ฉันพลิกก้อนหินก้อนเดียวก็เจอทั้งหมดนี้เลย”
“เธอนี่โชคดีจริงๆ คราวหน้าพาฉันไปด้วยนะ!”
หมิงจูหัวเราะสนุกสนาน “ได้เลยค่ะ”
เธอบอกให้เจียงตั่วย้ายโต๊ะในครัวมาที่ลานบ้าน แล้วบอกให้เขาไปนั่งคุยกับโจวชางหมิงและเฉียวปินในที่ร่มก่อน
เธอเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อตักน้ำร้อนใส่กาออกมา แต่ก็กลัวว่าพวกเขาจะจับได้ว่าน้ำของเธอไม่เหมือนใคร
คิดแล้วคิดอีก เธอก็รื้อชาไผ่หินที่คุณป้าเคยคั่วเก็บไว้ในตู้ติดผนังออกมาชงใส่กาน้ำชา แล้วยกไปให้ทั้งสามคน
และหมิงจูก็ได้ยินเสียงเฉียวปินอุทานขึ้นมาว่าชาไผ่หินรสชาติดี!
ดูเหมือนว่าความหวานของน้ำพุวิเศษนี้จะไม่มีอะไรมากลบได้เลย สมแล้วที่เป็นของดี!
เฉียวปินที่อยู่ในลานบ้านดื่มชาไปครึ่งกา รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที เมื่อได้กลิ่นหอมฟุ้งมาจากห้องครัว เขาก็รู้สึกหิวขึ้นมาในทันที จนอดใจหันไปกระซิบถามไม่ได้ว่า “หัวหน้าครับ หมิงจูกำลังทำอะไรอยู่น่ะ ทำไมหอมจังเลย!”
แต่เจียงตั่วกลับมีสีหน้ามืดครึ้ม แล้วถามเฉียวปินด้วยเสียงเย็นชาว่า “เมื่อกี้นายเรียกเธอว่าอะไรนะ?”