ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 168 บทเรียนแรก
บทที่ 168 บทเรียนแรก
“เข้าไปด้านในเถิด”
โจวจิ่นพาหญิงสาวเข้าไปในศาลา โดยไม่ต้องรอให้จินเฟิงออกคำสั่ง และทุกคนต่างก็ยืนอยู่หลังแท่นไม้
“ตอนอยู่ที่บ้านพวกเจ้าเคยเย็บปักหรือไม่” จินเฟิงถาม
“เคย!”
บรรดาหญิงสาวต่างก็ตอบพร้อม ๆ กัน
เสื้อผ้าที่พวกนางสวมใส่อยู่ทุกวันนี้ก็ใช้งานมาหลายปีแล้ว การเย็บปะซ่อมแซมล้วนเป็นทักษะพื้นฐานที่สตรีทุกคนควรมี
“เช่นนั้นก็ดี บทเรียนแรกของพวกเราก็คือการเย็บแผล”
จินเฟิงหยิบเข็มที่โค้งงอและด้ายออกมาหลายม้วน “โจวจิ่น นำไปแจกจ่ายให้ทุกคน”
โจวจิ่นก้าวไปข้างหน้าและมอบเข็มกับด้ายให้กับทุกคน
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกนางเห็นเข็มแบบโค้งงอ พวกนางต่างก็มองมันด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“อาการบาดเจ็บที่มักเห็นได้บ่อยในสนามรบคือการบาดเจ็บจากคมดาบ หากบาดแผลเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ไม่เพียงแต่จะทำให้มีเลือดออกมากเท่านั้น แต่ยังอาจเกิดอาการอักเสบและเป็นหนองตามมา ส่งผลให้ทหารเสียชีวิตได้ในที่สุด”
จินเฟิงกล่าวว่า “โจรที่อยู่ตรงหน้าพวกเจ้าล้วนถูกฟันด้วยดาบจนตาย สิ่งที่พวกเจ้าต้องทำตอนนี้คือการเย็บบาดแผลบนร่างกายของพวกเขา”
จางเหลียงซึ่งอยู่นอกศาลาพยักหน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
ชิ่งมู่หลานก็เริ่มคิดตามเช่นกัน
หลังจากการทดสอบเมื่อคืน หญิงสาวเหล่านี้ก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก แม้ว่าบางคนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีใครส่งเสียงแย้งใด ๆ เห็นได้ชัดว่าพวกนางเริ่มเปิดใจและยอมรับได้แล้ว
สำหรับโจวจิ่น นางถูมือไปมาและกระตือรือร้นที่จะลองทำสิ่งใหม่
“การเย็บแผลต่างจากการตัดเย็บเสื้อผ้า แม้ไม่เน้นความสวยงาม แต่อย่างน้อยก็ควรจะเรียบร้อยเพื่อให้เอื้อต่อการสมานแผล”
ในขณะที่จินเฟิงพูดเขาก็หยิบเข็มโค้งขึ้นมาและเริ่มสาธิต “เหตุผลที่เข็มนี้โค้งงอก็เพื่ออำนวยความสะดวกในการเย็บปากแผล…”
การเย็บแผลนั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย แต่ด้วยจำนวนศพของโจรที่มากพอให้ฝึกฝน พวกนางจึงเข้าใจพื้นฐานของการเย็บแผลได้อย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าช่วงบ่ายของการฝึกอบรมคงไม่สามารถเทียบได้กับศัลยแพทย์ที่ร่ำเรียนมาหลายปี แต่สำหรับจินเฟิง เขาพอใจมากแล้วกับผลลัพธ์ที่ได้
อาหารต้องกินทีละคำ การเดินบนถนนก็ต้องเดินทีละก้าว
จินเฟิงไม่ได้คาดหวังว่าพวกนางจะกลายเป็นหมอทหารที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้ภายในหนึ่งถึงสองวัน ตราบใดที่พวกนางไม่หวาดกลัวศพและบาดแผลที่นองเลือด นั่นก็เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหวังของเขาแล้ว
เมื่อทหารหญิงกลับจากการฝึกในตอนเย็น บาดแผลบนศพของโจรทั้งหมดก็ถูกพวกนางเย็บไว้อย่างเรียบร้อย
“พี่เถี่ยจือ ศพพวกนี้ถูกใช้จนหมดแล้ว ข้ารบกวนพี่อีกครั้ง ช่วยนำศพเหล่านี้ไปจัดการที”
จินเฟิงกล่าวด้วยความเกรงใจ
จริง ๆ แล้ว เขาอยากจะเก็บศพเหล่านี้ไว้ให้หญิงสาวได้ศึกษาในภายหลังอีก
แต่น่าเสียดายที่ศพเริ่มมีกลิ่นแปลก ๆ ไม่สามารถเก็บมันไว้นานกว่านี้ได้แล้ว
ด้วยความรู้ทางการแพทย์และข้อจำกัดของจินเฟิง เขาไม่รู้ว่าจะรักษาสภาพศพได้อย่างไรจึงทำได้แค่ฝังมันเท่านั้น
“ท่านอาจารย์ พรุ่งนี้เราจะทดสอบอะไรดี?”
โจวจิ่นถามด้วยความกระตือรือร้น
การประเมินสองวันนี้ถือเป็นการทรมานหญิงสาวคนอื่น แต่สำหรับนางแล้ว มันเป็นความสุขอย่างหนึ่ง
นางอยากเรียนการชันสูตรมาตั้งแต่เด็ก น่าเสียดายที่บิดาของนางบอกว่างานด้านนี้สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในครอบครัว สืบทอดให้ฝ่ายชายแต่ไม่ได้ถูกส่งต่อให้ฝ่ายหญิง สิ่งที่ดีที่สุดที่นางทำได้คือการนั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ พี่ชายเพื่อดูและฟัง แต่นางไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องศพ
ในที่สุดนางก็มีโอกาสที่จะทำมันด้วยตัวเองจนได้ และนางก็กระตือรือร้นที่จะทำการประเมินทุกวัน
“ข้าทำการทดสอบเพียงแค่สองเรื่องเท่านั้น” จินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขอแสดงความยินดีกับทุกคน พวกเจ้าทุกคนผ่านแล้ว ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ทุกบ่ายให้พวกเจ้ามาที่นี่เพื่อเรียนรู้วิชา”
เมื่อได้ยินจินเฟิงพูดเช่นนี้ หญิงสาวคนอื่น ๆ ยกเว้นโจวจิ่นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ท่านอาจารย์ พวกข้าต้องมาเรียนที่นี่ในช่วงบ่าย แล้วในช่วงเช้าพวกข้าต้องทำสิ่งใดหรือ?”
หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยถาม
“ในช่วงเช้าพวกเจ้าก็ไปฝึกซ้อมกับทหารหญิงที่เหลือ”
“ท่านอาจารย์บอกว่าพวกข้าจะเป็นหมอทหารไม่จำเป็นต้องออกสู้รบกับพวกโจรอีกต่อไป เหตุใดยังต้องไปฝึกซ้อมอีก?” โจวจิ่นถาม
“นั่นมันในทางทฤษฎี แต่หากพวกเจ้าต้องติดตามไปพร้อมกับกองทัพ เรื่องความแข็งแกร่งทางกายภาพพวกเจ้าก็ไม่สามารถบกพร่องได้”
จินเฟิงกล่าวว่า “ตัวอย่างเช่น หากทุกคนกำลังเร่งเดินทัพ แต่พวกเจ้าวิ่งไม่ไหวจะทำอย่างไร พวกเจ้าจะให้คนอื่นแบกพวกเจ้าไปหรือ? อีกอย่างพวกเจ้าจำเป็นต้องแบกหามผู้บาดเจ็บ หากพวกเจ้าไร้ซึ่งความแข็งแกร่งก็คงเป็นหมอทหารไม่ได้ หากว่าในตอนท้ายสหายของพวกเจ้าจะต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ และศัตรูก็โจมตีจากทางด้านหลังเพราะต้องการฆ่าพวกเจ้า พวกเจ้าจะยอมจำนนหรือ? ดังนั้นหมอทหารจึงถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ และต้องมีการฝึกอบรมเช่นเดียวกัน”
“มีเหตุผล!”
หญิงสาวต่างก็พยักหน้าพร้อมกัน
ระหว่างทางกลับ จินเฟิงได้พบกับหลิวเถี่ยซึ่งเพิ่งกลับมาจากการไปฝังศพพวกโจร
“พี่เถี่ยจือ เร็ว ๆ นี้พี่ต้องเข้าไปในตัวอำเภอใช่หรือไม่ ช่วยซื้อเหล้ากลับมาให้ข้าสักสองสามไหเถิด”
การรักษาพยาบาลในยุคสมัยปัจจุบัน แอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ น่าเสียดายที่จินเฟิงไม่ทราบวิธีการผลิตแอลกอฮอล์ เขาทำได้เพียงใช้วิธีที่ง่ายและโง่ที่สุดในการกลั่นแอลกอฮอล์จากเหล้าขาวเท่านั้น
วิธีนี้ต้องใช้เหล้าขาวในปริมาณมาก
การบ่มเหล้าต้องใช้ธัญพืชจำนวนไม่น้อย ทุกวันนี้มีธัญพืชไม่เพียงพอให้ทุกคนกินด้วยซ้ำ แทบไม่มีใครในครอบครัวเกษตรกรยินดีนำธัญพืชเหล่านั้นมาหมักเป็นเหล้า มีเพียงในอำเภอเท่านั้นที่มีโรงขายสุรา
“จินเฟิง ข้าจำได้ว่าเจ้าไม่ดื่มสุรา เกิดอะไรขึ้น อยู่ ๆ ก็อยากหรือ?”
หลิวเถี่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“จะว่าเช่นนั้นก็ได้”
จินเฟิงไม่สามารถอธิบายเรื่องแอลกอฮอล์ให้เขาฟังจึงทำได้แค่ยอมรับเท่านั้น
“แล้วเจ้าอยากดื่มสุราจากโรงไหนเล่า? ข้าได้ยินมาว่าชีหลี่เซียงของตระกูลไป๋กับจุ้ยตงเฟิงของตระกูลหลิวต่างก็เป็นเหล้าขึ้นชื่อทั้งคู่” หลิวเถี่ยถาม
“ไม่จำเป็นต้องซื้อของดีนักหรอก เพียงแต่ว่ายิ่งแรงก็ยิ่งดี หากราคาถูกด้วยก็จะยิ่งดีเข้าไปอีก”
ชีหลี่เซียงและจุ้ยตงเฟิงแค่ฟังก็รู้แล้วว่าราคาสูง หากนำมันมาทำแอลกอฮอล์จะไม่น่าเสียดายแย่หรือ?
“ฮ่า ๆ! ใช่แล้ว สุราแรง ๆ เป็นสิ่งที่บุรุษอย่างพวกเราควรดื่ม”
หลิวเถี่ยถามด้วยรอยยิ้ม “จินเฟิง เจ้าต้องการเท่าใด?”
“ไหละสิบจิน เอามาสิบไหก่อนแล้วกัน”
จินเฟิงตอบกลับอย่างสบาย ๆ
“เท่าใด… เท่าใดนะ?”
หลิวเถี่ยคิดว่าเขาได้ยินผิดเพี้ยนไป
“สิบไห!” จินเฟิงพูดซ้ำอีกครั้ง
“ไม่สิ จินเฟิง แม้เจ้าจะต้องการดื่มแต่ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อมามากมายเช่นนี้ก็ได้ นี่ไม่ใช่ถูก ๆ”
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องสนใจ แค่ซื้อมันกลับมาให้ข้าก็พอ ส่วนเรื่องราคาเดี๋ยวข้าจะจัดการเอง”
“เอาเช่นนั้นก็ได้”
เมื่อจินเฟิงยืนยันดังนั้น หลิวเถี่ยก็ทำได้เพียงพยักหน้า
หลังจากจินเฟิงกลับไปในคืนนั้น เขาก็บอกให้รุ่นเหนียงนึ่งหมั่นโถวเพิ่ม และนำหมั่นโถวที่เหลือจากการรับประทานใส่ไว้ในตู้ พร้อมกำชับเสี่ยวเอ๋อว่าห้ามแอบกินเด็ดขาด
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา บัณฑิตหนุ่มจะไปที่ภูเขาด้านหลังทุกบ่ายเพื่อสอนวิชาแพทย์แก่หญิงสาวทั้งแปดคน
ความจริงแล้วความรู้ทางการแพทย์ของจินเฟิงก็ไม่ได้มากมายอะไร อย่างมากก็แค่สอนความรู้เรื่องการเย็บแผลและการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานให้พวกนางเท่านั้น
แม้ว่าความรู้นี้จะเรียบง่าย แต่เป็นสิ่งที่ผู้บาดเจ็บในสนามรบต้องการมากที่สุด
อย่างน้อยจินเฟิงก็ทำให้พวกนางเข้าใจว่าทำไมบาดแผลถึงอักเสบ ทำไมเมื่อมีอาการอักเสบถึงมีไข้ และสอนวิธีฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์
ด้วยความรู้นี้ อัตราการรอดชีวิตของนักรบที่ได้รับบาดเจ็บจะดีขึ้นอย่างมาก
และเพื่อให้พวกนางได้ซ้อมมือ จินเฟิงยังขอให้ทหารผ่านศึกไปล่ากระต่ายและหมูป่าจำนวนมากในป่ารกทึบ เพื่อให้พวกนางได้ฝึกการฆ่าเชื้อ การเย็บแผล และการพันแผล
สตรีเหล่านี้ต่างก็เป็นคนที่ต้องอดทนต่อความยากลำบากมาก่อนจึงสามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตเช่นนี้ได้อย่างรวดเร็ว พวกนางทำการศึกษาอย่างจริงจังและมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการเย็บแผลของโจวจิ่นนั้นนับว่าเหนือกว่าอาจารย์อย่างจินเฟิงโดยสิ้นเชิง
สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มชื่นชมในพรสวรรค์ของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก