ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 453 การเปลี่ยนแปลงที่เลวร้าย (2)
บทที่ 453 การเปลี่ยนแปลงที่เลวร้าย (2)
“พี่!”
ขณะนี้ มีเด็กผู้หญิงมัดผมหางม้าคนหนึ่ง ถืออาหารวิ่งออกมาทางห้องครัว
พอเห็นชายวัยรุ่นถูกตี
ก็รีบวางอาหารลงแล้ววิ่งมา
“พวกนายตีพี่ฉันทำไม?”
เด็กผู้หญิงพุ่งเข้ามา แล้วพูดพร้อมดวงตาที่แดง
“ตีเขาทำไม? เฮอะ แกลองดูสิ เขาทำเสื้อของฉันสกปรกแล้ว อีกอย่างร้านอาหารของพวกแกก็เหมือนกัน หาพนักงานที่ไม่มีไหวพริบทางด้านสมอง ยังไม่สมควรถูกตีอีก ให้ตายเถอะ! พวกแกพูดละกัน เรื่องนี้จะเอายังไง? ถ้าหากไม่ชดใช้เสื้อผ้าของฉัน ฉันก็จะทุบร้านของพวกแก!”
ผู้หญิงพูดด้วยความเย็นชา
“อย่าทุบ อย่าทุบ!”
ชายวัยรุ่นร้องไห้ขึ้นมาทันที นั่งอยู่บนพื้นแล้วขอร้องขึ้นมา
“พี่ พี่อย่าขอร้องพวกเขาแล้ว!”
เด็กผู้หญิงก็พูดด้วยความกระวนกระวาย
เด็กผู้หญิงคนนั้น ดูแล้วก็เหมือนจะแค่อายุยี่สิบต้นๆ
แต่ว่าดูออกได้อย่างชัดเจนเลยว่าเป็นเด็กผู้หญิงประเภทที่เป็นเด็กดีมากๆ
อีกอย่างยิ่งเห็นว่าคนบ้านนี้สามารถรังแกได้ง่ายๆ กลุ่มคนพวกนี้ก็ยิ่งเพิ่มแรงมากขึ้น
ผู้ชายไม่กี่คนที่อยู่ข้างหลังพี่เปียว ต่างก็ส่ายหน้า ส่ายมือ ส่ายขา ออกเสียงแกรกแกรกมาเป็นช่วงๆ
คนรอบๆ ข้างต่างก็ตื่นเต้นขึ้นมา ดูเหมือนว่าการต่อยตีครั้งนี้จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้แล้ว น่าสงสารสองพี่น้องคู่นี้
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงตีกันขึ้นมา?”
และในขณะนี้
ข้างนอกมีชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่สวมหมวกแก๊ป ขับรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าสามล้อ ซ้อนท้ายหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกลับมา ดูออกเลยว่าพึ่งไปซื้อผักมา
หญิงวัยกลางคนเห็นว่าข้างในต่อยตีกันขึ้นมา จึงรีบโดดลงจากรถแล้วเข้าไปดูข้างใน
แต่ชายวัยรุ่นที่สวมหมวกแก๊ป ดูแล้วเงียบสงบมาก เพียงแค่มองเข้าไปข้างในรอบหนึ่ง ก็เก็บสายตาแล้ว ในปากสูบบุหรี่แท่งหนึ่งอยู่ กำลังขนของอยู่ข้างนอก
“แม่ พวกเขา ตีพี่ฉัน!”
เด็กผู้หญิงรีบพูด
“แม่ พวกเขาตีฉัน!”
ชายวัยรุ่นก็นั่งอยู่บนพื้นแล้วร้องไห้ขึ้นมา
“หูจื่อไม่ต้องกลัว มีแม่อยู่!”
“พวกแกมีสิทธิ์อะไรมาตีคนอื่น?”
หญิงวัยกลางคนกระวนกระวายแล้ว
“มีสิทธิ์อะไร ก็สิทธิ์ที่ว่าลูกชายโง่ของแกทำเสื้อของฉันสกปรกไง!”
ผู้หญิงกอดอกแล้วพูด
“ก็แค่เสื้อผ้าไม่ใช่หรอ ฉันชดใช้ให้แกก็ได้แล้ว! แกพูดเลยต้องการเท่าไหร่ เดี๋ยวเราค่อยมาคิดบัญชีที่พวกแกตีลูกฉัน แกก็ไม่ลองไถ่ถามดูก่อน ฉันอะเหมยถึงแม้ว่าจะเป็นแม่ม่าย แต่ว่าไม่ได้รังแกได้ง่ายๆ นะเว้ย!”
หญิงวัยกลางคนตะโกนพูด
“ได้สิ แกดูให้ดีนะ นี่คือแบรนด์Hermes อีกอย่างเป็นตัวที่พึ่งซื้อใหม่ พึ่งใส่วันนี้ ฉันจะเอาเก้าหมื่น!”
ผู้หญิงพูด
ส่วนหลี่เหมยได้ยินประโยคนี้แล้ว ทันใดนั้นความมั่นใจก็ลดลงไปครึ่งหนึ่ง
“เท่า….เท่าไหร่นะ? เก้าหมื่น? เสื้อผ้าอะไรแพงขนาดนี้?”
ร้านแห่งนี้ ปีหนึ่งมีรายได้ก็แค่ประมาณห้าหกหมื่น ตอนนี้แค่ทำอาหารหกนิดหน่อย จะต้องชดใช้เก้าหมื่น?
“เฮอะเฮอะๆ คนบ้านนอกก็ไม่เคยเห็นแบบนี้แหละ เคยได้ยินคำว่าHermesไหม!”
ผู้หญิงได้ใจมากๆ
ส่วนหลี่เหมย ขณะนั้นพูดอะไรไม่ออกเลย
มองไปทางคนพวกนี้ที่ขับรถประเภทLAND ROVER G500 ก็ไม่ถือว่าเป็นคนที่จะเจรจาได้ง่ายๆ
ขณะนั้นรู้สึกอายมากจริงๆ
รอบๆ ข้างต่างก็เป็นลูกค้า และเผยสีหน้าความสงสารออกมา
นี่ไม่มีทางอื่นแล้ว ได้แต่ยอมรับความซวยนี้
และในตอนที่ทั้งสองฝ่ายกำลังโต้เถียงกันอยู่นั่น
ชายวัยรุ่นสวมหมวกแก๊ปที่ขนของอยู่ข้างนอกเมื่อกี้ ก็ไม่รู้ว่าเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่
มาถึงข้างๆ ของผู้หญิง เพราะว่าเธอสวมชุดกระโปรงตัวหนึ่ง
ชายวัยรุ่นจึงจับกระโปรงขึ้นมาจากเข่าแล้วจับเนื้อผ้าดู
“อ้า!”
ผู้หญิงตะโกนร้องด้วยความตกใจ
“นาย…..นายทำอะไร?”
ส่วนพี่เปียวก็โมโหมาก ขณะนั้นได้ขยับคอ แล้วเผยเสียงแกรกแกรกออกมา ดูออกอย่างชัดเจนเลยว่ากำลังจะลงมือ
“ของปลอม!”
ชายวัยรุ่นส่ายหน้าแล้วพูดว่า “เธอโดนหลอกแล้ว!”
ขณะเดียวกัน ชายวัยรุ่นที่สวมหมวกแก๊ปก็ถอดหมวกออกใส่ไว้ข้างๆ แล้วดีดหัวบุหรี่ออกไป
และตอนที่ถอดหมวกออก ทุกคนในร้านจึงจะมองเห็นหน้าอย่างชัดเจน รูปร่างนี้ดูแล้วมีความผอมเล็กน้อย แต่กลับให้ความรู้สึกถึงความน่ากลัวของวัยรุ่น และยังมีใบหน้าที่สะอาดหล่อเหลา
ผู้หญิงได้ยินแล้ว ก็กระวนกระวายแล้ว
“ตาแกบอดไปแล้วหรอ ของฉันนี่เป็นของจริง ที่แกพูดว่าเป็นของปลอม ก็เพราะว่าไม่อยากชดใช้คืนใช่ไหม ดูเหมือนว่าฉันไม่ให้ท่าทีพวกแกดู พวกแกก็ไม่รู้ถึงความโหดของฉันแล้วใช่ไหม!”
ผู้หญิงส่งสายตาไปทางพี่เปียว
ส่วนพี่เปียวและคนกลุ่มหนึ่งก็ขึ้นมาล้อมรอบ
“พอแล้วพอแล้ว รู้แล้วว่าพวกเธอโหด แต่ว่าเป็นของปลอมจริงๆ ฉันไม่เคยพูดโกหก!”
หลังจากพูดจบ ชายวัยรุ่นก็จับกระโปรงของผู้หญิงขึ้นมาแล้วฉีกออก
“อ้า!”
ผู้หญิงตะโกนร้อง
“ไม่เชื่อเธอก็ดูสิ แบรนด์Hermes เนื้อผ้าดีมาก มีการใส่ใจในวัสดุเป็นพิเศษ แต่เธอดูนี่สิ วัสดุของเนื้อผ้าข้างในต่างก็เป็นผ้าฝ้ายหมดเลย เป็นสินค้าที่ขนมาจากที่อื่นหรือเปล่า? สองพันก็มากพอแล้ว!”
ชายวัยรุ่นพูดขึ้น
ส่วนผู้หญิงก็อยากจะด่า
แต่พอได้ยินประโยคนี้แล้ว เธอก็อึ้งไปเลย
พี่เปียวที่เตรียมตัวกำลังจะลงมือก็อึ้งไปเช่นกัน
ทั้งสองสบตากันไปสักครู่
เพราะว่าชายวัยรุ่นคนนี้พูดถูก เป็นของที่ส่งมาจากทางน้ำจริงๆ เป็นของปลอมที่ซื้อตอนโปรโมชั่นลดราคา1999
“ฉะนั้น มากที่สุดคือชดใช้ให้เธอสองพัน!”
ชายวัยรุ่นยิ้มพร้อมตอบกลับ
“น้าเหมย นำเงินสองพันมา!”
“โอเค!”
หลี่เหมยรีบพยักหน้า
ชายวัยรุ่นยื่นเงินให้พี่เปียว
ส่วนพี่เปียวนั้น ก็ถูกชายวัยรุ่นคนนี้เหยียบหยามต่อหน้าผู้คน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาทำแบบนี้กับผู้หญิงของตัวเอง บอกว่าจะฉีกกระโปรงก็ฉีกเลย
ยังพูดต่อหน้าผู้คนอีกว่าผู้หญิงคนนี้ใส่ของปลอม
ถ้าหากจากไปแบบนี้แล้วก็ งั้นพี่เปียวออกไปแล้วตายไปเลยจะดีกว่า!
“ไม่เลวนะไอ้หนุ่ม มีทักษะความสามารถดีนิ ถึงแม้ว่าจะเป็นของปลอม แล้วแกมาฉีกกระโปรงผู้หญิงของฉันนี่หมายความว่าอะไร เรื่องนี้ ฉันจะเอาแกตาย!”
พี่เปียวโมโหขึ้นมาทันที
ยื่นหมัดพุ่งตรงต่อยไปทางหน้าของชายวัยรุ่น
ปัง!
เสียงดังขึ้น
หมัดของพี่เปียวถูกชายวัยรุ่นจับไว้พอดี
จากนั้นชายวัยรุ่นก็ใช้แรงเล็กน้อย
“อ้าว! เจ็บ! เจ็บ!!!”
พี่เปียวตะโกนร้องด้วยความเจ็บปวด
ขณะเดียวกันก็รู้สึกตกใจมาก
ชายวันรุ่นคนนี้ ตัวเองสามารถจับเขาลงไปได้เลย แค่ว่าแรงของเขานั้น กลับใหญ่ขนาดนี้!!!
“อยากต่อยตี? งั้นก็ต้องพูดอีกทีแล้ว!”
ชายวัยรุ่นยิ้มอ่อน
ขยับข้อมือ จากนั้นก็ยินเสียงคาชาตรงแขนของพี่เปียว หักข้อมือด้วยมุมองศาที่แปลกมาก
จากนั้นชายวัยรุ่นก็ถอยหลังด้วยเท้าหนึ่งข้าง พี่เปียวถูกถีบออกไปทั้งตัวเลย
“อ้าว! แขนของฉัน!”
พี่เปียวตะโกนร้องด้วยความเจ็บปวด
ส่วนลูกน้องของเขานั้น อึ้งไปตามๆกัน
เมื่อกี้ ชายวัยรุ่นจับหมัดของพี่เปียวไว้ แล้วตอนที่จับจนแขนของพี่เปียวเกิดเสียงแกรกแกรก พวกเขาไม่กี่คนต่างก็รู้สึกว่าชายวัยรุ่นเก่งมาก
ตอนนี้พอดูแล้ว หากขึ้นไปก็คงจะกระดูกหักกลับมาแบบนี้
ขณะนั้น คนพวกนั้นไม่กล้าขยับเลย
“ไม่เป็นไร เจ็บแป๊บเดียวก็ไม่เจ็บแล้ว!”
ชายวัยรุ่นนั่งลง
ส่วนพี่เปียวที่ตะโกนร้องนั้น ขณะนี้ก็มองดูแขนของตัวเองที่รูปร่างเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน จากนั้น ก็ไม่รู้สึกเจ็บแล้วจริงๆ
ส่วนแขนก็เบี้ยวเป็นสภาพแบบนี้แล้ว ดูแล้วก็น่ากลัวมาก
ขณะเดียวกัน ชายวัยรุ่นก็มองตัวเองแล้วยิ้มอ่อน จึงจะรู้สึกได้ว่ารอยยิ้มของชายวัยรุ่นคนนี้ น่ากลัวเพียงไหน
พูดด้วยศีรษะที่โชกไปด้วยเหงื่อ “นาย….นายจะทำอะไร?”
ชายวัยรุ่นตบไหล่ของพี่เปียวแล้วพูดว่า “พี่เปียว แขกเยอะขนาดนี้ ฉันก็ไม่อยากทำให้พี่เป็นอะไรไป พี่อยากได้ค่าชดใช้ไม่ใช่หรอ มา มาคุยกัน!”