ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 26 เขาทำให้นางโกรธเสียแล้ว
บทที่ 26 เขาทำให้นางโกรธเสียแล้ว
หลี่เยว่หานไม่ได้สนใจการแสดงออกของเมิ่งฉีฮ่วน หญิงสาวรินชาให้หลิงซีที่หยุดกินข้าวไข่คนไม่ได้ พลางตบหลังนางเบา ๆ “กินช้า ๆ ข้าวกับไข่คนล้วนเป็นของเจ้าทั้งหมด พี่ชายของเจ้าจะไม่แย่งมันไปจากเจ้าหรอก”
“อื้ม!” หลิงซีจิบน้ำพยักหน้าอย่างเร่งรีบ แล้วรุดหน้ากินต่อไป
เมื่อเห็นเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็หยิบชามข้าวขึ้นแล้วถามว่า “เจ้ากับหลิงซีเข้ากันได้ดีขนาดนี้ในหนึ่งวันได้อย่างไร?”
“มันจะยากอันใด” หลี่เยว่หานกัดตะเกียบของเธออย่างมีชัย “ในการจัดการกับเด็กแสบเช่นนาง ท่านต้องร้ายให้มากกว่าเด็กแสบ พอเด็กแสบเห็นว่าข้าแสบกว่า นางย่อมทำตัวดี ๆ ไปเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
เด็กแสบอย่างนั้นหรือ?
เมื่อมองไปที่หลิงซีที่กำลังจดจ่ออยู่กับการกิน เมิ่งฉีฮ่วนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าชื่อนี้เหมาะสมกับเด็กสาวตัวน้อยผู้นี้ยิ่ง!
หลังมื้ออาหาร หลิงซีนั่งอิงเก้าอี้พลางยื่นมือเล็ก ๆ ของนางออกมาแล้วลูบท้องอย่างพึงพอใจ “ข้าอิ่มแล้ว…”
“พรุ่งนี้อย่ากินเช่นนี้อีก มันจะทำให้ท้องของเจ้าไม่ดี” หลี่เยว่หานแตะหัวของหลิงซี และเริ่มเก็บจานบนโต๊ะไปล้าง
“อืม…” แม้ว่าหลิงซีย่นจมูก แต่นางก็ไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของหลี่เยว่หาน เพราะพี่ชายของนางเองก็บอกอีกว่า ถ้ากินเยอะจนอิ่มท้อง ม้ามและกระเพาะจะเสียหายได้ง่าย
เด็ก ๆ มักจะง่วงนอนเมื่อกินอิ่ม ดังนั้นหลิงซีจึงเหยียดแขนของนางไปที่เมิ่งฉีฮ่วนอย่างออดอ้อน “อาเมิ่งอุ้มข้า!”
เดิมทีเมิ่งฉีฮ่วนวางแผนที่จะช่วยหลี่เยว่หานทำความสะอาดครัว แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่เด็กหญิงตัวน้อยพูด ทั้งยังเห็นว่านางง่วงอย่างยิ่ง เขาจึงวางชามเปล่าในมือลง และโอบกอดหลิงซีกับมู่ชวนซ้ายขวา “เจ้าง่วงนอนไหม?”
“อืม…” แม้ว่ามู่ชวนจะแก่กว่าหลิงซีสองปี แต่เด็กชายก็ผอมมาก เด็กชายง่วงนอนในระหว่างวันอยู่หลายครั้ง และง่วงมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อกลับถึงบ้าน จนเกือบจะหลับไปตอนทานอาหาร
เมื่อเห็นว่าพี่น้องทั้งสองง่วงนอน เมิ่งฉีฮ่วนจึงหันไปหาหลี่เยว่หานและพูดว่า “พวกเขาทั้งคู่ง่วงนอน ข้าจะส่งพวกเขาเข้านอนก่อน แล้วข้าจะมาช่วยทำความสะอาดภายหลัง”
เมื่อพูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็กำลังจะจากไป
ทางหลี่เยว่หานได้ยินเช่นนี้ก็หยุดเขาไว้ทันที “รอก่อน พวกเขาเพิ่งกินอาหารกันไป ในปากของพวกเขาก็เต็มไปด้วยเศษอาหาร ถ้าพวกเขาไปนอนแบบนี้ หลังจากเวลาผ่านไปฟันของพวกเขาจะฟันผุ! ให้เด็ก ๆ บ้วนปากก่อนจะส่งพวกเขาไปนอน!”
หลังจากพูดจบ หลี่เยว่หานก็นำน้ำอุ่นมาสองถ้วย ก่อนจะให้มู่ชวนหลับตาและบ้วนปากอย่างเชื่อฟัง แต่หลิงซีกลับหลับไปแล้ว
ครั้นเห็นเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็บีบจมูกเล็ก ๆ ของหลิงซี หลังจากหายใจไม่กี่ครั้ง หลิงซีก็ลืมตาขึ้นและอ้าปากออกอย่างไม่ตั้งใจ
ก่อนที่หลิงซีจะทันได้ตอบสนอง หลี่เยว่หานก็เทน้ำใสในมือใส่ปากของเด็กหญิงตัวน้อย “หลิงซีเด็กดี บ้วนปากก่อนนอน แล้วพรุ่งนี้พี่สาวจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้เจ้า”
หลังจากฟังคำพูดของหลี่เยว่หาน หลิงซีที่กำลังจะร้องไห้ก็ทำตามมู่ชวนอย่างเชื่อฟัง ล้างปากด้วยเสียง “กล่อก ๆ” จากนั้นก็บ้วนน้ำลงในถ้วยที่หลี่เยว่หานถืออยู่ ก่อนจะหลับไปอีกครั้ง
“เอาล่ะ ท่านสามารถส่งพวกเขาเข้านอนได้แล้ว ท่านอุ้มพวกเขาไหวไหม?” หลังจากบ้วนปากเสร็จ หลี่เยว่หานก็นำผ้าเช็ดหน้าที่สะอาดมาบิดน้ำแล้วเช็ดหน้าเช็ดตาของเด็กทั้งสอง ก่อนจะมองไปที่เมิ่งฉีฮ่วน
เมิ่งฉีฮ่วนซึ่งเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของหลี่เยว่หานอย่างอดทน พยักหน้ารับและเดินออกจากครัวไปพร้อมกับเด็ก ๆ ในอ้อมแขน
เมื่อมองไปที่แผ่นหลังสูงของเขาที่อุ้มเด็กทั้งสองไว้แน่น หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงฉากที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ ต้องบอกว่า…รูปร่างของเมิ่งฉีฮ่วนนั้นดีกว่าคนที่เรียกตัวเองว่า “หมาป่าน้อย” และชายหนุ่มที่แสดงกล้ามหน้าท้องของพวกเขาตลอดเวลาในศตวรรษที่ 21 มาก…
นึกถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็รีบดึงสติกลับมา ตบหน้าตัวเองและพึมพำว่า “หยุดเลยหยุด ชายคนนี้เจ้าเล่ห์เพทุบาย เราต้องไม่ไปถูกร่างกายของเขาทำให้สับสน!”
หลังจากพูดจบ หลี่เยว่หานก็เริ่มจัดการห้องครัว
ครั้นอุ้มเด็ก ๆ เข้าไปในลานด้านใน เขาก็ส่งมู่ชวนกลับไปที่ห้องก่อน จากนั้นส่งหลิงซีกลับห้อง แต่เด็กหญิงตัวเล็กกลับจับแขนเสื้อของเขาไว้ไม่ยอมปล่อย
เมื่อมองลงไป เห็นได้ชัดว่าหลิงซีหลับอยู่ แต่มือเล็ก ๆ ของนางยังคงจับแขนเสื้อของเมิ่งฉีฮ่วนไว้แน่น
“หลิงซีเด็กดี เจ้าปล่อยได้แล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนเกลี้ยกล่อมอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงอดทน
“อาเมิ่ง…” หลิงซีพึมพำในขณะหลับ “การทำอาหารของพี่สาวหลี่อร่อยมาก หลิงซีไม่เกลียดนางแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็บีบมือเล็ก ๆ ของนางอย่างขบขัน “หลิงซี เชื่อฟังที่สุดเลย”
จากนั้นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ก็คลายแขนเสื้อของเมิ่งฉีฮ่วนออก
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนกลับมาที่ครัว หลี่เยว่หานก็กำลังทำความสะอาดขี้เถ้าในเตา
ครั้นเห็นเมิ่งฉีฮ่วนกลับมา หลี่เยว่หานก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจและพูดว่า “นี่! มาคุยกันก่อน ข้าไม่มีหน้าที่ช่วยท่านดูแลเด็กทั้งสองคน”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” เมิ่งฉีฮ่วนถามขณะหาผ้าแห้งมาเช็ดชามที่หลี่เยว่หานล้างและตั้งพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
“หมายความว่าข้าจะไม่ดูแลพี่ชายและน้องสาวคู่นี้เปล่า ๆ ข้าเรียกเก็บเงิน เข้าใจหรือไม่?” หลี่เยว่หานพยายามทำให้น้ำเสียงของเธอฟังดูแข็งกร้าว
“เจ้ากินอยู่กับข้า เป็นหนี้ข้า แล้วเจ้ายังต้องการเงินจากข้าอีก นั่นไม่มากไปหน่อยหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนถามเบา ๆ “นอกจากนี้ เจ้าก็แค่ทำอาหารให้สองพี่น้องที่บ้านเท่านั้น เป็นไปได้ไหมว่าเจ้าจะรักพวกเขาทั้งสองเหมือนลูกของเจ้าเอง?”
“ข้า…” หลี่เยว่หานจะรู้ได้อย่างไรว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะไร้ยางอายมากเช่นนี้ หญิงสาวจึงไม่สามารถตอบคำใดได้ไปชั่วขณะ
ให้พูดว่าเธอไม่ตั้งใจที่จะปฏิบัติต่อสองพี่น้องเหมือนลูกของเธอเองหรือ?
หากทำเช่นนั้น หลี่เยว่หานไม่สงสัยเลยว่าเมิ่งฉีฮ่วนคงจะต้องพลิกหน้าของเขาในอีกไม่กี่อึดใจ…
แล้วจะให้พูดว่าเธอตั้งใจที่จะปฏิบัติต่อสองพี่น้องเหมือนลูกของเธอเอง?
ทำเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็เชื่ออย่างยิ่งว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะบอกเธอว่า ในเมื่อเธอรักพวกเขาเหมือนลูกของเธอเอง หญิงสาวจึงไม่ควรคิดค่าดูแลพวกเขา
ชั่วครู่หนึ่ง หลี่เยว่หานยืนตกตะลึงอยู่กับที่ สมองของหญิงสาวมึนงงไปด้วยความโกรธ
เมื่อเห็นใบหน้าของหลี่เยว่หานที่มืดมนด้วยความโกรธ ในที่สุด เมิ่งฉีฮ่วนก็พูดขึ้นช้า ๆ “ไม่ต้องกังวลไป ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในบ้านเมิ่งของข้าวันหนึ่ง สำหรับโลกภายนอกเจ้าจะยังคงเป็นภรรยาของข้า และเจ้าสามารถขายของในบ้านได้ ข้ามีคำขอเดียวคือก่อนจะผ่อนจ่ายหนี้หมด เจ้าต้องดูแลสองพี่น้องให้ดี”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ถอนหายใจ “เข้าใจแล้ว!”
คนอยู่ใต้ชายคาต้องยอมก้มหัว เมื่อคิดถึงเงินหนึ่งพันหนึ่งร้อยตำลึง คิดถึงแผนการร่ำรวยที่ยังไม่บรรลุผล หลี่เยว่หานก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้มหน้าสู้ชีวิต
แค่คิดก็โกรธแล้ว! ในศตวรรษที่ 21 หลี่เยว่หานใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อสำเร็จการศึกษาจากสถาบันชั้นนำของจีนอันทรงเกียรติด้วยปริญญาสองใบ จากนั้น ภายใต้เสียงโทรศัพท์กว่าสิบสายจากพ่อและแม่เลี้ยงของเธอในแต่ละวันที่กระตุ้นให้หญิงสาวกลับบ้าน เธอจึงไปต่างประเทศเพื่อเป็นอาสาสมัครช่วยคนจนโดยไม่รีรอ ซึ่งหญิงสาวไม่เคยหวังอยากรวยเลย
แต่ไม่คาดคิดว่าหลังจากกระโดดลงมาจากชั้นที่ยี่สิบเจ็ด เธอจะเดินทางมาที่นี่อย่างลึกลับ ไม่เพียงเพื่อหาเงิน แต่ยังเพื่อชำระหนี้ด้วย!
ยิ่งเธอคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ หลี่เยว่หานก็ยิ่งรู้สึกไม่ยอมรับมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเธอกำลังจะถกเหตุผลกับเมิ่งฉีฮ่วน ทางเมิ่งฉีฮ่วนหลังจากเช็ดจานเสร็จก็ได้ออกจากครัวไปโดยไม่หันกลับมามอง
“ถ้าจะอาบน้ำก็อาบในครัวได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนแอบดูตอนจุดไฟ”
เมิ่งฉีฮ่วนโผล่หัวเข้ามาและพูดประโยคดังกล่าว
หลี่เยว่หานโกรธมากจนนางยกมือขึ้นและขว้างถ่านเก่าใส่ ทางเมิ่งฉีฮ่วนหัวเราะและเบี่ยงหัวหลบไป