ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 214 หญิงชราผู้คิดรอบคอบ
บทที่ 214 หญิงชราผู้คิดรอบคอบ
หลังจากได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็สับสน
หลังจากออกมาจากหมู่บ้านไป๋อวิ๋น ถึงแม้ว่าเธอจะมีลัญจกรหยกอยู่ข้างกาย แต่นอกเหนือจากน้ำพุจิตวิญญาณที่นำออกมารดให้เถาองุ่นแล้ว หลี่เยว่หานก็ไม่เคยนึกถึงลัญจกรหยกอีกเลย
คราวเมื่อมู่ชวนกล่าวเช่นนั้น เธอก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล
อย่างไรเสียสุนัขหมาป่าในพื้นที่หลิงฉวนย่อมดุร้ายและสูงใหญ่กว่าสุนัขบ้านธรรมดาทั่วไป หากฝึกฝนจนมันเชื่องและมีระเบียบวินัย ก็จะสามารถใช้มันเฝ้าดูไร่องุ่นได้
การปราบปรามของสุนัขทั่วไปย่อมไม่ได้น่าหวั่นเกรงเท่าสุนัขหมาป่า
หลี่เยว่หานหยิกแก้มมู่ชวนเมื่อคิดถึงเรื่องดังกล่าว “เจ้านี่ช่างมีความคิดไม่เข้าท่าเยอะเสียเหลือเกิน!”
มู่ชวนไม่ได้ปิดบัง ยิ้มแย้มและเข้าไปช่วยหลี่เยว่หานเตรียมอาหาร
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว หลี่เยว่หานเข้าไปตรวจสอบขั้นตอนการหมักของเหล้าองุ่นแล้วจึงพบว่าฟองอากาศลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำแล้ว จากนั้นจึงไปหาตะเกียบสะอาด ๆ มาคนให้เข้ากันและนำผ้านึ่งมาคลุมไว้อีกครั้ง ก่อนจะริเริ่มแปรรูปกระดูกเนื้อวัวติดมันกับกระดูกสันหลังแกะ
“ท่านแม่ เหตุใดผลองุ่นในนี้จึงดูไม่เหมือนองุ่นในถังเลยล่ะ” หลิงซีเดินตามหลี่เยว่หานเข้ามาตรวจสอบเหล้าองุ่น นางออกมาจากห้องเก็บผักชั้นใต้ดินและถามด้วยความสงสัย
“เพราะว่าพวกมันถูกนำไปหมักแล้ว” หลี่เยว่หานยิ้มตอบ
เดิมทีเธอคิดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในหมักถึงสิบวัน แต่คาดไม่ถึงว่ามันจะหมักเสร็จภายในสามวันเท่านั้น เมื่อมาคิดดูแล้วเธอคิดถูกที่ใส่น้ำพุจิตวิญญาณลงไปสองหยด
“การหมักคืออะไรหรือ?” หลิงซีถามอีกครั้ง
“การหมักคือการเปลี่ยนแปลงไปจากรูปลักษณ์เดิม” หลี่เยว่หานกล่าวพร้อมกับนั่งยอง ๆ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะหลิงซีและประสานมือเป็นกลีบดอกไม้ขยับเขยื้อนไปมา “โอมมะลึกกึกกึ๋ย จงแปลงร่างเป็นนางฟ้า วิ๊งงงง นางฟ้าหลิงตังปรากฏกายแล้ว ว้าว~”
การเล่นแปลงร่างดังกล่าวทำให้หลิงซีหัวเราะฮิฮิ เด็กน้อยมักจะลืมง่ายและหลงลืมเรื่องการหมักไปเสียสนิท วิ่งออกไปเล่นแปลงร่างให้ตนเองอยู่ด้านข้าง
มู่ชวนเดินไปขนตะกร้ากระดูกเนื้อวัวติดมันกับกระดูกสันหลังแกะสองใบใหญ่ของหลี่เยว่หานที่วางตั้งในลานบ้าน ขูดเนื้อทั้งหมดออกจากกระดูกซี่ใหญ่แล้วใส่ลงไปในกะละมัง ใส่น้ำเย็นลงไปทีละน้อยแล้วจึงล้างฟองเลือดออกจากกระดูกเนื้อวัวติดมันกับกระดูกสันหลังแกะทีละซี่
เมื่อหลี่เยว่หานกับหลิงซีออกมาจากห้องเก็บผัก มู่ชวนก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“มู่โทว เจ้าไปเล่นกับน้องเถอะ เดี๋ยวแม่ทำเอง” หลี่เยว่หานกล่าว ขยิบตาและกระซิบว่า “หากเจ้าเข้าไปในพื้นที่หลิงฉวนเองมันจะอันตรายหรือไม่?”
“ฤดูกาลนี้ไม่อันตราย” มู่ชวนตอบรับเบา ๆ “ฤดูกาลนี้… อืม… ข้างในนั้นยังคงเป็นฤดูใบไม้ผลิอยู่” เขากล่าวขณะที่แก้มกลายเป็นสีแดง
หลี่เยว่หานได้ยินเช่นนั้นจึงเข้าใจได้ทันทีว่ามู่ชวนหมายถึงอะไร เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกอับอาย กระแอมไอเล็กน้อยและกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าเข้าไปข้างใน อยู่ในนั้นสักสิบห้านาทีแล้วจึงค่อยกลับออกมา”
“ได้!” ดวงตาของมู่ชวนเป็นประกาย เมื่อได้ยินว่าตนสามารถเข้าไปในพื้นที่หลิงฉวนได้
หลิงซีตัวน้อยยังคงโบกสะบัดมือแปลงร่าง ขณะที่มู่ชวนหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องของหลี่เยว่หาน ส่วนหลี่เยว่หานกำลังจัดการกับกระดูกเนื้อวัวติดมันและกระดูกสันหลังแกะอยู่
กระดูกสองชนิดนี้เป็นอาหารชั้นดี ควรจะนำมาต้มให้นานเพื่อที่แก่นแท้จะได้ไหลเวียนมารวมกันอยู่ข้างในนั้น แล้วจึงใส่เครื่องเทศกับน้ำมันวัวลงไป ปรุงรสทิ้งเอาไว้ชั่วข้ามคืน เพียงเท่านี้น้ำซุปหม้อไฟก็จะเป็นอันเสร็จสิ้น
หลังจากจัดการกระดูกเนื้อวัวติดมันกับกระดูกสันหลังแกะเสร็จแล้ว หลี่เยว่หานก็เข้ามาเตรียมตั้งหม้อสองใบในห้องครัว เธอเอาฟืนเติมใส่เตาถ่านทั้งสองจนเต็ม
ใส่น้ำเย็นลงไปในหม้อ รอจนกระทั่งหม้อทั้งสองเดือดจัด หลี่เยว่หานก็เอาฟืนออกจากเตาถ่านครึ่งหนึ่ง ไฟดูเบาลงมาก แต่อุณหูมิบนเตาถ่านกลับสูงขึ้นและสามารถรักษาอุณหภูมิความร้อนไว้ได้เท่าเดิม
หลังจากปิดฝาหม้อแล้ว หลี่เยว่หานก็หยิบเนื้อวัวครึ่งหนึ่งออกมาใส่ตะกร้า หยิบผ้าขึ้นมาคลุมและเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน
ถึงแม้ว่านางจะจ่ายค่าโดยสารไปแล้วสามอีแปะ แต่หลี่เยว่หานก็มักจะรู้สึกไม่สบายใจอยู่เสมอหากเธอมอบผลประโยชน์ให้พวกเขาน้อยจนเกินไป
เมื่อมาถึงบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ บังเอิญว่าครอบครัวของพวกเขากำลังทำความสะอาดหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ แม่ของหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋เห็นว่าหลี่เยว่หานเดินเข้ามาจึงมองสำรวจหลี่เยว่หานตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตารังเกียจ “หญิงม่ายวิ่งแจ้นมาทำอันใดที่บ้านข้า?”
“วันนี้ข้าอาศัยนั่งเกวียนวัวบ้านท่านกลับมา จึงอยากจะนำเอาสิ่งของมาตอบแทนคำขอบคุณ” หลี่เยว่หานไม่ต้องการโต้เถียงกับหญิงชราเพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นเหมือนหวังเฟิ่ง
“ไม่จำเป็น ข้าได้ยินมาจากลูกชายว่าเจ้าจ่ายค่ารถแล้ว เพราะฉะนั้นนำเอาของของเจ้ากลับไปเสีย” หญิงชราไม่ต้อนรับและขับไล่เธอออกมาทันที
วิธีการของนางเป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ เพราะอย่างไรเสียหญิงม่ายคือบุคคลผู้โชคร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงม่ายคนใหม่เยี่ยงเธอย่อมถูกดูหมิ่นเป็นธรรมดา
ขณะเดียวกัน พี่สะใภ้อวี๋เดินออกมาจากห้องครัว ดวงตาของนางเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นหลี่เยว่หาน “น้องหานเยว่ มาแล้วหรือ!”
“พี่สะใภ้ ข้าเอาของมาให้ท่าน วันนี้ขอบคุณท่านมาก ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่รู้ว่าจะเดินทางกลับมาอย่างไร” หลี่เยว่หานยัดตะกร้าใส่มือพี่สะใภ้อวี๋และกล่าวว่า “ส่วนตะกร้ากับผ้าเอาทิ้งไว้นี้เถิด ตอนนี้ข้าทำโครงตะกร้าได้เองแล้ว ที่บ้านไม่ได้ขาดแคลนนัก”
หลังจากกล่าวจบ หลี่เยว่หานก็หันหลังเดินจากไป
หญิงชรากวาดสายตาอำมหิตไปทั่งร่างของตน ถึงแม้ว่าหญิงชราจะไม่ได้กล่าววาจาที่ไม่เข้าหู แต่หลี่เยว่หานก็ไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป
โดยปกติแล้วแม่เฒ่าอวี๋จะไม่ก้าวเท้าออกมานอกประตูบ้าน ทว่าวันนี้หลี่เยว่หานเข้าไปหลังจากที่พวกเขาเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จได้ไม่นาน เธอช่างโชคร้ายจริง ๆ
พี่สะใภ้อวี๋กำลังงุนงงกับตะกร้าในมือ ทว่าหลี่เยว่หานได้จากไปแล้ว
หญิงชราเลิกผ้าที่คลุมออกแล้วส่งเสียง ‘เฮอะ’ “หญิงม่ายนางนี้ร่ำรวยนักนะ ถึงกับกล้านำเนื้อวัวมาแจกจ่ายคนอื่น เนื้อในนี้อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะสองสามจินได้”
“แม่ หยุดกล่าวอะไรเหลวไหลเถิด วันนี้ข้าไปสั่งลูกหมูที่โรงฆ่าสัตว์แล้วบังเอิญไปเจอนางเข้า นางซื้อกระดูกชิ้นใหญ่มา ข้าดูจากจำนวนแล้วนางคงจะขูดเอาเนื้อออกมาจากกระดูดทั้งหมด จากนั้นถึงเอามาให้ครอบครัวของเรา” หลังจากกล่าวจบ พี่สะใภ้อวี๋ก็ดึงผ้าคลุมออก “ของพวกนี้มีค่ามาก ข้าจะต้องเอาไปคืน”
“เดี๋ยวก่อน” หญิงชราหยุดพี่สะใภ้อวี๋ “ในเมื่อนางมาแจกของ แล้วจากไปโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ ต่อให้เจ้านำมันไปคืนนางก็จะไม่ยอมรับไว้แน่ เกิดคนในหมู่บ้านมาเห็นเข้า จะไม่รู้ว่าหญิงม่ายผู้นี้มีเงินซื้อเนื้อวัวเอาหรือ?”
“เนื้อวัวมีราคาแพงกว่าเนื้อหมูถึงสิบเท่า เจ้าว่าหากคนอื่นรู้เข้าจะคิดอย่างไรกับนาง?” หญิงชรากล่าวและมองลูกสะใภ้อย่างเหยียดหยาม “โดยปกติแล้วเจ้าเป็นคนเฉลียวฉลาด แต่พอเกิดเรื่องมาความฉลาดหามีไม่”
“ท่านแม่พูดถูก” พี่สะใภ้อวี๋หัวเราะ “ท่านแม่ ข้าเห็นท่านเอาใจใส่น้องหานเยว่ดี เหตุใดจึงทำตัวเมินเฉยต่อนางนัก?”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น หญิงชราก็เหลือบมองพี่สะใภ้อวี๋ “ตอนที่เจ้าไปซื้อลูกหมูเจ้าได้เอาสมองหมูมาใส่แทนสมองตัวเองด้วยหรือเปล่า? ข้าเป็นแม่ของชุนเหลย หากข้าทำตัวใจดีต่อหญิงม่าย พวกเจ้าและชุนเหลยไปเอาอกเอาใจดูแลนางเป็นอย่างดี ชาวบ้านคนอื่นมาเห็นเข้าจะไม่หาว่าข้าชื่นชอบหญิงม่ายและอยากได้นางมาเป็นเมียคนที่สองของชุนเหลยเอาหรอกหรือ?”
“เอ่อ…” ชุนเหลยเป็นชื่อเล่นของหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ พี่สะใภ้อวี๋ได้ยินแม่สามีกล่าวดังนั้นก็คิดเห็นด้วย ทว่านางไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงรู้สึกว่าหญิงชรามักจะมีความคิดที่ลึกซึ้งอยู่หลายครั้ง…
“ท่านแม่พูดถูก คราวหน้าข้าจะคิดให้รอบคอบกว่านี้” มองขาดนับหมื่นพัน เว้นเพียงแต่เรื่องประจบสอพลอ ถึงอย่างนั้นหญิงชราก็มีเจตนาที่ดี พี่สะใภ้อวี๋จึงตกลงปลงใจเห็นด้วยและเดินถือเนื้อวัวกลับเข้าไปในครัว