ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 507 ไปคารวะเนื่องในวันปีใหม่กัน
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 15 บทที่ 507 ไปคารวะเนื่องในวันปีใหม่กัน
บทที่ 507 ไปคารวะเนื่องในวันปีใหม่กัน
ภายใต้การชี้นำจากเซียวยวี่ เซี่ยยวี่หลัวจึงเห็นว่ามีตัวอักษรขนาดเท่าเม็ดงาที่สลักไว้ภายในมุกจริง
ตัวอักษรไม่ได้มีสีพิเศษ เป็นสีที่คล้ายคลึงกับสีของตัวมุก หากไม่ใช่เพราะเซียวยวี่มองโดยละเอียด เซี่ยยวี่หลัวที่ถือมุกอยู่ในมือนานถึงเพียงนี้ คงไม่รู้เลยว่าบนมุกมีตัวอักษรด้วย
“เป็นคำว่าฝู” เซี่ยยวี่หลัวมองดู ก่อนแย้มรอยยิ้ม “ช่างฝีมือผู้นี้มีฝีมือดีเสียจริง มุกเล็กแค่นี้ ยังสามารถแกะสลักตัวอักษรไว้ภายในมุกโดยไม่ทำให้ลวดลายภายนอกเสียหายได้! ”
เซียวยวี่ก็ดูออกแล้วเช่นกันว่าเป็นตัวอักษรฝู “โชคดีมีสุขยืนยาว นับเป็นช่างฝีมือดีที่รู้จักใช้คำมงคล”
เซี่ยยวี่หลัวยังมีมุกอีกจำนวนไม่น้อย นางเปิดกล่องไม้ออก ยิ้มพร้อมกล่าว “ข้ายังมีมุกอีกจำนวนมาก ไม่รู้ว่าด้านในแกะสลักตัวอักษรไว้หรือไม่”
เซียวยวี่รู้ว่ามุกเหล่านี้ล้วนเป็นของที่เซี่ยยวี่หลัวนำติดตัวมาตอนออกเรือน
เขาหยิบขึ้นมาจำนวนหนึ่ง สังเกตโดยละเอียด บนมุกทุกเม็ดถูกแกะสลักตัวอักษรฝูไว้
“มุกเหล่านี้ เจ้าได้มาจากที่ใด? ” เซียวยวี่เอ่ยถาม
เซี่ยยวี่หลัวเองก็ไม่รู้ว่าได้มาจากที่ใด แต่นางนำติดตัวมาตอนออกเรือน คงเป็นของที่คนตระกูลฟ่านเตรียมให้นางกระมัง “ก่อนหน้านี้ก็มีแล้ว น่าจะเป็นของที่ท่านแม่เตรียมไว้ให้ข้า! ”
เซียวยวี่เก็บมุกกลับคืนเงียบๆ “เช่นนั้นเจ้าเก็บให้ดี”
ญาติมิตรที่ดีต่ออาหลัวถึงเพียงนั้นจากโลกนี้ไปแล้ว มุกเหล่านี้ ถือเป็นของดูต่างหน้า
เซี่ยยวี่หลัวขานตอบทีหนึ่ง ก่อนจะเก็บมุกไว้เป็นอย่างดี
ทั้งสองคนแต่งตัวเสร็จ เด็กที่อยู่ข้างนอกอดใจรอไม่ไหวแล้ว เพียงได้ยินเสียงเปิดประตู ก็รีบกรูกันเข้ามา “พี่ใหญ่พี่สะใภ้ใหญ่ สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้มีเรื่องมงคล มีบุตรในเร็ววัน…”
เซี่ยยวี่หลัวที่เดิมทีแสดงสีหน้ายินดี ใบหน้าพลันขึ้นสีแดงทันที “…”
นี่เป็นคำอวยพรบ้าอะไรกัน!
แต่พอลองมองเซียวยวี่ที่อยู่ข้างๆ เขาดูจะชอบใจวาจาเหล่านี้ หัวเราะออกมาเสียงดัง หัวเราะอย่างเบิกบานใจ นี่ยังไม่เท่าใด เขายังเอ่ยชมเด็กสองคนอีก “พูดได้ดี พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่จะพยายาม มา นี่คือซองแดงที่พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่มอบให้พวกเจ้า! ”
กล่าวจบ เซียวยวี่หันกลับมามองเซี่ยยวี่หลัวแวบหนึ่ง เซี่ยยวี่หลัวใบหน้าแดงก่ำจนแทบอยากหารูบนดินมุดหนีไปเสีย
ไหนว่าเป็นท่านราชบัณฑิตน้อยที่โหดเหี้ยมเหลี่ยมจัดอย่างไรเล่า? นี่เป็นเจ้าคนบ้าตัณหาที่ไม่รู้จักอายชัดๆ!
วันปีใหม่ต้องเริ่มไปเยี่ยมเยือนญาติสนิทมิตรสหาย
โดยทั่วไปแล้ว วันที่หนึ่งบุตรชายพาภรรยากลับบ้านคารวะบิดามารดา วันที่สองคารวะพ่อตาแม่ยาย วันที่สามและสี่จึงคารวะคนบ้านใกล้เรือนเคียง
ทางเซียวยวี่บิดามารดาด่วนจากไป ทั้งสองคนจึงได้แต่เซ่นไหว้บิดามารดาที่บ้าน วันที่สองเซี่ยยวี่หลัวก็ไม่มีบ้านเดิมให้กลับ ทั้งครอบครัวจึงพากันไปจังหวัดจิ้นชาง ประการแรกเพื่อเที่ยวชมทิวทัศน์จังหวัดจิ้นชาง ประการที่สอง เพื่อจะไปคารวะฉางโส่วหนงในช่วงเช้าวันที่สาม!
พวกเขาเช่ารถม้าไปยังจังหวัดจิ้นชางทันที นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยยวี่หลัวออกจากเมืองโยวหลัน มายังสถานที่ที่คล้ายคลึงกับเมืองเอกประจำมณฑลในยุคปัจจุบัน
จังหวัดจิ้นชางเจริญรุ่งเรืองมาก มีโคมไฟประดับอยู่ทั่ว บรรยากาศชื่นมื่น ถึงแม้จะเป็นวันปีใหม่ แต่ร้านค้าข้างถนนก็ไม่ปิดแม้แต่ร้านเดียว ผู้คนเดินกันขวักไขว่ มีคนจำนวนไม่น้อยหอบข้าวของห่อเล็กห่อใหญ่ หิ้วของเต็มมือ ดูท่านับแต่สมัยโบราณ เหล่าพ่อค้าก็รู้แล้วว่าช่วงปีใหม่จะกอบโกยเงินได้ดีที่สุด!
นอกจากเซียวยวี่ คนที่เหลือต่างมองดูจนรู้สึกตาลาย มองตามแทบไม่ทัน
เด็กสองคนมองดูข้าวของที่วางเรียงรายจนเพลิดเพลิน ส่วนเซี่ยยวี่หลัวกำลังคิดเรื่องกิจการของนาง
เมืองเอกยังเจริญรุ่งเรืองถึงเพียงนี้ เช่นนั้นเมืองหลวงในยามนี้เล่า? จะเจริญรุ่งเรืองกว่านี้หรือไม่?
ถงเต๋อน่าจะกลับมาแล้ว วันที่สามหรือสี่ก็ต้องไปถามเรื่องสถานการณ์ของกิจการว่าเป็นเช่นไร!
ทั้งสองคนหาโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเพื่อพักอาศัย รถม้าเพิ่งถึงจังหวัดจิ้นชางช่วงกลางดึก ทั้งสี่คนเช่าห้องที่ใหญ่ที่สุด ด้านในมีเตียงสองหลัง นอนหนึ่งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าเพิ่งสว่าง เซี่ยยวี่หลัวและเซียวยวี่ก็เข้าไปในจังหวัดจิ้นชางซื้อของคารวะปีใหม่จำนวนหนึ่ง ก่อนไปจวนตระกูลฉางทันที
ยามนี้มีคนจำนวนมากมาคารวะปีใหม่ที่จวนตระกูลฉาง จอดรถม้าที่หน้าประตูไม่ได้ มีคนจำนวนหนึ่งรอคอยอยู่หน้าประตูด้วยความร้อนใจ เพื่อจะได้พบฉางโส่วหนงสักหนหนึ่ง
เพียงแต่น่าเสียดาย ประตูใหญ่จวนตระกูลฉางปิดสนิท ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดเลย
ตอนที่เซียวยวี่และเซี่ยยวี่หลัวเพิ่งไปถึง ก็เห็นหนีเหลียงออกมาพอดี เขาสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง ดูเป็นสิริมงคลยิ่งนัก “ทุกท่าน คารวะวันปีใหม่! ”
คนที่มารอคารวะรีบกรูกันเข้าไปรุมล้อม ก่อนโวยวาย “ใต้เท้าหนี คารวะวันปีใหม่! ใต้เท้าฉางอยู่ในจวนหรือไม่? พวกเรามาคารวะใต้เท้าฉางเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่! ”
คารวะเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่งั้นหรือ?
หนีเหลียงมองดูคนจำนวนมากถึงเพียงนี้ คิดจะมาคารวะจริง หรือคิดจะมาเชื่อมสัมพันธ์กับใต้เท้ากันแน่?
“ทุกท่าน ต้องขออภัยด้วย ใต้เท้ากลับเมืองหลวงไปแล้ว ครั้งนี้ทุกท่านคงต้องมาเสียเที่ยวแล้ว! ” หนีเหลียงประสานมือพร้อมกล่าวด้วยท่าทางเกรงใจ
กลับเมืองหลวงแล้วหรือ?
คนเหล่านั้นต่างทอดถอนใจ ช่วยไม่ได้ เรือนของใต้เท้าอยู่ที่เมืองหลวง เขาจะกลับเมืองหลวงในวันขึ้นปีใหม่ ก็ถือเป็นเรื่องปกติยิ่งนัก!
“ใต้เท้าหนี นี่เป็นของขวัญปีใหม่จากข้า เป็นของขวัญเล็กน้อย เพื่อแสดงความเคารพ ท่านรับไว้เถิด” คนจำนวนหนึ่งไปแล้ว ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ตัดใจ จงใจอยู่ต่อ ขยับเข้าไปใกล้หนีเหลียง ยังหวังอยากจะมอบของขวัญให้ได้
หนีเหลียงสีหน้าไม่เปลี่ยน ยังคงแย้มรอยยิ้มที่ดูเหินห่าง “ใต้เท้าไม่อยู่ ข้าน้อยไม่กล้าตัดสินใจเอง ขอให้ท่านนำของกลับไป รอให้ใต้เท้ากลับมาค่อยว่ากัน! ”
“ใต้เท้าหนี นี่เป็นของขวัญที่มอบให้ท่าน พวกเรารู้จักกันมานานปี ข้ามาคารวะท่านในวันปีใหม่ คงไม่มีปัญหากระมัง? ” คนผู้นั้นยังไม่ตัดใจ กำลังจะยัดเยียดของจำนวนมากใส่มือหนีเหลียง
คนผู้นั้นจงใจเปิดกล่องออก ภายในกล่องเป็นตั๋วเงินหนึ่งกอง
หนีเหลียงเห็นแล้วแววตาพลันฉายประกายเย็นเยียบ เขาถอยหลังไปสองก้าว พร้อมกล่าวปฏิเสธ “คารวะในวันปีใหม่ย่อมไม่มีปัญหา แต่ของเหล่านี้ข้ารับไม่ได้ เชิญท่านกลับไปเถิด! ”
“ใต้เท้า ของเหล่านี้…”
หนีเหลียงเดินถอยหลังอีกสองก้าว กุมกระบี่ในมือไว้แน่น ใบหน้าที่ดูเย็นเยียบ ดูขัดกับเสื้อสีแดงที่ใส่ในยามนี้เป็นอย่างมาก ท่าทางราวกับจะกีดกันไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้
คนที่มอบของขวัญเดิมทีคิดว่าตัวเองอยู่ต่ออาจได้อะไรบ้าง คิดไม่ถึงว่าจะโดนปฏิเสธโดยตรงเช่นนี้ จะอาละวาดก็ไม่ได้ ทำได้เพียงทอดถอนใจพลางเดินจากไป
ประตูใหญ่จวนตระกูลฉางที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงดังเซ็งแซ่ บัดนี้กลับเงียบสงัด
เซียวยวี่พาเซี่ยยวี่หลัวเดินไป
เดิมทีหนีเหลียงยังคงมีใบหน้าเย็นเยียบ แต่เมื่อเห็นเซียวยวี่และเซี่ยยวี่หลัวเดินมา ก็ยิ้มจนหน้าชื่นตาบาน “ท่านเซียวกับฮูหยินเซียวเองหรือ? ”
“ใต้เท้าหนี สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้มีแต่เรื่องมงคล สมดั่งปรารถนาทุกประการ” เซียวยวี่และเซี่ยยวี่หลัวคารวะหนีเหลียงในวันปีใหม่ หนีเหลียงก็คารวะกลับอย่างมีมารยาท
เซี่ยยวี่หลัวมองดูของในมือตัวเอง รู้สึกวางตัวไม่ค่อยถูก
นางไม่ได้ซื้อของมีค่าอะไร มีเพียงขนมจำนวนหนึ่งกับสุราดีสองขวด
เทศกาลปีใหม่ เยี่ยมเยือนญาติสนิทมิตรสหายก็ต้องมอบสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หรือ?
เพียงแต่ เมื่อครู่เห็นว่าหนีเหลียงไม่ได้รับของของผู้อื่น คงไม่รับของนางด้วยกระมัง?
แต่ถึงจะไม่รับ ก็ยังต้องบอกกล่าว
“ใต้เท้าหนี นี่เป็นขนมเล็กน้อยและสุราสองขวดที่พวกเราซื้อมา พวกเรามาคารวะท่านกับใต้เท้าฉางในวันปีใหม่…”
เมื่อหนีเหลียงได้ยินว่ามีสุรา ก็หัวเราะอย่างเบิกบานใจทันที “ได้ ข้าจะรับไว้ ในเมื่อพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ต่อไปท่านเซียวก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าใต้เท้าแล้ว ท่านเรียกชื่อข้าเหมือนใต้เท้าก็แล้วกัน! ”
เป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง!