ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 57 คนเลวคนนั้น
บทที่ 57 คนเลวคนนั้น
“หลับ… หลับสบายดี…” หลังจากที่หลี่เยว่หานพูดจบ หญิงสาวก็นั่งลงที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อหวีผมทันที
“วันนี้เราจะไปที่โรงประมูล และหนังสัตว์ของข้าได้ถูกส่งไปที่โรงประมูลแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนพูดโดยยังคงนอนอยู่บนเตียง แต่สายตาของเขากลับมองไปที่แผ่นหลังของหลี่เยว่หานด้วยรอยยิ้ม “อย่าลืมสิว่าพวกเรากำลังเล่นเป็นพ่อค้าคู่รักชาวต่างชาติ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกถึงเพียงความอับอายและตื่นตระหนก ก่อนพูดขึ้นมา “เข้าใจแล้ว ข้าไม่ต้องการให้ท่านมาเตือนข้าหรอก!”
“ได้ งั้นฮูหยินจัดการตัวเองเถิด ข้าจะไปเอาน้ำมาล้างหน้า” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางลุกขึ้น ก่อนสวมเสื้อคลุมตัวนอกแล้วออกไป
วัสดุของเสื้อคลุมตัวนอกนั้นยอดเยี่ยมมาก หลี่เยว่หานชำเลืองมองมัน และรู้สึกว่าเมิ่งฉีฮ่วนกำลังสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
มันเป็นแค่การประมูลหนังสองชิ้น ต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อปกปิดตัวตนของเขาด้วยหรือ?
เมื่อหลี่เยว่หานติดตามเมิ่งฉีฮ่วนไปที่โรงประมูลเมืองหลิวชิง เธอก็ตระหนักได้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนคิดถูกแล้วที่ใช้เงินไปเป็นจำนวนมาก
ผู้คนทั้งหมดในตอนนี้ร่ำรวยและมีอำนาจ ทั้งในหมู่พวกเขายังมีชาวต่างชาติจำนวนมากอีกด้วย
“ทำไมถึงมี… ทำไมยังมีคนเถื่อนอยู่อีก” หลี่เยว่หานเกือบจะโพล่งว่าคนต่างชาติ แต่เมื่อเธอกำลังจะเอ่ยปาก หญิงสาวก็เปลี่ยนคำพูดอย่างรวดเร็ว
“เมื่อกว่าสิบปีก่อน แคว้นตงฮั่นได้ติดต่อกับพ่อค้าต่างชาติ และตอนนี้ในเมืองใหญ่ส่วนมากก็มีร้านค้าของพ่อค้าชาวเปอร์เซียอยู่” เมิ่งฉีฮ่วนอธิบาย
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานพยักหน้าด้วยความเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่ง
ในหัวของเธอความรู้ทางประวัติศาสตร์จากโรงเรียนมัธยมยังไม่ได้ถูกลืมอย่างสมบูรณ์ ในช่วงรุ่งเรืองของราชวงศ์ถังมีนักธุรกิจชาวเปอร์เซียจำนวนมากเดินทางไปมาในราชวงศ์ถัง ดังนั้นจากการคำนวณ เธอน่าจะอยู่ในราชวงศ์ถัง
แต่หม้อเหล็กไม่ได้ปรากฏในราชวงศ์ซ่งรึ? ทำไมถึงมีหม้อเหล็กในยุครุ่งเรืองของราชวงศ์ถังด้วย?
ก่อนที่หลี่เยว่หานจะคิดออก เมิ่งฉีฮ่วนก็ดึงเธอเข้าไปนั่งแล้ว
กฎของโรงประมูลนั้นเรียบง่าย ผู้ให้ราคาสูงสุดเป็นผู้ชนะ สิ้นของชุดแรกไม่มีอะไรหวือหวา มีแค่ทองกับอัญมณีบางส่วน
แต่เมื่อเครื่องเทศปรากฏขึ้นบนเวที ดวงตาของหลี่เยว่หานก็วาววับขึ้นทันที
ใช่! ทำไมเธอถึงคิดไม่ถึงกัน? พ่อค้าชาวเปอร์เซียจะนำเครื่องเทศและอื่น ๆ เข้ามาในจีน! ในตอนแรกมันถูกใช้เป็นถุงหอมเพื่อไล่แมลงและป้องกันมลพิษ จากนั้นจึงค่อย ๆ พัฒนาเป็นส่วนผสมอาหาร!
ถ้าตนสามารถหาเมล็ดเครื่องเทศได้ นางจะไม่สามารถทำ “ผงเครื่องเทศทั้งสิบสามตราหวังโส่วอี้*[1]” ขึ้นในสมัยโบราณได้หรือ!
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ดวงตาของหลี่เยว่หานก็สว่างขึ้นทันที
ครั้นเห็นความตื่นเต้นบนใบหน้าของนาง เมิ่งฉีฮ่วนก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจ้าต้องการเครื่องเทศสำหรับทำถุงหอมรึ?”
“ย่อมไม่ใช่!” หลี่เยว่หานปฏิเสธโดยไม่คิดเลย “มีหลายอย่างที่เครื่องเทศสามารถทำได้ ให้ข้าบอกท่านว่าเครื่องเทศไม่เพียงใช้เป็นถุงหอมได้เท่านั้น แต่ยังใช้เป็นยาได้ด้วย ถ้าใช้มันเป็นของกินก็จะมีรสชาติแสนพิเศษ!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ “เจ้าช่างพูดได้เก่งจริง ๆ ใช้เครื่องเทศราคาแพงเพื่อกินรึ? ใครกันจะฟุ่มเฟือยเพียงนี้”
“ท่านไม่เข้าใจ!” หลี่เยว่หานกล่าวอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าต้องการเครื่องเทศนี้บนเวทีหรือไม่?” เมิ่งฉีฮ่วนถาม
“ไม่ เครื่องเทศเหล่านี้ทำขึ้นด้วยทักษะพิเศษและข้าไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป” หลี่เยว่หานถอนสายตาออกและมองไปที่เมิ่งฉีฮ่วน “ข้าต้องการเมล็ดของเครื่องเทศ!”
“แต่เมล็ดของเครื่องเทศนี้อยู่ในมือของชาวเปอร์เซียเท่านั้น” เมิ่งฉีฮ่วนพูดอย่างอดทน “นอกจากนี้ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครในแคว้นตงฮั่นของเราพยายามเพาะเมล็ดเครื่องเทศ แต่ก็ไม่มีใครปลูกได้สำเร็จ”
“เพราะพวกเขาไม่ใช่ข้า” หลี่เยว่หานพูดกับตัวเอง “ถ้าเมล็ดพืชอยู่ในมือข้า ข้าสัญญาว่าจะปลูกมันให้รอด!”
“มั่นใจขนาดนั้นเลย?”
“แน่นอน”
เมิ่งฉีฮ่วนหยุดพูด และดูการประมูลกับหลี่เยว่หานต่ออย่างตั้งใจ
ในท้ายที่สุด เมื่อหนังทั้งสองผืนของเมิ่งฉีฮ่วนปรากฏตัวบนเวทีประมูล หลี่เยว่หานได้ยินเสียงเอะอะโวยวายอย่างเห็นได้ชัดจากรอบข้าง
“ทุกคน นี่คือหนังสัตว์ผืนใหม่ที่เราเพิ่งได้มาวันนี้ มีคุณภาพสูงและไร้บาดแผล ราคาเริ่มต้นสำหรับหนังเสือคือสองร้อยตำลึง และราคาเริ่มต้นสำหรับหนังหมาป่าคือหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึง”
เมื่อได้ยินสิ่งที่คนบนเวทีพูด หลี่เยว่หานก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจทันที ก่อนลดเสียงลงและหันไปหาเมิ่งฉีฮ่วน “หนังสัตว์ของท่านมีค่ามากเพียงนี้เชียวหรือ”
“แน่นอน ไม่อย่างนั้นทำไมข้าถึงต้องส่งมันมายังเมืองหลิวชิงอย่างเงียบ ๆ ด้วยเล่า?” เมิ่งฉีฮ่วนแสดงสีหน้าพอใจ
“ซานเหนียง ไม่ใช่ว่าในตลาดไม่มีหนังเสือเสียหน่อย พวกมันต่างขายกันที่หนึ่งร้อยตำลึง ทำไมหนังเสือผืนนี้ถึงขายสองร้อยตำลึงเล่า?” มีคนถามเสียงดัง
“ใช่ หนังหมาป่าก็ไม่ได้แพงขนาดนั้น ทั้งหนังเสือและหนังหมาป่าของเจ้าก็แพงกว่าโรงประมูลอื่นเป็นร้อยตำลึง!”
…
หลังจากได้ยินการสนทนาเหล่านี้ ซานเหนียงที่อยู่บนเวทีก็ไม่รีบร้อน แต่เงยหน้าขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดพูด แล้วกล่าวว่า “หนังเสือและหนังหมาป่าในตลาดถูกกว่าราคาเริ่มต้นของเราจริง ๆ แต่ข้าไม่รู้ว่าพวกท่านรู้หรือไม่หนังเสือและหนังหมาป่าของเราใหญ่กว่าของที่อื่นหลายเท่า?”
ขณะที่พวกเขาพูด คนสองคนก็ขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับหนังเสือและหนังหมาป่าคนละผืน ก่อนคลี่หนังเสือและหนังหมาป่าของเมิ่งฉีฮ่วนออกต่อหน้าทุกคน
แน่นอน ขนาดมันใหญ่กว่ามาก
เกิดความวุ่นวายในฝูงชนทันที
“เฮ้ ท่านไปพบเสือกับหมาป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ได้ที่ไหนน่ะ?” หลี่เยว่หานอดไม่ได้ที่จะถามด้วยเสียงต่ำ
“เรื่องเสือเอาไว้ก่อนเถอะ เจ้าน่าจะรู้เรื่องหมาป่าตัวนี้ดี” เมิ่งฉีฮ่วนพูดด้วยรอยยิ้ม
“ข้าจะรู้ได้อย่างไร?” หลี่เยว่หานพูด ก่อนดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง “ท่านคือคนคนนั้นในป่าวันนั้นใช่หรือไม่?”
“ถูกต้อง” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “ถ้าไม่ใช่เพราะกลิ่นปลาย่างของเจ้าที่ดึงดูดหมาป่าตัวนี้ ข้าเกรงว่าข้าคงไม่โชคดีพอจะได้พบหมาป่าตัวนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “ท่านคือคนที่ทักษะการยิงธนูย่ำแย่มากจนลูกธนูทุกดอกแทบจะโดนข้าน่ะหรอ?”
“ถ้าข้ายิงธนูได้แย่เพียงนี้ ข้าจะยิงเจ้าพลาดทุกดอกได้อย่างไร?” เมิ่งฉีฮ่วนหัวเราะ
“วันนั้นท่านแกล้งข้า?” หลี่เยว่หานถามพลางกัดฟันกรอด
“เพื่อเป็นการขอโทษ ข้าจะพาเจ้าไปหาเมล็ดเครื่องเทศทีหลังดีหรือไม่?” เมิ่งฉีฮ่วนคว้ามือของหลี่เยว่หานไว้ใต้โต๊ะ “ข้าจะจ่ายให้”
“ฮึ่ม” หลี่เยว่หานดึงมือออก “ท่านสมควรจ่ายมัน!”
เมื่อเห็นท่าทางโกรธของนาง เมิ่งฉีฮ่วนไม่สามารถถอนสายตาออกไปได้เป็นเวลานาน
“อย่ามองมาที่ข้า เริ่มประมูลแล้ว!” หลี่เยว่หานเตือนเขา เพราะรู้สึกไม่สบายใจ
“เยว่หาน” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าว “เจ้ายังจำมารดาของเจ้าได้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำถามของเมิ่งฉีฮ่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลี่เยว่หานก็ตื่นตัวทันที “ทำไมท่านถึงถามเรื่องนี้?” เป็นไปได้ไหมว่าเขาตระหนักได้ว่าเธอไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม?
“ข้าแค่สงสัย” เมิ่งฉีฮ่วนพูด “ระหว่างนี้ข้าได้ยินมาบ้าง ในอดีตมารดาของเจ้าถูกมองว่าเป็นผู้หญิงแปลก ๆ ”
“ผู้หญิงแปลก ๆ ?” หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว เป็นไปได้ไหมว่ามารดาของเจ้าของร่างเดิมได้ทำบางสิ่งที่สำคัญในช่วงที่นางยังมีชีวิตอยู่?
“อืม” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “เมื่อคนส่วนใหญ่กลายเป็นผู้กอบกู้ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลหลิ่ว พวกเขาจะคิดถึงกันแต่เรื่องเงิน แต่มารดาของเจ้าต้องการหาการแต่งงานที่ดีให้กับเจ้า ว่ากันว่าย่าของเจ้าโมโหจนแทบทะเลาะกับมารดาเจ้า”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็โค้งริมฝีปากขึ้น “ข้าจำไม่ได้ อย่างที่ข้าพูดไปก่อนหน้านี้ ข้าจำอะไรหลายอย่างได้ไม่ชัดเจน”
[1] ผลิตภัณฑ์เครื่องเทศสิบสามชนิดของจีน