ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 420เสี่ยวเป้ยโดนจับตัวไป
บทที่ 420เสี่ยวเป้ยโดนจับตัวไป
“อะไรคือ ฝรั่งเศสคลาสสิค นะ อะไรหรือ”
ผู้คนต่างตะลึงงัน
หยางเสี่ยวเป้ยเห็นคนดังในเยี่ยนจิงดูมีท่าทีเกรงใจพี่ชาย(ลูกพี่ลูกน้อง)บ้านนอก
แต่หยางเสี่ยวเป้ยกลับดูดีใจมากกว่าเสียอีก
“คุณเฉิน วันนี้ให้เกียรติฉันได้รู้จักคุณหน่อยได้ไหมคะ คืนนี้ไม่ว่าค่าใช้เท่าไร เดี๋ยวดิฉันเป็นคนจัดการเลี้ยงเองค่ะ”
ตู้ชาร์ลุกขึ้นยืนและพูด พร้อมยื่นมือไปให้เฉินเกอ
เฉินเกอเองก็ยื่นมือไปจับ เพื่อทำการสัมผัสมือทักทาย
“งั้นผมก็ต้องขอขอบคุณ คุณตู้ชาร์แล้วครับ”
เห็นได้ชัดเจนว่า ในสายตาของตู้ชาร์นั้น หากตัวเองได้รู้จักกับคนสำคัญ ๆ อย่างนี้แล้ว ต่อไปคงได้มากกว่าค่าใช้จ่ายที่ออกให้ในวันนี้แน่
หลังจากนั้น ตู้ชาร์ก็ได้เดินออกไป
ทุกคนต่างรู้สึกช็อค อ้าปากค้าง
และมีเพียงหยางเย่เท่านนั้น ที่มีสีหน้าแย่จนดูไม่ได้เลย
เห็นได้ชัดว่า เขากำลังโดนหักหน้าอย่างแรง โคตรจะเจ็บ
“พี่เฉินเกอ ผมขอดูดบุหรี่พี่สักมวนได้ไหมครับ”
ในเวลานั้น ผู้ชายคนหนึ่งได้หยิบบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งมวน จากนั้นก็จุดไฟ
ตาของหยางเย่หรี่ตาเล็กมองเฉินเกอด้วยความเจ็บใจ จากนั้น ก็แสร้งทำเป็นโทรศัพท์ แล้วเดินออกจากห้องไป
ตั้งแต่เด็กจนโต มีใครบ้างล่ะ ที่ไม่ทำตามใจของหยางเย่ แต่คนจนบ้านนอก ๆ นี้ กล้าที่จะหักหน้าตัวเอง
และทำให้ตัวเองเสียหน้าต่อหน้าสาวสวย ๆ ด้วย
หากถ้าเยี่ยนจิงซึ่งเป็นพื้นที่ของตัวเอง ยังโดนคนอื่นข่มได้ขนาดนี้ อย่างนั้นหยางเย่เขาคงต้องไม่มีที่ยืนแล้วแน่
จากนั้น หยางเย่ได้เดินออกมาข้างนอก จุดไฟที่บุหรี่
กดค้นหาเบอร์โทรศัพท์ แล้วโทรออกไป
“เป่าเกอ ยุ่งอะไรอยู่หรอครับ”
หยางเย่ทั้งดูดบุหรี่ไปด้วย ทั้งคุยโทรศัพท์ไปด้วย
“กำลังเที่ยวอยู่เลย เฮอะ ๆ ทำไมจู่ ๆ ถึงได้คิดถึงฉันขึ้นมาล่ะ มีเรื่องอะไรจะให้ช่วยหรอ”
เสียงรอบ ๆ ข้าง จากคนปลายสายดังเอะอะ
“ก็ไม่มีอะไร แต่ว่าแค่รู้สึกไม่ดีเท่านั้นเอง เพราะโดนคนอื่นหักหน้ามา”
“เฮอะ ๆ ในเขตพื้นที่เยี่ยนจิงนี้ ใครกล้าหักหน้าคุณชายหยางกันเล่า บอกมาคุณชายใหญ่ มันเป็นใคร เดี๋ยวฉันจะจัดกการมันให้”
“ไม่ต้องจัดการหรอก แค่ทำให้มันรู้สึกขายหน้าก็พอ”
หยางเย่พูด จากนั้น ก็ได้บอกตำแหน่งที่อยู่กับเขาไป
“โอ้ว บังเอิญมาก ฉันกำลังดื่มเหล้ากับเพื่อน ๆ น้อง ๆ อยู่แถวนี้พอดีเลย งั้นฉันจะไปเลย เดี๋ยวนี้”
เมื่อหยางเย่คุยโทรศัพท์เสร็จ ก็ได้ดูดบุหรี่อยู่ข้างนอกอย่างสบายใจ
ราวกับว่า ทำเรื่องแบบนี้จนชินแล้ว
ในเวลานั้น ภายในห้องอาหาร
“พี่เชวียนเชวียนมีใครจะไปห้องน้ำไหม พวกเราไปเข้าห้องน้ำกันเถอะ”
ผู้หญิงสามสี่คนได้ไปเข้าห้องน้ำ
หยางเสี่ยวเป้ยเองก็ได้ตามไปด้วย
ฉินหยานั่งอยู่ข้าง ๆ และก็กำลังมองดูเฉินเกออยู่ เพื่อรอที่จะให้เฉินเกอนั้น เข้ามาคุยกับตัวเอง
แต่ว่าหนุ่มนั่น ก็กำลังกินผลไม้อยู่ แทบจะไม่มีวี่แววที่จะเข้ามาคุยกับเธอเลย
ฉินหยาเองก็ร้อนรุ่มกลุ้มใจ แต่ก็แสดงออกมามากไม่ได้ เพราะเดี๋ยวมันจะมีพิรุจ
“นายกับมู่หานเป็นยังไงบ้าง”
ฉินหยาอดไม่ได้ เลยถามขึ้น
ถึงแม้ว่าทุกคนจะไม่รู้จักสถานะที่แท้จริงของเฉินเกอก็ตาม แต่ว่าฉินหยานั้น เป็นคนที่รู้เรื่องทั้งหมดมาแล้ว
และฉินหยาเห็นว่าเนื้อหาที่ตัวเองถาม มันไม่ได้สำคัญสักเท่าไร
“มู่หาน หายตัวไปหรอ”
เมื่อเฉินเกอคิดถึงซูมู่หาน ในใจก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
และก็ไม่รู้ว่า วันเกิดคุณยายในวันมะรืน จะสามารถอธิบายเรื่องต่าง ๆ ให้คุณยายฟังได้สำเร็จหรือเปล่า เพราะก็เพื่ออยากจะให้ทั้งสองครอบครัวนั้น ได้เคลียร์ปัญหาที่คล่องใจกันมานานหลายปี
“เกิดอะไรขึ้นหรอ”
ฉินหยาถามด้วยอาการตกใจ
“เดี๋ยวโอกาสหน้า ฉันจะเล่าให้เธอฟังแล้วกัน”
เฉินเกอพูดอย่างนิ่ง ๆ
“นี่ ๆ ๆเสี่ยวหยา มู่หานเป็นใครหรอ คงไม่ใช่แฟนของเฉินเกอหรอกมั้ง โอ้ว คนอย่างเฉินเกอนี่นะ จะมีแฟนกับเขาด้วยหรอ”
เมิ่งช่านพูดขึ้นด้วยความตกใจ
ฉินหยาเห็นว่าตัวเองพูดเรื่องนี้ ทำให้เฉินเกอรู้สึกไม่สบายใจ
และตัวเองก็เลยไม่ได้สนใจคำพูดของเมิ่งช่านด้วยเช่นกัน
“เธอสองคน ใครก็ได้ช่วยบอกฉันหน่อยว่า มู่หานนั้น เป็นใคร”
ในขณะที่เมิ่งช่านกำลังพูดเสียงดังอยู่นั้น
ประตูของห้องอาหารก็ได้ถูกเปิดออกด้วยความแรง
เป็นน้องสาว(ลูกพี่ลูกน้อง)ที่ชื่อว่า หยางเชวียน ได้เปิดประตูมาด้วยอาการเร่งรีบ
“ไม่ดีแล้ว ๆ มีคนเมาสองสามคน จะเอาตัวของเสี่ยวเป้ยไปดื่มเหล้ากับพวกเขาให้ได้”
หยางเชวียนรีบพูดขึ้น
“อะไรนะ”
เมื่อเฉินเกอได้ยินดังนั้น ก็รีบวิ่งออกไป
และในเวลานี้ น้องสาว(ลูกพี่ลูกน้อง)คนอื่น ๆ ก็ได้รีบวิ่งตามตัวเองออกไป
เห็นได้ชัดว่า ทุกคนนั้นรู้สึกตกใจ
“เสี่ยวเป้ยอยู่ไหน”
เฉินเกอตะโกนถามขึ้น ด้วยอาการร้อนใจ
“ถูกพวกนั้น ลากตัวเข้าไปในห้อง 103 แล้ว”
ผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น
จากนั้น ก็เห็นเฉินเกอพุ่งตรงเข้าไปข้างใน
ส่วนผู้ชายคนอื่น ๆ ที่เหลือ ก็ได้แต่ยืนถกเถียงกันอยู่เฉย ๆ
บอกก่อนเลยว่า เป็นผู้ชายในตระกูลหยางนั้น แน่นอนพวกเขาไม่กลัวการทะเลาะวิวาท
แต่กลัวแค่ว่าจะเกิดเรื่องใหญ่
คนเหล่านั้นต่างก็เป็นอันธพาลในสังคม หากเข้าไปแล้วล่ะก็ โดนพวกเขาทุบตีมา มันจะดูไม่ดีเอา
ดังนั้น เลยยืนรอข้างนอก เพื่อเตรียมตัวโทรศัพท์
ส่วนฉินหยานั้น เมื่อเห็นเฉินเกอพุ่งตรงเข้าไปข้างในแล้ว ตัวเองเป็นห่วงเขา ก็เลยตามเข้าไปเช่นกัน
“ทำอย่างไรล่ะ จะทำอย่างไรดี”
เหล่าบรรดาผู้หญิงต่างพากันพูดขึ้น
เมื่อครู่ที่พวกเธอออกมา เพื่อที่จะไปเข้าห้องน้ำนั้น ก็ได้เจอกับพวกขี้เมาเหล่านี้เข้า แล้วจะลากพวกเธอไปดื่มเหล้ากับพวกเขาให้ได้
จะพูดไปแล้ว พวกเรายังใช้กำลังกับเชวียนเชวียนอีกด้วย
หลังจากนั้น เสี่ยวเป้ยเลยพลักผู้ชายคนนั้นออกไป
และในขณะนั้น พวกเขาก็ไม่ได้ยื้อไว้แต่อย่างใด แต่รอหลังจากที่พวกเธอเข้าห้องน้ำเสร็จแล้ว แล้วพวกนั้นค่อยได้ตามมาลากตัวพวกเธอไปอีกครั้ง
มือดึงผมของเสี่ยวเป้ยไว้ จากนั้น ก็ลากเธอเข้าไปในห้องที่พวกเขากำลังดื่มอยู่
“ตอนนี้ มีเพียงเฉินเกอคนเดียวที่เข้าไป ฉันเห็น พวกนั้นมีประมาณเจ็ดถึงแปดคนได้ ตอนนี้พี่เย่ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน”
เชวียนเชวียนเองก็รู้สึกซึ้งในน้ำใจเสี่ยวเป้ย เพราะว่าเสี่ยวเป้ยได้ช่วยตัวเองเอาไว้
ดังนั้น เธอเลยพูดด้วยความรู้สึกที่เป็นห่วง
“ยังจะทำอะไรได้ล่ะ รีบโทรศัพท์ไปบอกที่บ้านเลย กล้าดียังไง มาหาเรื่องคนตระกูลหยาง ฮืม”
ผู้ชายคนหนึ่งได้พูดขึ้น
“เดี๋ยว ๆ ไม่ต้องโทรหรอก ไม่ต้องห่วง เสี่ยวเป้ยไม่เป็นอะไรหรอก”
ไม่รู้ว่าหยางเย่พูด และลุกขึ้นจากทางด้านหลังของทุกคนตั้งแต่ตอนไหน
และห้ามให้คนอื่นไม่ต้องโทรศัพท์
“อะไรนะ แต่ว่าพี่เย่ เสี่ยวเป้ยโดนจับตัวไปนะ”
แล้วหยางเย่ก็พูดด้วยเสียงหัวเราะขึ้นว่า “ไม่ว่าอย่างไร พวกเธอไม่ต้องห่วงหรอก เสี่ยวเป้ยไม่เป็นอะไรแน่นอน แต่ว่า คงจะมีแค่บางคนเท่านั้น ที่จะเป็นอะไร”
เมื่อสักครู่ เห็นฉินหยาตามเฉินเกอเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต
หยางเย่ก็เลยยิ่งรู้สึกหึงและอิจฉาไปใหญ่
สีหน้าดูโกรธเป็นไหน ๆ
ส่วนคนอื่น ๆ นั้น ราวกับเข้าใจแล้วว่า กำลังจะเกิดอะไรขึ้น
ทันใด ทุกคนก็เลยเงียบ ไม่มีใครพูดเลยสักคน
และก็ได้กลับไปยังที่นั่งในห้องอาหารของตัวเอง
“ปล่อยเธอไป!”
ในขณะเดียวกัน เฉินเกอก็ได้ใช้เท้าถีบประตูอีกห้องหนึ่งให้เปิดออก
ผู้ชายสี่ห้าคนที่มีอาการมึนเมา กำลังยื้อแย่งตัวเสี่ยวเป้ยเพื่อที่จะเอามากอด
เฉินเกอตะโกนขึ้นด้วยความโกรธ
ครอบครัวของลุงห้ากับครอบครัวของตัวเองมีความสัมพันธ์กันดี
และเสี่ยวเป้ยก็เคารพพี่ชาย(ลูกพี่ลูกน้อง)อย่างตัวเองมาก
แล้วเฉินเกอจะปล่อยให้เสี่ยวเป้ยโดนทำร้ายแม้แต่น้อยได้อย่างไร
“แม่ง แค่นายคนเดียวนี่เหรอ เฮอะ แถมยังพาสาวสวยเข้ามาด้วยเหรอ ฮ่า ๆ นี่คือการนำของกำนัลมาให้ฉันหรอกหรือนี่”
หัวหน้าใหญ่ก็ได้พูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะ
เพราะว่าฉินหยาเป็นห่วงเฉินเกอมาก จึงได้ตามเข้ามาด้วย
“เป่าเกอ พี่นี่ ช่างโชคดีจริง ๆ หากพี่เสร็จแล้ว ให้น้อง ๆ ได้เสร็จตามหน่อยได้ไหม”
ทุกคนในนั้น ต่างก็หัวเราะกันยกใหญ่
“ได้ ๆ ๆ เด็ก ๆ ลากตัวผู้หญิงคนนั้นมาให้ฉัน สาวงามมาถึงที่ หากไม่ลองหน่อย มันจะดูไม่ดีเอาได้”
เป่าเกอกวักมือเรียก
“เป่าเกอหรอ อยู่นิ่ง ๆ อย่าเข้ามา ไม่อย่างนั้น จะหาว่าฉันไม่เตือน”
เฉินเกอใช้สายตาดุ ๆ ตวัดไปมอง
“อะไรนะ ฮ่า ๆ ๆ กล้าขู่ฉันหรอ ได้เพื่อนยาก หากนายจะให้ฉันปล่อยผู้หญิงคนนี้ ก็ได้ มา ๆ ๆ แต่ต้องผ่านเพื่อน ๆ ฉันให้ได้ก่อน แล้วฉันจะปล่อยนายไป”
เป่าเกอพูดและหัวเราะอย่างเสียงดังขึ้น