ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - ตอนที่ 468 อับอายขายหน้า
ตอนที่ 468 อับอายขายหน้า
มุมปากของคุณชายฉินยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินต่อไป
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ขึ้นรถม้าและเริ่มเคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับเสียงกระดิ่งสีเงินดังกังวานตลอดทาง
จางอวี่หมินยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำ
วันนี้นางไม่เพียงแต่ผิดหวังต่อความคิดของคุณชายฉินที่มีต่อตนเองเท่านั้น แต่นางยังรู้สึกโกรธด้วย ไม่สิ นางรู้สึกหึงหวง
คราวนี้คุณชายฉินมาหาจางซิ่วเอ๋อ นางคิดว่าคุณชายฉินคงจะเกลียดชังจางซิ่วเอ๋อหลังจากได้ยินเรื่องเหล่านั้น แต่ใครจะทราบได้ว่าคุณชายฉินไม่เพียงแต่จะไม่เกลียดจางซิ่วเอ๋อ แต่ยังมองจางซิ่วเอ๋อแตกต่างไปจากเดิมอีกด้วย
นางไม่ทราบว่าจางซิ่วเอ๋อใช้เวทมนตร์แบบใด!
คงจะดีกว่านี้หากนางถูกเปรียบเทียบกับผู้อื่น แต่หากต้องเปรียบเทียบกับจางซิ่วเอ๋อที่นางไม่ได้ชื่นชอบ! นางก็ไม่คิดยินยอม!
ในเวลานี้ จางอวี่หมินรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ขณะที่คนรอบข้างของเขามองไปที่จางอวี่หมิน พวกเขาก็ยังส่งสายตาแห่งความอิจฉาไปให้จางซิ่วเอ๋อด้วยเช่นกัน
“คุณชายฉินมาพบจางซิ่วเอ๋อ เช่นนี้เขาย่อมมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับจางซิ่วเอ๋อแน่”
“ข้าคิดว่าคุณชายฉินผู้นี้ไม่คิดดูถูกจางอวี่หมิน แต่เพราะเขาชอบจางซิ่วเอ๋อมากกว่า เขาถึงกับนำกล่องของขวัญมาให้ ต่อให้มองอย่างไรก็ไม่ทราบว่าสิ่งใดอยู่ข้างใน แต่อย่างไรมันก็คือกล่อง แน่นอนว่าราคาของมันย่อมไม่ธรรมดา”
“นี่ เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น แค่คุณชายฉินดีดเศษขยะออกมาจากตัวของเขา แค่นั้นก็มีค่าตั้งมากมายเท่าไหร่!”
“ใช่แล้ว ใช่ จางซิ่วเอ๋อมีความสามารถจริง ๆ”
โทสะของจางอวี่หมินยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลานี้ นางไม่สามารถจะอดกลั้นมันได้อีกต่อไป นางมองจางซิ่วเอ๋อด้วยความโกรธก่อนจะตะโกนเสียงดัง “นังจางซิ่วเอ๋อ เจ้ากล่าวเรื่องไม่ดีของข้าให้คุณชายฉินฟังหรือไร?”
“ข้าว่าแล้ว นังแพศยา เจ้าคงใช้วิธีน่ารังเกียจเพื่อหลอกล่อคุณชายฉิน!” จางอวี่หมินตะโกน
ในเวลานี้จางซิ่วเอ๋ออยากจะเคาะศีรษะจางอวี่หมินดูจริง ๆ ว่าด้านในมีอะไรอยู่หรือไม่
คนผู้นี้โง่เขลานัก โง่อย่างแท้จริง และยังโง่ที่หลอกตนเอง
“ท่านอาเล็ก ท่านไร้ยางอายที่ไปเกลี้ยกล่อมคุณชายฉิน และตอนนี้ท่านกำลังอับอายจึงกล่าวโทษข้า! หากท่านไม่ละอาย ข้าก็อับอายแทนแล้ว!” จางซิ่วเอ๋อกล่าวอย่างเย็นชา
จางอวี่หมินทั้งอับอายและโกรธจัด “นังซิ่วเอ๋อ นังสารเลว!”
เมื่อกล่าวเช่นนั้น จางอวี่หมินพุ่งตัวไปด้านหน้า ดูเหมือนนางต้องการจะกระชากศีรษะของจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อมองจางอวี่หมินด้วยสายตาเย็นชา “ท่านอาเล็ก ท่านกำลังคิดต่อสู้กับข้างั้นหรือ?”
จางอวี่หมินตกตะลึงไปชั่วขณะ มือที่เคลื่อนไหวหยุดชะงักลงเล็กน้อย
ทันใดนั้นนางจึงพบว่าตนเองไม่สามารถทะเลาะกับจางซิ่วเอ๋อได้ การเคลื่อนไหวของนางไม่อาจต่อสู้กับจางซิ่วเอ๋อได้…
“ท่านอาเล็ก! ท่านไม่ต้องกังวล! ข้าจะช่วยท่านเอง!” จางเป่าเกินกล่าวเสียงดังก่อนจะเดินกะเผลกออกมา
“จางซิ่วเอ๋อ เจ้าคิดทำอะไรท่านอาเล็กของข้า? ขอโทษท่านอาเดี๋ยวนี้! มิฉะนั้นข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปโดยง่าย!” จางเป่าเกินกล่าวด้วยน้ำเสียงดุร้าย
จางซิ่วเอ๋อเหลือบมองเขาโดยไม่พูดอะไร นางเหลือบตามองขาของจางเป่าเกินอย่างจงใจ
คนอื่น ๆ ย่อมไม่สนใจว่าดวงตาของจางซิ่วเอ๋อจะมองสิ่งใด แต่หัวใจของจางเป่าเกินอ่อนไหวยิ่ง แม้จางซิ่วเอ๋อจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่จางเป่าเกินก็รับรู้ถึงรังสีเย้ยหยันของจางซิ่วเอ๋อได้
ขณะนี้ เขาเดินกะเผลกไปด้านหน้า ก่อนจะเหยียดแขนออกไปผลักร่างของจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อไม่ได้หลบ นางล้มลงไปด้านหลังอย่างจงใจ ก่อนจะมองจางเป่าเกินด้วยดวงตาแดงก่ำ “พี่ชาย เรามีเรื่องบาดหมางต่อกันงั้นหรือ? เหตุใดจึงทำกับข้าเช่นนี้?”
เมื่อจางเป่าเกินเห็นจางซิ่วเอ๋อแสดงออกเช่นนี้ เขาก็คิดว่าจางซิ่วเอ๋อหวาดกลัวจึงรู้สึกภูมิใจขึ้นมา
ฮึ่ม อย่างไรก็ตามนางก็ยังคงเป็นสตรีคนหนึ่ง และนางยังหวาดกลัวเมื่อเขากระทำเช่นนี้
เมื่อคิดเช่นนี้ จางเป่าเกินเยาะเย้ยและกล่าวต่อ “จางซิ่วเอ๋อ ต้องขอโทษด้วย ให้ท่านย่ากับท่านอาเล็กอยู่กับเจ้าแล้วกัน ขอให้เจ้าโชคดี แล้วหลังจากนี้ข้าจะไม่สนใจเจ้าอีกต่อไป!”
เพียงแค่รอให้แม่เฒ่าจางและจางอวี่หมินมาอยู่ที่นี่ แล้วเขาก็จะได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง
“ใช่! เจ้าต้องให้ข้าย้ายเข้ามาอยู่! ไม่อย่างนั้นเรื่องไม่จบแน่!” แม่เฒ่าจางกล่าวสนับสนุนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
จางซิ่วเอ๋อกล่าวอย่างขุ่นเคือง “ข้าสร้างบ้านหลังนี้มาอย่างยากลำบาก มันยากสำหรับแม่ม่ายตัวน้อยเช่นข้า แล้วเหตุใดจึงไม่คิดปล่อยข้าไปเสียที? พวกท่านคิดจะฆ่าข้าให้ตายเลยหรือไร?”
จางซิ่วเอ๋อมองบ้านของตนเองทั้งน้ำตา ก่อนจะกล่าวต่อ “หากท่านต้องการบ้านหลังนี้จริง ๆ ข้าจะทุบตีตนเองให้ตายอยู่ที่นี่! เพื่อเป็นอนุสรณ์ความรักของท่านย่า!”
ดวงตาของแม่เฒ่าจางแปรเปลี่ยนไป คราวแรกนางอับอายเกินกว่าจะพูดว่านางต้องการบ้านของจางซิ่วเอ๋อ นางจึงทำได้เพียงแค่บอกว่าต้องการมาอาศัยอยู่ด้วยบ้างเป็นครั้งคราว
แต่ในเวลานี้จางซิ่วเอ๋อบอกว่ากำลังจะฆ่าตัวตาย…
หากจางซิ่วเอ๋อฆ่าตัวตาย บ้านหลังนี้จะเป็นของนาง
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว แม่เฒ่าจางรีบกล่าวคำอย่างโหดเหี้ยม “เช่นนั้นก็จงรีบตายไปซะ!”
แม่เฒ่าจางรู้สึกว่าจางซิ่วเอ๋ออาจจะต้องการฆ่าตัวตาย เพราะอย่างไรแล้วจางซิ่วเอ๋อเคยกระทำเช่นนั้นมาก่อน
จางซิ่วเอ๋อพร้อมกับน้ำตานองท่วมหน้ากำลังจะเอาศีรษะโขกกำแพง…
ในเวลานี้เอง ทุกคนพลันตื่นตระหนกเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า
เดิมทีพวกเขาต้องการรับชมความสนุกมากกว่านี้
เพราะท้ายที่สุดแล้ว จางซิ่วเอ๋อมีบ้านและมีคนจำนวนมากล้วนอิจฉาริษยา
ทว่าในเวลานี้ ชาวบ้านทั้งหมดเคลื่อนไหวทันที หากจางซิ่วเอ๋อตายตกไปจริง ๆ พวกเขาคงไม่มีทางได้กินอาหารดั่งเช่นมื้อนี้แน่
แม้จางซิ่วเอ๋อจะตาย แต่บ้านก็ไม่อาจเป็นของผู้อื่นได้ มันจะตกเป็นของหญิงชราแห่งตระกูลจางอย่างเปล่าประโยชน์
ท้ายที่สุดแล้วทุกคนเพียงแค่อิจฉาจางซิ่วเอ๋อ แต่พวกเขาไม่ได้เกลียดชังจางซิ่วเอ๋อ
คนที่พวกเขาเกลียดชังคือแม่เฒ่าจาง
นอกจากนี้จางซิ่วเอ๋อยังน่าสงสารจริง ๆ ครอบครัวของจางซิ่วเอ๋อไร้เหตุผล และยังหาเหตุผลมาหว่านล้อมราวกับว่าพวกเขาต้องการมาอาศัยอยู่ด้วยแค่สองสามวันจริง ๆ แต่ในความจริงแล้วพวกเขาต้องการครอบครองบ้านของจางซิ่วเอ๋อแทน
มิฉะนั้นจางซิ่วเอ๋อจะต้องมาฆ่าตัวตายอย่างโหดร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร!
เมื่อคิดเช่นนี้ ทุกคนเริ่มพูดคุยกัน
แม่เฒ่าหลิวกล่าวขึ้นเป็นคนแรก “เจ้ากำลังบีบบังคับให้ซิ่วเอ๋อตาย! เจ้าเห็นนางเป็นตัวอะไรกัน?”
“นางเป็นอีตัว! นางสมควรตาย!” จางอวี่หมินตะโกน
มีคนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “สิ่งที่เจ้าพูดนั้นหยาบคาย แม้ชื่อเสียงของหญิงม่ายผู้นี้จะมากมาย แต่จางซิ่วเอ๋อทำอะไรผิด พวกเจ้ายังมีสติอยู่หรือไม่? ผู้ชายคนใดกันที่คบกับนาง?”
อย่าพูดว่าตอนนี้มันไม่มี แม้ว่าตอนนี้นางจะคบหากับผู้ใดอยู่จริง แต่ย่อมไม่มีใครหยิบยกมากล่าวในเวลาเช่นนี้
“ท่านอาเล็ก ท่านชื่นชอบคุณชายฉิน แต่คุณชายฉินเป็นสหายของพี่สาวข้า หากท่านไม่คิดยอมรับก็คงไม่อาจมีความสุขได้! หยุดใส่ร้ายพี่สาวข้า!” จางชุนเถาลุกขึ้นพูด
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ จางชุนเถาหยุดเล็กน้อย “ทุกคนต่างคิดว่าคุณชายฉินเกี่ยวข้องเป็นญาติข้า นั่นเพราะท่านอาเล็กบอกเช่นนั้น…แต่แท้จริงแล้ว… คุณชายฉินหาได้เกี่ยวข้องใดกับตระกูลจางของเราไม่!”
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
รอดูยำใหญ่จากซิ่วเอ๋อนะคะ ท่าจะเผ็ดน่าดู คงเผ็ดจนคนตระกูลจางไม่มีหน้าจะอยู่เลยค่ะ
ไหหม่า(海馬)