ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 445 ทางรอดสุดท้ายของตระกูลหลง
บทที่ 445 ทางรอดสุดท้ายของตระกูลหลง
“ถ้างั้นก็ดี อีกเจ็ดวันพวกเราจะมารับช่วงต่อ!”
โห๋ผิงกล่าว
จากนั้นเฉินเกอก็นำคนออกไป
และแขกท่านอื่นเมื่อเห็นตระกูลหลงมีเรื่องก็ไม่กล้าอยู่ต่อ
จากนั้นก็จากไปกันหมดเลย
“คุณพ่อ ทำไมต้องเซ็นด้วย?ทำไม?อย่างมากพวกเราก็สู้กับพวกเขา พวกเราไม่กลัวตายหรอก!”
ชายวัยกลางคนร้องไห้พูดด้วยน้ำตา
“ปัง!”
ท่านปู่ตบแรงๆใส่หน้าชายวัยกลางคนนั้น
“ไอ้บื้อ!หรือจะให้ตระกูลหลงของพวกเราไร้ลูกหลานสืบทอด?”
ท่านปู่บิดปากพูดด้วยสายตาเย็นชา
“ครั้งนี้พวกเราพ่ายแพ้ให้แก่สองพี่น้องตระกูลเฉินแล้ว!หลายปีมานี้ ถึงพวกเราจะแอบโจมตีพวกเธอมาตลอด แต่สองพี่น้องตระกูลเฉินมีคนหนุนหลังที่มีอำนาจมากๆอยู่!”
ท่านปู่กำหมัดไว้แน่น
“คุณพ่อ พวกเราไม่เหลืออะไรแล้ว!”
ท่านปู่พยักหน้า“ใช่ ไม่เหลืออะไรแล้ว!”
“แต่ว่า ตระกูลหลงของพวกเรามีรากฐานมากว่าหลายร้อยปี ไม่มีทางที่จะดับสูญไปจากหัวเซี่ยง่ายๆหรอก เพราะพวกเรายังมีไพ่ใบสุดท้ายเหลืออยู่!”
“ไพ่ใบสุดท้าย?”
ท่านปู่พยักหน้า
“พวกนาย……ใครเคยได้ยินตระกูลโม่แห่งเยี่ยนจิง?”
“ตระกูลโม่?”
คนทั้งตระกูลส่ายหัว
“ไม่เลว ตระกูลโม่ เป็นตระกูลที่เป็นความลับสุดยอดในหัวเซี่ย และเป็นตระกูลเดียวที่สามารถต่อสู้กับตระกูลเฉินได้!”
ท่านปู่หรี่ตาพลางพูด
“หลายสิบปีก่อน ตระกูลหลงกับตระกูลโม่ยังไปมาหาสู่กันบ้าง แต่เป็นเพราะเกิดเรื่องบางอย่าง จึงทำให้ตระกูลหลงตัดความสัมพันธ์กับพวกเขา!”
“คุณพ่อ?เรื่องอะไรครับ?”
มีคนถาม
“คิกคิก ตอนนั้นลูกชายของผู้อาวุโสรองแห่งตระกูลโม่เคยมาเป็นแขกที่ตระกูลหลงบ้านเรา ตอนแรกตระกูลโม่เป็นตระกูลที่ไม่เปิดเผยจึงไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายกับสถานการณ์ในสังคมปัจจุบันเท่าไหร่นัก แต่ยกเว้นโม่ฉางคงที่เป็นบุตรชายของผู้อาวุโสรองแห่งตระกูลโม่ มันตรงกันข้าม เขาสนใจต่อโลกอันศิวิไลซ์มาก!”
“และคนผู้นี้เป็นคนที่โลภมาก เคยบีบบังคับให้ตระกูลหลงของพวกเราประนีประนอมต่อเขา ให้ไปพึ่งพิงเขา เมื่อเป็นเช่นนี้ตระกูลหลงของพวกเราก็จะกลายเป็นหุ่นเชิดของเขา ต้องฟังเขาทุกอย่าง!แน่นอน ข้อเสนอของเขาคือสามารถแอบช่วยเราให้กลายเป็นตระกูลที่ร่ำรวยระดับโลกได้!”
ท่านปู่กล่าว
“เขาวางแผนได้อย่างแยบยลมาก ถ้าเป็นเช่นนั้น ถึงตระกูลหลงของพวกเราจะกลายเป็นตระกูลที่ร่ำรวยระดับโลก ภายใต้ความช่วยเหลือจากเขา แต่ความจริงแล้ว พวกเราก็แค่ทำงานให้เขา พวกเราจะกลายเป็นหุ่นเชิดของเขาโดยปริยาย!”
ลูกชายคนโตตระกูลหลงกล่าวอย่างเย็นชา
“ใช่สิ ถ้าเป็นเช่นนั้น ตระกูลหลงก็จะต้องแซ่โม่ ไม่ใช่แซ่หลงอีกต่อไป ถึงจะกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีระดับโลก แต่ก็เท่ากับทิ้งธุรกิจที่บรรพบุรุษของเราได้สร้างไว้!ผมจึงปฏิเสธ!”
“จากนั้นล่ะ?โม่ฉางคงคนนี้มีความทะเยอทะยานสูงอย่างนี้ คงจะไม่ให้พวกเราปฏิเสธง่ายๆหรอกมั้ง?”
คนในตระกูลหลงถาม
“อืมอืม ไม่แน่นอน 25ปีก่อน พวกเราถูกโม่ฉางคงแก้แค้น อะซานลูกยังจำเรื่องที่ เช่าชวงเกิดมาได้ไม่นานก็ถูกคนลอบทำร้าย สุดท้ายก็กลายเป็นเด็กปัญญาอ่อนได้ไหม?”
“ผมจำได้อยู่แล้ว ผมเคยอยากจะไปสืบหาความจริง แต่คุณพ่อไม่ให้ผมไปสืบ!เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาจนถึงตอนนี้!”
“คิกคิก เป็นฝีมือของโม่ฉางคงเอง ถ้าสืบต่อ ตระกูลหลงของพวกเราก็จะบังลายเร็วขึ้นกว่าเดิม เขาแค่อยากจะเตือนพวกเราก็เท่านั้น!”
ท่านปู่กล่าว
ปกติคุณชายสองตระกูลหลงจะไม่มาออกงาน
เป็นเพราะสาเหตุที่เป็นเด็กปัญญาอ่อนนี้อย่างเดียว
“พูดถึงเช่าชวง เขาไปไหนแล้ว?”
ท่านปู่ถามหนึ่งประโยค
“คุณนายน้อยรองพาเขาออกไปเล่นครับ!”
“อืม ก็ดี ให้เช่าชวงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็แล้วกัน”
“คุณพ่อครับ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตระกูลหลงของพวกเราก็ไม่ได้ร่วมมือกับโม่ฉางคงในภายหลังนิครับ แต่หลายสิบปีมานี้ ตระกูลหลงของพวกเราก็ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นทุกวันเนิครับ!”
หลงจงซานกล่าว
“ใช่ ฮาฮา เจริญก้าวหน้าจริงๆ แต่เป็นเพราะโม่ฉางคงไม่มีเวลาและกะจิตกะใจต่างหาก หลังจากที่เขาลอบทำร้ายเช่าชวงไม่นาน
พ่อของเขาตายด้วยสาเหตุบางอย่าง ดังนั้นโม่ฉางคงต้องการที่จะแย่งชิงตำแหน่งผู้อาวุโสรองในตระกูลโม่ จึงไม่มีเวลามาสนใจพวกเรา!”
“แต่ถ้าพ่อทายไม่ผิดล่ะก็ คนที่เจ้าแผนการอย่างคนนี้ เขาคงจะได้ตำแหน่งผู้อาวุโสรองในตระกูลโม่ไปครอบครองแล้วมั้ง!”
“ผมเข้าใจแล้วครับคุณพ่อ พ่ออยากจะขอร้องโม่ฉางคงใช้อำนาจของเขาไปจู่โจมตระกูลเฉินใช่ไหมครับ?”
หลงจงซานพูดด้วยความเข้าใจ
“ลูกพูดถูกแค่ครึ่งเดียว เพราะอะซานลูกเข้าใจไหม ถ้าเราไปอยู่ใต้บารมีของเขา ตระกูลหลงของพวกเราก็จะเหลือแต่ชื่อเท่านั้น!หืม แต่อำนาจที่ยิ่งใหญ่นี้สามารถทำให้ตระกูลเฉินอยู่ไม่เป็นสุขแน่!”
ท่านปู่พูดด้วยท่าทีโหดร้าย
“แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ยังดีกว่าถูกสองพี่น้องตระกูลเฉินย่ำยีก็แล้วกัน เมื่อล่อโม่ฉางคงออกมาคงจะชุลมุนวุ่นวายน่าดู!ยิ่งชุลมนก็ยิ่งเป็นผลดีต่อพวกเรานะ!”
ท่านปู่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“อะซาน ลูกไปเป็นเพื่อนพ่อ ไปเชิญตระกูลโม่โม่ฉางคงออกมา!”
……
สามวันให้หลัง
ตระกูลเฉินที่เมืองหนานหยาง
กำลังจัดงานเลี้ยงลับๆงานหนึ่ง
แม้กระทั่งคนจำนวนมากในตระกูลก็ไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยง
และในงานเลี้ยงมีสาวงามสองคนกำลังเดินดูรอบๆนอกคฤหาสน์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เฉินเกอ ตั้งแต่ที่พี่สาวฉันฟื้นขึ้นมา ยังไม่ได้ขอบคุณคุณที่หลายวันก่อนคุณช่วยบริจาคเลือดเลย!”
หนึ่งในสาวงามนั้นกำลังพูดกับเฉินเกอที่เดินมาด้วยกันอย่างยิ้มแย้ม
“คุณชิงหยิงเกรงใจแล้ว ถ้าเทียบกับที่ตระกูลโม่ช่วยเหลือตระกูลเฉินแล้ว มันแค่เล็กน้อยเอง!”
เฉินเกอพูดด้วยรอยยิ้ม
เรื่องนี้พูดแล้วก็บังเอิญยิ่งนัก
ในวันนั้น เฉินเกอกับคุณยายไปเยี่ยมเยือนที่บ้านตระกูลโม่ บังเอิญเห็นลูกสาวคนโตของตระกูลโม่ชื่อโม่ชิงหวูได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสจนสลบไป
ตระกูลโม่ตระเวนหากรุ๊ปเลือดที่เหมาะสมที่สุดไปทั่ว เพื่อจะช่วยชีวิตโม่ชิงหวู
แต่ถึงแม้จะมีกรุ๊ปเลือดที่เหมาะสม แต่ตระกูลโม่พิถีพิถันกับเลือดมาก
ประจวนเหมาะกับกรุ๊ปเลือดของเฉินเกอเหมาะสมกว่า
ดังนั้นเฉินเกอจึงบริจาคเลือดให้แก่โม่ชิงหวูเพื่อช่วยชีวิตเธอ
และเป็นเพราะสาเหตุนี้นี่เองที่เฉินเกอกับคุณยายพักอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลโม่เป็นเวลานานถึง 7 วัน เนื่องจากเฉินเกอบริจาคเลือดแล้วร่างกายอ่อนเพลียเป็นพิเศษ
“คุณหนูชิงหยิง ชิงหวูทั้งสองท่าน งานเลี้ยงยังไม่เลิกรา ผมขอตัวเข้าไปรับแขกก่อนนะครับ!”
เฉินเกอพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
และสาวงามอีกคนที่ไม่เคยสบตากับเฉินเกอดีๆเลย ตอนนี้กำลังเหล่ตามองเฉินเกอแวบหนึ่ง
และเธอคนนี้ก็คือโม่ชิงหวูนั่งเอง
“พี่สาว พี่ทำอะไร อย่างน้อยเฉินเกอก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ยังไงสักก็เคยช่วยชีวิตพี่นะ!”
และโม่ชิงหยิงพูดเตือนสติ
“ใครให้เขาใช้เลือดสกปรกโสโครก มิเช่นนั้นเลือดฉันคงจะบริสุทธิ์มากเลย!”
โม่ชิงหวูพูดอย่างเย็นชา
“ทำไมพี่พูดอย่างนี้ เฉินเกอก็เป็นคนดีเนี่ย!”
โม่ชิงหยิงกล่าว
บัดนี้โม่ชิงหวูขมวดคิ้วแล้วมองโม่ชิงหยิง:“พี่ก็อยากจะถามน้องเหมือนกัน ตั้งแต่ที่พี่ฟื้นขึ้นมา ทำไมถึงพูดถึงเฉินเกอต่อหน้าพี่ตลอดเวลา หรือเป็นเพราะน้องหลงรักเขาแล้ว?”
โม่ชิงหยิงแก้มแดงเล็กน้อย“ฉัน……ฉันไม่ใช่สักหน่อย?ฉันแค่รู้สึกซาบซึ้งที่เขาช่วยพี่ ตอนนี้พวกเราถูกส่งให้มาช่วยตระกูลเฉินของพวกเขา เลยอยากจะพี่สนิทสนมกับเขาสักหน่อยก็เท่านั้นเอง!”
“พี่ผ่านอะไรมาเยอะ เรื่องบางเรื่องพี่ดูออก ใช่อยู่ที่น้องไม่เคยเจอคนประเภทนี้มาก่อน จึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นต่อคนประเภทนี้ แต่พี่ของบอกเลยว่า มันเป็นไปไม่ได้ น้องเลิกคิดเลยเถอะไปไกลตั้งแต่ต้นจะดีกว่า!และที่สำคัญพี่ขอบอกน้องเลยว่า ผู้ชายบนโลกใบนี้ไม่ใช่ของดีอะไรทั้งนั้น พวกเขาเลวระยำกันทั้งนั้น!เลวมาก!”