ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 18 บทที่ 514 ท่านเพียงจำตระกูลเวินแห่งจังหวัดจิ้นชางไว้
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 18 บทที่ 514 ท่านเพียงจำตระกูลเวินแห่งจังหวัดจิ้นชางไว้
เซียวยวี่ไม่หลีกทาง กันเซี่ยยวี่หลัวไว้ด้านหลัง อย่าว่าแต่ตัวนางเลย เขากันไว้จนไม่ให้เห็นแม้แต่ชายเสื้อ “ไสหัวไป!”
“อัยยะ ข้ากลัวเหลือเกิน…” บัณฑิตผู้เมามายแสดงท่าทางตกใจกลัว ใช้มือกุมอกแสร้งทำเป็นอ่อนแอ “แม่นางน้อยผู้นี้ เขาทำให้ข้าตกใจกลัวแล้ว เจ้าจะปลอบใจข้าได้หรือไม่?”
เซี่ยยวี่หลัวเผยรอยยิ้มบาง ชะโงกศีรษะออกมาจากด้านหลังเซียวยวี่ “ข้าจะปลอบใจท่านเอง!”
บัณฑิตผู้เมามายแสดงสีหน้ายินดี แต่เขายังไม่ทันตอบสนอง จู่ๆก็มีขาข้างหนึ่งยื่นออกมาเตะเขาจนกระเด็น
ไถลไปบนพื้นสามถึงสี่หมี่ บัณฑิตผู้นั้นชนใส่โต๊ะแล้วจึงหยุดลง กุมอกพร้อมร้องโวยวายเสียงดัง “นางคณิกาสารเลว เจ้ากล้าเตะข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?”
เซียวยวี่เห็นท่าทางน่าขันของคนผู้นั้น จึงหันมองเซี่ยยวี่หลัวที่อยู่ข้างๆด้วยแววตาเอ็นดู
แม่นางน้อย เตะได้ดี!
“ตอนนี้เจ้าเป็นคนบ้าตัณหาที่กำลังรังแกหญิงชาวบ้านที่แต่งงานแล้วไม่ใช่หรือ?” เซี่ยยวี่หลัวกะพริบตาปริบๆ กล่าวจนทุกคนที่มุงดูหัวเราะกันครืนใหญ่
“กล่าวได้ไม่ผิด ตอนนี้เขาเป็นคนบ้าตัณหา!” มีบัณฑิตบางคนไม่อาจทนดูเขาข่มเหงรังแกผู้อื่นเช่นนี้ จึงตะโกนเสียงดังทันที มีคนจำนวนไม่น้อยเห็นพ้อง
เมื่อบัณฑิตผู้เมามายเห็นว่าทุกคนล้วนด่าว่าเขาเป็นคนบ้าตัณหา ก็โมโหจนหน้าแทบบูดเบี้ยว
เถ้าแก่ภัตตาคารเห็นบัณฑิตผู้เมามายระรานนางตั้งแต่ต้น บัดนี้ถูกเตะ ถือว่าสมควรแล้ว แต่เขาเปิดร้านทำการค้า ก็ยังต้องเข้าหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จึงรีบเดินขึ้นหน้าไปประคองบัณฑิต ตผู้นั้นให้ลุกขึ้น “คุณชายท่านนี้ วันนี้เป็นวันมงคล หากท่านอยากหาความสุข ออกประตูไปเลี้ยวซ้าย เดินถึงสุดท้างจะมีหอคณิกา ที่นั่นท่านอยากหาสตรีเช่นไรก็ล้วนมีให้ท่าน!”
คาดว่าคงอยากหาสตรีอยู่เป็นเพื่อน!
ทุกคนหัวเราะกันครืนใหญ่
คนที่สามารถเข้าพักในโรงเตี๊ยมของเขา หากไม่ใช่คนร่ำรวยก็เป็นผู้สูงศักดิ์!
บัณฑิตผู้เมามายนี่ถือว่าพูดคุยได้ง่าย ถึงแม้เสื้อผ้าบนกายจะเป็นเนื้อผ้าอย่างดี แต่บุคลิกของคนผู้นี้… คาดว่าคงเป็นคนบ้านเล็กตระกูลเล็ก ไม่มีพื้นเพใหญ่โตอะไร ทว่า ลองมอง ย้อนไปที่สามีภรรยาอายุน้อยคู่นั้น ถือว่าต่างกันมากนัก
เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ทำจากเนื้อผ้าดี ถึงแม้จะด้อยกว่าคนผู้นี้เล็กน้อย แต่บุคลิกและรัศมีรอบกาย หาใช่สิ่งที่เสื้อผ้าธรรมดาหนึ่งตัวจะกลบได้ บุคลิกเช่นนี้ เขาเปิดโรงเตี๊ยมมานาน นหลายปี เคยพบเห็นขุนนางใหญ่และผู้สูงศักดิ์มาทุกรูปแบบ แม้แต่ขุนนางขั้นสามที่มาจากเมืองหลวงเขาก็เคยพบ ทว่า ไม่เคยพบผู้ใดที่มีพลังอำนาจแข็งกร้าวกว่าสามีภรรยาอายุน้อยคู่นี้ มาก่อน
เถ้าแก่มีสายตาเฉียบแหลม คาดเดาว่าสามีภรรยาคู่นี้คงมีเบื้องหลังไม่ธรรมดา จะล่วงเกินไม่ได้!
“เฉิงต้าเหริน เลิกก่อเรื่องเสียที มีคนดูอยู่มากมายถึงเพียงนี้ พวกเราล้วนเป็นบัณฑิต อย่าทำตัวน่าขายหน้าเลย” หนึ่งในบัณฑิตเหล่านั้นเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมบัณฑิตผู้เมามายแล้วอาละวาด
เฉิงต้าเหรินไม่มองคนที่เกลี้ยกล่อมเขาด้วยซ้ำ เพียงตะคอกด้วยอารมณ์เดือดดาล “พวกเจ้าเป็นตัวอะไร มีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับข้า? วันนี้ข้าจะให้แม่นางน้อยผู้นี้ดื่มสุรากับข้าหนึ่ง งถ้วย หากไม่ดื่มก็ห้ามไป!” เฉิงต้าเหรินคลำหน้าอกที่ถูกเตะจนเจ็บ เดินขึ้นหน้าทีละก้าว “แม่นางน้อย เจ้าเตะจนพี่ชายรู้สึกสบายยิ่งนัก ถ้าอย่างไรเจ้าเตะข้าอีกทีหนึ่ง ตีเพราะ สนิท ด่าเพราะรัก ความรักของเจ้า ข้าจะจดจำไว้!”
เฉิงต้าเหรินกล่าววาจาเพ้อเจ้อ ใบหน้าเผยรอยยิ้มน่าสะอิดสะเอียน เซียวยวี่คิดอยากตีเขา
เขาไม่เพียงแค่คิด แต่เขาลงมือทำด้วย เขาใช้ฝ่ามือตบไป ตบจนใบหน้าของเฉิงต้าเหรินหันไปอีกด้านหนึ่ง ร่างกายเฉิงต้าเหรินก็เซไปด้านหนึ่ง ก่อนถ่มเลือดออกมา
“คนไร้ยางอาย!” หายากนักที่เซียวยวี่จะด่าคน จากนั้นจึงตบฝ่ามือที่สอง
สตรีตีบุรุษ ทุกคนเพียงคิดว่ากำลังดูเรื่องสนุก แต่บุรุษลงไม้ลงมือกับบุรุษ นั่นเป็นการวิวาทแล้ว
เถ้าแก่รีบกล่าว “หยุดตีเถอะ ประเดี๋ยวหากคนของทางการมา ต้องถูกจับไปที่ที่ทำการอำเภอทั้งหมด!”
เฉิงต้าเหรินตะโกนเสียงดัง “ทุกคนเห็นแล้วใช่หรือไม่ เขาเป็นคนตีข้า ข้าไม่ได้โต้ตอบ!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวยวี่ใช้กำลัง และเป็นครั้งแรกที่เขาหลุดจากการควบคุม เขาตีเฉิงต้าเหรินอยู่หลายครั้ง จวบจนเซี่ยยวี่หลัวมาดึงเขาไป เขาจึงหยุดมือ
หากไม่ใช่เพราะฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต เขาแทบอยากควักลูกตาของเฉิงต้าเหรินผู้นี้ออกมาเสีย
เฉิงต้าเหรินนอนอยู่บนพื้น คร่ำครวญราวกับสุกรที่กำลังจะสิ้นลมอย่างไรอย่างนั้น “รีบไปตามมือปราบมา ข้าจะตายแล้ว ข้าจะโดนคนตีจนตายแล้ว ทุกคนล้วนเห็น ว่าเขาลงมือทำร้ายข้า ข ข้าไม่ได้โต้ตอบแม้แต่ครั้งเดียว”
ทุกคนล้วนเห็นกับตา!
เขาไม่ได้โต้ตอบจริง ใช่ว่าไม่โต้ตอบ แต่ไม่มีความสามารถโต้ตอบเลยต่างหาก
เฉิงต้าเหรินดื่มสุราจนเมามาย ร่างกายซูบผอม ท่าทางราวกับร่างกายที่ถูกสูบเลือดเนื้อไปจนหมด จะเทียบกับเซียวยวี่ที่มีร่างสูงใหญ่ได้อย่างไร
การลงมือทำร้ายผู้อื่นโดยไม่มีเหตุ ที่ต้าเยว่ถือเป็นโทษหนัก เซี่ยยวี่หลัวรู้ว่าเซียวยวี่ป้องกันตัว ทว่า หากมีเรื่องพัวพันกับเฉิงต้าเหรินผู้นี้ที่อำเภอกว่างชาง ส่งผลกระทบต ต่อสภาวะจิตใจของเซียวยวี่ ทำให้เสียเวลาที่จะไปยังจังหวัดจิ้นชาง นางเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการสอบของเซียวยวี่
ระหว่างที่กำลังคิดว่าจะแก้ไขปัญหานี้เช่นไร จู่ๆก็มีคนผู้หนึ่งเดินลงมาจากชั้นบน เดินตรงไปทางเฉิงต้าเหริน กระซิบเสียงเบาที่ข้างหูเฉิงต้าเหรินครู่หนึ่ง ก่อนลุกขึ้นยืน มอง เฉิงต้าเหรินที่ยังนอนอยู่บนพื้นจากตำแหน่งที่สูงกว่า
เฉิงต้าเหรินมองคุณชายอายุน้อยผู้นั้นด้วยแววตาหวาดผวา ก่อนจะหันมองเซียวยวี่ที่ตีเขาด้วยความหวาดกลัว ตกใจจนรีบลุกพรวดขึ้น แม้แต่อาการเมามายจากการดื่มสุราเมื่อครู่ ก็ห หายเป็นปลิดทิ้ง
“ขออภัยด้วยคุณชาย เมื่อครู่ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ คนบ้านเดียวกันกลับไม่รู้จัก ท่านอย่าได้ถือโทษข้าน้อย ข้าน้อยจะคำนับเพื่อเป็นการขอขมาท่านเดี๋ยวนี้” เฉิงต้าเหรินประสานมือคำนับ บเซียวยวี่ จากนั้นจึงคุกเข่าลงพื้นดังตุ้บ โขกศีรษะคำนับเซียวยวี่สามครั้ง
ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วเกินไป ทุกคนยังไม่ทันตอบสนอง เฉิงต้าเหรินก็เก็บข้าวของของตัวเอง ก่อนจะรีบออกไป
สายตาของทุกคนต่างหันมองไปทางคุณชายที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้เซียวยวี่ ไม่รู้ความเป็นมาของคนผู้นี้
เซียวยวี่และเซี่ยยวี่หลัวย่อมต้องเดินขึ้นหน้าไปขอบคุณอีกฝ่าย
คุณชายผู้นั้นเพียงแย้มรอยยิ้ม กล่าวอย่างได้ใจ “ไม่ต้องขอบคุณ เพียงแค่คุณหนูของข้าไม่อาจทนเห็นคุณชายที่มีบุคลิกสง่างาม กลับต้องถูกคนพรรค์นั้นทำให้แปดเปื้อน ออกมาทำธุระข้างนอ อก ทางที่ดีคุณชายอย่าทำอะไรสะดุดตาเกินไป มิเช่นนั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาได้!”
คุณชายผู้นั้นหันมองเซี่ยยวี่หลัวเป็นการบอกโดยนัย สวมใส่ชุดสีแดงฉูดฉาดเช่นนี้ สะดุดตาเพียงใดกัน!
มิน่าล่ะถึงล่อทั้งแมลงวันและยุงพวกนั้นเข้ามาหา!
เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกว่าสายตานั่นไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
“ขอบคุณคุณหนูที่ช่วยเหลือ ข้ารู้สึกขอบคุณยิ่งนัก ไม่ทราบว่าคุณหนูแซ่อะไร ข้าจะขอบคุณคุณหนูต่อหน้า!” เซียวยวี่ประสานมือ กล่าวด้วยท่าทีจริงจัง
“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณต่อหน้า คุณหนูของข้าไปแล้ว คำขอบคุณของท่าน ข้าจะบอกต่อให้คุณหนูเอง ส่วนคุณหนูของข้าแซ่อะไร ท่านเพียงจดจำตระกูลเวินแห่งจังหวัดจิ้นชางไว้ก็พอแล้ว!” คนผู นั้นแย้มรอยยิ้ม ก่อนหันขวับเดินออกไปด้านนอก