ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 153 นางอยู่! ข้าไป!
บทที่ 153 นางอยู่! ข้าไป!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็รีบเช็ดน้ำตาของนาง ดึงรอยยิ้มออกมาและพูดว่า “ใช่ ๆ เด็ก ๆ ทุกคนแข็งแรงดี และข้าก็เห็นว่าเจ้าไม่ได้ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเลวร้าย”
หลี่เยว่หานอยากจะกลอกตา
เมื่อมองไปที่เมิ่งฉีฮ่วน อีกฝ่ายกำลังถือชามคีบอาหารเข้าปาก ทำเอาเธอหมดคำจะพูด
จินเสวี่ยเอ๋อร์กินช้ามาก ท่าทางของนางเผยให้เห็นถึงความสง่างาม นางสุภาพและอ่อนแอ นางกินข้าวไปเพียงชามเล็กหลังจากผ่านไปนาน หลี่เยว่หานรู้สึกเป็นกังวลเมื่อมองดูมัน
แต่พอคิดว่าอาจจะเป็นนิสัยของอีกฝ่ายก็เลยไม่พูดอะไร
หลังจากเด็กทั้งสองกินเสร็จ หลี่เยว่หานก็พาพวกเขาไปล้างมือและเช็ดปาก หลังจากสั่งให้เมิ่งฉีฮ่วนล้างจาน เธอก็ส่งพวกเขากลับไปที่ห้องเพื่องีบหลับยามบ่าย
ตอนนี้เธอก็ไม่ต้องการเห็นหน้าเมิ่งฉีฮ่วน
จนถึงตอนนี้ เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้อธิบายถึงที่มาของจินเสวี่ยเอ๋อร์ที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้หลี่เยว่หานรู้สึกหดหู่ใจมาก
หลังจากส่งพี่น้องกลับไปที่ห้องแล้ว หลี่เยว่หานก็คิดถึงเรื่องนี้ คงจะดีกว่าที่จะไม่ปล่อยให้พวกเขาอยู่กันตามลำพัง ดังนั้นเธอจึงหันหลังกลับไปที่ห้องครัว
ก่อนที่หญิงสาวจะก้าวเข้าไปในประตูครัว เธอก็ได้ยินเสียงจากข้างใน
“เมิ่งหลาง อย่าไล่ข้าไปเลยนะ ข้าแค่ต้องการอยู่ดูแลมู่ชวนกับหลิงซี อย่างที่ท่านเห็น ผู้หญิงคนนั้นไม่ระวังเลย ทั้งหลิงซียังเด็กนัก กินเนื้อมันมาก นางจะไม่สบาย” จินเสวี่ยเอ๋อร์อ้อนวอนเมิ่งฉีฮ่วน
“ขออภัย การพาพวกเขาออกไปขึ้นอยู่กับการพิจารณาหลายประการ หากท่านต้องการให้พวกเขามีชีวิตที่ดี ท่านก็ไม่ควรจะรบกวนพวกเขา” น้ำเสียงตอนที่เมิ่งฉีฮ่วนฟังดูเย็นชาเล็กน้อย
“ข้ารู้ว่ามันเป็นความผิดของข้าตั้งแต่แรก ข้าไม่ควรเอาแต่ห่วงตัวเองและไม่สนใจเด็ก ๆ ทว่าเจ้ากลับไม่คิดว่าตอนนั้นมันวุ่นวายมาก ข้าเป็นสตรี ข้าจะทำอะไรได้อีกนอกจากวิ่งหนีเล่า?” จินเสวี่ยเอ๋อร์พูดปนสะอื้นอีกครั้ง
“ข้าไม่มีสิทธิ์ตำหนิท่านสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ข้าแค่อยากบอกท่านว่าอย่ารบกวนชีวิตที่สงบสุขของมู่ชวนและหลิงซี ตอนนี้พวกเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับท่านอีกต่อไปแล้ว”
“แต่…แต่ถึงยังไงข้าก็เป็นแม่รองของพวกเขา เป็นแม่เล็กของพวกเขา!”
“สายเลือดของมู่ชวนกับหลิงซีหายไปแล้ว ท่านซึ่งเป็นแม่รองสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ”
“เจ้าทำแบบนี้ไม่ได้! เมิ่งหลาง เจ้าเห็นแก่ตัวเกินไป เด็กยังเล็กนัก พวกเขาต้องการคนดูแล!”
“เยว่หานจะดูแลพวกเขาเอง”
“นางดูไม่เหมือนคนดูแลใครเป็นเลย ดูตอนกลางวันสิ นางป้อนอะไรเด็ก ๆ…”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ทนไม่ได้อีกต่อไป เปิดประตูเข้าไปทันที พลางจ้องอีกฝ่ายเขม็ง “ข้าป้อนอะไรแก่เด็ก ๆ? ให้กินผักแห้งหรือน้ำต้มสุกงั้นหรือ? ใช่ เจ้าคือแม่เล็กของพวกเขา แต่เจ้าก็เห็นว่ามู่ชวนและหลิงซีไม่ชอบเจ้า ข้าแนะนำให้เจ้าจากไปก่อนที่จะมืดค่ำ”
เมิ่งฉีฮ่วนไม่คาดว่าหลี่เยว่หานจะเข้ามา เขาจึงชะงักไปชั่วขณะ แล้วก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อกอดหญิงสาว ก่อนพูดว่า “ข้าจะอธิบายเรื่องนี้ให้เจ้าฟังทีหลัง อย่าเพิ่งสร้างปัญหาตอนนี้ ไปเถอะ ไปที่ลานด้านในเพื่อพักผ่อนก่อน ได้หรือไม่?”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็มองไปที่เมิ่งฉีฮ่วนอย่างหมดคำพูด เธอยกมือขึ้นและชี้ไปที่จินเสวี่ยเอ๋อร์อย่างไม่สนใจและพูดว่า “อธิบายอะไร? อธิบายว่าผู้หญิงคนนี้ใส่ไฟข้าต่อหน้าท่านได้อย่างไร? หรือผู้หญิงคนนี้เป็นเมียคนแรกของท่าน เมิ่งฉีฮ่วน?”
“มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด…”
“แล้วมันคืออะไร!” หลี่เยว่หานหัวร้อน หญิงสาวไม่สนใจเรื่องอื่น เธอสะบัดมือของเมิ่งฉีฮ่วนออกทันที “ข้าเข้าใจแล้ว ไม่ใช่แม่นางจินผู้บอบบางคนนี้ที่ควรไปจากที่นี่ แต่เป็นข้าหลี่เยว่หานที่มือเท้าหยาบกร้าน ทั้งยังไม่สามารถดูแลเด็กได้คนนี้ต้องออกไปแทน!”
หลังจากพูดจบ หลี่เยว่หานก็หันหลังกลับและจากไป
“เยว่หาน! เยว่หาน อย่าโกรธเลย!” เมิ่งฉีฮ่วนตะโกนสองสามครั้งและกำลังจะไล่ตามหลี่เยว่หานออกไป
“ข้าขอโทษเมิ่งหลาง ข้ารู้ว่าวันนี้ข้ามาอย่างกะทันหัน” จินเสวี่ยเอ๋อร์ร่ำไห้ “มันเป็นความผิดของข้า เป็นเพราะข้าไม่ได้คิดอย่างรอบคอบ แต่ข้าคิดถึงมู่ชวนและหลิงซีมากจริง ๆ ข้าเสียใจ…”
“อย่าเพิ่งร้อง!” เมิ่งฉีฮ่วนหัวโตขึ้นอีกรอบ
ขณะกำลังจะไล่ตามหลี่เยว่หาน ชายหนุ่มก็พบว่าอีกฝ่ายเพียงเข้าไปในลานชั้นใน ดังนั้นเขาจึงถอนหายใจและหันไปมองจินเสวี่ยเอ๋อร์ “ฟูเหรินรอง ท่านก็เห็นว่าเด็กทั้งสองไม่ชอบท่าน แล้วทำไมท่านถึงได้อยากมาอยู่เป็นตัวตลกอยู่ที่นี่”
“ข้าแค่อยากใกล้ชิด…” จินเสวี่ยเอ๋อร์ร้องไห้อย่างสมเพช “ถ้าข้าจากไปช้ากว่านี้ เด็กสองคนนั้นคงไม่ถูกทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแล อย่างน้อยข้าก็สามารถมาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นกับเจ้าได้ พวกเขาก็จะมีคนดูแล…เมิ่งหลาง เมื่อนึกถึงช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข้าก็รู้สึก…ใจสลาย…”
เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของจินเสวี่ยเอ๋อร์ เมิ่งฉีฮ่วนก็ไม่สามารถพูดจาอะไรรุนแรงได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเกลี้ยกล่อม “ตอนนี้ไม่มีอะไรที่ท่านต้องทำแล้ว ท่านก็เห็นว่ามู่ชวนโตขึ้นมาก และหลิงซีก็มีความสุขดี การปรากฏตัวของท่านตอนนี้กลับเป็นการสร้างปัญหาสำหรับพวกเขา!”
“แต่ข้าเป็นแม่รองของพวกเขา!” จินเสวี่ยเอ๋อร์ใจสลาย นางกุมอกซ้ายพลางมองไปที่เมิ่งฉีฮ่วนด้วยน้ำตาคลอเบ้า “ข้าแค่ต้องการทำในสิ่งที่ทำได้เพื่อสามีผู้ล่วงลับของข้า มีอะไรผิดอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินจินเสวี่ยเอ๋อร์กล่าวถึงจงเจิ้งเสียนผู้ล่วงลับ เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย
ในห้องครัวมีเพียงจินเสวี่ยเอ๋อร์เท่านั้นที่ร้องไห้ไม่หยุด ส่วนเมิ่งฉีฮ่วนหันไปล้างจานโดยไม่พูดอะไรสักคำ
หลังจากล้างจานและเก็บของเหลือบนโต๊ะลงในตู้ เมิ่งฉีฮ่วนก็ดูเหมือนจะตัดสินใจได้ เขามองจินเสวี่ยเออร์แล้วพูดว่า “เอาล่ะ ถ้าท่านต้องการดูแลพวกเขาพี่น้องจริง ๆ ก็อยู่ที่นี่ได้ แต่ท่านต้องฟังเยว่หานเกี่ยวกับทุกเรื่องในบ้าน”
“จริงหรือ!” จินเสวี่ยเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ก่อนนางจะมองไปที่เมิ่งฉีฮ่วนอย่างจริงจังทั้งน้ำตา “ข้า… ข้าจะอยู่ดูแลพวกเขาได้จริง ๆ ใช่หรือไม่?”
“อืม” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจ “ท่านเพิ่งบอกว่าท่านใช้เงินก้อนสุดท้ายที่มีจนหมดเพื่อตามหาพวกเขาพี่น้องไม่ใช่หรือ เพื่อเห็นแก่พี่ชายจงเจิ้ง ข้าคงไม่สามารถขับไล่ท่านออกไปได้”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็รีบก้าวไปข้างหน้าและคว้ามือของเมิ่งฉีฮ่วนไว้ด้วยใบหน้าที่มีความสุข “ขอบคุณเมิ่งหลาง! ข้ารู้ว่าเจ้ายังคงคิดถึงเขา ข้าจะดูแลมู่ชวนกับหลิงซีอย่างดี และไม่ทำให้แม่นางหลี่โกรธ ดังนั้นอย่ากังวลไป!”
“ยังมีห้องว่างอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของลานด้านใน ข้าจะไปที่เมืองและซื้อผ้าห่มให้เจ้าสองผืน เจ้าสามารถอยู่ที่นั่นได้อย่างสบายใจ”
เมื่อหลี่เยว่หานที่ยืนอยู่นอกประตูได้ยินการสนทนานี้ ก็รู้สึกว่ามุมตาของเธอแสบร้อน ปากมีรสขม และด้วยเหตุผลบางอย่าง หญิงสาวก็อยากจะร้องไห้
เมิ่งฉีฮ่วนเปิดปากรั้งคนแล้ว ทั้งมู่ชวนและหลิงซีต่างก็ไม่สามารถขับไล่จินเสวี่ยเอ๋อร์ออกไปได้ ไม่ต้องพูดถึงเธอ
เมื่อครู่นี้เธอปลอบสะใภ้หลิว บอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จินเสวี่ยเอ๋อร์จะทำอะไรกับเมิ่งฉีฮ่วน แต่อีกฝ่ายเรียก ‘เมิ่งหลาง’ คำแล้วคำเล่า ทั้งเอ่ยไม่กี่คำก็ทำให้เมิ่งฉีฮ่วนใจอ่อนลง หลี่เยว่หานจึงไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีกต่อไป
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลี่เยว่หานก็เข้าไปในลานด้านในอย่างเงียบ ๆ และเปิดตู้เสื้อผ้า
เอาล่ะ เมื่อจินเสวี่ยเอ๋อร์อยู่ เธอก็แค่ต้องไป!