ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 79 หลี่เยว่หานแข็งแกร่งยิ่งนัก
บทที่ 79 หลี่เยว่หานแข็งแกร่งยิ่งนัก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็เลิกคิ้ว “แค่นั้นรึ?”
“นั่นยังไม่พออีกหรือ?” หวังเฟิ่งตะโกน “มานี่สิ! ตระกูลเมิ่งเป็นพวกอันธพาล! เจ้าทำลายความบริสุทธิ์ของเด็กสาวสองคน! หากเจ้าเป็นพวกนางจะทำเช่นไร! สวรรค์! โอ้! บ้านเมืองยังมีกฎหมายอยู่หรือไม่!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลี่เยว่หานก็ยิ่งโมโหนัก “บริสุทธิ์อย่างนั้น บริสุทธิ์อย่างนี้ หวังเฟิ่ง เหตุใดท่านยังมีหน้าพูดว่าหลี่หรงหรงบริสุทธิ์? ท่านต้องการให้ข้าไปที่บ้านหลิ่วในอำเภอหย่งหนิง และเชิญหลิ่วจื้อหย่วนมาถามดูว่าเขามีความสัมพันธ์กับหลี่หรงหรงมากี่ครั้งแล้วหรือไม่”
“เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระ!” หวังเฟิ่งจ้องเขม็ง
“ข้ากำลังพูดไร้สาระ?” หลี่เยว่หานยิ้มเย็น “ท่านพ่อเห็นด้วยตาของเขาเองว่าหลิ่วจื้อหย่วนจูบหลี่หรงหรง ทั้งเจ้ายังยอมรับต่อหน้าข้าด้วยว่าหลี่หรงหรงและหลิ่วจื้อหย่วนมีความสัมพันธ์แนบแน่นกันแล้ว เย็นวันที่อู๋หลานหลานกับเจิ้งจวนมาที่ประตู ข้าลอบกลับบ้านอย่างลับ ๆ แต่กลับเห็นหลี่หรงหรงอยู่ในลานบ้านของข้า โดยหลิ่วจื้อหย่วนกำลังสัมผัสหน้าอกของหลี่หรงหรง นางยังเรียกบริสุทธิ์ได้อยู่อีกหรือ?”
“นังสารเลว เจ้าพูดเรื่องไร้สาระอันใด? รีบหุบปากเน่า ๆ ของเจ้าไปซะ!” หลี่หรงหรงตวาด “เจ้าไม่ต้องการให้สามีเจ้ามารับผิดชอบลูกสาวข้า เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องสร้างคำพูดชั่วร้ายเช่นนี้มาทำลายชื่อเสียงของลูกสาวข้า!”
“ข้าทำลายชื่อเสียงของลูกสาวท่าน?” หลี่เยว่หานยิ้ม “ท่านพ่อบอกข้าสิ! ที่ข้าพูดเป็นความจริงหรือไม่! ท่านเห็นปากของหลิ่วจื้อหย่วนที่จูบหลี่หรงหรงในวันนั้นหรือไม่!”
จู่ ๆ บิดาอย่างหลี่ต้าเฉิงก็ตัวสั่นและมองไปที่หวังเฟิ่งที่อยู่ข้าง ๆ เขาด้วยความลำบากใจ
เมื่อเห็นหวังเฟิ่งจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เฉียบคม เขาก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูกทันที “เยว่หาน สิ่งเหล่านั้นมิอาจนับได้…”
“เช่นนั้นอย่างไรจึงจะนับได้? หรือท่านนับสิ่งที่ท่านบอกว่านับและไม่นับสิ่งที่ท่านบอกว่าไม่นับ?” ด้วยมีเมิ่งฉีฮ่วนยืนอยู่ข้าง ๆ หลี่เยว่หานจึงเต็มไปด้วยความมั่นใจ “ยังมีหวังเหอฮวา ข้าจะไม่พูดถึงจำนวนครั้งที่เจ้าแสดงไมตรีต่อสามีข้าก่อนข้าจะแต่งงาน แม้กระทั่งข้าแต่งเข้าประตูบ้านมาแล้ว เจ้าก็ยังอยากจะเปลื้องผ้าในห้องโถงใหญ่บ้านข้าให้สามีข้าดู ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ เป็นไปได้ไหมว่าข้าสร้างเรื่องขึ้นมาด้วย?”
“หลี่เยว่หาน! ข้าจะฉีกปากเหม็น ๆ ของเจ้าทิ้ง!”
ขณะที่พูด หวังเหอฮวาก็กำลังจะตะครุบใส่นาง แต่ถูกหวังเฟิ่งห้ามไว้ “เด็กดี พวกเราสาว ๆ ควรมีเหตุผล อย่าไปทำตัวไร้การศึกษาเหมือนเด็กสาวป่าเถื่อนคนนี้ ใจเย็น ๆ ไว้ อย่าไปกลัวนาง!”
“มีเหตุผล? มีเหตุผลมารดาเจ้าสิ! ข้าคิดว่าหลุมฝังศพของบรรพบุรุษของพวกเจ้าคงถูกพวกเจ้าขุดขึ้นมาโยนเถ้าถ่านทิ้งไปแล้ว พวกเจ้าถึงกล้ามาวิ่งวุ่นต่อหน้าข้า! พวกเด็กกำพร้าไร้การศึกษา!” เมื่อหลี่เยว่หานเริ่มหงุดหงิด หญิงสาวก็ราวกับจะกลายเป็นผู้นำแห่งจู่อัน*[1] ถ้าเมิ่งฉีฮ่วนไม่หยุดไว้ หลี่เยว่หานคงได้ด่าคำที่แย่กว่านี้แล้ว
“เยว่หาน อย่าโกรธไปเลย” เมิ่งฉีฮ่วนรีบปลอบหลี่เยว่หาน ซึ่งกำลังแยกเขี้ยวและกางกรงเล็บของนางเหมือนเสือดาวตัวเล็ก ๆ เพราะกลัวว่านางอาจจะโกรธไปมากกว่านี้เขาจึงปลอบนางเบา ๆ “พวกเขามาสร้างเรื่องทุกวันไม่หยุด วันนี้ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย ตอนขากลับข้าให้คนไปเชิญผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว ให้ผู้ใหญ่บ้านมาตัดสินก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินเมิ่งฉีฮ่วนกล่าวว่าได้เชิญหัวหน้าหมู่บ้านมา ครอบครัวของหวังเฟิ่งและครอบครัวของหวังเหอฮวาก็สงวนท่าทีทันใด
หลี่เยว่หานชำเลืองมองไปที่เมิ่งฉีฮ่วน จากนั้นมองไปทางหวังเฟิ่ง ก่อนก้มหน้าลง “ได้ ยามนายน้อยเวินจากไปเมื่อครู่นี้ ข้าได้ขอให้เขาตามหลิ่วจื้อหย่วนมาแล้ว มาดูกันว่าท้ายที่สุดหลิ่วจื้อหย่วนกับเจ้า หลี่หรงหรงเป็นคู่สุนัขติดสัดหรือไม่!” ประโยคนี้ของหลี่เยว่หานเป็นเรื่องไร้สาระโดยสิ้นเชิง
ยามเวินเทียนเหล่ยจากไป หากเมิ่งฉีฮ่วนไม่ดึงเธอไปด้วย หลี่เยว่หานก็คงไม่ต้องการออกไปส่งนายน้อยหลักลอยคนนั้น ไยเธอจึงจะขอให้เขาไปตามหลิ่วจื้อหย่วนมาได้กัน?
“เจ้ากล้าก็พูดอีกรอบสิ!” หลี่หรงหรงตะโกน
“คู่สุนัขติดสัด! คู่สุนัขติดสัด คู่สุนัขติดสัด!” หลี่เยว่หานกระโดดขึ้นลงอยู่ข้างหลังเมิ่งฉีฮ่วนขณะด่าทอ “เจ้ากล้าก็มาตีข้าสิ! คู่สุนัขติดสัด!”
แม้ว่าคำสบถของหลี่เยว่หานนั้นยากจะฟัง แต่เมิ่งฉีฮ่วนก็ยังรู้สึกว่าวิธีที่นางซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเขาและวางท่านั้นดูน่ารักน่าชัง เขาต้องถูกอาคมแล้วแน่…
เรื่องตลกของบ้านเมิ่งดึงดูดผู้คนมากมายให้หยุดดูมานานแล้ว เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หลี่เยว่หานแต่งงานมาหลายเดือนแล้ว ยกเว้นเรื่องของหวังเหอฮวา นางใจดีกับคนอื่นเสมอ ทุกคนมักจะคิดว่านางเป็นสาวน้อยที่อ่อนแอ
แต่ไม่ได้คาดหวังว่าหลี่เยว่หานจะยังมีด้านที่แข็งกร้าวเช่นนี้…
“หัวหน้าหมู่บ้านมาแล้ว! หัวหน้าหมู่บ้านมาแล้ว!” ฝูงชนที่อยู่ด้านนอกพลันเอะอะโวยวาย
หัวหน้าหมู่บ้านไป๋อวิ๋น เช่นเดียวกับหัวหน้าหมู่บ้านเฮยถู่ เขาเป็นบุคคลที่น่านับถืออย่างสูง ในอดีตท่านปู่จ้าวหัวหน้าหมู่บ้านเฮยถู่เป็นซิ่วไฉคนหนึ่ง ขณะที่ทั้งชีวิตของท่านปู่ซุนจากหมู่บ้านไป๋อวิ๋นนั้นสอบไม่ผ่าน
นอกจากนี้ยังเป็นเพราะความเสียใจในอดีต เขาจึงอนุญาตให้อาจารย์หลี่ที่เป็นผู้อพยพมาตั้งรกรากในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นและเปิดสำนักศึกษาขึ้นมา
“ข้าได้ยินพวกเจ้าตะโกนเสียงดังกันมาแต่ไกล เกิดอันใดขึ้น?” ท่านปู่ซุนยันไม้เท้า ขณะยืนอยู่ระหว่างกลุ่มทั้งคนสองกลุ่ม
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หวังเฟิ่งกำลังจะพูด แต่ท่านปู่ซุนส่งสัญญาณให้นางปิดปากทันที “ครอบครัวของเจ้าถอยไป ข้าอยากฟังสิ่งที่เสี่ยวเมิ่งพูด”
หวังเฟิ่งโกรธมากจนแทบอาเจียนเป็นเลือด แต่นางก็ยังคงปิดปากลงด้วยสีหน้าเศร้าใจ
“ท่านปู่ซุน” เมิ่งฉีฮ่วนยังคงเคารพปู่หัวหน้าหมู่บ้าน ดังนั้นเขาจึงคำนับเขาก่อนแล้วจึงพูดว่า “เรื่องนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน”
“เมื่อสองสามเดือนก่อนข้ายังไม่ได้แต่งงาน แม่นางเหอฮวาเห็นว่าข้าน่าสงสาร ดังนั้นนางจึงมาช่วยเหลือครอบครัวนี้บ่อย ๆ ข้ารู้สึกขอบคุณมาก ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่ข้าแต่งงานกับเยว่หาน ข้าจึงส่งเงินสิบตำลึงเป็นพิเศษไปให้ครอบครัวของนางเป็นของขวัญขอบคุณ ข้านึกว่าเรื่องนี้จะจบลงแล้ว แต่แม่นางเหอฮวาดูเหมือนจะไม่คิดอย่างนั้น”
“ส่วนคนเหล่านี้มาจากครอบครัวของภรรยาของข้า พวกเขาบอกว่าข้าได้ทำลายความบริสุทธิ์ของน้องสะใภ้ ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้ยินว่าน้องสะใภ้ผู้นี้และแม่นางเหอฮวามาที่ทางเข้าหมู่บ้าน และต่อหน้าผู้คนมากมาย พวกนางใส่ร้ายชื่อเสียงของภรรยาข้าและพูดจาน่ารังเกียจมากมายซึ่งข้าอายเกินกว่าจะพูดซ้ำ ข้าจึงโยนนางสองคนลงแม่น้ำด้วยความโกรธ”
สิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนพูดดูเหมือนจะบอกว่าเขาผิด แต่ทุกคนที่ได้ยินต่างรู้สึกว่าเมิ่งฉีฮ่วนเป็นลูกผู้ชายจริง ๆ ถ้าคนนอกมารังแกภรรยาของเขา เขาก็จะรังแกเขากลับ ไม่มีอะไรผิดเลย!
“พี่เมิ่ง ท่านพูดเช่นนั้นได้อย่างไร!” หวังเหอฮวามองไปที่เมิ่งฉีฮ่วนด้วยน้ำตาคลอเบ้า “ความจริงใจของข้าที่มีต่อท่านนั้นอาทิตย์และจันทราเป็นพยานได้! ท่านพูดถึงข้าเช่นนั้นได้อย่างไร!”
“แม่นางเหอฮวา ครั้งสุดท้ายที่เจ้าใส่ร้ายเยว่หาน และต้องการทำให้หลิงซีจมน้ำตาย ข้าคิดว่าข้าบอกเจ้าชัดแล้ว ซึ่งข้าไม่ได้บอกหัวหน้าหมู่บ้านเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะไว้หน้าของเจ้า มิฉะนั้น น่ากลัวว่าทั้งหมู่บ้านไป๋อวิ๋นจะรู้เรื่องที่เจ้าทำต่อหน้าข้าในวันนั้นไปแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของหวังเหอฮวาก็ซีดลง
หลิวโหย่วฉายและภรรยาของเขาก็ดูอยู่เช่นกัน ซึ่งสะใภ้หลิวพูดเสียงดังทันทีว่า “ใช่! เมื่อเรามาถึงห้องโถงหน้าบ้านเมิ่งในวันนั้น มิใช่แม่นางเหอฮวากำลังติดกระดุมเสื้อกลับต่อหน้าเราหรือ? แม่นางเหอฮวา เจ้าคงไม่ได้เปลื้องผ้าให้พี่เมิ่งดูใช่หรือไม่?”
[1] 祖安 จู่อัน (Zaun) ชื่อเมืองในเกม “League of Legends” ซึ่งมีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมเคมีและการเล่นแร่แปรธาตุใน Valoran