ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 35 คิดเล็กคิดน้อย
บทที่ 35 คิดเล็กคิดน้อย
ถึงแม้รอยยิ้มบนใบหน้าของหวังเหอฮวาจะหายไป แต่นางก็ยังคงบังคับให้ตัวเองต้องพยักหน้ารับ พลางพูดขึ้นมา “ควร…สมควร…”
เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้สนใจสตรีตรงหน้าเขามากนัก ดังนั้นเขาจึงหันหลังและเดินเข้าประตูไป “เยว่หาน เจ้าออกมาเสียหน่อย หวังเหอฮวาต้องการขอโทษเจ้า!”
เดิมที ภายในบ้านยังมีหลิวโหย่วฉายที่มาฝากท้องไว้ที่นี่ ซึ่งในขณะนั้นกำลังนั่งยองหน้าเตาฟืนเพื่อช่วยมู่ชวนพัดไฟอยู่ หลี่เยว่หานที่รู้สึกอึดอัดใจในการอยู่กับผู้ชายอีกคนในห้องจนคิดจะเลี่ยงออกไปด้านนอก ดังนั้นเมื่อได้ยินเสียงเมิ่งฉีฮ่วนตะโกนเรียกเธอ หญิงสาวจึงไม่ได้ตั้งใจฟังมากนักว่าเขาพูดสิ่งใด เธอรีบวางไม้พายและฝาหม้อในมือลงทันที
“มู่ชวน อาเมิ่งของเจ้าเรียกข้า เจ้าคอยดูไฟ อย่าให้มันแรงเกินไป ข้าออกไปครู่เดี่ยวเดี๋ยวจะรีบกลับมา” พูดพลางถอดผ้ากันเปื้อนทำครัวออกวางไว้ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้านนอก
เมื่อมองตามแผ่นหลังของนางไป มู่ชวนจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดกับหลิวโหย่วฉายที่นั่งยองอยู่ด้านข้างตน “อาหลิว ท่านทำให้พี่หลี่ของข้าหวาดกลัวจนวิ่งออกไปแล้ว”
“เอ๋ สาวยน้อยผิวบางจะกลัวข้าไปทำไมกัน” หลิวโหย่วฉายและหลิวหยวนปินแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง “เป็นเพราะข้ากลัวว่าเด็กน้อยอย่างเจ้าจะจัดการเรื่องไฟไม่ได้จึงเข้ามาช่วยมิใช่หรือ”
“…” มู่ชวนมองหลิวโหย่วฉายโดยไม่พูดใด ๆ และไม่ตอบอะไรออกมา
เมื่อหลี่เยว่หานเดินไปถึงประตูทางเข้าสวน จึงได้เห็นหวังเหอฮวาที่ยืนอยู่ตรงข้ามเมิ่งฉีฮ่วน ใจแทบจะตกไปยังตาตุ่ม เธอหันไปยังเมิ่งฉีฮ่วนพลางเอ่ยถาม “ท่านหมายความว่าอย่างไร? ตะโกนเรียกข้าออกมาเพื่อจะปรึกษาว่าควรจะรับหวังเหอฮวาเข้ามาเป็นอนุหรือ?”
เดิมทีก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่จับจ้องมายังหวังเหอฮวาที่หน้าประตูบ้านตระกูลเมิ่ง ในระยะนี้นางเป็นบุคคลที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อย ๆ และตอนนี้เป็นช่วงเวลาทานอาหาร คนจึงเยอะกว่าปกติอยู่แล้ว ใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อยก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยมาดูเรื่องน่าสนใจนี้
“ไม่ใช่เช่นนั้น เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนรีบจับมือหลี่เยว่หานไว้พลางอธิบายทันที “หวังเหอฮวาบอกว่าต้องการขอโทษเจ้า ข้าจึงคิดว่าเรื่องการขอโทษนี้ควรทำอย่างเปิดเผย มิเช่นนั้นก็คงไม่มีความหมาย”
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว หลี่เยว่หานก็ชำเลืองมองไปยังเมิ่งฉีฮ่วน ชายผู้นี้ช่างคิดนัก
ตอนนี้ทั่วทั้งหมู่บ้านไป๋อวิ๋น นอกจากการลบล้างข่าวลือเรื่องที่หลี่เยว่หานคิดจะทำให้หลิงซีจมน้ำนั้น ยังมีคนจำนวนอีกไม่น้อยที่คิดว่าสิ่งที่หวังเหอฮวาพูดนั้นเป็นเรื่องจริง
ดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงคิดถึงวิธีนี้ ข้อแรกหลี่เยว่หานจะล้างมลทินให้ตัวเองได้ทั้งหมด ข้อที่สองหวังเหอฮวาจะไม่ถูกรวบกวนด้วยเรื่องนี้อีก และจะได้ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอีก
อดพูดออกมาไม่ได้ว่า ความคิดของเมิ่งฉีฮ่วนมีประโยชน์อยู่ไม่น้อย แต่ดูจะหยาบไปเสียหน่อย
“เจ้าแสร้งทำเป็นไม่สนใจไปเสียก่อน หลังจากนี้ข้าจะจัดการเอง” เมิ่งฉีฮ่วนกระซิบเบา ๆ ข้างหูหลี่เยว่หาน
ไม่รอให้หลี่เยว่หานตอบโต้ใด ๆ เมิ่งฉีฮ่วนจึงมองไปยังหวังเหอฮวาที่ยืนอยู่ตรงข้ามพลางพูดขึ้น “ข้าเรียกเยว่หานมาแล้ว เจ้ามีสิ่งใดจะพูดก็พูดออกมาเถิด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเหอฮวาจึงคิดจะเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน แต่หลี่เยว่หานที่ชำเลืองมองนางอยู่กลับพูดขึ้นก่อน “จะขอโทษอะไรก็ไม่จำเป็นแล้ว หลังจากนี้แม่นางเหอก็ดูแลการกระทำกับคำพูดของตัวเองเถิด อย่าคิดอะไรที่ไม่เหมาะสมกับพี่เมิ่งของข้าก็พอ”
พี่เมิ่ง?
เมิ่งฉีฮ่วนเกือบจะถูกการเรียกขานเช่นนี้ทำให้หัวเราะออกมา
หวังเหอฮวารู้สึกอับอายขึ้นมาทันที “ในเมื่อพี่เมิ่งแต่งงานกับเจ้าแล้ว ข้าหวังเหอฮวาไม่ว่าจะพูดสิ่งใดก็ต้องรู้สึกละอายใจ จะไม่ลุ่มหลงพี่เมิ่งอีก วันนี้ข้ามาเพื่อขอโทษ เรื่องของหลิงซีนั้นข้าเป็นคนผิดที่กล่าวโทษเจ้า หวังว่าเจ้าจะให้อภัยข้า”
“เอาล่ะ ข้าอภัยให้เจ้า กลับไปเถิด” หลี่เยว่หานโบกมือ และคิดจะเดินกลับเข้าไป ในใจยังกังวลถึงปลาต้มน้ำในหม้ออยู่
“ช้าก่อน” แต่เมิ่งฉีฮ่วนกลับขวางหลี่เยว่หานไว้ และตะโกนไปยังหวังเหอฮวา “ในเมื่อภรรยาของข้าพูดเช่นนี้ ข้าก็ไม่มีความคิดเห็นใด แต่ที่นางพูดนั่นก็เพราะเจ้าทำให้นางลำบากใจ ดังนั้นแม่นางหวัง การขอโทษของเจ้าครั้งนี้ จริงใจมากเพียงใดกัน?”
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว แม้แต่หลี่เยว่หานเองก็ยังไม่รู้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนคิดจะทำสิ่งใด
“พี่เมิ่งหมายความว่าอย่างไรกัน?” หวังเหอฮวาไม่เข้าใจ
“นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าพบผู้ใด เจ้าก็ต้องอธิบายว่าเจ้ากล่าวโทษภรรยาของข้าเช่นไร ทำจนกระทั่งรับรู้กันทั่วทั้งหมู่บ้านจึงหยุด” เมิ่งฉีฮ่วนเป็นคนรูปร่างสูงโปร่ง และดูจริงจัง เมื่อเขาพูดคำพูดเหล่านี้ด้วยท่าทางนิ่งสงบ มันจึงยิ่งทำให้เขาดูน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น
หวังเหอฮวาไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะปฏิเสธ นางจึงพยักหน้ารับภายใต้แรงกดดันจากเมิ่งฉีฮ่วน
“ในเมื่อแม่นางหวังจริงใจเช่นนี้ เช่นนั้นก็เข้ามาทานอาหารค่ำสักมื้อเถิด” หลี่เยว่หานไม่คิดที่จะรังแกเด็กผู้หญิงคนนี้มากนัก ดังนั้นหลังจากที่หวังเหอฮวารับปากกับคำขอที่มากเกินไปของเมิ่งฉีฮ่วนแล้ว ตนจึงเป็นฝ่ายเชิญนางเข้าไปทานข้าวด้วยตัวเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเหอฮวาจึงเบิกตากว้างขึ้นมา ไม่รู้ว่าหลี่เยว่หานจะใส่ยาอะไรภายในผลน้ำเต้าหรือไม่
“สะใภ้ตระกูลเมิ่งช่างมีจิตใจกว้างขวางนัก หากเป็นข้า ข้าคงไม่เชิญใครมาทานข้าวที่บ้านเช่นนี้!”
“ใช่ ไม่รู้ว่าวันนี้นางจะทำของอร่อย ๆ อะไรอีก ข้าเห็นหลิวโหย่วฉายวิ่งเข้าไปแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะไปนั่งกินอย่างมูมมามอยู่ก็เป็นได้”
“จริงด้วย ถ้าหากนางคิดจะทำอะไรมู่ชวนหลิงซีสองพี่น้องจริง ๆ พวกเขาสองพี่น้องคงเกิดเรื่องไปนานแล้ว นับตั้งแต่สะใภ้ตระกูลเมิ่งเข้ามา พวกเขาสองพี่น้องก็ดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาทันที!”
“จริงด้วย! ถ้าจะให้ข้าพูดนั้น หลิวโหย่วฉายช่างหน้าหนานัก ถึงได้กล้าเข้าไปดื่มกินในบ้านของผู้อื่น ถ้าเป็นข้า ข้าก็คงเกรงใจ…”
เดิมทีนั้น หวังเหอฮวาคิดจะปฏิเสธการเชื้อเชิญของหลี่เยว่หาน แต่เมื่อได้ยินทุกคนบอกว่าหลิวโหย่วฉายก็อยู่ด้านใน ภายในใจจึงราวกับมีปีศาจ ‘โผล่’ ออกมา ทำท่าทางราวกับระมัดระวังตัว จึงค่อย ๆ พยักหน้ารับ “ขอบใจเจ้ายิ่งนัก!” พูดแล้วจึงเดินตามเมิ่งฉีฮ่วนและภรรยาทางด้านหลังเข้าบ้านตระกูลเมิ่งไป
“จุ๊ ๆ หวังเหอฮวาเข้าไปแล้วจริง ๆ!”
“ถ้าเป็นข้า ข้าก็ไป ฝีมือการทำอาหารของสะใภ้ตระกูลเมิ่งนั้น นับว่าดีมากนัก ถ้าเป็นข้าข้าจะกลืนกินของอร่อยลงไปให้หมด!”
หลี่เยว่หานที่ถูกเมิ่งฉีฮ่วนจูงมือเข้าประตูไป จึงไม่ได้ยินเสียงถกเถียงที่อยู่ด้านหลังเหล่านั้น แต่เมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจของเมิ่งฉีฮ่วน ก็อดเอ่ยถามขึ้นมาไม่ได้ “สีหน้าไม่พอใจเช่นนี้ ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“ไม่ง่ายเลยที่จะส่งหวังเหอฮวาออกไปได้ เหตุใดเจ้าจึงต้องเชิญนางเข้ามาทานข้าวในบ้านด้วย?” เมิ่งฉีฮ่วนขุ่นเคืองใจ หรือผู้หญิงคนนี้จะกลัวว่าตนอาจจะมีปัญหากับผู้หญิงคนอื่นกัน?
“นั่นไม่เป็นเพราะแสดงให้เห็นถึงความใจกว้างของข้าหรือ ไม่สนใจเรื่องเล็กน้อย?” หลี่เยว่หานดึงแขนออกมาจากมือของเมิ่งฉีฮ่วน “พูดก็พูดเถิด ตอนที่หลิวโหย่วฉายวิ่งเข้ามาในบ้าน เหตุใดเจ้าจึงไม่ขัดขวางเขาไว้ หรือต้องการให้ข้าอยู่ตามลำพังกับเขา? เห็นข้าไร้ยางอายหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนจึงมองใบหน้าโกรธเคืองของผู้หญิงคนนี้ และยิ้มออกมา
“ที่แท้เจ้าก็โกรธที่ข้าปล่อยให้หลิวโหย่วฉายเข้ามา” เมิ่งฉีฮ่วนเข้าใจความหมายของหลี่เยว่หาน
หลี่เยว่หานรู้สึกอึดอัดที่ถูกมองออกเช่นนี้ “ข้าจะไปในครัวก่อน! ท่านก็รีบไปอาบน้ำแล้วมาทานข้าวได้แล้ว ข้าให้มู่ชวนเตรียมน้ำให้ท่านแล้ว!” พูดพลางหมุนตัววิ่งไปยังห้องครัวทันที
เมื่อมองตามแผ่นหลังของนางไป เมิ่งฉีฮ่วนจึงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มชั่วร้ายและเหมือนมันกำลังซ่อนเร้นอะไรบางอย่าง ที่หาดูได้ยากนัก