ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 67 ฉันอยากกอดคุณตอนนอน
เจียงตั่วสะกดอารมณ์เอาไว้ แล้วเอ่ยถามหมิงจูว่า “เธออยากเรียนหมอไหม?”
หมิงจูพยักหน้าอย่างเปิดเผย “ถ้ามีโอกาส ฉันก็อยากจะเรียนอย่างเป็นระบบอยู่แล้วค่ะ คุณไม่คิดหรือว่าการรักษาและช่วยชีวิตคนเป็นเรื่องที่เจ๋งมาก”
หัวใจของเจียงตั่วสั่นสะท้านวูบหนึ่ง ผู้หญิงคนนี้ที่ปรารถนาจะรักษาคนและช่วยชีวิตคน ถึงขนาดทนไม่ได้ที่เห็นพยาบาลไร้ความรับผิดชอบ แล้วเหตุใดจึง…
บางเรื่อง เขาต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบให้แน่ใจก่อน
เขารับคำอย่างอ่อนโยนว่า “ดี งั้นเธอเรียนรู้จากเหล่าโจวให้ดี ถ้ามีโอกาสค่อยไปเรียนอย่างเป็นระบบ”
หมิงจูเห็นว่าในที่สุดคิ้วของเขาก็คลายลง จึงเอ่ยด้วยเสียงหวานว่า “งั้นต่อไปคุณก็อย่าทำหน้าบึ้งตึงโดยไม่มีเหตุผลแบบนี้อีกสิ มันน่ากลัวจะตายไป มีอะไรก็พูดตามตรงเลย ฉันขี้ตกใจ มันน่ากลัวนะคะ รู้ไหม”
เจียงตั่วมองดวงตาที่สว่างไสวคู่นั้นของเธอ แววตาของเขาลึกซึ้งแต่ก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน “ได้เลย”
หมิงจูเงยหน้าขึ้น จูบลงบนริมฝีปากของเขาอีกครั้ง จากนั้นรีบลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ “ฉันจะไปทำอาหารที่บ้านคุณน้าฝั่งตรงข้าม คุณพักผ่อนไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันกลับมานะคะ”
“อืม”
หลังจากหมิงจูออกจากห้องพักผู้ป่วย เจียงตั่วก็เม้มริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว… รสหวานหอมที่ติดอยู่บนริมฝีปากนั้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหญิงสาว
เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าผู้หญิงจะหอมได้ขนาดนี้ แม้แต่ตอนนี้ที่เขานอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ก็ยังไม่อาจหักห้ามความรู้สึก
เมื่อหมิงจูทำอาหารเสร็จแล้วนำกลับมา เธอเดินผ่านห้องโถงชั้นล่าง และเดินสวนกับพยาบาลสองคนที่กำลังคุยกันอยู่…
“ข่าวนี้เธอได้ยินมาจากไหน? ถ้าเป็นคนใหญ่คนโตจริง จะมาโรงพยาบาลเล็กๆ ในเมืองของเราได้ยังไง?”
“จริงสิ น้าของฉันทำงานที่สำนักงานโรงพยาบาล ข่าวที่หลุดออกมาไม่น่าจะเป็นเรื่องเท็จ เธอบอกว่าอีกฝ่ายมีฐานะสูงส่ง นี่ไม่ใช่แค่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลของเรานะ แม้แต่ผู้นำระดับจังหวัดก็ต้องทำความเคารพ!”
“คนนี้เป็นใคร? อยู่แผนกไหน? เป็นหมอหรือคนไข้?”
“คิดว่าน่าจะอยู่แผนกศัลยกรรมประสาทนะ แต่ไม่แน่ใจ…”
ขณะที่ทั้งสองคนเดินห่างไปไกล หมิงจูเงี่ยหูฟังจนจำความได้ เธอขึ้นไปชั้นบน กลับมาที่ห้องพักผู้ป่วย เห็นเพียงเจียงตั่วและเฉียวปินอยู่ที่นี่
พี่ชายเตียงข้างๆ เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ส่วนโจวชางหมิงก็กลับหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งไปก่อนแล้ว
หมิงจูแบ่งซุปปลาและอาหารจานผัดออกเป็นสองสำรับ
ขณะที่เฉียวปินกินนั่งอยู่ข้างๆ หมิงจูก็ป้อนเจียงตั่วไปพลาง เปิดประเด็นสนทนาอย่างเมามัน “เมื่อกี้ตอนที่ฉันกำลังขึ้นมา บังเอิญได้ยินพยาบาลคุยกันว่ามีคนใหญ่คนโตมาโรงพยาบาลนี้ค่ะ อยู่ที่แผนกศัลยกรรมประสาท ได้ยินว่าคนนี้มีฐานะสูงส่งมาก แม้แต่ผู้นำระดับจังหวัดก็ยังต้องเกรงใจเชียวล่ะ!”
เฉียวปินที่กำลังกินอยู่เกือบสำลัก เขารีบเงยหน้ามองหมิงจูอย่างตื่นตระหนก สีหน้าของเขาแทบจะเขียนคำว่า ‘หัวใจจะวายตาย’ แปะเอาไว้อยู่!
โชคดีที่พี่สะใภ้ไม่ได้มองมาทางเขา ส่วนหัวหน้าก็ทำหน้าจริงจังอยู่เสมอ ทำให้ไม่ได้ดูน่าสงสัยอะไร
เจียงตั่วเพียงตอบรับเบาๆ เหมือนเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขา
หมิงจูหันไปมองเฉียวปินอีกครั้ง แล้วแกล้งถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “เอ๊ะ? วันนี้ผู้กองเฉียวไม่อยากรู้บ้างเลยหรือคะ? คุณไม่อยากรู้หรือว่าคนนั้นเป็นใคร?”
เฉียวปินที่เพิ่งสงบจิตสงบใจลงได้ กลับมาตระหนกอีกครั้ง “ไม่อยากรู้จัก แล้วก็… ไม่ได้อยากรู้เลยครับ”
ต้องอยากรู้จักอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? ไม่ใช่ว่านางเอกในนิยายออกไปข้างนอกก็เจอคนใหญ่คนโต แล้วก็ได้ผู้มีพระคุณคอยหนุนนำรุ่งโรจน์ไปหมดหรอกเหรอ?
หมิงจูเสริมว่า “ฉันอยากรู้ว่าคนใหญ่คนโตหน้าตาเป็นยังไงค่ะ”
เฉียวปินเห็นสายตาของหมิงจูที่มองสำรวจเขาแล้วก็เหงื่อตก ขณะที่เจียงตั่วยังมีสีหน้าเรียบเฉย “เธอไม่เคยเจอแน่เหรอ?”
หมิงจูหันกลับมา งุนงงสงสัย เธอน่ะเหรอเคยเจอ?
น้ำเสียงของเจียงตั่วฟังดูราบเรียบ “คนที่พวกเธอพูดถึงน่าจะเป็นเหล่าโจว ถ้าเขาไม่ได้ลาออกจากโรงพยาบาลเมืองหู้ ด้วยตำแหน่งของเขา แม้แต่ผู้นำระดับจังหวัดก็ยังต้องให้ความเกรงใจ และพวกเราคงไม่มีโอกาสได้รู้จักเลย”
เฉียวปินได้ยินก็รีบเสริมขึ้นมาทันที “ใช่แล้ว เหล่าโจวสุดยอดมากเลยนะ!”
หมิงจูไขข้อข้องใจแล้ว เธอพยักหน้าครุ่นคิด “อืม งั้นฉันต้องเอาใจอาจารย์โจวให้ดีแล้วสินะ เพราะคนใหญ่คนโตระดับนี้ ทั้งชีวิตฉันอาจจะไม่เคยเจออีกแล้ว”
ในยุคนี้ การจะหางานอะไรก็ต้องมีคนแนะนำ
เจียงตั่วเห็นหญิงสาวตัวน้อยมีแววตาเป็นประกาย ริมฝีปากโค้งขึ้นเล็กน้อยอย่างมีนัย เฉียวปินยังอยู่ เธอก็นะ มีความคิดอะไรก็แสดงออกทางสีหน้าไปเสียหมด ไม่รู้จักเก็บซ่อนบ้างเลย
ช่วงบ่าย หมิงจูไปที่สหกรณ์ร้านค้า และพบกับหลิวเฉิงไฉ
เธอเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับอาการของเจียงตั่ว แล้วก็ตอนที่เขาต้องเข้าไปรับเต้าหู้ที่หมู่บ้านเสี่ยวจิ่งในวันพรุ่งนี้ เธอวานให้ไปแจ้งป้าชุ่ยหลานว่าช่วงนี้ไม่สามารถส่งน้ำให้ได้ และขอให้หยุดทำเต้าหู้เป็นการชั่วคราว
แม้หลิวเฉิงไฉจะรู้สึกเสียดาย แต่สามีของอีกฝ่ายบาดเจ็บถือเป็นเรื่องใหญ่ ย่อมต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสำคัญส่วนตัวก่อน
ตอนกลางคืน เฉียวปินไปนอนค้างคืนที่โรงแรมตามปกติ เนื่องจากเตียงผู้ป่วยข้างๆ ยังว่าง หมิงจูจึงไม่ต้องนอนบนพื้นอีกต่อไป แต่ขึ้นไปนอนบนเตียงข้างๆ แทน
ปกติเธอจะนอนใกล้กับเจียงตั่วเสมอ แต่ตอนนี้มีช่องว่างขนาดใหญ่คั่นกลางระหว่างเธอกับเขา ทำให้หมิงจูรู้สึกไม่ค่อยชิน
เธอพลิกตัวหันหน้าไปทางเจียงตั่ว แล้วเรียกเสียงแผ่วเบา “เจียงตั่ว คุณหลับอยู่หรือเปล่าคะ?”
“ยัง”
“อืม ฉันก็นอนไม่หลับค่ะ”
“ร้อนเหรอ?”
หมิงจูยื่นริมฝีปากน้อยๆ พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ไม่ใช่ค่ะ ฉันอยากกอดคุณตอนนอน”
ในความมืด ร่างของเจียงตั่วแข็งทื่อไปครู่ใหญ่ ก่อนจะกระแอมไอทำลายความเงียบ “ไม่กลัวว่าจะร้อนเหรอ?”
“ร้อนสิคะ แต่ว่า… ฉันชินกับการกอดคุณนอนแล้ว และถ้าไม่ได้กอดก็คงนอนไม่หลับ”
เมื่อคืนเธอต้องนอนบนพื้นเลยไม่ค่อยหลับ
เจียงตั่วเงียบไปครู่หนึ่ง เก็บซ่อนอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ “มาสิ”
ดวงตาของหมิงจูเป็นประกาย แต่เธอก็ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ และน้ำเสียงก็แฝงไปด้วยความหงุดหงิด “ไม่ได้หรอก ฉันเป็นคนนอนดิ้น แล้วคุณก็ยังมีแผลอยู่ แตะต้องมั่วซั่วไม่ได้หรอก”
“ไม่เป็นไร”
“ช่างเถอะ คุณคุยกับฉันไปพลางๆ ก่อนก็ได้ไม่ใช่หรือคะ?”
“อืม”
หมิงจูอาศัยแสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจก มองโครงหน้าที่คมชัดของเจียงตั่ว แล้วพูดหลังจากเงียบไปครู่หนึ่งว่า “ที่จริงแล้ว ฉันมีคำถามที่อยากจะถามคุณค่ะ ไม่รู้ว่าคุณจะสะดวกตอบหรือเปล่า… สักวันคุณกับผู้กองเฉียวก็จะไปจากหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งใช่ไหมคะ?”
เจียงตั่วไม่คิดว่าเธอจะถามเรื่องนี้ขึ้นมากะทันหัน เขาเงียบไปนาน
หมิงจูพอจะเดาได้บางส่วนจึงพูดต่อไปว่า “เมื่อสองวันก่อน มีข่าวลือมากมายเกิดขึ้น ในหมู่บ้านกำลังพูดถึงเรื่องที่คุณกับผู้กองเฉียวหายตัวไป หมิงต้าโหย่วจึงไปสอบถามที่เขตตลาดแล้วกลับมาบอกว่าพวกคุณเป็นคนนอกที่ถูกย้ายมา และน่าจะถูกเรียกกลับไปแล้ว… หมิงเสี่ยวเจี๋ยถึงกับมาหัวเราะเยาะถึงหน้าบ้าน บอกฉันว่าถูกคุณทิ้งไปแล้ว ฉันเลยอยากถามว่าคุณจะไปจริงๆ ใช่ไหม? ถ้าคุณไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็นไร…”
ริมฝีปากของเจียงตั่วเม้มแน่น ไม่คิดว่าช่วงสองวันที่เขาไม่อยู่ หมิงจูจะต้องแบกรับอะไรมากมายขนาดนี้
ความเจ็บปวดนั้น ทำให้เขาไม่สามารถปกปิดได้อีกต่อไป
“ลักษณะงานของฉันกับเฉียวปินคล้ายกับบัณฑิตที่ลงมาทำงานชนบท ต้องปฏิบัติตามคำสั่งและมีการโยกย้าย… จึงต้องย้ายที่อยู่เสมอ”
แม้จะเดาไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น ความเศร้าก็ท่วมท้นอยู่ในใจของหมิงจู
ฉากในละครโทรทัศน์ช่วงที่บัณฑิตกลับบ้านหวนเข้ามาในหัวอีกครั้ง
เธอเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง และยังมีป้าที่ต้องคอยดูแล
แต่เจียงตั่วมีบ้านเกิดและญาติพี่น้อง เธอยังไม่รู้จักเขาดีพอเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ตอนที่เขาหายตัวไป เธอก็ไม่รู้จะไปตามหาได้ที่ไหนด้วยซ้ำ
หากเขากลับไปแล้ว ทั้งสองจะต้องแยกกันอยู่ค่อนข้างนาน และนี่อาจจะเป็นเรื่องต้นเหตุที่นำไปสู่การหย่าร้างในที่สุด
เมื่อคิดเช่นนั้น หัวใจของเธอก็ยิ่งหนักอึ้งและเจ็บปวด ดวงตาเริ่มแดงก่ำโดยไม่รู้ตัว…