ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 16 ไสหัวออกไป
บทที่ 16 ไสหัวออกไป
“ไม่เพียงข้าวสวยเท่านั้น แต่ยังมีเนื้ออีกด้วย”
กวานเสี่ยวโหรวลูบศีรษะน้องสาวตัวน้อย
“ท่านพี่ ข้าเองก็อยากกินข้าวสวย”
เด็กหญิงตัวน้อยเช็ดน้ำลายที่มุมปาก “ไม่ต้องกินอิ่มก็ได้ ท่านพี่ให้ข้ากินหนึ่งคำก็พอ”
“ข้าเอาข้าวสารมาด้วย ไว้ตอนกลางวันข้าจะใช้น้ำต้มเนื้อหุงข้าวให้เจ้ากิน กินเยอะ ๆ เลยนะ”
กวานเสี่ยวโหรวรับถุงมาจากจินเฟิง “ไป เข้าไปในบ้านกัน ข้าจะหาของอร่อย ๆ ให้กิน”
ก่อนหน้านี้นางเกรงว่าจะลืมจึงนำถังหูลู่ใส่ไว้ในถุงตั้งแต่เมื่อคืนและกดไว้ล่าง ๆ
“อะไรอร่อยหรือ?”
เด็กหญิงตัวน้อยน้ำลายสอมากกว่าเดิม
“ตามข้ามาแล้วเจ้าจะรู้เอง”
จากนั้นสองพี่น้องก็พากันเดินเข้าไปในบ้านและพูดคุยกันตามประสา
จินเฟิงเคยเห็นไนปั่นด้ายแบบนี้จากหนังสือเรียนของเขาในชีวิตที่แล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มได้เห็นของจริง ในขณะที่กำลังจะเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อดูอย่างละเอียด ก็ได้ยินเสียงคนมากว่าหนึ่งคนก่นด่าขึ้นมาจากด้านหลัง
ทั้งสองคือกวานจู้จือพี่ชายของกวานเสี่ยวโหรว และเถียนซานยาพี่สะใภ้
กวานเสี่ยวโหรวอยู่ด้านหลัง นางเพิ่งจะเปิดถุงผ้าออก พอได้ยินเสียงพี่ชายและพี่สะใภ้ นางก็รีบวิ่งออกไปทันที
“นางสินค้าขาดทุน เจ้ากลับมาที่นี่ทำไม?”
เมื่อเถียนซานยาเห็นน้องสาวสามี นางก็ไม่พอใจทันที
“พี่สะใภ้ ข้ากลับมาดูท่านแม่…”
“ก็แค่คนแก่ตายยาก มีอะไรให้น่าดู?”
เถียนซานยากล่าว “ข้านึกว่าเจ้ามาขอข้าวกินเสียอีก?”
ตอนนี้ครอบครัวเจียกินอาหารเพียงวันละมื้อ ซึ่งโดยปกติแล้วจะกินตอนยามอู่ หลังจากนั้นก็จะไม่กินอะไรอีกจนกว่าจะถึงยามอู่ของวันถัดไป
เมื่อครู่นางทำงานอยู่ที่แปลง พอได้ยินว่ากวานเสี่ยวโหรวกลับมาแล้ว ความคิดแรกของนางคือ สตรีที่เป็นสินค้าขาดทุนผู้นี้กลับมาขอข้าวกิน
มันใช่เรื่องหรือ?
นางไม่มัวรีรอรีบดึงสามีวิ่งกลับบ้านโดยเร็วที่สุด
“ซานยา เสี่ยวโหรวและลูกเขยของข้ามาเยี่ยมพวกเราจริง ๆ นางไม่ได้มาขอข้าวกินอย่างที่เจ้าคิด”
กวานหลิวซื่อที่เข้าไปเอาน้ำในครัวเดินออกมาที่ห้องใหญ่ด้านหน้า “อีกทั้งพวกเขายังนำของขวัญติดมือมาด้วย”
“ในหมู่บ้านเราไม่มีใครไม่รู้ว่าสินค้าขาดทุนอย่างเสี่ยวโหรวได้แต่งงานกับบัณฑิตไม่ได้ความที่ไร้ประโยชน์ที่สุดในซีเหอวาน พวกเขาจะนำของขวัญอะไรมาได้? อย่างมากที่สุดก็คงจะนำผักป่ามาหนึ่งกำมือ!”
ยิ่งเถียนซานยาพูดมากเท่าไร ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่านางใจร้ายมากเท่านั้น “บัณฑิตนั้นเจ้าเล่ห์แพรวพราว พวกเขาต้องนำผักป่ามาแลกกับธัญพืชเป็นแน่!”
“พี่สะใภ้ ท่านทุบตีหรือดุด่าข้าได้ แต่ห้ามมาว่าสามีข้าเช่นนี้!”
กวานเสี่ยวโหรวถูกพี่สะใภ้รังแกมาถึงสองปี นางมีปมในใจอยู่แล้ว เมื่อได้ยินพี่สะใภ้พูดจาไม่ดีเกี่ยวกับจินเฟิง นางจึงรวบรวมความกล้าที่จะต่อสู้
“ข้าว่าเขาแล้วมันยังไงหรือ? ถ้าเจ้าทนฟังไม่ได้ก็ไสหัวออกไป!”
เถียนซานยาเห็นจินเฟิง “เจ้าสินะที่ถือตนเป็นบัณฑิต? ในเมื่อเจ้าเลือกสินค้าขาดทุนอย่างนางแล้ว ก็อย่ามาคิดเสียใจทีหลังดีกว่า อย่าคิดที่จะมาหาผลประโยชน์จากครอบครัวของเราเชียว รีบพาตัวนางกลับไปที่ซีเหอวานซะ อย่ารอให้พี่น้องของข้ามาไล่ เพราะแบบนั้นคงจบไม่ดีแน่!”
“หุบปากของเจ้าซะ ซานยา!”
เมื่อกวานหลิวซื่อเห็นจินเฟิงเริ่มขมวดคิ้ว นางก็รีบขยิบตาให้กับบุตรชาย “จู้จือ ดูแลภรรยาของเจ้าด้วย!”
น่าเสียดายที่บุตรชายของนางก็มีความคิดแบบเดียวกันกับภรรยาของเขาและไม่สนใจคำเตือนจากมารดาเลย
“ท่านแก่จนสมองเลอะเลือนไปแล้วหรือ สินค้าขาดทุนนางนี้ไม่ได้เป็นของครอบครัวกวานอีกต่อไป ท่านยังจะปกป้องนางอยู่อีก!”
เถียนซานยายกมือเท้าเอวแล้วพูดอย่างไม่พอใจ “ข้าต้องโชคร้ายไปชั่วชีวิต เพราะมาแต่งงานเข้าครอบครัวนี้ ไม่มีใครได้เรื่องสักคน ไม่ใช่ดาวหายนะก็อายุสั้น… อายุสั้น เจ้ามองอะไร ข้าว่าเจ้านั่นแหละ!”
นางด่ากราดไปทั่วอย่างไม่มีเหตุผล กวานเสี่ยวเอ๋อย่อตัวลงที่มุมกำแพงด้วยความกลัว นางกลัวจนไม่สามารถเงยหน้าได้เมื่อโดนเถียนซานยาดุด่า
ตอนแรกนางแค่ตัวสั่นเพียงเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นมันก็เริ่มรุงแรงขึ้น มือเท้าของเด็กผู้หญิงตัวเล็กเริ่มเกร็ง!
“เสี่ยวเอ๋อ!”
กวานเสี่ยวโหรวรีบโผเข้ากอดน้องสาวเอาไว้ด้วยความลนลาน เพราะนางไม่รู้จะทำอย่างไร
“ข้าบอกแล้วว่าเจ้ามันดาวหายนะ เพียงแค่ย่างเข้ามาในบ้านก็พาลให้คนอายุสั้นอาการกำเริบ!”
ในขณะที่เถียนซานยาดุด่า นางก็เริ่มใส่อารมณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ
จากนั้นเพื่อนบ้านก็รีบมามุงพร้อมกับชี้ไปที่กวานเสี่ยวโหรว
“สามี!”
กวานเสี่ยวโหรวไม่สนว่าใครจะมาชี้หน้าตำหนิ นางเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองที่พึ่งเดียวเพื่อขอความช่วยเหลือ
จินเฟิงเดินเข้าไปใกล้ ๆ พร้อมกับก้มศีรษะลงมองเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ
อีกฝ่ายมีอาการตาเหลือกค้าง ชักเกร็งกระตุกทั่วร่าง น้ำลายฟูมปาก นี่มันอาการของโรคลมบ้าหมู…
และเมื่อนึกไปถึงความหิวโหยของกวานเสี่ยวเอ๋อ บัณฑิตหนุ่มก็เดาได้ทันทีว่านางน่าจะมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
เขารีบวิ่งเข้าไปหลังบ้าน แล้วคว้าเอาน้ำตาลทรายบดละเอียดออกมาจากถุงผ้าหนึ่งกำมือ ชายหนุ่มนำไปละลายน้ำแล้วกรอกใส่ปากกวานเสี่ยวเอ๋ออย่างระมัดระวัง
ทุกคนไม่รู้ว่าจินเฟิงกำลังทำสิ่งใด แม้แต่เถียนซานยาก็ยังนิ่งเงียบและยืนดูอย่างอยากรู้อยากเห็น
ไม่นานหลังจากกรอกน้ำเชื่อมเข้าปาก เด็กหญิงตัวน้อยก็ค่อย ๆ ฟื้น
“ไอหยา ฟื้นแล้วฟื้นแล้ว!”
“ไหนว่ากวานเสี่ยวโหรวแต่งงานกับบัณฑิตไร้ความสามารถไม่ใช่หรือ เหตุใดกลายเป็นหมอไปได้?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?”
จากนั้นเพื่อนบ้านที่อยู่โดยรอบต่างก็พึมพำด้วยความสงสัยกันไม่หยุด
“ลูกเขยของข้าไม่เพียงแต่เป็นหมอเท่านั้น แต่เขายังเป็นวีรบุรุษปราบเสืออีกด้วย!”
เมื่อเห็นว่าบุตรสาวคนเล็กของนางไม่เป็นอะไรแล้ว กวานหลิวซื่อก็เอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “เสือที่อยู่ด้านหลังเขาตัวนั้น เสือที่ทำพวกเจ้าตกใจกลัวจนฉี่รดกางเกง ถูกลูกเขยของข้าฆ่าตายไปแล้ว!”
“พี่สะใภ้สาม เจ้าจะคุยโวอะไรก็ให้มันพอประมาณเถิด เสือตัวใหญ่ยาวขนาดนั้น บุรุษกว่าสามสิบชีวิตในหมู่บ้านของเรายังจัดการไม่ได้ นับประสาอะไรกับลูกเขยของเจ้า ถูกเสือตะปบหนเดียวก็แย่แล้ว!”
ทันใดนั้น เพื่อนบ้านที่เคยเห็นเสือก็ปฏิเสธไม่เชื่อคำพูดของกวานหลิวซื่อ
“ข้าไม่ได้พูดเกินจริง”
หัวหน้าหมู่บ้านกวานเจียวานผลักฝูงชนออกและเดินแทรกเข้าไป “เมื่อเช้าข้าเข้าไปที่แปลงเพื่อดูพืชผลทางเกษตร และได้พบกับหลิวชิ่งเหยวียน เขาได้เล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟังแล้ว สามีของกวานเสี่ยวโหรวเป็นคนปราบเสือแต่เพียงผู้เดียวจริง ๆ”
“หัวหน้าหมู่บ้าน คนรูปร่างผอมบางอย่างเขาจะจัดการเสือตัวใหญ่เพียงลำพังได้อย่างไร?”
เพื่อนบ้านหลายคนไม่เชื่อคำบอกเล่า
“หลิวชิ่งเหยวียนเล่าว่าทักษะการยิงธนูของจินเฟิงนั้นเป็นเลิศ เขายิงเสือตายด้วยลูกธนูเพียงสามดอกเท่านั้น และชาวบ้านในซีเหอวานกว่าครึ่งก็เห็นมันกับตา!”
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวต่อ “พวกเจ้าควรขอบคุณเขาด้วยซ้ำ ถ้าเขาไม่ฆ่าเสือตัวนั้น คงไม่มีใครกล้าเข้าไปเก็บผักป่าบนภูเขาและไม่รู้ว่าปีนี้จะต้องมีคนตายเพราะเสืออีกกี่ชีวิต!”
พูดจบ เขาก็โค้งคำนับให้จินเฟิง “ขอบคุณในความกล้าหาญของเจ้า”
“ขอบคุณในความกล้าหาญ!”
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านเป็นผู้นำ ชาวบ้านคนอื่น ๆ ก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามเท่านั้น
นี่คือการทำความเคารพวีรบุรุษปราบเสือ
“ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก ขอแค่พวกท่านไม่ขับไล่ข้ากับเสี่ยวโหรวออกไปก็พอแล้ว”
จินเฟิงโกรธมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ชายหนุ่มพลิกถุงผ้าหาถังหูลู่ให้กวานเสี่ยวเอ๋อโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
“อ่า เมื่อครู่สิ่งที่สินค้าขาด… กวานเสี่ยวโหรวสะพายมาคือของขวัญจริง ๆ หรือ!”
“ครอบครัวเหล่าซานช่างโชคดีเสียจริงที่ได้วีรบุรุษปราบเสือมาเป็นลูกเขย!”
“ซานยาเจ้านี่จริง ๆ เลย น้องเขยดีเช่นนี้ยังกล้าขับไล่อีกหรือ!”
“คนในครอบครัวของเหล่าเถียนชอบดูแคลนผู้อื่นและจองหอง ตอนนี้คงรู้สึกโง่เขลาไม่น้อย!”
เพื่อนบ้านต่างก็มองไปยังของขวัญที่นำออกมาจากถุงทั้งหมด ท่าทีของพวกเขาจึงเปลี่ยนไปราวกับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ
เถียนซานยาที่เพิ่งยืนเท้าเอวเมื่อครู่ก็หน้าถอดสีเช่นเดียวกัน
จินเฟิงหาถังหูลู่เจอแล้ว เขานำมันออกมาให้เด็กหญิงตัวเล็กทั้งถุง “เสี่ยวเอ๋อ โรคนี้ของเจ้ากินน้ำตาลเยอะขึ้นหน่อยจะเป็นผลดี เห็นพี่สาวของเจ้าบอกว่าเจ้าชอบกินถังหูลู่ใช่หรือไม่ เอ้า ลองชิมดูสิ”
“ขอบคุณพี่เขย!”
กวานเสี่ยวเอ๋อรับถังหูลู่มาและกอดเอาไว้แน่น
“จู้จือ รีบให้ภรรยาของเจ้าสำนึกผิดกับลูกเขยข้าซะ!”
อย่างไรก็ตาม กวานหลิวซื่อยังคงเป็นห่วงความรู้สึกลูกเขย นางจึงดึงชายเสื้อลูกชายเบา ๆ