ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - บทที่ 506 ในมุกมีตัวอักษร
บทที่ 506 ในมุกมีตัวอักษร
นอนหลับจนถึงฟ้าสาง เซียวยวี่รู้สึกกระปรี้กระเปร่านัก
เซียวยวี่ไปทำอาหารเช้าก่อน ส่วนเซี่ยยวี่หลัวรับผิดชอบเก็บเครื่องนอนและทำความสะอาดห้อง
เมื่อคืนนางนอนโดยห่มผ้านวมผืนเดียวกับเซียวยวี่ ร่างกายเซียวยวี่อบอุ่นราวกับเตาผิงก็มิปาน อบอุ่นจนทำให้นางนอนถึงฟ้าสาง
นางตบหมอนของเซียวยวี่เสร็จจึงวางกลับที่เดิม นางสัมผัสเบาๆ ทำอย่างไรก็ไม่อาจหุบรอยยิ้มบนใบหน้าได้เลย
เรือนหลังนี้ เซี่ยยวี่หลัวเป็นคนปลูกขึ้นเอง แต่ที่ผ่านมานางเพียงเห็นตัวเองเป็นแขกที่ผ่านเข้ามาในห้องนี้แล้วจากไปเท่านั้น ทว่า ตอนนี้นางยืนอยู่ตรงนี้ สภาวะจิตใจกลับต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง!
นางเป็นภรรยาของเซียวยวี่ เป็นนายหญิงของเรือนหลังนี้ เป็นคนที่นอนข้างกายเซียวยวี่
คนเดียวที่จะนอนข้างกายเขาไปชั่วชีวิต!
เนื่องจากคืนแรกเซียวยวี่เป็นคนอุ้มนางกลับไป เซียวยวี่เกรงว่าเซียวจื่อเมิ่งจะให้รอจนนางนอนหลับถึงจะปล่อยเซี่ยยวี่หลัวไปอีก คราวนี้เมื่อเซี่ยยวี่หลัวเล่านิทานจบ เซียวยวี่จึงเข้าไปพานางออกมาทันที
ยังดีที่เซียวจื่อเมิ่งค่อยๆ คุ้นชินแล้ว
ทว่า ไม่คุ้นชินแล้วจะทำอะไรได้?
นั่นคือพี่สะใภ้ใหญ่ เป็นภรรยาของพี่ใหญ่ นางเป็นน้องสามี จะแย่งภรรยากับพี่ใหญ่ได้อย่างไร!
นางไม่มีทางชนะ! เมื่อไม่มีทางชนะก็ได้แต่ยอมรับความจริง ตอนกลางวันก็เกาะติดพี่สะใภ้ใหญ่อย่างเคย ตอนกลางคืนค่อยคืนพี่สะใภ้ใหญ่ให้พี่ใหญ่ก็แล้วกัน!
ตอนกลางคืนหนาวถึงเพียงนี้ พี่ใหญ่ไม่มีโถน้ำร้อน มีพี่สะใภ้ใหญ่ให้ความอบอุ่นอยู่ข้างกาย ก็นับว่าไม่เลว!
เซียวยวี่โอบกอดเซี่ยยวี่หลัว เดินออกมาจากห้อง มุ่งตรงไปยังห้องของเขาช้าๆ
นอกห้องหนาวมาก ลมเหนือโบกพัดจนเกิดเสียงดังฟู่ๆ แต่เซี่ยยวี่หลัวกลับสัมผัสถึงความเย็นไม่ได้แม้แต่น้อย เพราะนางถูกเซียวยวี่ห่อหุ้มไว้อย่างมิดชิด ลมหนาวภายนอกพัดไม่โดนนาง เซียวยวี่โอบกอดนางไว้ ช่วยขวางกั้นความหนาวเย็นและพายุฝนทั้งหมดแทนนาง
เซี่ยยวี่หลัวจำไม่ได้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าใดที่นางเข้าห้องของเซียวยวี่
เมื่อก่อนทุกครั้งที่เข้าไป นางเพียงรู้ว่าเมื่อถึงเวลา ก็ต้องกลับห้องของตัวเองเพื่อนอนหลับ
แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน ครั้งนี้นางเข้าไปในฐานะของนายหญิง
นายหญิง ภรรยาของเซียวยวี่…
ภายในใจเซี่ยยวี่หลัวรู้สึกยินดี จึงกระชับแขนที่โอบกอดเซียวยวี่ให้แน่นขึ้น
เมื่อกลับถึงห้อง เซียวยวี่ก็ปล่อยตัวเซี่ยยวี่หลัว ยังไม่รอให้เซี่ยยวี่หลัวตอบสนอง เขาก็โอบกอดนางไว้อีกครั้ง ออกแรงดันไปด้านหน้า พิงอยู่ตรงประตู
เพราะเซียวยวี่คอยกันให้เซี่ยยวี่หลัวตลอด ดังนั้นเซี่ยยวี่หลัวจึงไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย
ลมหายใจเร่าร้อนเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เซี่ยยวี่หลัวเองก็อยากได้รับความอบอุ่นนั้นเช่นกัน จึงเผยอปากเล็กน้อย ก่อนโน้มตัวเข้าหา
ภายในห้องเงียบสงบ เหลือเพียงไออุ่นที่กระจายไปทั่วห้อง
หลังจากผ่านช่วงเทศกาลล่าปา1 ระหว่างที่หิมะยังไม่ตกเป็นหนที่สอง สบู่ชุดที่สองก็ถูกส่งไปเมืองหลวงแล้ว
ยังเหลืออีกยี่สิบกว่าวันก็จะเป็นวันขึ้นปีใหม่ เซี่ยยวี่หลัวประมาณการณ์ไว้ว่า หลังจากสบู่ชุดแรกขายหมด ถงเต๋อก็น่าจะกลับมา ถึงเวลาต้องมอบซองแดงอย่างดีให้ถงเต๋อ!
การเรียนในสถานศึกษาก็หยุดแล้วเช่นกัน เพราะปีหน้าเซียวยวี่ต้องเตรียมสอบ ปีหน้าเขาสอนไม่ได้ จึงบอกกล่าวกับบิดามารดาของเด็กเหล่านั้น ทุกคนล้วนบอกว่าเข้าใจได้ ทั้งยังอวยพรให้เซียวยวี่สอบผ่าน
ปีนี้เป็นปีที่ครึกครื้นและอบอุ่นกว่าทุกปีที่ผ่านมา
เซียวยวี่รู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตอย่างสมจริงทุกวัน
ได้ตื่นนอนและเข้านอนพร้อมคนที่รักทุกวัน ตอนกลางวันเขาอ่านตำรา ส่วนเซี่ยยวี่หลัวพาเด็กๆ ทอดลูกชิ้น ทำซาลาเปา ห่อเกี๊ยวอยู่ในห้องครัว กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาจากห้องครัวเป็นครั้งคราว รวมถึงอาหารที่ถูกส่งมาเป็นระยะ ทำให้เซียวยวี่รู้สึกมีแรงกระตุ้นในการอ่านตำราเพิ่มเป็นเท่าทวี
ท่ามกลางเสียงประทัดที่ดังตลอดคืน ในที่สุดวันขึ้นปีใหม่ของปีจิ่งเซวียนที่หกก็มาถึงแล้ว!
ในวันขึ้นปีใหม่ ท้องฟ้าภายนอกปลอดโปร่ง แสงแดดอ่อนโยนสาดส่องจนทำให้รู้สึกอบอุ่น
ในวันนี้ วาจาประโยคแรก ต้องกล่าววาจามงคล
เซี่ยยวี่หลัวลืมตาตื่นขึ้น ก็เห็นเซียวยวี่ที่ใช้มือหนึ่งกอดนางไว้ มืออีกข้างถือตำรานอนพิงบนเตียง
“อายวี่ สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้มีแต่เรื่องมงคล สมดั่งปรารถนาทุกประการ! ” นี่เป็นประโยคแรกที่เซี่ยยวี่หลัวกล่าวในปีใหม่นี้
เซียวยวี่วางตำราลง ดึงนางออกจากผ้านวม ให้นางพิงอยู่ในอ้อมอกตัวเอง ก่อนจะดึงผ้านวมมาห่มไว้ ทั้งสองคนกอดกันแน่น ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและหวานชื่น “อาหลัวเองก็สุขสันต์วันปีใหม่ ปลอดภัยราบรื่น สมดั่งปรารถนาทุกประการ! ”
เวลานี้เอง เสียงของเด็กสองคนก็ดังขึ้นจากด้านนอก “พี่ใหญ่พี่สะใภ้ใหญ่ สุขสันต์วันปีใหม่! ”
เดิมทีเซียวยวี่ยังอยากจะคลอเคลียกับภรรยาตัวน้อยอยู่บนเตียงอีกครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินเสียง จึงได้แต่ทอดถอนใจด้วยความจนใจ “เจ้าเด็กแสบสองคนนี้ ปกติไม่เห็นพวกเขาจะตื่นเช้าถึงเพียงนี้ เหตุใดวันนี้ถึงตื่นเช้านัก! ”
เซี่ยยวี่หลัวหัวเราะ “ขอให้ร่ำรวย ขอซองแดงด้วย! ” นางประสานมือทีหนึ่ง ก่อนยื่นมือมาทางเซียวยวี่
เซียวยวี่หัวเราะ จากนั้นจึงหยิบซองแดงซองหนึ่งออกมาจากใต้หมอน เซี่ยยวี่หลัวถึงกับผงะไป
“มีจริงหรือนี่? ”
นางเพียงพูดเลียนแบบเด็กสองคนเท่านั้น
“เจ้าคิดว่าอย่างไร? ”
เซี่ยยวี่หลัวมองดูซองแดง ก่อนจะวางซองแดงไว้ใต้หมอนพร้อมหัวเราะคิกคัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีราวกับเด็กคนหนึ่ง “ข้านึกว่ามีแต่เด็กสองคนที่มีเสียอีก! ”
“เจ้าไม่ใช่เด็กหรือ? ” เซียวยวี่หยิบเสื้อของเซี่ยยวี่หลัวมา ดึงตัวนางขึ้นจากเตียง ก่อนจะสวมเสื้อให้นางทีละชั้น
เซี่ยยวี่หลัวเพิ่งตระหนัก เหมือนว่าหลังจากอาศัยอยู่ร่วมกับเซียวยวี่เป็นต้นมา แม้แต่การสวมเสื้อนางก็ทำไม่เป็นแล้ว
“ข้าทำเอง! ” เซี่ยยวี่หลัวจะดึงเสื้อเอง
เซียวยวี่แสร้งทำทีเป็นโมโห “ห้ามขยับ ข้าทำเอง! ”
เขาแทบอยากจับนางใส่ไว้ในถุงทุกวัน เขาไปที่ไหน นางก็ตามไปที่นั่น
ขอเพียงมีนางอยู่ อย่าว่าแต่สวมเสื้อผ้าเลย แม้แต่อาบน้ำ… เขาก็อยากทำให้!
แค่คิดดู เซียวยวี่ก็อายจนหน้าแดง
เซี่ยยวี่หลัวมองเซียวยวี่อยู่ตลอด เห็นใบหน้าเขาที่ขึ้นสีแดง หรือว่าในห้วงความคิดของเขา กำลังคิดเรื่องที่ให้ผู้อื่นรู้ไม่ได้?
เรื่องอะไรกัน?
เซี่ยยวี่หลัวกลอกตาไปมา ไม่รู้ว่าคิดเรื่องอะไรที่ไม่สมควรคิด ใบหน้าพลันขึ้นสีแดงเช่นกัน
สวมใส่เสื้อผ้าเสร็จ ต่อไปก็เป็นการหวีผม
เซียวยวี่หยิบหวีขึ้นมา เขาเคยหวีมาหลายหนแล้ว ทำบ่อยจนเกิดความชำนาญ เขาทำผมให้เซี่ยยวี่หลัวเช่นเดียวกับที่นางทำในยามปกติ เส้นผมดำขลับในมือ ผ่านไปเพียงครู่เดียว ก็แปรเปลี่ยนเป็นเปียขนาดใหญ่ จากนั้นมือซ้ายก็จับปลายผมที่ถักเปียเสร็จแล้ว ส่วนมือขวาหยิบแถบผ้าผูกผมในกล่อง
วันนี้นางสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง เซียวยวี่หยิบแถบผ้าผูกผมสีแดงที่เป็นสีเดียวกับเสื้อตัวนี้ บนผ้าผูกผมปักมุกที่คล้ายกับหยกขาวไว้สองเม็ด เขาผูกผ้าผูกผม มุกเม็ดกลมส่ายไปมาอยู่บนมือเขา
เซียวยวี่มองโดยละเอียด จู่ๆ ก็กล่าว “อาหลัว ในมุกนี่มีตัวอักษร! ”