ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 183 เสียขวัญ
ปัก!
ธนูจ้งหนู่สั่นสะเทือนอย่างหนัก และลูกธนูขนาดใหญ่ราวกับหอกก็พุ่งออกไป
เพียงพริบตาเดียว มันก็ลอยข้ามรถม้าไปสามสิบจั้ง และพุ่งเข้าไปในจุดที่พวกโจรรวมตัวกันอยู่
ด้วยพลังของธนูจ้งหนู่ที่ไม่มีใครเทียบได้ การยิงทะลุร่างของโจรคนแรกในระยะใกล้นั้นแทบจะเหมือนกับการยิงผ่านกระดาษบาง ๆ ความความเร็วของมันไม่ลดลงเลย อีกทั้งยังคงพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
ฟังดูช้า แต่จริง ๆ แล้วทุกอย่างดำเนินไปรวดเร็วมาก
ในเวลาเพียงชั่วครู่ ลูกธนูก็ทะลุผ่านโจรหลายราย ร่างของพวกเขากระแทกเข้ากับต้นไม้อย่างแรง
ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ค่อนข้างหนาเกือบถูกยิงทะลุ!
ทันใดนั้นเอง เลือดที่พุ่งออกมาจากร่างโจรและเสียงร้องอย่างเจ็บปวดก็ดังกึกก้องอยู่ในผืนป่าตรงหน้า
พวกโจรอัดแน่นอยู่ด้านหลังโขดหิน จินเฟิงเล็งไปในจุดที่พวกมันรวมตัวกันมากที่สุด ด้วยอานุภาพของลูกธนูขนาดใหญ่นี้ มันสามารถสังหารโจรห้าคนในที่นั้นได้ทันที!
นอกจากนี้ยังมีโจรสามคนที่ถูกยิงเข้าที่แขนหรือไหล่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ตายในทันที แต่ก็คงหลีกหนีความพิการไม่พ้น!
“นี่คือพลังของธนูจ้งหนู่อย่างนั้นหรือ!”
พวกโจรรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิด
“เหล่าเอ้อร์ เจ้าพาคนไปไล่ล่าเร็วเข้า จับชายผู้นั้นมาให้ได้!”
หัวหน้าโจรกัดฟันกรอดและคำรามออกมา
“เหล่าต้า แต่สิ่งนั้นทรงพลังมาก…”
รองหัวหน้าโจรกังวล
“เจ้าไม่อยากไปอย่างนั้นหรือ?”
หัวหน้าโจรหรี่ตาลงและจ้องมองรองหัวหน้าโจรอย่างไม่พอใจ
รองหัวหน้าโจรติดตามหัวหน้าโจรมาหลายปีแล้ว และตระหนักถึงนิสัยของพี่ใหญ่คนนี้ดี
ในเวลานี้ เขาหรี่ตาลง บ่งบอกว่าเขามีเจตนาฆ่าอยู่ในใจ
รองหัวหน้าโจรลอบดูคนสนิทที่อยู่ข้างหลังหัวหน้าโจรอีกครั้ง แน่นอนว่าพวกเขาทุกคนต่างก็กำด้ามดาบเอาไว้แน่น
รองหัวหน้าโจรเชื่อว่าถ้าเขากล้าปฏิเสธ เขาจะถูกสังหารในอึดใจถัดไปเป็นแน่
เมื่อมองไปที่รถม้าอีกครั้ง รองหัวหน้าโจรก็กัดฟันแล้วพูดว่า “ข้าจะไป ไปเดี๋ยวนี้!”
เขาเคยเข้าร่วมกองทัพ และรู้ดีว่าคุณลักษณะของธนูจ้งหนู่นั้นเชื่องช้าและการใช้งานก็มีขั้นตอนที่ยุ่งยากมาก
ตราบใดที่เคลื่อนตัวเร็วขึ้นไปด้วยลักษณะการวิ่งสลับฟันปลา จะมีโอกาสอย่างน้อยหกในสิบส่วนที่จะสามารถเข้าใกล้รถม้าได้
เขามีความเสี่ยงสูงที่จะถูกพี่ใหญ่ของเขาสังหาร และแน่นอนว่าเขาก็มีโอกาสหกในสิบส่วนที่จะฆ่าจินเฟิง แน่นอนว่าเขาเลือกทางนี้
“เหล่าชี เหลาจิ่ว พวกเจ้าทั้งสองมากับข้า!”
รองหัวหน้าโจรเรียกคนสนิทของเขาสองคน จากนั้นก็รีบวิ่งไปที่รถม้าด้วยความเร็ว
อย่างไรก็ตาม ครู่ต่อมา จู่ ๆ ลูกธนูสามดอกก็ลอยออกมาปักเข้าที่หัวของพวกเขา และทั้งสามก็ล้มลงกับพื้นทันที
ในเวลานี้ หัวหน้าโจรจึงตระหนักได้ว่า นอกจากธนูจ้งหนู่แล้ว ยังมีหน้าไม้เล็งมาที่พวกเขาด้วย
“มันจบแล้ว!”
หากซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินก็อาจถูกยิงด้วยธนูจ้งหนู่ และหากรีบออกไปก็จะตกเป็นเป้าหมายของหน้าไม้…
ความรู้สึกสิ้นหวังเกิดขึ้นในใจของโจรหลายคน
“เอาอย่างไรดี?”
หัวหน้าโจรเกิดความกลัวในใจ
แต่จินเฟิงไม่สนใจว่าพวกเขาจะคิดยังไง ชายหนุ่มหมุนรอกกว้านอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ปรับทิศทางของธนูจ้งหนู่เล็กน้อยแล้วเหนี่ยวไกอีกครั้ง
ปัก!
ลูกธนูทะลุเข้าไปในกลุ่มโจรเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้
แต่คราวนี้หลังจากผ่านฝูงชนมาได้ ลูกธนูไม่ได้พุ่งเข้าไปในป่า แต่กระแทกหินในแนวทแยงแทน
คนที่สนใจเรื่องการทหารจะรู้ดีว่าหากกระสุนจากอาวุธปืนไปโดนวัตถุแข็ง เช่น คอนกรีต หรือแผ่นเหล็กในมุมเฉียง กระสุนจะเบนหรือกระเด็นออกไป ทำให้วิถีกระสุนสะบัด
เช่นเดียวกับลูกธนูที่จินเฟิงยิงออกไป
หลังจากมันกระแทกเข้ากับก้อนหิน ลูกธนูที่มีลักษณะคล้ายหอกก็เปลี่ยนวิถีและพุ่งเข้าไปในกลุ่มโจร พร้อมโจมตีโจรหลายคน ก่อนที่ความแรงของลูกธนูจะผ่อนลง!
แม้ว่าในบรรดาโจรที่ถูกลูกธนูนั้นจะมีเพียงสองคนที่ตาย ส่วนที่เหลือยังมีชีวิตอยู่ แต่อย่างน้อยก็มีคนที่กระดูกหัก พวกเขาได้แต่กลิ้งตัวอยู่บนพื้นและร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
ครู่ต่อมา ลูกธนูก็พุ่งออกมาโดนหัวเพื่อยุติความเจ็บปวดของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“พี่ใหญ่ ตอนนี้พวกเราจะเอาอย่างไรดี?”
พวกโจรต่างก็มองดูพี่ใหญ่ของตนเองด้วยความสิ้นหวัง
นี่คือกลยุทธ์ของจินเฟิง
แม้ว่าจะมีโจรมากมาย แต่ขวัญและกำลังใจในการต่อสู้ของพวกเขายังด้อยกว่าทหารผ่านศึกมาก เพราะท้ายสุดแล้ว พวกโจรก็เป็นเพียงกลุ่มอันธพาลเท่านั้น
และนี่ก็เป็นแค่การโจมตีระลอกแรก หลังจากที่พวกเขาทำการสู้ต่อ พลังของพวกโจรจะค่อย ๆ หายไปและกลายเป็นแค่เศษทราย
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าการตัดสินใจของจินเฟิงนั้นถูกต้อง
ตอนนี้พวกโจรหวาดกลัวจนเสียสติ
หัวหน้าโจรเองก็ตื่นตระหนกเช่นกัน
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมสถานการณ์ถึงกลายเป็นเช่นนี้ได้ ในเมื่อเขามั่นใจในชัยชนะแล้วแท้ ๆ
ในช่วงเวลาสั้น ๆ พวกโจรก็สูญเสียคนไปมากกว่าครึ่ง หากยังดึงดันสู้ต่อไป พวกเขาไม่ตายกันหมดหรือ?
อย่างไรก็ตาม เขาเป็นพี่ใหญ่และเป็นหัวหน้าโจร และเขาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อย่างไรเกียรติ หลังจากบังคับตัวเองให้สงบลง หัวหน้าโจรก็จ้องไปที่ฝ่ายตรงข้ามและตะโกนเสียงหนักแน่น “สหาย ตอนนี้เราทำได้แค่บุก!”
“พี่ใหญ่ แต่หัวของพวกเราถูกหน้าไม้นั้นจ่ออยู่นะ หากเราออกไป เราได้ตายกันหมดแน่น!”
ไม่มีโจรคนใดกล้าปรากฏตัว
“แอบอยู่ตรงนี้ก็เหมือนวิ่งอยู่ในทางตันรอวันตายเช่นกัน หากไม่อยากตายก็ไปกับข้า!”
หัวหน้าโจรกัดฟันพร้อมดึงร่างของลูกน้องให้ตามหลังเขามา จากนั้นพวกเขาก็รีบวิ่งออกจากโขดหิน และมุ่งไปทางจินเฟิงด้วยการวิ่งแบบสลับฟันปลา
การใช้ศพเป็นโล่คือวิธีเดียวที่พอจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าเคล็ดลับนี้ยังคงมีประสิทธิภาพมาก
ทั้งหน้าไม้และลูกธนูถูกศพขวางไว้ทำให้หัวหน้าโจรไม่ได้รับอันตรายใด ๆ
เมื่อโจรคนอื่น ๆ เห็นดังนี้ พวกเขาก็ทำตามตัวอย่างทันที พากันคว้าร่างของสหายขึ้นมาจากพื้นดิน และตามหัวหน้าโจรไปติด ๆ
เมื่อหัวหน้าโจรได้ยินเสียงฝีเท้าข้างหลัง เขาก็หันกลับไปมองเพียงชั่วครู่เท่านั้น ก่อนจะวิ่งไปข้างหน้าเร็วขึ้น!
จนถึงตอนนี้ เขายังไม่เลิกล่าจินเฟิง
ตราบใดที่จับจินเฟิงได้ เขาก็จะได้รับการสนับสนุนจากจ้าวเสี้ยนเว่ย นั่นถือว่าคุ้มค่า ไม่ว่าตอนนี้เขาจะต้องสูญเสียสหายไปกี่คนก็ตาม!
“คุ้มกันท่านอาจารย์!”
หลังจากที่เถี่ยฉุยออกคำสั่ง ทหารผ่านศึกและทหารหญิงก็หันหน้าไม้ออกและยิงใส่หัวหน้าโจรกับพรรคพวกอีกหลายคนที่อยู่ข้างหลังอย่างดุเดือด
มีโจรหลายคนเสียชีวิตหลังโขดหิน จากนั้นพวกเขาก็กระจายตัวอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ยังมีโจรเหลืออีกหลายสิบคนที่ยังมีชีวิตรอด พวกเขาจึงใช้โอกาสจากจังหวะที่ทหารผ่านศึกและทหารหญิงกำลังทำการโจมตีพี่ใหญ่หลบหนีออกจากโขดหินไปคว้าร่างของนักยิงธนูที่ถูกยิงตายขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง
ตอนนี้พื้นที่สนามรบกำลังเผชิญกับความโกลาหล
ห่างออกไปสามสิบจั้ง จินเฟิงกำลังบรรจุลูกธนูจ้งหนู่และเล็งไปที่หัวหน้าโจร
ทว่าเมื่อเขาเหนี่ยวไกออกไป หัวหน้าโจรก็สามารถหลบเลี่ยงได้อยู่ดี
ลูกธนูพุ่งผ่านร่างของหัวหน้าโจรแล้วลอยเข้าไปในป่า
เมื่อเห็นพวกโจรเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ จินเฟิงก็รู้ว่าสายเกินไปที่จะขึ้นสายธนูอีกครั้งแล้ว ดังนั้นเขาจึงปิดประตู และเคลื่อนรถม้าไปข้างหน้า
ในขณะที่หัวหน้าโจรกำลังแบกศพอยู่ เขาจะสามารถไล่ตามรถม้าได้อย่างไร?
เขาทำได้เพียงมองดูรถม้าที่วิ่งห่างออกไปเรื่อย ๆ
แต่หัวหน้าโจรไม่กล้าหยุดวิ่ง เขาแบกศพและวิ่งไปข้างหน้าหลายจั้ง หลังจากเขาประเมินว่าตนเองอยู่นอกระยะหน้าไม้แล้ว เขาจึงโยนศพลงหน้าผาไปแล้วไล่ตามตามจินเฟิงต่อ
“หมู่หนึ่ง ตามข้ามา ไปคุ้มครองท่านอาจารย์”
เถี่ยฉุยทิ้งหน้าไม้ของเขาและเอ่ย “แม่นางมู่หลาน เจ้าและหมู่สองคอยระวังอยู่ที่นี่ ดูพวกโจรไว้ให้ดี”
พวกโจรแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม หัวหน้าโจรกำลังนำคนไปไล่ล่าจินเฟิง ในขณะที่กลุ่มโจรที่เหลือหลายสิบคนวิ่งไปในทิศทางอื่น การจะฆ่าพวกเขาทั้งหมดคงไม่ง่ายนัก
“ได้ เจ้าวางใจ เจ้าไปคุ้มกันท่านอาจารย์เถิด!”
ชิ่งมู่หลานมักจะดูไม่น่าเชื่อถือ นางมักจะโต้เถียงกับเถี่ยฉุยและจางเหลียงอยู่เสมอ แต่เมื่อต้องลงสนามต่อสู้นางกลับมีความจริงจังมาก
“ไป!”
เถี่ยฉุยนำกลุ่มทหารห้าคนขี่ม้าลงจากภูเขา และมุ่งหน้าไปตามทางที่หัวหน้าโจรกับจินเฟิงไป
แต่หลังจากไล่ตามไปนานกว่าสองลี้ก็ยังไม่มีวี่แววของบัณฑิตหนุ่ม หัวหน้าโจร หรือโจรคนอื่น ๆ เลย