ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 71 ข้าจะช่วยเจ้าต่อว่ากลับไป!
บทที่ 71 ข้าจะช่วยเจ้าต่อว่ากลับไป!
“กัวอี้ ยังมีข่าวคราวอื่นอีกหรือไม่?” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยถาม
“มีพะยะค่ะ ฝั่งครอบครัวมารดาของพระชายาได้ลี้ภัยไปพึ่งตำหนักองค์ชายรอง ส่วนน้องสาวของพระชายาก็ได้แต่งเข้าไปเป็นพระสนมขององค์ชายรอง ตอนนี้ในราชสำนักมีข่าวลือหนาหูว่าฝ่าบาทจะแต่งตั้งให้องค์ชายรองเป็นองค์รัชทายาท”
เมื่อได้ยินคำพูดของกัวอี้ สีหน้าเมิ่งฉีฮ่วนก็เย็นชาขึ้น “รู้ตัวตนของผู้ที่มาหมู่บ้านไป๋อวิ๋นในวันนี้หรือไม่?”
“เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่มาเมื่อสามเดือนก่อน แต่ที่แปลกก็คือ เวินเทียนเหล่ยพ่อค้าหลวงขั้นหนึ่งก็อยู่ในนั้น ทั้งสองจะมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่นั้นยังไม่ได้สืบอย่างแน่ชัดพะยะค่ะ” กัวอี้พูดจบจึงเม้มริมฝีปากก่อนจะพูดต่อ “ตามที่ได้ยินมานั้น เวินเทียนเหล่ยเหมือนจะมาหาฮูหยิน”
“หาหลี่เยว่หาน?” เมิ่งฉีฮ่วนขมวดคิ้วขึ้น “เวินเทียนเหล่ยรู้จักหลี่เยว่หาน?”
“เพียงแค่ได้ฟังมาจากไกล ๆ เท่านั้น ดูเหมือนคุณชายเวินจะสอบถามจากพวกคนที่ชอบพูดไร้สาระ จึงถือโอกาสพูดถึงฮูหยินขึ้นมา แต่คนที่เขาถามนั้นเป็นเพียงแค่หญิงชราในหมู่บ้านเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่รู้จัก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนอดคิดไปถึงช่วงเวลาที่เดินทางไปยังเมืองหลิวชิงขึ้นมาไม่ได้
ทั้งร่างของหลี่เยว่หานนั้นเต็มไปด้วยความลับ จึงยิ่งทำให้เมิ่งฉีฮ่วนเต็มไปด้วยความสงสัย ถ้าหากไม่เป็นเพราะว่าได้สืบเกี่ยวกับหลี่เยว่หานมาอย่างชัดเจนแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนก็คงไม่กล้าที่จะพาคนนอกเข้ามาได้ในบ้านง่าย ๆ เช่นนี้
“องค์ชาย ข้าน้อยขอบังอาจถามหนึ่งคำถาม” กัวอี้เห็นเมิ่งฉีฮ่วนไม่พูดใด ๆ จึงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างระมัดระวัง “ข้าเห็นหว่างคิ้วของฮูหยินมีเงาของพระชายาซ้อนทับอยู่บางส่วน จะเป็นไปได้หรือไม่…”
“บังอาจ!” เมิ่งฉีฮ่วนมองด้วยแววตาโมโห “เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเช่นไร! พระชายาจะถูกดูหมิ่นได้ง่าย ๆ เช่นนี้หรือ!”
เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนโมโห กัวอี้จึงรีบก้มหน้าก้มตาไม่พูดจาใด ๆ ต่อ
บรรยากาศภายในห้องลับนี้ดูจริงจังขึ้นจนกัวอี้ไม่กล้าพูดอะไรเพ้อเจ้อออกไปอีก
หลังจากนั้นไม่นาน เมิ่งฉีฮ่วนจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาพลางพูดขึ้น “เจ้าช่วยข้าสืบดูว่าแม่แท้ ๆ ของหลี่เยว่หานเป็นคนที่ใด”
“สืบหาแม่แท้ ๆ ของนาง?” กัวอี้รู้สึกแปลกใจ “หรือคุณชายจะคิดว่าฮูหยินและพระชายามีความเกี่ยวข้องกัน?”
“แม่แท้ ๆ ของนางตายไปหลายปีแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนหรี่ตาลงพลางอธิบายออกมา “เพียงแต่นางได้ใช้บุญคุณจากการช่วยชีวิตของท่านปู่ตระกูลหลิ่ว มาแลกกับการให้หลี่เยว่หานแต่งงานกับตระกูลหลิ่วในฐานะภรรยา ข้าคิดมาตลอดว่าเรื่องนี้หญิงสาวจากชนบทไม่ค่อยทำกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กัวอี้จึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “แท้จริงแล้ว หมู่บ้านเฮยถู่นั้นยากจน เมื่อกลายเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตคนตระกูลหลิ่ว ก็ควรที่จะต้องการทรัพย์สินเงินทองเสียมากกว่า แต่นางกลับให้ฮูหยินแต่งงาน และไม่สนใจถึงความเป็นความตายของคนในครอบครัวหลี่ที่เหลืออยู่เลย”
“ไปสืบมาที ว่าความสัมพันธ์สามีภรรยาของหลี่ต้าเฉิงกับนางในตอนนั้นเป็นเช่นไร”
พูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็ลุกขึ้นยืน “หากยังไม่ได้ข่าวคราวใด เจ้าก็ยังไม่ต้องกลับมายังหมู่บ้านไป๋อวิ๋น วันรุ่งขึ้นก็ออกเดินทางเถิด”
“พะยะค่ะ!”
กัวอี้มองจนเมิ่งฉีฮ่วนเดินออกจากห้องลับไป เขาจึงลุกขึ้นยืน
เมื่อดับไฟตะเกียงน้ำมันในห้องลับและปิดประตูลงอย่างรวดเร็วแล้ว เขาก็ปีนกำแพงบ้านตระกูลเมิ่งด้วยเสียงที่เบาที่สุด เงาร่างของชายหนุ่มหลอมรวมเข้าไปกับความมืดภายนอกอย่างรวดเร็ว
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนกลับเข้าไปภายในสวน หลี่เยว่หานกำลังเกลี้ยกล่อมให้หลิงซีมาอาบน้ำ เด็กหญิงตัวน้อยไม่ยอมอาบน้ำจึงทำให้หญิงสาวเหนื่อยหน่ายใจยิ่งนัก
“หลิงซีเด็กดี อาบน้ำตัวหอม ๆ ก่อนนอนจะรู้สึกสบายตัวมิใช่หรือ?” หลี่เยว่หานจูงมือหลิงซีพลางเกลี้ยกล่อม
“ไม่เอา ๆ หลิงซีง่วงนอนอยากนอนแล้ว” หลิงซีเม้มริมฝีปาก ราวกับพร้อมที่จะร้องไห้ออกมาตลอดเวลา
“เราอาบน้ำตัวหอม ๆ กันไม่นานแล้วค่อยรีบไปนอน ดีหรือไม่?” หลี่เยว่หานพูดด้วยความอดทน “อีกอย่าง วันนี้ขึ้นภูเขาไปกับพี่ทั้งวัน บนตัวต้องมีพวกแมลงเยอะมากแน่ ๆ ”
“ไม่มีแมลง!” หลิงซีบุ้ยปากและไม่ยอมอาบน้ำ “วันนี้หลิงซีไม่ต้องอาบน้ำก็ได้!”
“เฮ้อ หลิงซี เป็นผู้หญิงต้องอาบน้ำให้สะอาดถึงจะสวย ดังนั้นจึงต้องอาบน้ำทุกวัน เชื่อพี่เถิดไปอาบน้ำกัน”
หลี่เยว่หานรู้สึกว่าริมฝีปากของตนกำลังจะถลอก แต่เด็กหญิงตัวน้อยยังคงไม่ยอมอาบน้ำ แม้จะโกรธแต่ก็ไม่สามารถแสดงออกมาได้ มิเช่นนั้นเด็กผู้หญิงตัวน้อยคงจะร้องไห้ และเสียงนั้นก็ไม่ใช่เรื่องตลก…
เมิ่งฉีฮ่วนเฝ้าดูอยู่ข้าง ๆ พักใหญ่ เมื่อเห็นความพยายามและใช้พลังกายทั้งหมดเพื่อเกลี้ยกล่อมให้หลิงซีไปอาบน้ำ เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
“จงเจิ้งหลิงซี!” เมิ่งฉีฮ่วนพูดขึ้นมา “เป็นถึงเด็กตระกูลจงเจิ้ง แต่กลับไม่ยอมอาบน้ำ หากพ่อแม่ของเจ้ารู้เข้าต้องไม่ชอบใจแน่ เจ้าตัวเหม็นหึ่ง!”
เมื่อได้ยินเสียงของเมิ่งฉีฮ่วน หลี่เยว่หานจึงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยิ้มออกมา
เพราะเมื่อครู่หลิงซียังพยายามบิดตัวไปมาเพื่อไม่ให้หลี่เยว่หานจับนางได้ แต่ตอนนี้กลับไม่ทำเช่นนั้น แต่กลับมองไปยังหลี่เยว่หานด้วยแววตาเสียใจ “อาหญิง ท่านอา ดุข้า…”
“เจ้าต้องการให้ข้าช่วยดุกลับไปหรือไม่?” หลี่เยว่หานพูดด้วยสีหน้ากลั้นหัวเราะ
“ต้องการ!” หลิงซีตอบกลับเสียงดัง
“เช่นนั้นเจ้าต้องเชื่อฟัง ไปอาบน้ำ อาบน้ำเสร็จแล้วเจ้ากับข้าค่อยไปดุเขากลับกัน!” หลี่เยว่หานเอ่ยถามหยั่งเชิง
“ได้!” พูดจบ หลิงซีก็รีบกอดชุดนอนของตนไว้ทันที และวิ่งไปภายในห้องด้วยความสุข
หลิงซียังเด็กมากนัก ดังนั้นจึงยังอาบน้ำในห้องของตน นางมีอ่างอาบน้ำเป็นของตัวเอง หลี่เยว่หานจึงนำถังน้ำร้อนเข้ามาสองถึงสามถัง เมื่อรอให้หลี่เยว่หานเข้ามาแล้ว หลิงซีจึงถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก และนั่งลงในอ่างและเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน
เมื่อหลี่เยว่หานเห็นเช่นนั้น เธอก็รู้สึกว่าในเวลาเช่นนี้หลิงซีน่ารักยิ่งนัก เธอรีบปิดประตูลง และนำถั่วผงมาให้หลิงซีอาบน้ำขัดตัว
หลังจากอาบน้ำเสร็จ แม้หลิงซีจะง่วงนอนเต็มที แต่ยังกลับคิดที่จะไปต่อว่าเมิ่งฉีฮ่วนกับหลี่เยว่หานอยู่
หลี่เยว่หานไม่รู้จะทำเช่นไร จึงทำได้เพียงอุ้มหลิงซีที่ง่วงจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นเดินไปเคาะประตูห้องเมิ่งฉีฮ่วน
“เมิ่งฉีฮ่วน! ต่อไปห้ามเจ้าต่อว่าหลิงซีอีก!” หลี่เยว่หานแสร้งทำดุร้ายและต่อว่าออกมา “ผู้ชายตัวใหญ่คนหนึ่ง จะมาต่อว่าเด็กตัวเล็ก ๆ ได้อย่างไรกัน!”
หลิงซีที่อยู่ในอ้อมกอดได้ยิน นางก็หลับตาไปพลางพยักหน้ารับไปพลาง “ใช่ ๆ!”
เมื่อเห็นทั้งสองเป็นเช่นนี้ ภายในใจของเมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา “ได้ ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่ทำอีก!”
“ฮึ” เมื่อได้ยินเมิ่งฉีฮ่วนพูด หลิงซีที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของหลี่เยว่หานก็ค่อย ๆ นอนหลับไป
หลี่เยว่หานเม้มริมฝีปากขึ้นมายิ้ม ๆ และเตรียมที่จะเดินออกไป แต่กลับถูกเมิ่งฉีฮ่วนขวางไว้
“เป็นครั้งแรกที่มาห้องข้า ไม่คิดจะทิ้งอะไรไว้เสียหน่อยหรือ?” จู่ ๆ เมิ่งฉีฮ่วนก็เอ่ยถามขึ้นมา
เมื่อถูกเงาของร่างสูงบดบังไว้ หลี่เยว่หานจึงรู้สึกใจเต้นรัวขึ้นมาเล็กน้อย เธอหันหน้าหนีอย่างดูไม่เป็นธรรมชาติ “ต้องทิ้งสิ่งใดไว้กัน? ทิ้งกำปั้นไว้ให้เจ้าสองกำปั้นได้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง เมิ่งฉีฮ่วนก็ยิ้มออกมา “หน้าแดงหรือ?”
“นั่นเป็นเพราะตอนช่วยหลิงซีอาบน้ำเมื่อครู่ อากาศในห้องร้อนเกินไป” หลี่เยว่หานรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา “ไม่พูดแล้ว เดี๋ยวหลิงซีจะถูกเจ้าปลุกจนตื่นเอา!”
พูดจบ หลี่เยว่หานจึงหลบเลี่ยงเมิ่งฉีฮ่วนและเดินออกจากห้องของเขาไป
เมื่อมองตามแผ่นหลังของนางไป เมิ่งฉีฮ่วนก็หวนคิดไปถึงคำพูดของกัวอี้ขึ้นมา
“หว่างคิ้วของฮูหยินมีเงาของพระชายาอยู่บางส่วน…”
เมื่อมองดูดี ๆ แล้ว นับว่าดูคล้ายกันจริง ๆ