ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 115 โรงงานสิ่งทอซีเหอวาน
บทที่ 115 โรงงานสิ่งทอซีเหอวาน
แม้ในศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปพอสมควร ทว่าสิ่งทอก็ยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก
ยิ่งมีคนมากเท่าไร จินเฟิงก็จะทำเงินได้เร็วเท่านั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องปฏิเสธข้อเสนอของชายชราตรงหน้า
“ข้า จินเฟิง รักษาคำพูดของตัวเอง พี่น้องทั้งหลายได้ทำสิ่งที่พวกเขาสัญญาแล้ว ข้าก็จะทำตามสัญญาที่เคยเอ่ยเอาไว้เช่นเดียวกัน”
จินเฟิงหันกลับไปและชี้ไปยังโรงงานสิ่งทอที่อยู่ข้างหลัง “รอให้โรงงานที่นี่พร้อม ท่านก็สามารถส่งสตรีหลายสิบชีวิตมาลองทำงานก่อนได้”
โรงงานสิ่งทอที่สร้างขึ้นใหม่สามารถรองรับไนปั่นด้ายได้หลายร้อยตัว หากทำงานสองกะทั้งกลางวันและกลางคืนก็จะสามารถรองรับสตรีจากหมู่บ้านซีเหอวานและกวานเจียวานได้
เพียงแต่ความเร็วของช่างไม้อาจจะยังไม่มากนัก คงต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะสร้างไนปั่นด้ายให้เพียงพอกับความต้องการได้
“ข้าขอบคุณลูกเขยมาก” ชายชรารู้สึกโล่งใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้ยินจินเฟิงพูดแบบนี้ “ลูกเขย เจ้าไม่ต้องกังวล ไว้กลับไปข้าจะจัดการกับจู้จือที่กล้ามาก่อความวุ่นวายที่นี่ ข้าผู้นี้จะตีขาเขาให้หัก”
“ไม่ต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือหรอก แค่บอกเขาว่าอย่ามาสร้างปัญหาที่โรงงานนี้อีกก็พอ”
จินเฟิงไม่สนใจว่ากวานจู้จือจะเป็นหรือตาย เพราะเขาไม่เคยไว้วางใจชายผู้นี้อยู่แล้ว แต่จินเฟิงรู้ดีว่ากวานเสี่ยวโหรวยังคงห่วงใยครอบครัวมารดา
หากหัวหน้าตระกูลจัดการกับกวานจู้จือจริง ๆ กวานเสี่ยวโหรวจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน
กวานเสี่ยวโหรวเป็นภรรยาของเขาและหากอารมณ์ความรู้สึกของนางแปรปรวนก็จะส่งผลกระทบต่อตัวเขาเองเช่นกัน
ตอนนี้ชายหนุ่มยุ่งจนไม่มีเวลานอนด้วยซ้ำ เขาไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มเพียงเพราะชายที่ไม่มีความสำคัญอย่างกวานจู้จือ
หลังจากหัวหน้าตระกูลได้รับการยืนยันจากจินเฟิงแล้ว เขาก็กลับออกไปด้วยความสบายใจ
“สามี ข้าขอโทษนะที่พี่ชายข้าทำให้เจ้าลำบาก”
ทันทีที่หัวหน้าตระกูลจากไป กวานเสี่ยวโหรวก็เข้ามาเอ่ยกับจินเฟิง ดวงตาของนางแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่านางเพิ่งผ่านการร้องไห้มา
“ข้าไม่ได้ลำบากอะไรหรอก เอาล่ะ เจ้าไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ”
ว่าจบจินเฟิงก็ปิดประตูและกอดเสี่ยวโหรวไว้ในอ้อมแขนพร้อมซับน้ำตาให้นางเบา ๆ
กวานเสี่ยวโหรวก็ไม่พอใจกับการกระทำของกวานจู้จือ นางพูดอย่างขุ่นเคืองว่า “ในอนาคตข้าจะไม่ส่งของไปให้พวกเขาอีก มาดูกันว่าเขาจะลำพองอยู่อีกหรือไม่!”
“พวกเราเพิกเฉยต่อพี่ชายของเจ้าได้ แต่ไม่สามารถเพิกเฉยต่อท่านแม่ของเจ้าได้ใช่หรือไม่?”
จินเฟิงลูบผมของกวานเสี่ยวโหรวเบา ๆ “มันไม่ง่ายเลยที่ท่านแม่จะเลี้ยงเจ้ามาจนเติบใหญ่ การที่เราตอบแทนท่านเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว แค่อย่าปล่อยให้พี่ชายของเจ้ามายุ่มย่ามที่โรงงานสิ่งทอนี้อีกก็เป็นพอ เจ้าก็รู้ว่าไนปั่นด้ายมีความสำคัญต่อเรามาก เขาไม่ควรเข้ามายุ่งกับไนปั่นด้าย ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ควรเข้ามาคุกคามถังตงตง”
ทว่าพี่น้องร่วมสายเลือด อย่างไรเสียก็ตัดกันไม่ขาด
จินเฟิงไม่ได้ติดขัดอะไรที่เสี่ยวโหรวจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวของนาง อย่างไรเสียมันก็ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่มากนัก เขาหวังแค่ว่าอีกฝ่ายจะไม่สร้างปัญหาให้ก็เท่านั้น
“สามี เจ้าใจดีกับข้ามากจริง ๆ”
กวานเสี่ยวโหรวฝังศีรษะของนางไว้ในอ้อมแขนของจินเฟิงอย่างเชื่อฟัง
หญิงผู้นี้นับวันเริ่มติดคนรักและแสดงออกถึงความต้องการของตนมากขึ้นเรื่อย ๆ
จินเฟิงลูบหลังนาง “ทำกับข้าวเสร็จแล้วหรือ? ข้ายุ่งอยู่ในโรงงานตลอดทั้งเช้า ตอนนี้หิวมาก”
“ทำเสร็จแล้ว เดี๋ยวข้าไปยกมาให้เจ้านะ!”
กวานเสี่ยวโหรวผละออกจากสามีอย่างไม่เต็มใจนัก จากนั้นนางก็ไปยกกับข้าวมาให้จินเฟิง
ในสำรับมีข้าวสวย ไก่ฟ้าตุ๋น และเครื่องเคียงอีกเล็กน้อย
“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องหาเวลาทำกระทะอีกสักใบ”
จินเฟิงลอบถอนหายใจเบา ๆ จากนั้นก็เทน้ำซุปไก่ลงบนข้าว
วิธีการปรุงอาหารของต้าคังนั้นล้าหลังพอ ๆ กับการถลุงเหล็ก ในยุคนี้ไม่มีกระทะที่หลากหลายเหมือนยุคปัจจุบัน มีเพียงหม้อแบบต่าง ๆ ที่ไว้ใช้สำหรับการตุ๋นเท่านั้น
รุ่นเหนียงใส่ใจการปรุงอาหารให้จินเฟิงเป็นอย่างมาก นางใช้เวลาเคี่ยวหลายชั่วยาม ในแต่ละครั้งจะไม่ได้ปรุงรสมากจนเกินไปนัก อย่างไก่ตุ๋นนี้นางก็ตุ๋นออกมาได้หอมและเข้มข้นมาก รสชาติไม่เลวทีเดียว
แต่เมื่อกินอะไรซ้ำ ๆ ก็อาจจะรู้สึกเบื่อเป็นธรรมดา โดยเฉพาะกับคนอย่างจินเฟิง ถึงแม้ว่าเขาจะได้ลิ้มรสอาหารอร่อย ๆ ทุกวัน แต่การที่ต้องกินซุปเป็นประจำทำเอาชายหนุ่มเริ่มจะเอียนกับมันแล้ว เขาอยากจะสร้างกระทะขึ้น
การทำหม้อหรือกระทะเหล็กนั้นเป็นงานฝีมือ ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แต่ในตอนนี้จินเฟิงยุ่งมากเกินไปจึงไม่มีเวลาทำมันขึ้นมา
ปัญหาที่กวานจู้จือสร้างเอาไว้เป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะคนในกวานเจียวานยังคงทำงานหนักขึ้น และในพื้นที่การก่อสร้างก็เหมือนเดิมในทุก ๆ วัน
ตามความคิดของจินเฟิง คนจากกวานเจียวานก็ถือว่าเป็นคนงานของเขาเช่นกัน เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของทั้งสองหมู่บ้านให้ได้มากที่สุด เขาจงใจจัดกลุ่มให้คนทั้งสองหมู่บ้านได้รู้จักและทำงานร่วมกัน
ความขัดแย้งที่สะสมมาตั้งแต่อดีตระหว่างสองหมู่บ้าน ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้พวกเขาต่างก็ได้รับผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม หัวหน้าหมู่บ้านทั้งสองก็คอยย้ำอยู่เสมอว่าไม่ควรสร้างปัญหาให้กัน ตอนแรกบุรุษจากทั้งสองหมู่บ้านก็อึดอัดใจ แต่นานวันไปพวกเขาก็เริ่มร่วมมือกันทำงานเป็นอย่างดี และทักษะต่าง ๆ ก็พัฒนาเพิ่มขึ้นด้วย
จินเฟิง หม่านชาง และถังตงตงเริ่มทำงานร่วมกันและสร้างไนปั่นด้ายมากกว่าร้อยตัวอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้มีไนปั่นด้ายตั้งอยู่เต็มห้องขนาดใหญ่สองห้อง
และโรงงานสิ่งทอก็ได้ย้ายอย่างเป็นทางการ จากลานบ้านเล็ก ๆ ของจินเฟิงไปยังโรงงานแห่งใหม่
หากนำไนปั่นด้ายไปไว้ในโรงงานแห่งใหม่จนเต็มพื้นที่ คงไม่เหมาะที่จะเรียกว่าโรงงานด้วยปากเปล่าอีกต่อไป จินเฟิงจึงติดป้ายไว้ที่ประตูโรงงานและใช้พู่กันเขียนว่า ‘โรงงานสิ่งทอซีเหอวาน’
“คนในหมู่บ้านก็ไม่ได้รู้หนังสือเสียหน่อย เหตุใดต้องติดป้ายด้วยเล่า?”
ถังตงตงถามอย่างสงสัย
จินเฟิงได้แต่ยิ้มออกมาแต่ไม่ได้ตอบอะไร
ป้ายแขวนนี่ก็เหมือนกับการที่เหล่าทหารผ่านศึกนับ ‘หนึ่ง สอง! หนึ่ง สอง!’ ในระยะสั้น ๆ อาจไม่เกิดผลอะไร แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปมันจะสามารถเพิ่มความรู้สึกของการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้
ไนปั่นด้ายมากมายนี้ต่อให้จ้างสตรีในซีเหอวานทุกคนมาทำงานก็ยังพอมีตัวที่ว่างอยู่ จินเฟิงจึงทำตามสัญญาและเรียกหัวหน้าหมู่บ้านกวานเจียวานเข้าพบ
“ลูกเขย เจ้าเรียกหาข้ามีเรื่องอะไรหรือ?”
หัวหน้าตระกูลมองจินเฟิงอย่างคาดหวัง
แม้ว่าเขาจะดูแลงานในสถานที่ก่อสร้าง แต่เขาก็ยังให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงงานสิ่งทอ
หลังจากย้ายโรงงานมาที่นี่ เขาก็เฝ้ารอให้จินเฟิงมาหาทุกวัน
“ซานเหยียเหยี่ย ตอนนี้ข้าได้ย้ายโรงงานสิ่งทอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะต้องทำตามสัญญา”
จินเฟิงรินน้ำที่ผ่านการต้มสุกให้กับหัวหน้าตระกูลพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ซานเหยียเหยี่ย วันนี้ท่านกลับไปเลือกสตรีที่กวานเจียวานมาสักห้าสิบคน แล้วพรุ่งนี้ให้พวกนางมาเริ่มงานได้”
“ห้าสิบคนหรือ?”
หัวหน้าตระกูลมีสีหน้าผิดหวัง
กวานเจียวานมีประชากรมากกว่าซีเหอวาน และมีสตรีหลายร้อยคนที่สามารถทำงานได้ ทว่าตอนนี้จินเฟิงต้องการเพียงห้าสิบคนเท่านั้น คนที่เหลือก็คงต้องทนลำบากต่อไป
“ซานเหยียเหยี่ยไม่ต้องกังวล ห้าสิบคนที่ข้าว่าเป็นเพียงกลุ่มแรกเท่านั้น”
จินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้ายังสร้างไนปั่นด้ายเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ ในอนาคตข้าจะรับสมัครคนงานเพิ่มอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่คนงานหญิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนงานชายอีกด้วย”
เมื่อได้ยินสิ่งที่จินเฟิงพูดหัวหน้าตระกูลก็โล่งใจ “ข้าเข้าใจแล้ว! เช่นนั้นวันพรุ่งนี้ข้าจะพาคนมาเริ่มงาน”
ในคืนวันนั้นหัวหน้าตระกูลได้กลับมาที่กวานเจียวานและจัดการประชุมหมู่บ้านเพื่อคัดเลือกสตรีห้าสิบคน
เพื่อแสดงความยุติธรรม เขาทำการคัดเลือกสตรีที่มีอายุระหว่างสิบหกถึงยี่สิบห้าปีก่อน เพราะอยู่ในวัยที่เหมาะสม ไม่ใช่หญิงชรา คนป่วยหรือทุพพลภาพ
ถังตงตงพอใจกับสิ่งนี้มากและจัดให้พวกนางเข้าทำงานในกะเช้า
โรงงานสิ่งทอยังไม่มีหอพัก และคนงานหญิงเหล่านี้ต้องกลับไปนอนที่กวานเจียวานทุกวัน
โชคดีที่มีบุรุษหลายสิบคนในกวานเจียวานทำงานที่ซีเหอวานเช่นกัน ดังนั้นตอนขากลับพวกเขาก็จะเดินทางกลับพร้อมกัน ทำให้จินเฟิงไม่จำเป็นต้องส่งคนไปคุ้มกัน