ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 133 ใครคือท่านเก้า
บทที่ 133 ใครคือท่านเก้า
ว่ากันว่าอย่าตีคนที่ยิ้มให้ ตอนนี้หวังเหอฮวามีท่าทีที่ดีเช่นนี้ หลี่เยว่หานจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะขับไล่ผู้คนออกไป ดังนั้นเธอจึงเชิญอีกฝ่ายเข้ามา หลิงซีน้อยก็ยกน้ำหนึ่งแก้วมาให้หวังเหอฮวาอย่างไม่เต็มใจ
เมื่อเห็นหวังเหอฮวามาที่ประตู สะใภ้ของหลิวก็มีสีหน้ามืดครึ้มลงทันที “ทำไม? เจ้ามาที่นี่เพื่อดูว่าน้องสาวเยว่หานของเราตายหรือยังงั้นรึ?”
“ไม่ใช่” หวังเหอฮวาหลุบตาลง ดูน่าสงสารขึ้น “ข้ามาเพื่อขอโทษจากใจ”
“จิ๊!…” สะใภ้หลิวกำลังจะพูดเหน็บแนม แต่ถูกหลี่เยว่หานหยุดไว้
“ผู้มาเยือนคือแขก ดังนั้นอย่ายืนที่ประตูอยู่เลย เข้ามาเถอะ” หลี่เยว่หานเชื้อเชิญอย่างใจดี
ในขณะนี้ ประตูของลานบ้านเปิดกว้าง หากหลี่เยว่หานปิดประตูไล่คน คนบางคนจะบอกว่าเธอไม่เป็นผู้ใหญ่เอา
หลังจากเข้าประตูไป หวังเหอฮวาก็นั่งลงบนเก้าอี้ว่างตรงข้ามหลี่เยว่หาน
ตั้งแต่ตอนที่นางเดินเข้าประตูมา หลี่เยว่หานก็สังเกตหวังเหอฮวาอย่างระมัดระวัง และพบว่านางเปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับเมื่อสองเดือนก่อน ไม่เพียงจะประพฤติตนอย่างเคร่งขรึมมากขึ้นเท่านั้น ทว่าแม้กระทั่งการแสดงสีหน้าของอีกฝ่ายก็ยังได้รับการจัดการเป็นอย่างดี ตั้งแต่ต้นจนจบบนใบหน้าแสดงอาการขอโทษอย่างจริงใจโดยไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าคุ้นเคยกับจวนหลิ่วหรือยัง?” หลี่เยว่หานถามขึ้นก่อน
“พ่อแม่สามีของข้าปฏิบัติต่อข้าเป็นอย่างดี และสามีของข้าก็ปฏิบัติต่อข้าเป็นอย่างดีเช่นกัน” หวังเหอฮวาตอบด้วยรอยยิ้มประดับบนริมฝีปาก “เพียงแต่ในใจข้านึกอยากขอโทษมาโดยตลอด ข้าอยากจะขอโทษเจ้าต่อหน้า”
“ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก” หลี่เยว่หานพูดพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน “มันจบไปแล้ว”
“ข้าก็ยังต้องการขอโทษอยู่ดี” หวังเหอฮวาพูดเบา ๆ “อย่างไร… ก็เป็นพี่ชายของข้าที่ทำร้ายเจ้าและจับตัวมู่ชวนไป ถ้าเจ้าไม่ไกล่เกลี่ยแทนข้าต่อหน้าพ่อตาแล้ว เกรงว่าชีวิตของข้าในจวนหลิ่วจะยากลำบากยิ่ง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สะใภ้หลิวก็ทนไม่ได้อีกต่อไป นางบอกลาหลี่เยว่หาน จากนั้นก็หยิบถั่วกลับบ้านไป
นางเคยชินกับท่าทางไร้เหตุผลและผยองของหวังเหอฮวา การได้เห็นหญิงสาวเป็นเช่นนี้ทำให้สะใภ้หลิวรู้สึกไม่สบายใจไปทั่วทั้งร่าง
เห็นสตรีสองคนอยู่ในลาน โจวต้าเป่าก็รู้สึกอายที่จะอยู่ในลานต่อ แล้วฟังพวกนางพูดคุยกัน ดังนั้นเขาจึงหาข้ออ้างที่จะพาหลิงซีออกไปเล่น แต่จริง ๆ แล้วกลับซ่อนตัวอยู่นอกประตูเพื่อดูการเคลื่อนไหว ไม่ปล่อยให้หวังเหอฮวาทำร้ายหลี่เยว่หานได้อีก
เมื่อทุกคนจากไปแล้ว การแสดงออกของหลี่เยว่หานก็เกียจคร้านยิ่งกว่าเดิม “เจ้ามาวันนี้ คงไม่ใช่เพียงแค่คิดขอโทษ”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หวังเหอฮวาก็ถอนหายใจ “ข้ารู้ว่าเจ้าขอให้ท่านเก้าจัดการเรื่องพี่ชายข้า”
“ใครคือท่านเก้า? เกี่ยวข้องอะไรกับข้า?” หลี่เยว่หานเลิกคิ้ว ท่านเก้าอะไร หญิงสาวไม่เคยได้ยินมาก่อน เธอรู้แค่ว่าพี่น้องสามคนของบ้านหวังเคยล่วงเกินผู้ทรงอิทธิพลมาก่อน ดังนั้นพวกเขาจึงถูกฆ่าตายขณะถูกเนรเทศออกไป
“ข้านึกถึงใครอื่นไม่ได้นอกจากเจ้า” หวังเหอฮวายิ้มขมขื่น “ข้าละอายใจที่จะพูดว่า เมื่อก่อนข้าคิดว่าข้าสามารถเปรียบเทียบกับเจ้าได้ แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าข้าไม่สามารถเทียบกับเจ้าได้เลย”
“เจ้าจะมาสวมหมวกสูง*[1]ให้ข้าเพราะคิดถึงคนอื่นไม่ได้ ใช่หรือไม่?” หลี่เยว่หานมองไปที่หวังเหอฮวา และเห็นว่าวันนี้พฤติกรรมของนางค่อนข้างเคร่งขรึมมาก ดูไม่คล้ายว่าจะเสแสร้ง
“ไม่ว่ายังไง พี่ชายทั้งสามคนของข้าก็ลงมือกับเจ้าก่อน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เจ้าจะเก็บความแค้นเอาไว้” ไม่ว่าหลี่เยว่หานจะพูดอะไร หวังเหอฮวาก็ยืนยันว่าอีกฝ่ายขอให้ท่านเก้าลงมือ “ก่อนนี้เจ้าบาดเจ็บหนักจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อ ข้าจึงไม่กล้ารบกวน วันนี้ข้าดีใจที่ได้ยินว่าเจ้าดีขึ้นแล้ว”
เมื่อเห็นท่าทีของหวังเหอฮวา หลี่เยว่หานรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าอีกฝ่ายผิดปกติ “เจ้ากำลังพยายามจะทำอะไรกันแน่?”
“ข้ามาที่นี่เพื่อขอโทษ” หวังเหอฮวากล่าว “ข้าขอโทษจริง ๆ”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานก็พยักหน้า “ข้ารับคำขอโทษของเจ้า เจ้าไปได้แล้ว”
ในตอนนั้นเองหลี่เยว่หานก็เปิดปากขับไล่แขก หวังเหอฮวาตะลึงไปชั่วขณะ “เจ้า!?… เจ้าไม่อยากรู้เกี่ยวกับชีวิตของหลี่หรงหรงในจวนหลิ่วหรือ?”
“ข้าไม่อยากรู้” หลี่เยว่หานกล่าวพลางกลอกตา ก่อนจะมองไปที่หวังเหอฮวาด้วยความสนใจ “ถ้าเจ้าคิดว่ามันน่าสนใจ เจ้าก็สามารถพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวังเหอฮวาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและแย้มยิ้ม “อาจเป็นเพราะหลี่หรงหรงเคยคบหากับสามีของข้ามาก่อน ดังนั้นสามีจึงให้ความสนใจนางน้อยลง ตอนนี้นางกำลังดิ้นรนอยู่ในจวนและใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก”
“ไม่ผิดจากที่คาด” หลี่เยว่หานพยักหน้า “หลังจากอ้อมค้อมอยู่นานแล้ว เจ้าบอกข้าได้รึยังว่าวันนี้เจ้ามาถึงที่นี่เพื่ออะไร?”
“ข้า…”
“ถ้าเจ้ายังยืนยันว่าเจ้ามาที่นี่เพื่อขอโทษ เจ้าก็ออกไปได้แล้ว” หลี่เยว่หานขัดจังหวะหวังเหอฮวาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหมดความอดทน
หวังเหอฮวาเม้มปาก ในที่สุดก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่เยว่หาน และพูดอย่างเด็ดขาด “ข้าต้องการเป็นฮูหยินของตระกูลหลิ่ว และข้าต้องการให้เจ้าช่วยข้า!”
“ข้าทำไม่ได้ เจ้าไปเถอะ” หลี่เยว่หานโบกมือและหลับตาลง
หวังเหอฮวาไม่คาดคิดว่าจะถูกปฏิเสธตรง ๆ นางตะลึงงันไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะเยาะตัวเอง “ถูกแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าสร้างปัญหาให้เจ้ามากมาย ตอนนี้ข้ากลับรีบมาขอให้เจ้าช่วย เจ้าย่อมไม่เต็มใจแน่”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่ต้องการ แต่ข้าทำไม่ได้จริง ๆ” หลี่เยว่หานหงุดหงิดเล็กน้อย
“เช่นนั้นเจ้าก็รักษาบาดแผลของเจ้าเถอะ ข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว” หวังเหอฮวาพูดจบ นางก็ลุกขึ้นเพื่อจากไป โดยที่ไม่ได้ตามตอแยหลี่เยว่หานต่อ
ตอนนั้นเองที่เมิ่งฉีฮ่วนบังเอิญไปรับมู่ชวนจากสำนักศึกษากลับมาถึงบ้านพอดี ชายหนุ่มเห็นหวังเหอฮวา ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบสนอง อีกฝ่ายก็รีบสาวเท้าเดินผ่าน และจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
“นางมาที่นี่เพื่ออะไรกัน?” เมิ่งฉีฮ่วนถามหลี่เยว่หานอย่างสงสัย
“นางตระหนักถึงความสุขของการเป็นตระกูลใหญ่ นางจึงอยากเป็นฮูหยินของตระกูล” หลี่เยว่หานเปิดตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของเมิ่งฉีฮ่วน ร่องรอยเย้ยหยันปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอ “ก่อนหน้าตีโพยตีพายอยากจะแต่งให้ท่าน ทว่ายามนี้กลับริอ่านอยากจะบินขึ้นไปบนยอดไม้ กลายเป็นหงส์*[2]”
“เจ้ารับปากนางหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนถามอีกครั้ง
“ข้าจะไปสัญญาอะไรได้? ความสัมพันธ์ของข้ากับตระกูลหลิ่วไม่ได้ดีนัก” หลี่เยว่หานยืดตัว “พวกเขาแค่คิดถึงน้ำใจที่ช่วยชีวิตในตอนนั้นและเห็นว่าข้ามีเหตุผลทั้งยังสมัครใจยกเลิกงานแต่ง จึงชดเชยโดยการรับข้าเป็นลูกสาวบุญธรรม มันยากที่ข้าจะคิดว่าตนเองเป็นคนของจวนหลิ่ว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็ยิ้มและบีบใบหน้าของหลี่เยว่หาน “ตระกูลหลิ่วให้ความสำคัญกับเจ้ามาก” มิฉะนั้นพวกเขาคงไม่ส่งคนมาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น เพื่อนำอาหารบำรุงต่าง ๆ มาให้หญิงสาวเป็นเวลาครึ่งเดือน
“ว่าแต่ใครคือท่านเก้า?” หลี่เยว่หานมองไปที่เมิ่งฉีฮ่วนทันที
“ข้าไม่รู้” เมิ่งฉีฮ่วนเทน้ำใส่แก้วให้หลี่เยว่หาน และพูดด้วยน้ำเสียงยิ้ม ๆ “หวังเหอฮวาได้คุยกับเจ้าเกี่ยวกับบุคคลนี้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ชำเลืองมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยแววตาซับซ้อน “นางบอกว่าข้าขอให้ท่านเก้าฆ่าพี่ชายทั้งสามของนาง และนางก็บอกว่านางไม่ได้ตำหนิข้า อะไรทำนองนั้น ว่าแต่ ทำไมช่วงนี้ท่านมักไม่ได้กลับมาบ้านทั้งวัน? มีคนบอกว่าตอนนี้บนภูเขามีเหยื่อน้อยมาก ท่านยุ่งอยู่กับอะไร? หรือว่าท่านไปที่นั่นงั้นหรือ?”
“ที่นั่น” ย่อมหมายถึงพื้นที่หลิงฉวน
“ข้าต้องตุนบางอย่างสำหรับฤดูหนาว” เมิ่งฉีฮ่วนลูบผมของหลี่เยว่หานอย่างนุ่มนวล “สำหรับข้าการไปที่นั่นมักจะใช้พลังงานมาก ดังนั้นข้าจะไม่ไปบ่อยนัก”
“ท่านไม่ไปจะดีกว่า ข้าอ่านนิยายมาเยอะ ในนั้นมีคนที่ใช้พลังจิตมากเกินไปจนสุดท้ายก็กลายเป็นคนปัญญาอ่อน ข้าไม่อยากเห็นท่านน้ำลายไหล ตาเข และปากเบี้ยวเข้าสักวัน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็พ่นน้ำออกมาทันที
[1] สวมหมวกสูง หมายถึง ยกยอ, ยกว่าสูงกว่าตนเอง
[2] อยากจะบินขึ้นไปบนยอดไม้ กลายเป็นหงส์ หมายถึง ยกสถานะของตนเองให้สูงขึ้น