ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 131 กลับไป?
บทที่ 131 กลับไป?
กลับไป
ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในใจของหลี่เยว่หานเป็นครั้งแรก
ครั้งแรกที่มายังโลกนี้ หลี่เยว่หานรู้สึกขอบคุณที่สวรรค์ให้โอกาสตนได้มีชีวิตอีกครั้ง เธอสามารถอยู่ได้โดยปราศจากครอบครัวเดิมที่เธอทนรับไม่ได้อีกต่อไป
ดังนั้น เธอจึงไม่เคยคิดที่จะย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 21 แม้ว่าจะรู้ว่าในสมัยโบราณที่ทุกอย่างล้าหลังมากเช่นนี้จะไม่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่มีไวไฟ และไม่มีช้อปปิ้งออนไลน์ แม้เรื่องนี้จะทำให้อึดอัดมาก แต่เธอก็ยังทำงานหนักที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกนี้…
แต่ตอนนี้โอกาสที่จะได้กลับไปมาอยู่ตรงหน้าเธอ
ต่อให้กลับไปก็เป็นได้แค่ผี
ถ้าหลี่เยว่หานบอกว่าเธอไม่หวั่นไหว นั่นคงเป็นเรื่องโกหก
แต่เธอเต็มใจจะกลับไปจริง ๆ หรือ?
เมื่อคำถามนี้ผุดขึ้นในใจ เสียงในใจของหลี่เยว่หานก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ‘ข้าไม่ต้องการ!’
ใช่ ไม่เต็มใจ!
แม้ว่าสถานที่นี้จะแห้งแล้งและล้าหลัง หรือเธอรู้ความลับที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้แล้ว ทั้งต่อไปชีวิตก็ยังต้องตกอยู่ในอันตรายได้ทุกเมื่อ แต่เธอก็ไม่เต็มใจที่จะกลับไป!
แต่ทำไม?
เพียงเพราะเธอเป็นได้แค่ผีหลังจากที่กลับไปงั้นเหรอ?
ไม่! มันไม่ใช่
ดูเหมือนจะมีเสียงในใจของเธอที่คอยบอกหลี่เยว่หานตลอดเวลาว่า เธอมีสายสัมพันธ์ที่แท้จริงแล้วและมีคนที่ต้องการเธอจริง ๆ อยู่ที่นี่ ดังนั้นตนจึงไม่สามารถจากไปได้ ไม่ว่าที่นี่จะแห้งแล้งและทุรกันดารเพียงใดก็จากไปไม่ได้ เพราะความรู้สึกที่ถูกต้องการและเป็นที่รักในเวลาเดียวกันมันช่าง…อบอุ่นเหลือเกิน
“ข้า…” หลี่เยว่หานมองไปที่ตราลัญจกรหยกในมือของเมิ่งฉีฮ่วน และครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
เมิ่งฉีฮ่วนมองไปที่หลี่เยว่หานอย่างกระวนกระวาย ราวกับว่าเขากำลังรอคำตอบของนาง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เต็มใจอย่างยิ่งที่จะได้ยินคำตอบของหญิงสาว แม้แต่ตัวชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยู่ในสภาพจิตใจที่ขัดแย้งเช่นนี้
เมื่อคิดว่าหลี่เยว่หานจะจากไปอย่างสมบูรณ์ เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกอึดอัดมาก อึดอัดจนหายใจไม่ออก!
ตอนนี้เขาจึงไม่กล้าพูดออกไป… เขากลัว
กลัวว่าหลี่เยว่หานจะบอกเขาด้วยน้ำเสียงเมินเฉยว่านางต้องการที่จะกลับไปสู่ยุคที่นางจากมา
“ข้าคิดว่า…” หลี่เยว่หานหายใจเข้าลึก ๆ ดวงตาของเธอยังคงจ้องไปที่ตราประทับ และพูดว่า “ข้าจะไม่กลับไป”
“อย่างที่ท่านพูด เมื่อข้ากลับไปในยุคนั้น ข้าก็จะเป็นแค่วิญญาณ และที่นั่นก็ไม่มีใครต้องการข้า เพื่อนร่วมทีมของข้าจะยังคงช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากตามความตั้งใจของข้า พ่อแม่ของข้า… เขาได้ยอมรับความจริงที่ข้าจากไปแล้ว และแม่เลี้ยงของข้าก็สนเพียงเรื่องของมรดก ดังนั้นข้าจึงไม่จำเป็นต้องกลับไปอีก”
“จริง…จริงหรือ!?” ตอนนี้เมิ่งฉีฮ่วนมีความสุขมาก แต่ก็คล้ายจะงุนงงเล็กน้อย อีกทั้งยังคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงความฝัน และหากแตะเบา ๆ หลี่เยว่หานก็จะจากไป
“จริงสิ” หลี่เยว่หานเงยหน้าขึ้นมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยรอยยิ้มประดับใบหน้า “ในเมื่อสวรรค์ให้ข้ามาที่นี่ มันก็ต้องมีเหตุผล ท่านเองก็บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าถ้าข้ากลับไป ก็จะเป็นเพียงวิญญาณตนหนึ่ง”
“ข้า… ข้าไม่แน่ใจ บางทีเจ้าอาจจะเป็นคนแรกที่กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังกลับไป…” เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกหน้าเสียเล็กน้อย
“เอาล่ะ เมิ่งฉีฮ่วน นี่ท่านอยากให้ข้าไปนักรึ?” หลี่เยว่หานสังเกตเห็นความปีติยินดีอย่างฉับพลันของชายหนุ่ม และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงบในใจ “ข้าจะไม่ไปจากที่นี่จริง ๆ ข้าชอบที่นี่”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็เงยหน้าขึ้นและมองไปที่หลี่เยว่หาน “เจ้าบอกว่าชอบที่นี่รึ?”
“ใช่ ข้าชอบที่นี่” หลี่เยว่หานพูด พลางเอียงศีรษะราวกับนึก “ภูเขาและแม่น้ำก็ดี มู่ชวนกับหลิงซีก็ประพฤติตัวดีมีเหตุผล และท่านเองก็ไว้ใจได้”
หลังจากได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หาน เมิ่งฉีฮ่วนก็มองไปที่หญิงสาวเป็นเวลานานโดยไม่พูดอะไรสักคำ
“นี่?”
“นี่ นี่?”
“นี่ นี่ นี่?”
หลี่เยว่หานเรียกหาเมิ่งฉีฮ่วน สามครั้งก่อนที่เขาจะได้สติ “หือ?”
“ทำไมท่านถึงเหม่อเล่า?” หลี่เยว่หานรู้สึกขบขันเล็กน้อย
“ข้าแค่รู้สึกว่า… ข้า…” เมิ่งฉีฮ่วนสงบลง และอดไม่ได้ที่จะจับมือของหลี่เยว่หาน “ข้าเห็นสิ่งแปลกใหม่มากมายในความทรงจำของเจ้า ที่พักของเจ้าดูเหมือนจะสะดวกสบายมาก ทุกคนมีกล่องเล็ก ๆ อยู่ในมือ ทั้งยังมีกล่องใหญ่ ๆ ที่มีคนร้องเพลงและแสดงละครกันอยู่ข้างใน ข้าคิดว่า…เจ้าคงคิดถึงชีวิตแบบนั้น”
“ข้าจะคิดถึงมัน ข้าจะคิดถึงมันแน่นอน” หลี่เยว่หานพูดพร้อมกับวางมือบนมือของเมิ่งฉีฮ่วน “แต่ข้าไม่ไได้โหยหา เพราะไม่มีอะไรคู่ควรให้ข้าโหยหา”
หลังจากได้ยินคำพูดของนาง ใบหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนก็เปลี่ยนเป็นสีแดง เขาดึงมือออกด้วยความจนใจเล็กน้อยและมองไปที่หลี่เยว่หานอย่างเงียบ ๆ ดวงตาของเขาเป็นประกาย ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
หลี่เยว่หานหาว “นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย ข้ามักรู้สึกง่วงหลังเข้าไปข้างใน”
“อืม…” เมิ่งฉีฮ่วนเปลี่ยนเรื่อง “การเข้าสู่พื้นที่หลิงฉวนต้องใช้พลังจิต เจ้ายังมีอาการบาดเจ็บภายในร่างกาย จิตใจเจ้าจึงยังอ่อนแออยู่ ดังนั้นเจ้าถึงรู้สึกเหนื่อย”
เมิ่งฉีฮ่วนพยุงหลี่เยว่หานให้นอนลง ช่วยนางสอดมุมผ้านวม และพูดเบา ๆ ว่า “พักผ่อนเถอะ”
หลังจากพูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็กำลังจะจากไป แต่จู่ ๆ หลี่เยว่หานก็ยื่นมือออกไปจับชายเสื้อเขาไว้ “พี่น้องทั้งสามคนของบ้านหวังถูกตัดสินจำคุกหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเมิ่งฉีฮ่วนก็เป็นประกายและกล่าวว่า “พวกเขาถูกตัดสินให้ต้องโดนเนรเทศออกไป และตอนนี้ก็ยังอยู่ช่วงเวลาที่กองทัพจะทำการเนรเทศนักโทษอีกด้วย ดังนั้นพวกเขาจะถูกพาตัวไปในบ่ายวันนี้”
หลังจากพูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็เอามือของหลี่เยว่หานใส่กลับไปใต้เตียง “ไม่ต้องกังวล จะไม่มีใครรังแกเจ้าอีกต่อไป”
ด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกโล่งใจมาก
ความง่วงก่อตัวขึ้น หลี่เยว่หานหาวออกมาจนน้ำตาซึม เมื่อเห็นเช่นนี้เมิ่งฉีฮ่วนลูบหัวของนางเบา ๆ และพูดว่า “สองวันนี้เจ้าพักผ่อนให้ดี ข้าจะจัดการทุกอย่างที่บ้านเอง”
“อืม…” หลี่เยว่หานเข้าสู่ห้วงนิทราก่อนที่ทันจะได้ยินคำพูดทั้งหมด
ภายใต้แสงจากตะเกียงน้ำมัน เมิ่งฉีฮ่วนมองไปที่ใบหน้าที่กำลังหลับใหลของหลี่เยว่หาน และหัวใจของเขาก็ค่อย ๆ ปกคลุมไปด้วยความสุขที่อธิบายไม่ได้ เหมือนเถาองุ่น ตอนแรกมันเป็นเพียงแค่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เมื่อเขาตระหนักได้ หัวใจทั้งดวงของตนก็ถูกรัดเอาไว้อย่างแน่นหนาด้วยชื่อของหลี่เยว่หาน…
เมิ่งฉีฮ่วนรู้ว่าความรู้สึกนี้อันตรายมาก ในฐานะผู้คุ้มครองพระราชนัดดาของฮ่องเต้ เขาไม่ควรหวั่นไหวง่าย ๆ
แต่เขาก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะยับยั้งตัวเอง เขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเพิกเฉยต่อการมีอยู่ของหลี่เยว่หาน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพานางมาอยู่เคียงข้าง ภาพนางขมวดคิ้ว หัวเราะ ร้องไห้ ทุกอิริยาบถดูเหมือนจะตราตรึงอยู่ในความคิดของเขา
เมิ่งฉีฮ่วนถอนหายใจและมองไปที่หลี่เยว่หานด้วยสายตาอ่อนโยน
คืนนี้มีคนยืนยันความรู้สึกตัวเอง มีคนได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง บางคนได้รับมัน และบางคนก็สูญเสีย
บ้านหวัง
“อะไรนะ ลูกชายของข้าตายแล้วหรือ!?” เมื่อได้ยินข่าวที่หวังฉินใช้เงินจำนวนมากเพื่อสอบถาม นางก็รู้สึกหนักอึ้งทันที “ไม่!… ไม่ใช่แค่… ถูกเนรเทศ!…”
“ใครจะไปรู้ ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กสามคนนั่นไปทำให้ท่านเก้าขุ่นเคืองเมื่อใด เจ้ารู้ไหมว่า เขาเป็นจักรพรรดิใต้ดิน และไม่มีใครสามารถทำให้เขาขุ่นเคืองได้” กัวอี้นั่งอยู่ในห้องโถงของบ้านหวังสูบยาสูบด้วยใบหน้าหมองหม่น “ข้ากลับมาแจ้งให้เจ้ารู้ทันทีที่ได้รับข่าว ท่านเก้าให้ความสำคัญกับงานของเขาเป็นพิเศษ และจะไม่ทำร้ายอันตรายลูกเมียของผู้อื่น ดังนั้นตอนนี้เจ้าไม่ต้องกังวลไป”