ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 316 เรื่องราวของตระกูลหลิ่ว
บทที่ 316 เรื่องราวของตระกูลหลิ่ว
“เอ่อ…” หลี่เยว่หานตกใจเล็กน้อยกับคำพูดของ เมิ่งฉีฮ่วน นางยังจำได้ว่านี่คือสิ่งที่นางเคยสอน หลิงซีไว้ตอนแรก ไอ้หนุ่มนี่ไปได้ยินมาจากที่ไหนกัน…
“อ้าว พวกเจ้าหนุ่มสาวก็ต้องมีความคิดของตัวเองอยู่แล้ว” ฟางจื่อหลานเองก็ตกใจกับคำพูดของ เมิ่งฉีฮ่วนเช่นกัน โชคดีที่นางตอบสนองได้ไวรีบหัวเราะกลบเกลื่อนไป
หลี่เยว่หานและเมิ่งฉีฮ่วนอยู่ที่จวนกั๋วกงจนฟ้ามืด หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ ทั้งสองจึงกลับไปที่ จวนขุนพล
อาหารเย็นรับประทานกันที่ลานบ้านของเหล่ากั๋วกง นอกจากเหล่ากั๋วกงแล้วก็มีเพียงหลี่เยว่หาน กับสามีและอวี๋เจ๋อฟางกับภรรยาเท่านั้น ก่อนออกจากประตูหลี่เยว่หานเหมือนได้ยินเสียงคนร้องไห้ดังมาก แต่หันกลับไปมองสักพักก็ไม่เห็นใครเลย
ฟางจื่อหลานตื่นเต้นมาก หลี่เยว่หานชอบกินขนมหวานจนต้องเอาใส่กล่องอาหารเต็ม ๆ พลางกำชับหลี่เยว่หานไม่ให้ตะกละ แต่ก็ให้คนไปหยิบมาเพิ่ม หลี่เยว่หานถึงกับหัวเราะไม่ออก
เมื่อกลับถึงจวนขุนพลท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว หลี่เยว่หานยังคงให้ห้องครัวเตรียมอาหารไว้ จากนั้นก็ปล่อยให้เด็กทั้งสองออกมาทานอาหาร ก่อนจะส่งพวกเขากลับเข้าไปในห้อง
เมิ่งฉีฮ่วนยังคงยุ่งอยู่ หลังจากกล่อมหลี่เยว่หาน ให้หลับแล้วก็หันกลับไปห้องหนังสือยุ่งอยู่จนถึงรุ่งสาง จึงรีบเปลี่ยนเป็นชุดขุนนางไปเข้าเฝ้า
เมื่อหลี่เยว่หานตื่นขึ้นมา ก็มีคนจากจวนกั๋วกงมาเรียกนางไปทานอาหาร หลี่เยว่หานปฏิเสธไป นางล้างหน้าแต่งตัวเสร็จก็ออกจากประตู
ณ เรือนเล็ก
“ท่านสามี ลานบ้านนี้เล็กเกินไป ท่านไปบอกท่านพ่อเถอะ ไม่เช่นนั้นเราย้ายไปอยู่ลานบ้านที่ใหญ่กว่านี้ดีหรือไม่ ประเดี๋ยวลูกเกิดมาแล้ว ลานบ้านจะอยู่กันไม่พอ” หวังเหอฮวากำลังเอาแก้มถูไถอยู่ในอ้อมกอดของหลิ่วจื้อหย่วนพลางพูดด้วยเสียงอ้อน ๆ “ท่านแม่ก็พูดไม่ผิดนะ ตอนที่พวกเราอยู่ที่ อำเภอหย่งอัน เคยอยู่อย่างอึดอัดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
ท่านแม่ก็คือมารดาแท้ ๆ ของหลิ่วจื้อหย่วน หวังเหอฮวาเพิ่งจะได้รับการยกฐานะไม่นาน แน่นอนว่าต้องสนิทสนมกับมารดาของหลิ่วจื้อหย่วนให้มากขึ้น
“อย่าพูดเลย เมื่อวานท่านแม่ของข้าเกือบทำให้ท่านพ่อเสียหน้าแล้ว ถ้าตอนนี้ข้าไปพูดเรื่องย้ายลานบ้านอีก ไม่แน่ท่านพ่ออาจจะเสียหน้าเพราะข้าด้วยก็ได้” หลิ่วจื้อหย่วนถอนหายใจด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
“จะเป็นไปได้อย่างไร ท่านสามีเป็นนายน้อยคนโตของตระกูลหลิ่ว ตอนนี้หญิงรองก็มีลูกสาวเพียงคนเดียว หมอก็บอกแล้วว่าลูกในท้องข้าเป็นลูกชาย ภารกิจสืบทอดตระกูลหลิ่วก็ตกอยู่ที่เราสองคนแล้ว แน่นอนว่าต้องไม่เหมือนกับท่านแม่”
หลิ่วจื้อหย่วนได้ฟังดังนั้นก็ขมวดคิ้ว “เจ้าพูดแบบนี้ก็มีเหตุผลอยู่หรอก แต่ว่า…”
“ท่านสามี…” หวังเหอฮวาอ้อนเสียงหวาน “ลูกของเรากำลังจะเกิดแล้ว ท่านสามีก็คงไม่อยากให้ลูกเกิดมาแล้วต้องลำบากใช่หรือไม่?”
“ถึงแม้จะพูดเช่นนั้น แต่เจ้าก็รู้นิสัยของท่านปู่อยู่แล้วนี่” หลิ่วจื้อหย่วนถอนหายใจ
“ข้าพูดตามตรง ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดตระกูลหลิ่วของพวกเราจึงมีทรัพย์สินในเมืองหลวงด้วย ตั้งแต่เด็กจนโตข้าไม่เคยได้ยินคนในบ้านพูดถึงเลย ถึงแม้ตระกูลหลิ่วในอำเภอหย่งอันจะถือว่าเป็นตระกูลใหญ่ แต่ในเมืองหลวงที่อยู่ใต้อำนาจของจักรพรรดิ ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าขุนนางมากมายมารวมตัวกัน พวกเราไม่ได้มีอำนาจถึงขนาดนั้น…”
ต้องยอมรับว่าหลิ่วจื้อหย่วนก็ยังมีสมองอยู่บ้าง ไม่ถึงกับมาถึงเมืองหลวงแล้วยังคิดว่าตัวเองเป็นลูกคุณหนูใหญ่ของอำเภอหย่งอัน ดังนั้นถึงแม้เขาจะรู้สึกว่าการอยู่ในบ้านหลังเล็กกับหลี่เยว่หานนี้ไม่สะดวกสบายนัก แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับความเห็นของมารดาตัวเอง
“ท่านสามีอย่าได้ดูถูกตัวเองเช่นนั้นเลย” หวังเหอฮวาเอนกายเข้าหาอ้อมกอดของหลิ่วจื้อหย่วนด้วยความเจ็บปวด “ถึงแม้ตระกูลหลิ่วของเราจะไม่ได้เป็นตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง แต่ก็ยังดีกว่าสามัญชนทั่วไปมากนัก ตอนนี้คนในบ้านของเรามากมายต้องมาอัดแอในบ้านหลังเล็กนี้ ถ้าข่าวแพร่ออกไป หน้าตาของตระกูลหลิ่วเราคงไม่เหลือแล้ว”
หวังเหอฮวาเคยชินกับการอยู่ในจวนหลังใหญ่ใน อำเภอหย่งอัน มาบัดนี้ให้นางมาอยู่ในบ้านหลังเล็กนี้ ย่อมไม่สะดวกสบายเป็นร้อยเท่า ยิ่งกว่านั้น หวังเหอฮวาเป็นคนใจแข็งตอนที่ย้ายออกจาก อำเภอหย่งอัน หลี่หรงหรงก็ยังขอร้องตระกูลหลิ่วให้ช่วยเหลือนำหลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่งมาด้วยและจัดที่พักให้ในอำเภอฮัวซี
แต่หวังเหอฮวากลับไม่ยอมพูดสักคำเพื่อช่วยเหลือบิดามารดาของตนเองที่ยังอาศัยอยู่ในหมู่บ้านไป๋อวิ๋น แม้กระทั่งตอนที่หลิ่วจื้อหย่วนถามด้วยความเต็มใจว่าจะพาคู่สามีภรรยาหวังฉินไปด้วยดีหรือไม่? หวังเหอฮวายังแสร้งทำเป็นใจกว้างบอกว่าไม่อยากสร้างความลำบากให้ตระกูลหลิ่ว
โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่นางคิดนั้น มีค่าเพียงเล็กน้อยในสายตาผู้ชายไร้สมองอย่างหลิ่วจื้อหย่วน แต่พอตกไปอยู่ในสายตาของนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วและหลิ่วเทียนเสียง หวังเหอฮวาไม่ได้ดีอะไรเลย
ถ้าไม่ใช่ตอนจากมาจากอำเภอหย่งอันหวังเหอฮวาตั้งครรภ์แล้ว ด้วยนิสัยของนายท่านผู้เฒ่าหลิ่ว หวังเหอฮวาหลานสะใภ้คนนี้ไม่มีทางได้ติดตามมาแน่
แต่หวังเหอฮวาไม่ได้คิดเช่นนั้น นางคิดมาตลอดว่าหลี่หรงหรงให้กำเนิดลูกสาวทำให้หลิ่วจื้อหย่วนไม่ตื่นเต้นกับนางอีกแล้ว ตราบใดที่นางยึดหัวใจของหลิ่วจื้อหย่วนไว้ได้ บุตรชายรุ่นหลานของตระกูลหลิ่วก็ต้องมาจากครรภ์ของนางอยู่ดี
ดังนั้นระหว่างทางจึงไม่รู้ว่าทำตัวน่ารำคาญไปมากเพียงใด ถ้าไม่ใช่เพราะนางยังตั้งครรภ์อยู่ ก็ไม่รู้ว่าจะถูกทิ้งไว้กลางทางกี่ครั้งแล้ว
“เหอฮวา เจ้าก็รู้นิสัยของปู่ข้า” หลิ่วจื้อหย่วนถอนหายใจ วางมือลงบนท้องใหญ่ของหวังเหอฮวา น้ำเสียงอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว “ปู่คิดว่าตอนนี้พวกเราควรเก็บตัว ควรพอใจในสิ่งที่มี ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้ชีวิตเหมือนตอนอยู่ อำเภอหย่งอัน ”
“เพราะเหตุใดเล่า?” หวังเหอฮวาย่นจมูก “เขาว่ากันว่าที่ดินในเมืองหลวงนั้นแพงยิ่งกว่าทอง แต่ถ้าเราขายบ้านหลังเล็กนี้ไป แล้วเพิ่มเงินอีกสองร้อยตำลึง การหาซื้อเรือนหลังใหญ่กว่านี้ไม่น่าจะมีปัญหาเลยนะ”
“ก็ใช่อย่างที่เจ้าพูด แต่ตอนที่พวกเราจากมาจาก อำเภอหย่งอัน ร้านค้าของบ้านเราขายไปหมดแล้ว เพราะกองทัพใหญ่มาตั้งค่าย ร้านค้าครึ่งหนึ่งต้องขายในราคาถูก จริง ๆ แล้วตระกูลเราไม่ได้มีเงินมากมายอะไร” หลิ่วจื้อหย่วนพยายามอธิบายกับหวังเหอฮวาอย่างใจเย็น “ตอนนี้พวกเราเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ยังไม่ได้ตั้งรากฐาน ช่วงนี้ขอให้เจ้าอดทนก่อน รอสักพักข้าจะไปปรึกษากับผู้ใหญ่ในบ้านเรื่องหาซื้อเรือนหลังใหญ่กว่านี้”
ได้ยินดังนั้นหวังเหอฮวาก็โมโหจนแทบระเบิด รีบผลักหลิ่วจื้อหย่วนออกไปทันที “แต่แรกก็ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงต้องย้ายมาจากอำเภอหย่งอันทั้งบ้าน ถึงแม้กองทัพชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือจะมาตั้งค่ายอยู่นอกอำเภอหย่งอัน แต่ก็ไม่เห็นเงาศัตรูอำเภอหย่งอันเลย พวกเราทั้งครอบครัวรีบร้อนย้ายมาก็ขาดทุนย่อยยับแล้ว!”
หลิ่วจื้อหย่วนถูกหวังเหอฮวาผลักไปในใจรู้สึกไม่พอใจ แล้วยังได้ยินหวังเหอฮวาพูดแบบนั้นจึงไม่ค่อยสบอารมณ์ “เหตุใดจึงพูดแบบนั้นเล่า เจ้าก็รู้ว่าตอนนั้นหมู่บ้านนอกเมืองอำเภอหย่งอันถูกรุกรานหมดแล้ว…”
ยังพูดไม่ทันจบ หวังเหอฮวาก็จ้องมองมาหลิ่วจื้อหย่วน น้ำตาไหลพรากทันที “ข้าเข้าใจแล้ว ท่านสามีกำลังด่าทอข้า ด่าว่าข้าไม่แยแสแม้แต่พ่อแม่ของตัวเอง มีแต่ห่วงความสุขสบายของตัวเอง เช่นนั้นท่านก็ไปหาหลี่หรงหรงเถอะ หลี่หรงหรง คงเข้าใจดีตอนที่ตระกูลหลิ่วของเราย้ายบ้านทั้งครอบครัว นางยังไม่ลืมพาพ่อแม่ของนางไปด้วย ข้าไม่เข้าใจ ข้าไม่สนใจแม้แต่ชีวิตความตายของพ่อแม่ตัวเอง…”
หวังเหอฮวาพูดจบก็ร้องไห้โฮออกมา หลิ่วจื้อหย่วนได้ยินดังนั้นก็ปวดหัวขึ้นมาทันที…